หลินถิงถิงเดินออกจากร้านเสื้ออย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งกอดห่ออุปกรณ์ปักผ้าไว้แน่น หวังอี้ฉือมองตามภรรยาไปด้วยความสงสัย เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าภรรยาของเขาจะมีฝีมือด้านการปักผ้าที่ดีขนาดนี้ เขาเคยเห็นฝีมือการเย็บผ้าของภรรยาเขามาก่อน มันเรียกว่าอยู่ในระดับที่ธรรมดาเท่านั้น ไม่นานมานี้เขารู้สึกว่าภรรยาของเขาเปลี่ยนไป เขาชอบกับการเปลี่ยนแปลงของภรรยาเขามาก แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้เขารู้สึกว่าเขายังไม่รู้จักภรรยาของเขาดีพอ
“พี่อี้ฉือ ทำไมพี่เดินช้าจังล่ะคะ” หลินถิงถิงหันกลับมาถามสามีเมื่อเห็นว่าเขาเดินตามหลังเธอห่างออกไป
“คุณมีอะไรจะซื้อเพิ่มอีกไหม” หวังอี้ฉือเปลี่ยนเื่
“เราไปซื้ออาหารกลับบ้านกันเถอะค่ะ”
“คุณจะให้ผมช่วยถือของนั่นไหม” หวังอี้ฉือชี้ไปที่ห่อผ้าในแขนของภรรยา
“เดี๋ยวฉันถือเองค่ะ” หลินถิงถิงยังกอดห่อผ้าไว้แน่น
“ถิงถิง ต่อไปคุณก็ปักผ้าอยู่ที่บ้านได้นะ ผมจะขึ้นเขาไปหาของป่าและจะเอามาขายในเมืองเอง”
“ตอนนี้อากาศแค่เย็นลง หิมะยังไม่ตก พี่ยังขึ้นเขาได้นะคะ แต่ถ้าเป็่ที่หิมะตกแล้วคงจะทำไม่ได้”
“แต่ผมจะอยู่บ้านเฉยๆ ได้ยังไงล่ะ” หวังอี้ฉือพูดอย่างไม่สบายใจ
“เราทำซาลาเปากับเกี๊ยวนึ่งขายดีไหมคะ ตอนที่พี่เข้ามาขายของในเมือง ฉันก็จะนั่งปักผ้าอยู่ที่บ้าน”
“เป็ความคิดที่ดีเหมือนกัน”
“ถ้าอย่างนั้นเราซื้อแป้งกลับบ้านมากหน่อยนะคะ”
“ตกลง เราจะเริ่มขายซาลาเปากันหลังจากที่เราขึ้นเขาไปเก็บของป่ากันไม่ได้แล้ว”
“อี้ฉือ ถิงถิง พวกเธอกลับมาแล้วหรือ” สะใภ้ไฉ่เรียกพวกเขาเสียงดัง
“เกิดอะไรขึ้นหรือครับพี่สะใภ้”
“ไม่มีอะไรจ้ะไม่มีอะไร พี่มาหาพวกเธอ อยากจะมาขอบคุณพวกเธอที่จะมอบสูตรผักดองให้พี่ รายได้จากการขายผักดองดีมากเลยนะ พวกเธอเป็ผู้มีพระคุณของครอบครัวพี่จริงๆ”
“พี่สะใภ้พูดอะไรอย่างนั้นล่ะคะ พี่สะใภ้อย่าลืมว่า เวลาที่ครอบครัวของฉันไม่มีข้าวกิน พวกฉันก็ได้รับความช่วยเหลือจากพี่มาเหมือนกันนะคะ” หลินถิงถิงรีบพูด
“วันนี้บ้านพี่ห่อเกี๊ยว พี่แบ่งมาให้พวกเธอด้วย” สะใภ้ไฉ่ยื่นเกี๊ยวที่ใส่ไว้เต็มชามให้หวังอี้ฉือ “แล้วทำไมวันนี้พวกเธอกลับมาช้าจังล่ะ เห็ดหอมขายไม่ดีหรือ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ พวกฉันไปซื้อเสื้อผ้าและอาหารกลับมาด้วย ก็เลยเสียเวลาอยู่ในเมืองนานไปหน่อย”
“โล่งอกไปที พี่นึกว่าพวกเธอจะขายของไม่ได้ซะอีก”
“ขายได้สิคะ ขายดีมากด้วย ก่อนหิมะจะตกคิดว่าเห็ดหอมบนเขาก็คงจะหมดพอดี ถึงตอนนั้น ฉันกับพี่อี้ฉือจะทำซาลาเปากับเกี๊ยวนึ่งไปขายแทนน่ะค่ะ”
“ซาลาเปากับเกี๊ยวนึ่งอย่างนั้นหรือ เป็ความคิดที่ดีเหมือนกันนะ อากาศหนาวแล้วยังได้กินของอุ่นๆ อีกอย่างฝีมือการทำซาลาเปากับเกี๊ยวของเธอก็อร่อยมากจริงๆ” สะใภ้ไฉ่พูดอย่างยินดี เพราะเธอมีความจริงใจให้กับครอบครัวของหวังอี้ฉือและหลินถิงถิงอย่างแท้จริง
ชีวิตในแต่ละวันของครอบครัวเป็ไปอย่างเรียบง่าย ทุกเช้าหวังอี้ฉือจะขึ้นเขาไปเก็บของป่ากลับมา หากได้เห็ดเขาก็จะนำมาตากแดดเพื่อรวบรวมไว้ไปขายที่ตลาด บางวันเขายังได้ไก่และไข่ไก่ป่ากลับมาเป็อาหารอีกด้วย ส่วนหลินถิงถิงก็อยู่บ้านปักผ้าอย่างใจเย็น เวลาหนึ่งเดือนในการปักหมอนหนึ่งคู่ไม่เป็ปัญหาสำหรับหลินถิงถิงเลย เพราะเธอปักผ้าได้อย่างรวดเร็วและชำนาญ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอยังไม่ค่อยพอใจคือสีของด้ายที่ใช้ปัก มันมีคุณภาพไม่ดีเท่ากับยุคโบราณ ถึงจะมีความชำนาญในการปักผ้า แต่หลินถิงถิงก็ไม่มีความสามารถในการทำด้ายให้ได้สีที่เธอ้า เธอจึงได้แต่ปล่อยวางและทำงานปักตามอุปกรณ์ที่มีในปัจจุบัน
“แม่คะ ผ้าปักของแม่สวยจังเลยค่ะ”
“ไว้หนูโตขึ้นอีกสักหน่อยแล้วแม่จะสอนให้นะ ตอนนี้หนูยังเล็ก ยังจับเข็มได้ไม่ถนัด”
“จริงหรือคะแม่ โตขึ้นแม่ต้องสอนหนูปักผ้าจริงๆ นะคะ” หวังอิงอิงพูดอย่างตื่นเต้น เธอนั่งดูผ้าที่แม่ของเธอปักอย่างสนใจมาหลายวันแล้ว
“จริงสิจ๊ะ” หลินถิงถิงวางมือจากงานปัก แล้วใช้มือลูบผมของลูกสาวด้วยความรัก “พี่ใหญ่ไปไหนซะแล้วล่ะ”
“พี่ใหญ่ขึ้นเขาไปกับพ่อค่ะ คราวที่แล้วพ่อได้ไก่กับไข่ไก่ป่ามา พี่ใหญ่ดีใจมาก ก็เลยอยากจะตามพ่อขึ้นเขาไปด้วยน่ะค่ะ”
“แล้วหนูไม่อยากขึ้นเขาไปกับพ่อหรือจ๊ะ”
“พ่อบอกว่าให้หนูอยู่บ้านเป็เพื่อนแม่ และงานขึ้นเขาเป็งานของผู้ชายค่ะ”
“พ่อพูดอย่างนั้นก็ถูกนะจ๊ะ แต่เราเป็ครอบครัวเดียวกัน มีอะไรเราก็ต้องช่วยเหลือกัน แบ่งเบาภาระของกันและกัน โตขึ้นหนูต้องจำเอาไว้นะลูก”
“เข้าใจแล้วค่ะแม่”
หลินถิงถิงวางงานปักในมือไว้ แล้วชวนลูกสาวไปเตรียมมื้อกลางวันให้สามีและลูกชาย สองแม่ลูกคุยกันอยู่อย่างสนุกสนานโดยไม่รู้เลยว่าที่นอกรั้วบ้านมีคนมาแอบดูอยู่
“สะใภ้ใหญ่หวัง เธอมายืนทำอะไรอยู่ที่หน้าประตู”
“ป้าจาง ฉันแค่เดินผ่านมา แล้วก็เพิ่งจะรู้ว่าป้าจางให้ครอบครัวสายรองมาพักอยู่ที่นี่”
“ฉันให้พวกเขามาพักฟรีเสียที่ไหน เขายังต้องจ่ายค่าเช่าให้ฉัน แต่นั่นก็ไม่ใช่ธุระอะไรของเธอไม่ใช่หรือ” ป้าจางพูดอย่างไม่พอใจ
“งั้นฉันกลับก่อนนะป้า” พูดจบสะใภ้ใหญ่หวังก็รีบเดินกลับบ้านไป
ป้าจางภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้ามาหาหลินถิงถิงแล้วเริ่มเล่าให้เธอฟัง
“ถิงถิง ป้าเห็นสะใภ้ใหญ่บ้านเธอมายืนแอบมองพวกเธออยู่รั้วด้านนอก”
“พี่สะใภ้ใหญ่มาแอบดูอะไรหรือคะ”
“ป้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นะ แต่คิดว่าไม่น่าจะมาดี เธอระวังตัวไว้หน่อยก็ดี” ป้าจางพูดเตือน
“ขอบคุณค่ะป้าจาง เดี๋ยวฉันจะปรึกษาเื่นี้กับพี่อี้ฉืออีกทีนะคะ”
หลินถิงถิงส่งป้าจางที่หน้าประตูพร้อมกับคิดว่าบ้านตระกูลหวังต้องกำลังวางแผนอะไรสักอย่างกับครอบครัวของเธอเป็แน่ รอให้สามีกลับมาเธอต้องรีบปรึกษากับเขาโดยเร็ว