ตอนที่ 2 จับตัวประกัน (1)
เสียงร่ำร้องโวยวายของเสิ่นซื่อ อันเสี่ยวเย่ว์ไม่เห็นอยู่ในสายตาเลย ดาบล่าสัตว์บนลำคออันเสี่ยวเฟิ่งขยับเบาๆ อันเสี่ยวเฟิ่งก็ใจนร้องลั่นออกมา ท่าทีของเสิ่นซื่อดูเหมือนจะอ่อนลง ถึงอย่างไรลูกสาวของนางก็อยู่ในมืออันเสี่ยวเย่ว์
“เสี่ยวเย่ว์ พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน มีเื่อะไรก็ปรึกษากันได้” เสิ่นซื่อกล่าวอย่างระวัง ถึงกับส่งยิ้มประจบเอาใจมาให้ด้วย “เ้าวางดาบลงก่อนเถอะ”
“อาสะใภ้สาม ท่านคิดว่าข้าโง่หรือไง! หากวางดาบลง ข้าก็ตายสถานเดียว” อันเสี่ยวเย่ว์มองเสิ่นซื่อด้วยสายตาเฉียบขาดดุดัน “อาสะใภ้สาม ท่านตัดสินเองเถอะ! จะคายเงินที่เอาไป หรือว่าให้ลูกสาวท่านไปแต่งกับคนตาย! ข้าจะนับถึงสาม หากท่านไม่ตัดสินใจ ข้าจะปาดคอนาง ให้ท่านได้เห็นฉากเืพุ่งดูบ้าง ต้องน่าดูชมมากทีเดียว!”
“ท่านแม่ ช่วยข้าด้วย!”
“ท่านย่า ช่วยข้าด้วย!”
เสียงของอันเสี่ยวเฟิ่งเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พวกผู้ชายในครอบครัวนอกจากเ้ารองอันลี่เปิ่นที่เพิ่งกลับจากเข้าป่าล่าสัตว์ตอนเช้านี้แล้ว ที่เหลือก็ไปทำงานในที่นากันหมด อันเสี่ยวเฟิ่งจึงได้แต่ร้องขอความช่วยเหลือจากเสิ่นซื่อแม่ของนางกับย่าของนางหม่าซื่อ
“หนึ่ง!” อันเสี่ยวเย่ว์ร้องขึ้น
“ท่านแม่ เอาเงินร้อยตำลึงออกมาช่วยชีวิตเฟิ่งเอ๋อร์ด้วยเถอะเ้าค่ะ!” แม้เสิ่นซื่อจะไม่อยากทำลายงานแต่งของลูกชาย แต่ก็ไม่อาจตัดใจแลกกับชีวิตลูกสาว แต่เงินหนึ่งร้อยตำลึงนั่นอยู่ในมือหม่าซื่อแม่สามีของนาง นอกจากร้องขอแล้วนางก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก
อันเสี่ยวเย่ว์พอเห็นว่ายายเฒ่านั่นยอมสละชีวิตไม่ยอมเสียทรัพย์ ก็ยิ้มเย็นออกมาแล้วนับต่อ “สอง!”
“อาหญิงเล็ก ช่วยข้าด้วย รีบช่วยข้าเร็วเข้า!” อันเสี่ยวเฟิ่งพอหันไปเห็นอันอวี้เอ๋อที่ทำเป็ไม่รู้เื่ไม่รู้ราวรอชมความสนุกอยู่ด้านข้าง นี่เป็โอกาสสุดท้ายของนางแล้ว “ช่วยพูดกับท่านย่าให้หน่อยเถอะ! ข้าจะให้กำไลเงินท่าน!”
อันอวี้เอ๋อเป็ลูกสาวคนเล็กของบ้านตระกูลอัน หม่าซื่อให้กำเนิดนางตอนอายุมากแล้ว จึงถูกหม่าซื่อรักใคร่ตามใจจนมีนิสัยเกียจคร้านเห็นเงินตาโต มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับอันเสี่ยวเฟิ่ง จะเข้าพิธีปักปิ่น[1]ในปีหน้านี้แล้ว
อันอวี้เอ๋อชอบกำไลเงินของอันเสี่ยวเฟิ่งมานานแล้ว จึงพูดขึ้นทันทีว่า “ท่านแม่ หากเฟิ่งเอ๋อร์ได้แต่งเข้าบ้านคนรวย พวกเราก็จะสบายไปด้วย อีกอย่าง ข้าอยากได้กำไลเงินนั่น ท่านแม่...”
หม่าซื่อรักใคร่ตามใจลูกสาวคนโปรดนี้มาตลอด พอเห็นลูกสาวเอ่ยปาก นางเองก็เห็นว่าอันเสี่ยวเฟิ่งหน้าตาสะสวย ทั้งยังหวังให้นางแต่งเข้าบ้านคนมีฐานะ จะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลคนในครอบครัว
แม้ว่าหม่าซื่อจะเสียดายเงินอยู่มาก แต่ก็ยังล้วงเอาเงินสองก้อนที่เพิ่งได้มาหมาดๆ ออกจากอกเสื้อ “เอาไป เอาไปคืนให้บ้านเ้าของที่ดินเกา” หม่าซื่อโยนเงินให้เสิ่นซื่อลูกสะใภ้สาม “เื่นี้ข้าไม่ยุ่งด้วยแล้ว! พวกเ้าจัดการเองก็แล้วกัน!”
หม่าซื่อหมุนกายกลับเข้าห้องไป แต่ดาบล่าสัตว์ในมืออันเสี่ยวเย่ว์ยังไม่มีทีท่าจะขยับออกแต่อย่างใด
“เสี่ยวเย่ว์คนดี เ้าก็เห็นแล้วนี่ ท่านย่าเ้าเอาเงินออกมาแล้ว เ้ารีบวางดาบลงซะเถอะ!” เสิ่นซื่อแม้จะไม่เห็นอันเสี่ยวเย่ว์อยู่ในสายตา แต่ชีวิตลูกสาวสุดที่รักของนางแขวนอยู่บนเส้นด้าย นางได้แต่คอยเอาใจอย่างระมัดระวัง
“เอาเงินไปให้เ้าของที่ดินเกา บอกยกเลิกเื่แต่งงาน หลังจัดการเสร็จข้าปล่อยคนแน่ ไม่อย่างนั้นข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกท่านจะทำตามที่ตกลงไว้” อันเสี่ยวเย่ว์พูดจบก็หันมองไปโดยรอบ “ยังมีอีก รีบไปเตรียมหาของกินมาให้ข้า เอาต้มน้ำแกงหมู ใส่ไข่ไก่ด้วย”
อันที่จริงอันเสี่ยวเย่ว์อยากให้พวกเขาตุ๋นแม่ไก่ในเล้ามาให้ด้วยซ้ำ แต่นางรอให้ค่อยๆ ตุ๋นไม่ไหว นางต้องรีบกินอาหารบำรุงกำลัง ไม่อย่างนั้นพลังที่ฟื้นฟูขึ้นมาจากการนวดกดจุดเมื่อครู่จะหายไปหมด
หม่าซื่อที่เข้าห้องไปแล้วหูดียิ่งนัก พอได้ยินว่าอันเสี่ยวเย่ว์จะกินต้มน้ำแกงหมูกับไข่ไก่ก็พุ่งพรวดออกมาทันที ชี้หน้าอันเสี่ยวเย่ว์แล้วด่าว่า “เ้ามันเดนตายหน้าหนา เสียเงินไปตั้งร้อยตำลึงยังคิดจะกินน้ำแกงหมูกับไข่ไก่อีกหรือ ทำไมเ้าไม่ไปกินขี้เล่า”
อันเสี่ยวเย่ว์ไม่สนหม่าซื่อที่กำลังด่ากราดอาละวาด เพียงพูดไปเรื่อยๆ ว่า “ไม่ให้ของกิน ข้าก็ฆ่าอันเสี่ยวเฟิ่ง เนื้อคนจึงบำรุงดีที่สุด” พูดพลางขยับดาบในมือเล็กน้อย
เชิงอรรถ
^ พิธีที่บอกว่าหญิงสาวเติบโตพร้อมจะออกเรือนแล้ว