มิติและแผนการสร้างตัว
หลังจากที่ฟู่หลินวิ่งแจ้นออกไปตามพี่ชายเพื่อให้กลับมาอาบน้ำสระผม มู่หนิงหนิงที่อยู่เพียงลำพังก็เริ่มสำรวจมิติซูเปอร์มาร์เก็ตของเธออีกครั้ง หญิงสาวหยิบแชมพูและสบู่ก้อนออกมาวางไว้บนโต๊ะในห้องนอน แต่แล้วดวงตาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
เพราะเมื่อเธอมองกลับเข้าไปในมิติ สินค้าบนชั้นวางที่เธอเพิ่งหยิบออกมากลับยังคงวางอยู่ที่เดิม ทั้งที่ของในมือเธอก็ยังอยู่ครบถ้วน
“โอ้โห... นี่หมายความว่าของในซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ไม่มีวันหมดงั้นเหรอ!?”
หัวใจของหนิงหนิงเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น หากสินค้าเหล่านี้สามารถเติมเต็มตัวเองได้โดยอัตโนมัติ ถ้ามีสินค้าไม่อั้นแบบนี้เส้นทางเศรษฐีนีของเธอคงจะใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
“แบบนี้ฉันก็เปิดร้านขายของเบ็ดเตล็ด หรือแม้แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตย่อมๆ ในยุคนี้ได้เลยน่ะสิ!” สีหน้าตกจะลึกพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มยินดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ราวกับถูกรางวัลใหญ่เลย
แต่ว่าในยุค 80 การค้าเสรีเริ่มเบ่งบานแล้วก็จริง แต่การจะนำของที่ดูทันสมัยเกินไปออกมาขายย่อมเสี่ยงต่อการถูกสงสัย
เธอวิเคราะห์อย่างรวดเร็วว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือการหา ‘แหล่งที่มา’ ของสินค้าเพื่อใช้เป็ข้ออ้าง และที่สำคัญคือต้องเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ดูเรียบง่ายและเข้ากับยุคสมัย แล้วก็ต้องมีทำเลทองเพื่อจะขายสินค้าที่อยู่ในมิติด้วย
“ถ้าเป็แบบนี้ ฉันกลายเป็มหาเศรษฐีได้ไม่ยากเลย ต้นทุนก็ไม่ต้องลง แถมเงินยังไหลเข้ากระเป๋าเต็มๆ โอ้โห... ฉันนี่ช่างฉลาดจริงๆ!”
หญิงสาวแย้มยิ้มอย่างหมายมั่น พรุ่งนี้เธอตั้งใจจะไปสำรวจแถวท่าเรือ เพราะที่นั่นเป็จุดรวมเรือขนส่งทั้งจากต่างเมืองและต่างประเทศ หากอ้างว่าได้สินค้ามาจากพ่อค้าแถวนั้นก็น่าจะดูสมเหตุสมผลที่สุด
และน่าจะต้องไปเดินห้างสรรพสินค้าค้าในยุคนี้ด้วยว่ามีอะไรขายบ้าง เธอจะได้นำสินค้าออกมาได้ถูก
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเล็กๆ สองคู่ก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมเสียงเจื้อยแจ้วที่แฝงไปด้วยความสดใส
“พี่สะใภ้คะ หนูพาพี่ฟู่หลงมาแล้วค่ะ!”
“พี่สะใภ้ มีอะไรให้ผมทำเหรอครับ?”
ฟู่หลงเอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงง เพราะน้องสาวตัวดีคาบข่าวไปบอกแค่ว่าพี่สะใภ้เรียกพบ แต่ไม่ยอมบอกว่าเื่อะไร
“หนูไม่บอกเขาหรอกค่ะพี่สะใภ้ กลัวเขาจะแอบหนีก่อน” ฟู่หลินกระซิบบอกพลางทำหน้าทะเล้น มู่หนิงหนิงหลุดยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูในความช่างเจรจาของเด็กหญิง
หนิงหนิงเตรียมอ่างไม้ใบใหญ่ที่ผสมน้ำอุ่นไว้พอดี เธอประคองฟู่หลินให้นั่งลงแล้วเริ่มสระผมให้เด็กน้อยอย่างเบามือ ทันทีที่ชโลมแชมพู กลิ่นหอมหวานของสตรอว์เบอร์รีก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
“หอมจังเลยค่ะพี่สะใภ้ หอมจนหนูอยากลองชิมเลย!” ฟู่หลินช้อนฟองนุ่มๆ ขึ้นมาดมที่จมูกอย่างเคลิบเคลิ้ม เด็กน้อยไม่เคยเห็นสบู่ที่มีฟองเยอะและหอมมากขนาดนี้เลย
“กินไม่ได้นะจ๊ะ เดี๋ยวจะปวดท้องเอา” หนิงหนิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะบรรจงทำความสะอาดร่างกายที่มอมแมมของเด็กหญิง
กว่าจะขัดสีฉวีวรรณจนสะอาดสะอ้าน เธอต้องเปลี่ยนน้ำถึงสี่รอบ เมื่อเช็ดตัวจนแห้ง หนิงหนิงก็หยิบชุดกระโปรงสีชมพูหวานประดับลายดอกไม้สีแดงเล็กๆ ออกมาสวมให้
“ชุดใหม่... สวยมากเลยค่ะ พี่สะใภ้ให้หนูจริงๆ เหรอคะ?” ฟู่หลินก้มมองตัวเองในกระจกด้วยสายตาเป็ประกาย
“ใช่จ้ะ พี่ซื้อไว้ให้ฟู่หลินโดยเฉพาะเลยนะ” หนิงหนิงตอบอย่างเป็ธรรมชาติ ทั้งที่ความจริงเพิ่งหยิบมาจากมิติพร้อมกับแชมพูเมื่อครู่นี้เอง
จากนั้นก็ถึงคราวของฟู่หลง เด็กชายเริ่มโตแล้วจึงรู้สึกขัดเขินเกินกว่าจะยอมให้พี่สะใภ้อาบน้ำให้ หนิงหนิงจึงช่วยเพียงสระผมให้จนสะอาดและส่งชุดใหม่ให้เขาไปจัดการตัวเอง
เมื่อเด็กทั้งสองแต่งตัวเสร็จ ใบหน้ามอมแมมในตอนแรกกลับดูผุดผ่องกระจ่างใส ผิวแก้มที่เริ่มมีเืฝาดเมื่อบวกกับเสื้อผ้าชุดใหม่ ทำให้เด็กทั้งคู่ดูน่ารักจนหนิงหนิงอดใจไม่ไหว ต้องเอื้อมมือไปบีบแก้มยุ้ยๆ ของฟู่หลินด้วยความหมั่นเขี้ยว
“พี่สะใภ้คะ แก้มหนูแดงหมดแล้ว ไปหยิกแก้มพี่ฟู่หลงบ้างสิคะจะได้เท่าเทียมกัน” เด็กน้อยแกล้งประท้วงพลางกุมแก้มตัวเอง
“ฮ่าๆๆ ได้เลยจ้ะ” หนิงหนิงหันไปหยิกแก้มเด็กชายเบาๆ ฟู่หลงก้มหน้าลงจนคางชิดอกเพราะความขัดเขิน แต่ในแววตานั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความดีใจที่พี่สะใภ้ให้ความสำคัญกับเขา
หนิงหนิงจูงมือเด็กทั้งสองคนมุ่งหน้าไปยังตลาดเพื่อซื้อของมาทำอาหารมื้อพิเศษ ระหว่างทางพวกเขาบังเอิญพบกับหญิงชราท่าทางใจดีคนหนึ่ง
“ฟู่หลิน นั่นพี่สะใภ้ของหนูเหรอจ๊ะ?”
“ใช่ค่ะย่าจง พี่สะใภ้คะ นี่คือคุณย่าจงอยู่บ้านข้างๆ เราเอง ท่านใจดีมากเลยค่ะ”
“สวัสดีค่ะคุณย่าจง หนูชื่อมู่หนิงหนิง เป็ภรรยาของฟู่หยางค่ะ” หนิงหนิงทักทายด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ
“อ้อ... ย่าก็นึกอยู่แล้วเชียว ฟู่หลินกับฟู่หลงโชคดีจริงๆ ที่มีพี่สะใภ้คอยดูแลแบบนี้” ย่าจงมองดูเสื้อผ้าสะอาดตาและท่าทางที่มีความสุขของเด็กๆ แล้วก็รู้สึกอุ่นใจแทนครอบครัวฟู่
หลังจากบอกลาคุณย่าจง หนิงหนิงก็พาเด็กๆ เดินสำรวจจนถึงห้างสรรพสินค้าประจำเมือง ฟู่หลินแหงนหน้ามองตึกสูงด้วยความตื่นตาตื่นใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความกังวล
“พี่สะใภ้คะ ของข้างในนี้แพงมากเลย เราจะมีเงินซื้อเหรอคะ?”
“วันนี้เรามาดูไว้ก่อนจ้ะ แต่พี่สัญญานะว่าถ้าหาเงินได้เยอะๆ เมื่อไหร่ พี่จะพาฟู่หลินกับฟู่หลงมาเลือกซื้อทุกอย่างที่อยากได้เลย ดีไหมจ๊ะ?” น้ำเสียงของเธอทั้งอ่อนโยนและหนักแน่น
“ขอบคุณค่ะ! ฟู่หลินจะช่วยพี่สะใภ้หาเงินเยอะๆ เลยค่ะ!” เด็กหญิงให้คำมั่นสัญญาด้วยความรักที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
“ผมก็จะช่วยพี่สะใภ้เหมือนกันครับ!” ฟู่หลงเสริมด้วยแววตามุ่งมั่น เขาตั้งใจจะช่วยพี่สะใภ้อย่างเต็มกำลัง
หนิงหนิงลูบหัวเด็กทั้งสองด้วยความเอ็นดู ก่อนจะพาไปซื้อเครื่องเขียนชุดใหญ่ เธอตั้งใจจะสอนหนังสือให้พวกเขาก่อนจะส่งเข้าโรงเรียน เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องน้อยหน้าใคร
หลังจากเดินสำรวจจนทั่วและซื้อของสดเพื่อบังหน้า หนิงหนิงก็ซื้อขนมและซาลาเปาร้อนๆ ให้เด็กๆ รองท้อง และไม่ลืมที่จะห่อกลับไปฝากคุณปู่ที่บ้านด้วย
เอี๊ยด...
เสียงประตูบ้านเปิดออก พบคุณปู่ฟู่นั่งจิบน้ำชาอยู่อย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นหลานๆ หอบข้าวของพะรุงพะรังกลับมาพร้อมรอยยิ้ม แววตาที่ชราภาพก็เต็มไปด้วยความปิติ
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะเชียว ไปเที่ยวสนุกกันไหมหลานปู่?”
“สนุกมากเลยค่ะคุณย่า! พี่สะใภ้ซื้อเครื่องเขียนกับขนมและซาลาเปาให้ด้วย ของคุณปู่ก็มีด้วยคะ” ฟู่หลินรีบอวดของในมือ ขณะที่ฟู่หลงวิ่งเข้าไปจัดเตรียมจานชามให้อย่างรู้ความ
“พวกหลานทานกันเถอะ ไม่ต้องเผื่อปู่หรอก” ท่านลูบหัวหลานๆ ด้วยความตื้นตันในความกตัญญู
“คุณปู่ทานเถอะครับ พวกผมทานจนพุงกางแล้วดูสิ” ฟู่หลงแกล้งแอ่นพุงโชว์จนคุณปู่หัวเราะร่า
“ใช่ค่ะคุณปู่ ทานรองท้องก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูจะไปเข้าครัวเตรียมมื้อใหญ่ให้ค่ะ” หนิงหนิงยิ้มแย้มที่เห็นคุณปู่และเด็กๆ มีความสุข เธอเองก็มีความสุขมากเช่นกัน นานแล้วไม่ได้มีครอบครัวั้แ่ที่คุณพ่อคุณแม่จากไปเธอก็อยู่คนเดียว ถึงจะมีอินเตอร์เน็ต ทีวี หรือกิจกรรมต่างๆ มากมาย แต่ถ้ามีเธอคนเดียวมันก็ยังเงียบเหงาอยู่ดี
หนิงหนิงอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับขนมปลีกตัวเข้าไปในครัว เธอรีบดึงข้าวสาร เครื่องปรุงรส และอุปกรณ์ทำครัวคุณภาพดีออกมาจากมิติ จัดเรียงเข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว เตรียมพร้อมสำหรับจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่แสนมั่งคั่งและอบอุ่น
.................................