กู้หมิงเยวี่ยเป็นผู้กล่าวก่อนจะเชิดคางขึ้นด้วยท่าทียั่วยุน้ำเสียงแสดงถึงความไม่เคารพและแข็งกร้าวจนถึงขีดสุด
นางกอดอกอย่างอวดเบ่ง
ไป๋เซี่ยเหอชำเลืองมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชาทั่วร่างแผ่ไอสังหารออกมา
“อิงเอ๋อร์ ก่อนหน้านี้ท่านอ๋องบอกข้าว่าอะไรนะ? ข้าจำไม่ค่อยได้เลย”
เจี่ยงอิงเอ๋อร์ยิ้มหยันไอสังหารอันเย็นเยียบไม่ด้อยไปกว่าไป๋เซี่ยเหอเท่าไรแผ่ออกมาจากร่างของนาง
“ท่านอ๋องบอกว่าหากมีคนยั่วยุให้พระชายาไม่สบอารมณ์ แม้ว่าพระชายาจะบั่นศีรษะคนผู้นั้น หรือต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็มีจวนเซ่อเจิ้งอ๋องคอยสนับสนุนเจ้าค่ะ”
ไป๋เซี่ยเหอกะพริบตาแม้ว่าประโยคนี้จะฟังดูคุ้นหูอยู่บ้างทว่าไม่กี่วันก่อนดูเหมือนท่านอ๋องจะไม่ได้พูดแบบนี้...
ช่างเถิดไม่ต่างกันเท่าไรหรอก
กู้หมิงเยวี่ยกรีดร้องอยู่ในใจท่านอ๋องถึงกับตามใจสตรีที่ดื้อรั้นและไร้มารยาทเช่นนี้เชียวหรือ?
“ข้า...ข้าพูด...ข้าพูดไม่ผิดนะตอนแรกที่ในวัง แม้แต่หมอหลวงยังบอกว่ารักษาฝ่าบาทไม่ได้แล้ว แต่เจ้าก็ช่วยชีวิตฝ่าบาทต่อหน้าทุกคน”
กู้หมิงเยวี่ยพูดติดอ่างทว่าจงใจตะโกนออกมาเสียงดัง
ทันใดนั้น...
สายตาของทุกคนล้วนมองมาที่ไป๋เซี่ยเหออย่างพร้อมเพรียง
เจี่ยงอิงเอ๋อร์คิดในใจว่าไม่ดีแน่จึงรุดไปยืนขวางหน้าไป๋เซี่ยเหอเอาไว้ทันที “คุณหนู รีบไปเถิดเจ้าค่ะ”
“สายไปแล้ว”
ทันทีที่ไป๋เซี่ยเหอเอ่ยจบ
“เอ๊ะนี่ไม่ใช่ว่าที่พระชายาเซ่อเจิ้งอ๋องหรือ?”
“ใช่สิ เมื่อเทศกาลฉีเฉี่ยว[1] ข้ายังเห็นเซ่อเจิ้งอ๋องอุ้มนางขึ้นรถม้าเองกับตา”
สีหน้าของกู้หมิงเยวี่ยดำมืดราวกับถ่านทันที
อุ้มขึ้นรถม้า?
นึกไม่ถึงว่าเซ่อเจิ้งอ๋องจะลดเกียรติของตนเองด้วยการอุ้มไป๋เซี่ยเหอขึ้นรถม้า
นางคู่ควรหรือ?
‘ฉับ’
แสงสีเงินสายหนึ่งพาดผ่านหน้าของกู้หมิงเยวี่ยทันใดนั้นก็ราวกับมีม่านสีดำตกลงมาเบื้องหน้า
ขนตาสีดำขาดจนถึงโคน
หากออกแรงมากกว่านี้อีกนิดละก็...
“หากใช้สายตาเช่นนี้มองข้าอีกเจ้าก็ไม่ต้องมีดวงตาแล้ว!”
ทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงอันเย็นชาและถือดีกู้หมิงเยวี่ยก็ก้มหน้าลง นางมองเห็นขนตาทุกเส้นที่ตกอยู่แทบเท้าได้อย่างชัดเจน
“อา...ขนตาของข้าไป๋เซี่ยเหอ ข้าเกลียดเจ้า!”
“เฮอะ”
ความดูแคลนที่แผ่ออกมาจากร่างของไป๋เซี่ยเหอนั้นแม้ว่าฝูงชนจะอยู่ห่างออกไปก็ยังรู้สึกได้
สาเหตุที่ไป๋เซี่ยเหอปล่อยคนตระกูลไป๋ไปเพียงเพราะไม่ต้องการให้คนเหล่านั้นตายสบายและตายเร็วเกินไปก็เท่านั้น
ทว่าไม่ได้หมายความว่านางอ่อนแอหรือเป็นเพียงมดที่ทุกคนจะเหยียบย่ำได้!
การยอมอดทนนั้น ทำเพียงครั้งเดียวก็เกินพอ
หากมากเกินไปคนอื่นจะสมน้ำหน้าเอาได้
“พระชายาเซ่อเจิ้งอ๋อง ได้โปรดช่วยลูกสาวข้าทีได้โปรด!”
เมื่อฝูงชนแหวกทางออกก็เผยให้เห็นคนที่ถูกมุงอยู่ตรงกลาง
สตรีนางหนึ่งอายุราวสามสิบกว่าปีสวมชุดเอ่าฉวินสีเทาที่ซักจนซีดขาวและดูไม่เหมาะกับวัยของนาง อ้อมแขนของนางมีเด็กสาวนางหนึ่งสวมชุดกระโปรงหยาบๆสีกุหลาบม่วงนอนอยู่
เด็กสาวแทบไม่มีพลังชีวิตหลงเหลืออยู่ตาลอย ลมหายใจแผ่วเบา น้ำลายฟูมปาก
“แม่นางน้อยผู้นี้กินยาเบื่อหนูโดยไม่ทันระวัง ตอนนี้ผ่านไปนาน ช่วยชีวิตไม่ได้แล้ว”
ชาวบ้านใจดีที่ยืนอยู่ในฝูงชนเล่าให้ฟังสตรีนางนั้นร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง ราวกับจะตายตามไปด้วย
ชาวบ้านที่อ่อนไหวบางคนตาแดงก่ำตามไปด้วยอย่างอดไม่ได้
“ผู้ใดก็ได้ช่วยลูกของข้าทีข้าไม่มีคนในครอบครัวเหลืออยู่แล้ว มีเพียงบุตรีเท่านั้นพวกท่านโปรดช่วยนางด้วยเถิด”
“เหตุใดท่านถึงไม่ช่วย? เห็นอยู่ชัดๆ ว่าตอนที่อยู่ในวังหมอหลวงยังบอกว่าฝ่าบาทถูกพิษร้ายแรงรักษาไม่ได้แต่ท่านกลับมีวิธีช่วยให้ฝ่าบาทฟื้นขึ้นมา”
“คงไม่ได้คิดว่าชาวบ้านไม่คู่ควรหรอกกระมัง?”
ไป๋เซี่ยเหอมุ่นคิ้วแม้ว่าจะยืนอยู่ไกลออกมา ทว่าดูจากการกระเพื่อมของหน้าอก เด็กสาวคนนี้หายใจเข้าเยอะหายใจออกน้อย
เรียกได้ว่าแทบจะช่วยชีวิตไม่ได้แล้ว
ทว่าทุกคำพูดและทุกการกระทำของนางในตอนนี้ล้วนเกี่ยวพันถึงฮั่วเยี่ยนไหวทั้งสิ้น
เขาคือเทพสงครามของประชาชนคือความศรัทธาของพวกเขา
จะให้นางถ่วงความเจริญเขาได้อย่างไร?
แม้ว่าสุดท้ายจะรักษาไม่ได้นางก็ต้องลองดูเพียงเพื่อไม่ให้ตนเองรู้สึกผิด
“ให้ข้าดูที”
ไป๋เซี่ยเหอเดินอ้อมเจี่ยงอิงเอ๋อร์ที่ยืนบังอยู่ข้างหน้าก่อนจะตรงไปที่สตรีและบุตรสาว
เจี่ยงอิงเอ๋อร์ตวัดสายตาดุร้ายไปยังกู้หมิงเยวี่ยปรารถนาที่จะแทงนางสักสองสามที
หลังจับชีพจรไป๋เซี่ยเหอก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น ชีพจรอ่อนแรงกว่าที่นางคิด ลมหายใจแทบจะดับสิ้น
“ข้าบอกได้เพียงว่าจะช่วยรักษาอย่างเต็มที่แต่ไม่อาจรับรองได้ว่านางจะฟื้นขึ้นมา”
สตรีผู้เป็นมารดาพยักหน้ารัวๆก่อนจะตอบอย่างรีบร้อน “ข้าเชื่อใจพระชายาพระชายาต้องช่วยชีวิตลูกของข้าได้แน่นอนเพคะ”
“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่อาจรับรองได้!”
“เพคะๆๆ ทราบแล้วรีบช่วยชีวิตนางเถิด เร่งมือหน่อย อย่าล่าช้าเลยเพคะ”
ไป๋เซี่ยเหอมุ่นคิ้วทว่าไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย นางหยิบยาลูกกลอนที่พกติดตัวตามปกติออกมา
ยาลูกกลอนมีสีแดงสลับดำ มันสร้างจากเลือดของนาง
ไป๋เซี่ยเหอบีบยาลูกกลอนให้เป็นผุยผงก่อนยัดเข้าไปในปากของเด็กสาว จากนั้นใช้มือปิดปากนางแล้วเชยคางขึ้น
ยาจะละลายไปในปากเอง
“นี่คือยาอะไร? รูปลักษณ์ประหลาดเพียงนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“พระชายาเซ่อเจิ้งอ๋องรักษาได้จริงหรือไม่? นางคงไม่ทำร้ายคนหรอกกระมัง”
เด็กสาวในอ้อมแขนยังคงไม่ฟื้นสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
กู้หมิงเยวี่ยเริ่มใจชื้นขึ้นเล็กน้อยว่าแล้วเชียว ไป๋เซี่ยเหออายุยังน้อย จะมีวิชาแพทย์ที่เก่งกาจได้อย่างไร!
ที่แท้ก็เป็นเรื่องโกหก
ตอนนี้ต้องดูว่านางจะมีจุดจบอย่างไร
“สวรรค์ นางหมดลมหายใจแล้ว!”
“เด็กสาวที่น่าสงสารคนนี้คงไม่ตายไปแล้วหรอกกระมัง?”
“พระชายารักษาได้หรือไม่กันแน่? ยาลูกกลอนนั้นคืออะไร? เลิกทำตัวเป็นหมอเก๊ทำร้ายผู้คนได้แล้ว!”
ในหมู่ฝูงชน มีตั้งแต่พึมพำเสียงเบาไปจนถึงวิพากษ์วิจารณ์เสียงดังอย่างกำเริบเสิบสาน
เสียงจ้อกแจ้กจอแจชวนให้สมองแทบระเบิด
“รบกวนทุกคนเงียบหน่อย!”
ไป๋เซี่ยเหอกล่าวอย่างตรงไปตรงมาประเดี๋ยวก็เปิดเปลือกตาของเด็กเพื่อตรวจดู ประเดี๋ยวก็จับชีพจรของนาง
สมาธิของนางไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อยเพียงแต่การมีสมาธิในระดับนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาถึงจะทำได้
ฝูงชนไม่ได้เงียบเพราะประโยคนั้นของไป๋เซี่ยเหอทว่ากลับดังขึ้นเรื่อยๆ
พวกเขาล้วนเกิดความกังขาในตัวของนาง
“พวกเจ้าหุบปากให้หมด!ไม่เห็นหรือว่าพระชายากำลังช่วยชีวิตคนอยู่ ผู้ใดกล้ารบกวนพระชายาอีกก็ลองดู!”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไอสังหารในน้ำเสียงของเจี่ยงอิงเอ๋อร์รุนแรงเกินไปหรือเป็นเพราะดาบในมือของนางกันแน่
หลังจากตะเบ็งเสียงออกไปฝูงชนก็เงียบทันที
ตอนนี้แม้กระทั่งเสียงเข็มตกก็ยังได้ยินชัดเจน
“ไม่ได้การ นางต้องได้รับการรักษาที่ดีกว่านี้!”
เด็กสาวกินยาเบื่อหนูไปนานแล้วอวัยวะภายในล้วนได้รับความเสียหาย ยาลูกกลอนผสมเลือดไม่ได้ผล จำเป็นต้องใช้เลือดสดๆ!
“ให้นางไปกับข้า แล้วข้าจะทำให้ลูกของเจ้าฟื้นขึ้นมาในอีกครึ่งชั่วยาม”
ไป๋เซี่ยเหอยื่นมือออกไป ส่งสัญญาณให้สตรีมอบเด็กสาวให้นาง
ถึงอย่างไรก็เป็นบุตรีของคนอื่นนางไม่อาจบังคับแย่งชิงมาได้
“คงไม่ฆ่าคนปิดปากเมื่อช่วยชีวิตไม่ได้หรอกกระมัง”
กู้หมิงเยวี่ยที่ถูกตัดขนตาโมโหอย่างยิ่งนางเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมาลอยๆ
มือของสตรีที่กำลังยื่นร่างของบุตรีออกมาให้ไป๋เซี่ยเหอพลันหดกลับไปในชั่วพริบตา
“ท่านคิดจะทำร้ายลูกของข้า!ท่านคิดจะฆ่านางเพื่อรักษาชื่อเสียงในฐานะพระชายาของท่านใช่หรือไม่?”
“ไม่ได้ข้าบอกท่านเลยว่าไม่ได้ ผู้ใดก็ไม่อาจแย่งลูกของข้าไป ผู้ใดล้วนไม่อาจช่วงชิงชีวิตของนางไป!”
ไป๋เซี่ยเหอมองเด็กสาวที่แทบจะหยุดหายใจอยู่รอมร่อมือและเท้าเย็นเยียบ
“ไม่มีเวลาแล้วเจ้าจะไม่มอบลูกให้ข้าก็ได้แต่โปรดจำเอาไว้ว่าเจ้าได้ช่วงชิงความหวังที่จะมีชีวิตของนางไป!”
------------------------
[1] เทศกาลฉีเฉี่ยวหมายถึง เทศกาลชีซี เทศกาลแห่งความรักของจีน