ผู้คนเริ่มแตกตื่น เมื่อเห็นแมลงพวกนั้นะโพล่านไปทั่วขบวนรถไฟ
“ฮะ...เฮ้ย แก! ทำแบบนั้นทำไม —”
ท่ามกลางผู้คนที่ยืนนิ่งด้วยความตกตะลึงมีหลายคนที่เริ่มเข้าใจสถานการณ์ตรงเข้ามาผลักผมกระเด็น
“ได้เห็นดีกันแน่ ไอ้เวรนี่”
“...รีบหาแมลงให้เจอจะดีกว่านะครับ เพราะนี่ก็เหลืออีกแค่ไม่ถึงสามนาทีแล้ว”
คำพูดประโยคนั้นกลายเป็สัญญาณกระตุ้นให้ทุกคนเริ่มพลิกรื้อค้นทั่วที่นั่งในรถไฟราวกับสัตว์ป่าที่สูญเสียสติสัมปชัญญะ
“จับได้แล้ว! อ๊ากกก!”
เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจของคนที่โชคดีคว้าแมลงเอาไว้ในมือได้สำเร็จและเสียงผู้คนทุบตีทำร้ายกันเองทำให้ขบวนรถไฟตกอยู่ในความโกลาหลอีกครั้ง
“โธ่เว้ย! ทำไมแกถึงทำแบบนั้น ส่งแมลงให้ดี ๆ ก็ได้ไม่ใช่เหรอไง!”
ผมหันไปมองข้างๆ ก็พบเข้ากับคิมนัมอุนที่กำลังหยัดกายลุกขึ้นผมตอบกลับไปในขณะที่มองคิมนัมอุนนวดคอไปมาอย่างระแวดระวัง
“จำนวนคนที่เหลืออยู่ในตู้โดยสารนี้มีทั้งหมดสิบสองคน”
“...หืม?”
“แมลงที่เหลืออยู่ในกล่องนั่นมีแค่สาม”
คิมนัมอุนดูจะสับสนไปครู่หนึ่งก่อนจะทำสีหน้าแปลกๆ
“สิบสองต่อสาม? ฮ่า ๆ ๆ ๆ! แบบนี้เองสินะ ยังไงก็ไม่มีทางช่วยให้คนทั้งหมดรอดชีวิตไปได้อยู่แล้วเพราะอย่างนั้นถึงได้โยนมัน?”
“ใช่”
“อย่าทำตัวให้น่าหัวเราะไปหน่อยเลย”
“...?”
“ถ้าเป็คนที่มีตรรกะปกติสักหน่อยไม่มีทางทำเื่พวกนี้ด้วยเหตุผลพรรค์นั้นหรอก”
รอยยิ้มบนใบหน้าของคิมนัมอุนกดลึกขึ้น
“พูดมาตามตรงดีกว่า แกก็แค่อยากเห็นสภาพนั้นไม่ใช่เหรอไง”
ผมนึกถึงคิมนัมอุนใน ‘สามวิธีรอด’ ที่ผมรู้จักขึ้นมา วินาทีนั้นเองเสียงข้อความก็ดังขึ้นในหู
[สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ ถูกเปิดใช้งาน]
หลังจากนั้นหน้าต่างก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าตามอำเภอใจ
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าคุณลักษณะของผมคืออะไรกันแน่แต่ได้เห็นหน้าต่างลิสต์ตัวละครตรงหน้าแล้วก็พอจะคาดเดาได้ราง ๆ
<ข้อมูลตัวละคร>
ชื่อ : คิมนัมอุน
อายุ : 18 ปี
กลุ่มดาวผู้สนับสนุน : ไม่มี (ปัจจุบันมีกลุ่มดาวหนึ่งกลุ่มให้ความสนใจ)
คุณลักษณะ : จูนิเบียว[1] (ทั่วไป)
สกิลเฉพาะตัว : [ความสามารถในการปรับตัวอย่างผิดปกติLv.3], [ต่อสู้ด้วยมีดLv.1], [ความชั่วร้าย Lv.1]
ค่าสถานะ : [ความแข็งแกร่ง Lv.3], [พละกำลัง Lv.4],[ความเร็ว Lv.6], [พลังเวท Lv.4]
ผลการประเมินโดยรวม : พวกจูนิเบียวที่กลายไปเป็พวกชั่วร้ายเนื่องจากเหตุการณ์พิเศษ แนะนำว่าอย่าได้ไปข้องเกี่ยว
พวกจูนิเบียวที่ปรากฏตัวในสามวิธีรอดส่วนใหญ่ไม่อาจเอาชนะฝันร้ายที่กลายมาเป็ความจริงได้และตัดสินใจฆ่าตัวตายในที่สุด แต่คิมนัมอุนที่อยู่ตรงหน้านี้แตกต่างไปจากคนพวกนั้น
ปีศาจร้ายเพ้อฝันคิมนัมอุน
เด็กหนุ่มที่ในอนาคตข้างหน้าจะถูกเรียกขานด้วยฉายานามนี้ไม่ใช่จูนิเบียวธรรมดาทั่วไปเขาราวกับเฝ้ารอการล่มสลายของโลกมาเนิ่นนาน และปรับตัวเข้ากับโลกใบใหม่ได้ ‘รวดเร็วอย่างผิดปกติ’
“มาร่วมทีมกับฉันเป็ไง”
ตอนนี้เด็กหนุ่มคนนั้นกำลังยื่นข้อเสนอให้กับผม
[ตัวละคร ‘คิมนัมอุน’ ให้ความสนใจในตัวคุณ]
[ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวละคร ‘คิมนัมอุน’ เพิ่มสูงขึ้น]
ถ้าร่วมมือกับคิมนัมอุนตอนนี้ย่อมรับรองได้ว่าผมจะต้องรอดชีวิตไปได้แน่บางทีถ้าผมไม่เคยอ่าน ‘สามวิธีรอด’ แล้วละก็ผมอาจจะเลือกทางอื่นที่แตกต่างออกไป
“ขอโทษที แต่ฉันชอบลุยเดี่ยว”
“งั้นหรือ อืม น่าเสียดาย”
คิมนัมอุนแลบลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะเดินผ่านหน้าผม
“งั้นก็หลีกทางไปได้แล้วมั้ง ฉันมีธุระกับคนแก่ข้างหลังนั่น”
คำว่าคนแก่ทำให้ผมต้องหมุนตัวหันหลังกลับไปมองผู้สูงอายุที่นอนเืท่วมหายใจรวยรินอยู่บนพื้น
“ไม่ไปจับแมลงหรือไง”
“แมลง? ฉันจะไปจับของแบบนั้นทำไม”
คิมนัมอุนแสยะยิ้มชั่วร้าย
“ตรงหน้าก็มีแมลงที่ถูกจับไว้แล้วอยู่นี่นา”
ผมรู้สึกได้ถึงจิตสังหารของคิมนัมอุนมันอยู่ตรงหน้าแค่ปลายจมูกตัวละครที่มีตัวตนอยู่แค่ประโยคในนิยายเผชิญหน้ากับผมด้วยความบ้าคลั่งอย่างชัดเจนเพราะแบบนั้นหรือเปล่านะ ผมเลยรู้สึกประทับใจนิดหน่อย
คิมนัมอุนเป็มนุษย์อย่างที่ผมเคยจินตนาการเอาไว้จริงๆ
[ความชื่นชอบของตัวละคร ‘คิมนัมอุน’ ที่มีต่อคุณลดลงเล็กน้อย]
“มองอะไร ยังไม่รีบหลบไปอีก”
“เื่นั้นคงยากหน่อย”
“ว่าไงนะ”
“ฉันหลบให้ไม่ได้”
“ฮ่า ๆ นี่คิดจะมาเล่นบทผู้ผดุงความยุติธรรมเอาตอนนี้หรือไงเป็คนสองบุคลิกเหรอแกน่ะ”
ผมไม่ได้ตอบอะไรออกไปเงามืดพาดผ่านใบหน้าของคิมนัมอุนช้าๆั์ตาที่เคยทอประกายด้วยความสนใจเริ่มเ็าลงเรื่อย ๆ
“ไม่สิ เดี๋ยวนะ หรือตั้งใจโยนไอ้กล่องจับแมลงนั่นไปทางฝั่งโน้นเพราะคิดจะทำแบบนี้ั้แ่แรก?ถามจริง?”
“...”
“อยากจะช่วยชีวิตคนแก่นั่น? ฮ่า ๆ ๆ! สุดยอด!เจ๋งชะมัด! แต่คงไม่หรอกมั้ง หืม?”
ผมยังคงไม่ตอบอะไรพอได้เห็นเด็กนี่ใกล้ ๆ แบบนี้แล้ว จู่ ๆ ก็นึกถึงความทรงจำสมัยก่อนขึ้นมา
“จะว่าไปแกก็เป็มนุษย์ประเภทที่ฉันเกลียดที่สุดเลยนะเนี่ยว่าแล้วเชียวไอ้ลูกหมาพวกนี้แม่งก็เป็เหมือนกันหมด”
ตลอดระยะเวลาที่ผมอ่านเื่สามวิธีรอดผมรู้สึกโมโหเ้าเด็กนี่จนแทบจะะเิ
[ตัวละคร ‘คิมนัมอุน’ เหยียดหยามคุณ]
“บอกให้หลบไง”
ผมกะจังหวะอยู่ในใจแล้วก้มศีรษะหลบหมัดที่พุ่งตรงมาก่อนเด็กนี่จะพูดจบประโยค
“โอ้ พอตัวเหมือนกัน?”
ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วและหลบหลีกได้พ้น แต่ผมก็ยังรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวเหนือศีรษะมันไม่ใช่หมัดธรรมดา
[ความชั่วร้าย Lv.1]
ออร่าแห่งความมืดแผ่ซ่านออกมาจากร่างของคิมนัมอุนมันเป็สกิลพิเศษเฉพาะตัวของ ‘จูนิเบียว’
ปกติแล้วการจะปลดปล่อยสกิลออกมาก่อนจบซีนาริโอหลักแรกเป็เื่ที่หาได้ยากมากแต่คิมนัมอุนกลับใช้สกิลได้แล้ว
มันมีเหตุผลที่ตัวละครหลักเลือกเด็กคนนี้เข้ากลุ่มทั้งๆ ที่เ้าตัวมีนิสัยโรคจิตแบบนี้อยู่
พลั่ก!ไหล่ของผมที่ถูกเด็กหนุ่มต่อยหดเกร็งอย่างรุนแรง ถ้าต้องสู้กันแบบนี้ผมไม่มีทางเอาชนะได้แน่...ตอนนี้คงได้เวลาใช้ ‘เ้านั่น’ แล้วสินะ
ในใจกำลังคำนวณเวลาแล้วจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงข้อความดังขึ้น
[ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวละคร ‘คิมนัมอุน’ เพิ่มสูงขึ้น]
[เข้าใกล้เงื่อนไขการใช้งานสกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเ้า’ ขั้นที่ 1]
มุมมองนักอ่านพระเ้า? อะไรอีกเนี่ย
[บรรลุเงื่อนไขการใช้งานสกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเ้า’ ขั้นที่ 1แล้ว!]
เสียงโครมดังขึ้นพร้อมกับหมัดของคิมนัมอุนที่พุ่งกระแทกเข้ากับพื้น
“ฮ่า ๆ อะไรเนี่ย แกร่งสุด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ”
รอยหมัดเหลืออยู่จางๆ บนพื้นตู้โดยสาร ตอนนี้คิมนัมอุนเองก็คงจะเริ่มเข้าใจพลังของตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว
พลังโจมตีรุนแรงที่มากพอจะป่นกระดูกได้ในหมัดเดียวยังคงพุ่งมายังผมอย่างต่อเนื่องคิมนัมอุนโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“โว้ย! ทำไมไม่โดนสักทีวะ!”
ไม่มีทางที่จะต่อยไม่โดนเลยอยู่แล้วแต่ทั้งหมดมันเป็เพราะสกิลที่สองของผม
[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเ้า’ ขั้นที่ 1ถูกเปิดใช้งาน!]
วินาทีที่สกิลถูกเปิดใช้งานผมก็สามารถรู้ทิศทางหมัดของคิมนัมอุนได้ราวกับอ่านใจเด็กนี่ออกยกตัวอย่างเช่นแบบนี้ไง...
「 ซี่โครงข้างขวา 」
ผมขยับกายถอยหลบออกจากตำแหน่งที่จะถูกโจมตีตรงจุดนั้นอย่างรวดเร็ว
「 ตาข้างขวา 」
ผมรีบก้มหลังลงหลบหมัดที่พุ่งตรงมา
“หลบเก่งจริงนะ!”
เพราะไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายเท่าไหร่การจะตอบโต้กลับไปจึงเป็เื่เกินตัวผมอยู่มากแต่อย่างน้อยก็สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีส่วนใหญ่ได้
「 ต้นขาข้างซ้าย 」
การโจมตีระดับนี้ยังพอทนสิ่งสำคัญในตอนนี้คือการซื้อเวลา
ผมหลบหมัดของคิมนัมอุนที่พุ่งรัวมาเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็ชี้ไปยังนาฬิกาจับเวลาที่ลอยอยู่กลางอากาศ
“ตอนนี้เหลือแค่สองนาทีแล้วนะ ไอ้หนู”
คิมนัมอุนมองผมสลับกับผู้สูงอายุด้วยความร้อนใจ
“นี่มัน แม่งเอ๊ย...!”
ชั่วขณะแห่งการเลือกสายตาของคิมนัมอุนหันไปจับจ้องอยู่ที่ผู้สูงอายุแทนผมคว้าตัวผู้สูงอายุแล้วกลิ้งตัวหลบอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ฮ่า ๆ รู้อยู่แล้วเชียวว่าต้องเล่นไม้นี้”
[1] จูนิเบียว (中二病) แปลตรงตัวจากภาษาญี่ปุ่นว่า‘โรคป่วย ม.2’ เป็ศัพท์สแลงหมายถึงคนที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่า โดดเด่นกว่าคนอื่น ถึงขั้นว่ามีพลังพิเศษเป็ผู้กอบกู้โลก เป็ฮีโร่ทุกคนต้องยกย่องชื่นชมเป็อาการเรียกร้องความสนใจชนิดหนึ่ง