ชางอวิ๋น เทพเจ้ามังกรบรรพกาล (Ancient God Dragon)

    ตอนที่ 13 ราชาวานร

    หน้าประตูชั้นแรกของถ้ำ๤๱๱๨๠า๣ แสงสว่างสาดเข้ามาอย่างเบาบาง มีลมหายใจเล็กๆอยู่ 2 ชีวิต หนึ่งกำลังรวยริน อีกหนึ่งกำลังปั่นป่วน 


    “ทะ ทะ ท่านไม่ได้กำลังล้อเล่นกับข้าอยู่ใช่ไหม แม่นางเทพมังกร”
    ตุบๆ ! ตุบๆ ! เสียงหัวใจของหนุ่มน้อยทะลุออกมาจากอก ในโลกที่เขาจากมา เจ้าตัวไม่เคยมีแฟนจนถึงอายุ 22 ทำให้ชางอวิ๋นไม่เคยได้รับความอบอุ่นผ่านร่างกายจากเพศตรงข้ามเลย ยกเว้นแม่ของตนเองในยามเด็ก
    ‘เจ้ายิ่งช้า อาการของนางยิ่งทรุดหนักกว่านี้ ทางที่ดีเจ้าควรจะลงมือได้แล้ว!!’
    เมื่อเขาได้ยินอย่างนั้น ชางอวิ๋นจึงรีบถอดเสื้อของตนออก พร้อมยื่นมือไปถอดเสื้อให้หลินหลิงด้วยอาการร้อนรน
    ชางอวิ๋นจัดทางท่า การที่จะเอาอกชนอกเป็นท่าที่ไม่ธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงจับมือประสานกันพร้อมกับให้หลินหลิงนั่งบนตัก
    หน้าอกของทั้งสอง ค่อยๆเคลื่อนย้ายประกบกันอย่างแนบแน่น เมื่อท่าสมบูรณ์แล้วหนุ่มน้อยจึงถ่ายเทลมปราณจากจุดตันเถียน เลื่อนขึ้นบนไปสู่อกแล้วปลดปล่อยพลังปราณออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อรีบรักษาอาการของนาง
    หลินหลิงรู้สึกตัวทุกขั้นตอน ยังมีสติอยู่ แต่ไม่สามารถควบคุมร่างกายและลมปราณของเธอได้ แท้จริงแล้วเธอต้องมีความรู้สึกที่เขินอายและโกรธเคืองด้วยนิสัยของเธอ
    แต่ไม่เลย...เธอกลับมีความรู้สึกที่อบอุ่น ปลอดโปร่ง และมีความสุขเมื่อเธอได้รับการถ่ายเทพลังปราณรักษาจากหนุ่มน้อยคนนี้
    เวลาล่วงเลยไป 1 ชั่วยาม ทั้งคู่ยังถ่ายเทและปรับพลังปราณให้คงที่
    เทพมังกรฟ้านางสงสัยเป็นอย่างมาก จริงๆแล้ว ถ้าการรักษาถูกต้อง ต้องใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วยาม
    ‘ข้าว่าเจ้าทั้งคู่ คงไม่ยังไม่อยากออกจากเหตุการณ์อย่างนี้ คงต้องปล่อยเลยตามเลย ยังไงเสียถ้ำนี้มันจะปิดลงภายใน 5 วันถ้าพวกเจ้ายังฆ่าอสูรเฝ้าถ้ำลงไม่ได้ เจ้าทั้งคู่ก็จะติดอยู่ในนี้ไปตลอดกาล แต่ถ้ำนี้เป็นถ้ำระดับต่ำ เจ้ายังพอมีเวลา หึ!’ เสียงผ่านลมจมูกเบาๆของนาง
    ค่ำคืนผ่านพ้นไป 1 คืน ทั้งคู่นอนหลับกอดกันแนบแน่น เมื่อทั้งคู่ตื่นขึ้น เรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่มีใครพูดออกมาแม้แต่น้อย แต่เขาและเธอสามารถสัมผัสที่ลึกซึ้ง ซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี
    “อืม หลินหลิงเจ้าหิวรึยัง ข้ามีกระต่ายที่จับมาเมื่อวันก่อน เจ้าพอมีอะไรปรุงมันไหม”
    ความรู้สึกอบอวลไปด้วยความรักตามประสาหนุ่มสาวฟุ้งกระจายรอบๆตัวพวกเขา
    ชางอวิ๋นเปิดการใช้งานกระเป๋ามิติต่อหน้านาง เนื้อกระต่ายที่ยังคงความสดไว้ เมื่อเขาเอาออกมาแล้วมิติก็หายไปต่อหน้าต่อตา
    “มัน มัน มันคืออุปกรณ์เก็บของ ของท่านอย่างนั้นหรอ”
    “ใช่แล้วหละ มันผูกติดกับมิติห้วงวิญญาณของข้าเลย ใช้งานสะดวกดี” ชางอวิ๋นตอบแบบยิ้มๆ นางไม่ถามต่อ คิดว่าความลับอันมากมายเมื่อถึงเวลาเขาคงจะบอกกับนางเอง
    เมื่อทั้งคู่กินอาหารกันเสร็จ ชางอวิ๋นลงมือประทับตราแก้อักขระของประตู โดยมีท่านเทพมังกรฟ้าบอกขั้นตอนเคลื่อนย้ายลมปราณอย่างแม่นยำ
    ‘ท่านทำให้ข้าแปลกใจอีกแล้ว’ หลินหลิงคิดแต่ไม่ตกใจมากเท่าไหร่ เป็นเพราะเรื่องราวที่ผ่านมาก็ทำให้เธอแปลกใจมาตลอด
    เมื่อประตูสั่นสะเทือนพร้อมเปิดออก ชางอวิ๋นเอ่ยขึ้น “เตรียมตัวให้พร้อมนะ ข้างหน้าข้ารู้สึกถึงอันตราย เราจะออกจากที่นี้ไปด้วยกัน”
    เมื่อประตูเปิดสุดทั้งคู่พบกับบันได 1000 ขั้น ระหว่างทางที่พวกเขาเดินขึ้นบันได จึงได้หยิบสมุนไพรหายากออกมากลั่นทั้งหมด เผื่อในกรณีเลวร้ายจะได้มียาในตำนานคอยช่วยชีวิต
    หลินหลิงพบว่าการกลั่นยาด้วยโถนี้ ประสิทธิภาพดีกว่าการกลั่นแบบสมบูรณ์ถึง 10 เท่า 
    ‘ถ้าสมุนไพรทุกประเภทเป็นอย่างนี้จริงๆ ท่านแม่ของข้าอาจจะยืดชีวิตได้ถึง 10 ปีก็เป็นได้’ นางทำหน้าครุ่นคิดและมีความเศร้าในแววตาเล็กน้อย
    เมื่อทั้งคู่เดินขึ้นถึงบันไดด้านบนสุด ภาพเบื้องหน้าปรากฎหน้าของอสูรร้าย ราชาวานร ระดับปีศาจอสูรสีทอง ขนาดตัวของมันใหญ่กว่า 3 เมตร ซึ่งเป็นระดับเดียวกับ อสูรวัว ที่ชางอวิ๋นเคยปะทะกับมันมาแล้ว นั่งประทับหลับตาอยู่บนบัลลังก์สีดำ
    ‘เหอะ ! มันเป็นอสูรที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเจ้าอสูรวัว น่าจะคู่ต่อสู้ที่ตึงมือสำหรับเจ้าทั้งคู่เมื่อเจ้าไม่มีท่าละลายดวงจิตของข้า’
    ‘แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะ ไม่มีทางชนะ เพราะว่ามันมีจุดอ่อนที่ใหญ่หลวงอยู่ 1 จุด ถ้าพวกเจ้าตัดหางมันได้ เจ้าก็สามารถชนะได้ไม่ยาก แต่ระวังตัวด้วยหละ เพราะว่าไอ้เจ้าลิงบ้านี้ ไม่ยอมให้พวกเจ้าตัดหางมันได้ง่ายๆเป็นแน่”
    ชางอวิ๋นจึงวางแผน บอกกับหลินหลิงว่าตนนั้นจะเป็นคนล่อความสนใจ เขาจะทุ่มแรงสุดตัวตั้งแต่ต้น ให้เธอเตรียมตัวให้พร้อมโอกาสมีไม่มากนัก
    ชางอวิ๋นระเบิดพลังปราณออร่าสีเขียว บีบอัดมาที่เท้าและที่หมัด พุ่งเข้าไปหาราชาวานร
    ระยะห่างจากเขาและวานรเหลือเพียง 30 หลา โดยมีหลินหลิงตามมาด้านหลัง
    ทันใดนั้น !! ราชาวานรก็ลืมตาขึ้นและพุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วที่เหนือยิ่งกว่า หลินหลิงคาดการณ์ล่วงหน้าเธอจึงลดความเร็วลงและยืนตั้งมั่น โคจรพลังวิชาธนูทะลวงอสูร เป็นท่าที่รุนแรงที่สุดของวิชาระดับ 1 ในตระกูลของเธอ
    เมื่อราชาวานรพุ่งมาประจันหน้ากับชางอวิ๋น ในระยะ 3 หลา มันอ้าปากแล้วมีแสงบางๆรวบรวมอยู่ในปาก
    ‘หลบเร็ว อย่าคิดแม้แต่จะปะทะ’ เทพมังกรฟ้าเธอรีบเตือน
    แต่ด้วยระยะที่กระชันชิดมาก ทำให้ชางอวิ๋นหลบไม่ทัน เขาจึงบีบอัดพลังทั้งหมดไปที่หมัดขวา
    “วี้ดดดดด . . . ซูมมมมมม” เสียงอันทรงพลังออกจากปากของราชาวานรพุ่งตรงไปที่หน้าชางอวิ๋น เขารู้ตัวแล้วว่าหลบไม่ทัน
    "อย่าคิดว่าข้าจะยอมเจ้าง่ายๆนะเว้ยยย ไอ้ลิงขนฟู" 
    เขาใช้หมัดขวาที่อัดพลังปราณไว้ทั้งหมด ปะทะเข้าที่พลังของเจ้าลิงขนฟู
    “ตูมมมมมมมมมมม” เสียงปะทะที่ดังสนั่น แรงลมกระจายทั่วพื้นที่ ราชาวานรหัวสะบัดทนแรงระเบิดไม่ไหว ร่างของมันกระเด็นถอยหลังลอยกลางอากาศหลาย 10 หลา
    เมื่อโอกาสมาถึงหลินหลิงหลับตาลง ปลดปล่อยพลังปราณทั้งหมดคิดว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสเดียวและเป็นโอกาสสุดท้ายที่เธอมี “ทะลวงอสูร” 
    ————————————————————

    นิยายแนะนำ