“ช่างเื่นั้นเถอะค่ะฉันสะดวกอยู่คนเดียวแบบนี้ ว่าแต่คุณเถอะไม่รีบกลับเดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อนนะคะ” หลิวหยางเหมือนจะเสียอาการเล็กน้อยเหมือนเขาจะพึ่งเคยถูกสตรีปฏิเสธมาก่อน
“เออ..เห่อ! ผมคงต้องรีบอย่างคุณว่าเพราะรีบมาเลยยังไม่ทันหาที่พักเลย ไม่รู้ว่าจะหาเกวียนหรือรถรับจ้างเข้าช่วยพาหาที่พักในคืนนี้ได้ไหมนะครับ สงสารก็แต่เพื่อนผมเหมือนจะมีไข้ซะด้วยสิครับ”
หลิวหยางปลายตาคมแอบมองผลรับที่ตนลงทุนสร้างเื่มาหลอกคนดีๆคนหนึ่งต่างจากทุกครั้งที่ถือเป็ภารกิจตรวจจับพวกขยะสังคมเ่าั้นี่ก็ถือเป็ครั้งแรกของเขาได้เลย
ส่วนลู่หลินก็กำลังคิดตามคำพูดของคนแปลกหน้าพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสีบ่งบอกว่าใกล้จะมืดค่ำจริงๆ เธอพึ่งมาอยู่ที่นี่ส่วนความทรงจำของเ้าของร่างก็ไม่ได้มีข้อมูลที่พักหรืออะไรที่เป็ประโยชน์กับเื่นี้ซะด้วยสิ โอ้ย!คิดจะช่วยคนทั้งทียุ่งยากจริง
“เอาแบบนี้พวกคุณไปพักที่บ้านเก่าของฉันไปก่อนคืนนี้ ช่างน่าจะทำการซ่อมแซมกันเสร็จแล้วเดี๋ยวฉันพาไปดูบ้านอยู่ตีนเขานี่เอง” ระหว่างที่พูดลู่หลินก็เดินไปล้างมือที่โอ่งน้ำข้างบ้านก่อนที่จะเดินนำคล้ายจะไปส่งในทันที แต่เสียงทุ้มของคนที่กำลังเดินตามติดเธอทุกฝีก้าวก็มีปัญหาเพิ่มอีกทำให้ลู่หลินอยากจะเลิกเป็คนดีช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ขึ้นมาทันทีทันใด
“แถวบ้านคุณเขามีร้านขายอาหารไหมครับผมสองคนทำอาหารกันไม่เป็เลย” จ้าวหลิวหยางอยากจะหัวเราะดังๆเมื่อเห็นใบหน้าคนงามคล้ายอยากจะกินหัวเขาเข้าไปั์ตาหวานนั้นยังเบิกทะมึนจนตึงเขาละเป็ห่วงเสียจริงถ้าตาดำหลุดออกมาเขาคงเสียใจแย่
“ฉันจะไปทำอะไรให้พวกคุณกินก่อนลงไปส่งก็แล้วกันคุณรอสักครู่เดี๋ยวฉันจะรีบทำ”
“ให้ผมไปช่วยคุณอีกแรงนะครับผมเกรงใจ”
“ไหนว่าทำอาหารไม่เป็ไง”
“ผมล้างผักล้วงถ้วยล้างชามกวาดบ้านได้นะ ปูผ้าปูที่นอนให้คุณด้วยยังได้เลยให้ผมไปช่วยคุณด้วยคนเถอะนะ นะครับหลินหลิน” น่านไงหลินหลินก็มา ฟังเอาเถอะมีผู้ชายจะไปปูที่นอนให้หัวจะปวด ไม่ทราบว่าเป็ญาติฝ่ายไหนสามีหรือก็ไม่ใช่ช่างกล้าเห่อ!
ในเวลาต่อมาลู่หลินคอยชำเรืองดูทางหางตาแอบมองผู้ชายตัวโตจับโน้นนี่นั่นคล่องแคล่วซะจนไม่น่าเชื่อว่าทำอาหารไม่เป็คล้ายเธอเริ่มจะเข้าใจถึงสถานะคนถูกหลอกเข้าแล้วไง ว่าแต่เขาจะทำไปทำไม
“หลินหลินครับผมล้างผักเสร็จแล้ว” “อุ้ย!” “ระวัง! ครับหลินหลินเป็อะไรมากหรือเปล่า” เป็แน่บอกเลย ลู่หลินที่กำลังจับผิดผู้อื่นอยู่ อยู่ดีๆเขาก็หันมาก็ใปล่อยตะหลิวที่กำลังจะพลิกเนื้อแดดเดียวทอดตกลงในกระทะจนน้ำมันกระเด็น แต่ถามว่าเป็อะไรไหมตอนนี้ คือเป็แบบนี้ ความอุ่นจนร้อนที่มีชายหนุ่มกล้ามหน้าอกแน่นเปี๊ยะหน้าตาหล่ออย่างกะดารามาโอบกอดแนบชิดอยู่ด้านหลังซ้ำร้ายเขายังมาพูดข้างหูปล่อยลมหายใจรดแก้มเธออยู่ สองมือเขาก็จับแขนเธอพลิกไปมาโอ้ย!งานนี้ต้องเสียผีแล้วไหม
“เออ..ฉันไม่ได้เป็อะไรคุณปล่อยฉันก่อนเถอะค่ะ ขอบคุณคุณมาก เดี๋ยวเนื้อไหม้ ฉันว่าจะทอดเพิ่มให้คุณสองคนเอากลับไปเก็บไว้กินพรุ่งนี้เช้า ส่วนข้าวคุณน่าจะหุงหาเองได้นะคะ ที่บ้านนั้นมีอุปกรณ์ทำครัวครบข้าวขาวก็มีนะคะแต่ไม่มาก” ลู่หลินขยับตัวออกจากอ้อมแขนของคนแปลกหน้าที่คล้ายเขาจะขยับแขนออกได้เชื่องช้าเหลือเกิน พร้อมกับเปลี่ยนเื่คุยเพื่อลดทอนความเขินอายของตนเองด้วย
ส่วนผู้พันหนุ่ม จ้าวหลินหยางในวัยยี่สิบเก้าปีเขาเริ่มคิดว่าตนเองคล้ายตาแก่โรคจิตก็งานนี้หลังจากที่ได้กอดสตรีที่ไม่ใช่ย่าหรือมารดาตนเป็ครั้งแรกเขารับรู้ได้ว่าสตรีตรงหน้านั้นกลิ่นกายนางก็หอม แก้มนวลนั่นยิ่งกว่าหอม แม้แต่เส้นผมดำเงางามของเธอก็ทั้งหนุ่มทั้งหอมผิวของที่ก็เรียบเนียนนุ่มมือเขายิ่งนัก แรกเริ่มเดิมทีเขาแค่สงสัยในพฤติกรรมของเธอที่เข้าไปในตลาดมืด มันเป็ความสนใจที่ปัจจุบันทันด่วนมาก เขาสนใจในตัวเธออย่างที่ไม่เคยเกิดกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนมีผู้หญิงหลายคนที่พยายามเข้าหาแต่เขาก็ได้รู้สึกสนใจเหมือนกับเธอ
“คุณไม่เห็นจะลำบากเลยให้ผมขึ้นมาทานอาหารเช้ากับคุณได้ไหมครับ ผมอยากมาช่วยงานคุณด้วยดูสิมือคุณเป็แผลหมดแล้ว นะครับหลินหลินให้ผมมาช่วยงานคุณนะนะ”
“คุณปล่อยมือฉันนะ พูดเฉยๆก็ได้ไม่เห็นต้องจับมือถือแขนกันเลยเดี๋ยวคนอื่นมาเห็นฉันก็เสียหายแย่สิ เอาเถอะค่ะอยากมาก็มาว่าแต่พวกคุณไม่มีงานการทำหรอคะไหนว่าเป็ทหารมาตรวจพื้นที่ไง”
“มีสิครับมาผมมาช่วยคุณส่วนงานตรวจพื้นที่ก็ให้เพื่อนผมไปทำ ดูสิอะไรติดผมคุณ”
“อุ้ย!เอาอีกแล้วนะ อะไรของคุณอีก มาจับผมลูบหัวฉันอะไรของคุณ”
“ก็มันมีเศษใบไม้จากไหนไม่รู้ติดที่ผมคุณ นี่ไงผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณเลยนะหลินหลิน” ใช่เขาไม่ได้ตั้งใจแค่เห็นใบไม้ที่ลมพัดเข้ามา เขาก็แค่เก็บมาเท่านั้นเอง แต่มันไปอยู่บนผมหลินหลินยังไงก็หึๆ
“งือ..เอาเถอะขอบคุณคุณมากถ้ามันมาติดอีกคุณก็ปล่อยมันเถอะหรือไม่ก็แค่บอกฉัน” ลู่หลินจำต้องเลิกสนใจว่าตัวเธอกำลังถูกหลอกหรือว่าเื่มันเกิดขึ้นจริง รีบมาทำอาหารจนเสร็จ อาหารที่เธอทำก็ไม่ได้มีอะไรมากมีผัดผัก กับเนื้อแดดเดียวทอดและต้มยำปลาอีกถ้วยนึงกินกับข้าวสวยร้อนๆคิดว่าอาหารสามอย่างนี้น่าจะพอแต่เธอคิดผิดพอถึงเวลาทานข้าว สองหนุ่มแขกแปลกหน้าก็กินเหมือนไม่เคยกินแม้จะกินแบบสุภาพและมีมารยาทแค่ไหนแต่ก็หมดเกลี้ยงทุกอย่าง
“อิ่มไหมคะ ฉันยังพอมีขนมที่ทำไว้ทานเล่นเหลืออยู่เล็กน้อย”
“ดีจัง แต่ไม่เป็ไรครับคุณเก็บไว้ทานเถอะพวกผมอิ่มกันพอดี อาหารมื้อนี้อร่อยมาก อร่อยกว่าร้านอาหารบางร้านที่ผมเคยกินซะอีกขอบคุณนะครับที่ช่วยเหลือพวกเราสองคน”
“ไม่เป็ไรค่ะ ให้ฉันลงไปส่งพวกคุณเลยไหมคะนี่ก็ฟ้ามืดแล้วด้วย” ในเวลานี้น่าจะประมาณหกโมงเย็นแต่ที่นี่มีแต่ต้นไม้ใหญ่ทำให้ป่ามืดเร็วเพราะแสงรอดผ่านมาไม่ถึงนั่นเอง
“คุณแค่บอกมาว่าบ้านหลังไหนดีกว่าครับพวกผมจะไปเอง ให้คุณไปส่งเกรงว่าจะส่งกันไปมา ผมคงตัดใจให้คุณเดินกลับมาคนเดียวมืดๆค่ำๆไม่ได้ผมเป็ห่วง” “แค๊ก แค๊ก” เสียงไอถี่ๆจากลูกน้องที่เอาแต่นั่งเงียบไม่ได้ทำให้ผู้พันหนุ่มอับอายได้แม้แต่น้อยกับบทเกี้ยวสาวที่พึ่งคิดได้สดๆร้อนๆต่างจากสาวยุคสองพันที่ต้องก้มหน้าซ่อนความเขินอาย แต่ก่อนอายุสามสิบแปดไม่ใช่จะไม่รับรู้เื่อะไรเลยในทีวีเขาก็มีให้เห็นออกมากมายหลายบทบาทการแสดง
“เอาเถอะค่ะพวกคุณเดินลงไปตามทางก็จะเห็นบ้านที่พึ่งทำรั่วใหม่หน้าประตูบ้านจะมีกระดิ่งแขวนอยู่นี่ค่ะกุญแจบ้าน พวกคุณจะนอนห้องไหนก็เลือกเอาเถอะค่ะ”
“แล้วห้องคุณล่ะห้องไหนผมไปนอนได้หรือเปล่า ตามที่จริงคุณน่าจะไปนอนกับผมนะ” แค๊ก แค๊ก
**** ep.2
เป็ไข้ทับฤดูจบชีวิตไอ้เสือร้าย ฝนก็ตกปวดท้องก็ปวด น่าสงสารสุดๆค่ะตัวฉัน