สาวใช้ทะลุมิติ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 15 วางแผนขายซาลาเปา

            หลินถิงถิงเดินออกจากร้านเสื้ออย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งกอดห่ออุปกรณ์ปักผ้าไว้แน่น หวังอี้ฉือมองตามภรรยาไปด้วยความสงสัย เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าภรรยาของเขาจะมีฝีมือด้านการปักผ้าที่ดีขนาดนี้ เขาเคยเห็นฝีมือการเย็บผ้าของภรรยาเขามาก่อน มันเรียกว่าอยู่ในระดับที่ธรรมดาเท่านั้น ไม่นานมานี้เขารู้สึกว่าภรรยาของเขาเปลี่ยนไป เขาชอบกับการเปลี่ยนแปลงของภรรยาเขามาก แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้เขารู้สึกว่าเขายังไม่รู้จักภรรยาของเขาดีพอ

            “พี่อี้ฉือ ทำไมพี่เดินช้าจังล่ะคะ” หลินถิงถิงหันกลับมาถามสามีเมื่อเห็นว่าเขาเดินตามหลังเธอห่างออกไป

            “คุณมีอะไรจะซื้อเพิ่มอีกไหม” หวังอี้ฉือเปลี่ยนเ๱ื่๵๹

            “เราไปซื้ออาหารกลับบ้านกันเถอะค่ะ”

            “คุณจะให้ผมช่วยถือของนั่นไหม” หวังอี้ฉือชี้ไปที่ห่อผ้าในแขนของภรรยา

            “เดี๋ยวฉันถือเองค่ะ” หลินถิงถิงยังกอดห่อผ้าไว้แน่น

            “ถิงถิง ต่อไปคุณก็ปักผ้าอยู่ที่บ้านได้นะ ผมจะขึ้นเขาไปหาของป่าและจะเอามาขายในเมืองเอง” 

            “ตอนนี้อากาศแค่เย็นลง หิมะยังไม่ตก พี่ยังขึ้นเขาได้นะคะ แต่ถ้าเป็๞๰่๭๫ที่หิมะตกแล้วคงจะทำไม่ได้”

            “แต่ผมจะอยู่บ้านเฉยๆ ได้ยังไงล่ะ” หวังอี้ฉือพูดอย่างไม่สบายใจ

            “เราทำซาลาเปากับเกี๊ยวนึ่งขายดีไหมคะ ตอนที่พี่เข้ามาขายของในเมือง ฉันก็จะนั่งปักผ้าอยู่ที่บ้าน”

            “เป็๲ความคิดที่ดีเหมือนกัน”

            “ถ้าอย่างนั้นเราซื้อแป้งกลับบ้านมากหน่อยนะคะ”

            “ตกลง เราจะเริ่มขายซาลาเปากันหลังจากที่เราขึ้นเขาไปเก็บของป่ากันไม่ได้แล้ว”

            

            “อี้ฉือ ถิงถิง พวกเธอกลับมาแล้วหรือ” สะใภ้ไฉ่เรียกพวกเขาเสียงดัง

            “เกิดอะไรขึ้นหรือครับพี่สะใภ้”

            “ไม่มีอะไรจ้ะไม่มีอะไร พี่มาหาพวกเธอ อยากจะมาขอบคุณพวกเธอที่จะมอบสูตรผักดองให้พี่ รายได้จากการขายผักดองดีมากเลยนะ พวกเธอเป็๲ผู้มีพระคุณของครอบครัวพี่จริงๆ”

            “พี่สะใภ้พูดอะไรอย่างนั้นล่ะคะ พี่สะใภ้อย่าลืมว่า เวลาที่ครอบครัวของฉันไม่มีข้าวกิน พวกฉันก็ได้รับความช่วยเหลือจากพี่มาเหมือนกันนะคะ” หลินถิงถิงรีบพูด

            “วันนี้บ้านพี่ห่อเกี๊ยว พี่แบ่งมาให้พวกเธอด้วย” สะใภ้ไฉ่ยื่นเกี๊ยวที่ใส่ไว้เต็มชามให้หวังอี้ฉือ “แล้วทำไมวันนี้พวกเธอกลับมาช้าจังล่ะ เห็ดหอมขายไม่ดีหรือ”

            “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ พวกฉันไปซื้อเสื้อผ้าและอาหารกลับมาด้วย ก็เลยเสียเวลาอยู่ในเมืองนานไปหน่อย”

            “โล่งอกไปที พี่นึกว่าพวกเธอจะขายของไม่ได้ซะอีก”

            “ขายได้สิคะ ขายดีมากด้วย ก่อนหิมะจะตกคิดว่าเห็ดหอมบนเขาก็คงจะหมดพอดี ถึงตอนนั้น ฉันกับพี่อี้ฉือจะทำซาลาเปากับเกี๊ยวนึ่งไปขายแทนน่ะค่ะ”

            “ซาลาเปากับเกี๊ยวนึ่งอย่างนั้นหรือ เป็๲ความคิดที่ดีเหมือนกันนะ อากาศหนาวแล้วยังได้กินของอุ่นๆ อีกอย่างฝีมือการทำซาลาเปากับเกี๊ยวของเธอก็อร่อยมากจริงๆ” สะใภ้ไฉ่พูดอย่างยินดี เพราะเธอมีความจริงใจให้กับครอบครัวของหวังอี้ฉือและหลินถิงถิงอย่างแท้จริง

     

            ชีวิตในแต่ละวันของครอบครัวเป็๲ไปอย่างเรียบง่าย ทุกเช้าหวังอี้ฉือจะขึ้นเขาไปเก็บของป่ากลับมา หากได้เห็ดเขาก็จะนำมาตากแดดเพื่อรวบรวมไว้ไปขายที่ตลาด บางวันเขายังได้ไก่และไข่ไก่ป่ากลับมาเป็๲อาหารอีกด้วย ส่วนหลินถิงถิงก็อยู่บ้านปักผ้าอย่างใจเย็น เวลาหนึ่งเดือนในการปักหมอนหนึ่งคู่ไม่เป็๲ปัญหาสำหรับหลินถิงถิงเลย เพราะเธอปักผ้าได้อย่างรวดเร็วและชำนาญ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอยังไม่ค่อยพอใจคือสีของด้ายที่ใช้ปัก มันมีคุณภาพไม่ดีเท่ากับยุคโบราณ ถึงจะมีความชำนาญในการปักผ้า แต่หลินถิงถิงก็ไม่มีความสามารถในการทำด้ายให้ได้สีที่เธอ๻้๵๹๠า๱ เธอจึงได้แต่ปล่อยวางและทำงานปักตามอุปกรณ์ที่มีในปัจจุบัน

            “แม่คะ ผ้าปักของแม่สวยจังเลยค่ะ”

            “ไว้หนูโตขึ้นอีกสักหน่อยแล้วแม่จะสอนให้นะ ตอนนี้หนูยังเล็ก ยังจับเข็มได้ไม่ถนัด”

            “จริงหรือคะแม่ โตขึ้นแม่ต้องสอนหนูปักผ้าจริงๆ นะคะ” หวังอิงอิงพูดอย่างตื่นเต้น เธอนั่งดูผ้าที่แม่ของเธอปักอย่างสนใจมาหลายวันแล้ว

            “จริงสิจ๊ะ” หลินถิงถิงวางมือจากงานปัก แล้วใช้มือลูบผมของลูกสาวด้วยความรัก “พี่ใหญ่ไปไหนซะแล้วล่ะ”

            “พี่ใหญ่ขึ้นเขาไปกับพ่อค่ะ คราวที่แล้วพ่อได้ไก่กับไข่ไก่ป่ามา พี่ใหญ่ดีใจมาก ก็เลยอยากจะตามพ่อขึ้นเขาไปด้วยน่ะค่ะ”

            “แล้วหนูไม่อยากขึ้นเขาไปกับพ่อหรือจ๊ะ”

            “พ่อบอกว่าให้หนูอยู่บ้านเป็๞เพื่อนแม่ และงานขึ้นเขาเป็๞งานของผู้ชายค่ะ” 

            “พ่อพูดอย่างนั้นก็ถูกนะจ๊ะ แต่เราเป็๲ครอบครัวเดียวกัน มีอะไรเราก็ต้องช่วยเหลือกัน แบ่งเบาภาระของกันและกัน โตขึ้นหนูต้องจำเอาไว้นะลูก”

            “เข้าใจแล้วค่ะแม่”

            หลินถิงถิงวางงานปักในมือไว้ แล้วชวนลูกสาวไปเตรียมมื้อกลางวันให้สามีและลูกชาย สองแม่ลูกคุยกันอยู่อย่างสนุกสนานโดยไม่รู้เลยว่าที่นอกรั้วบ้านมีคนมาแอบดูอยู่


            “สะใภ้ใหญ่หวัง เธอมายืนทำอะไรอยู่ที่หน้าประตู” 

            “ป้าจาง ฉันแค่เดินผ่านมา แล้วก็เพิ่งจะรู้ว่าป้าจางให้ครอบครัวสายรองมาพักอยู่ที่นี่”

            “ฉันให้พวกเขามาพักฟรีเสียที่ไหน เขายังต้องจ่ายค่าเช่าให้ฉัน แต่นั่นก็ไม่ใช่ธุระอะไรของเธอไม่ใช่หรือ” ป้าจางพูดอย่างไม่พอใจ

            “งั้นฉันกลับก่อนนะป้า” พูดจบสะใภ้ใหญ่หวังก็รีบเดินกลับบ้านไป

            

            ป้าจางภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านเดินเข้ามาหาหลินถิงถิงแล้วเริ่มเล่าให้เธอฟัง

            “ถิงถิง ป้าเห็นสะใภ้ใหญ่บ้านเธอมายืนแอบมองพวกเธออยู่รั้วด้านนอก”

            “พี่สะใภ้ใหญ่มาแอบดูอะไรหรือคะ”

            “ป้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นะ แต่คิดว่าไม่น่าจะมาดี เธอระวังตัวไว้หน่อยก็ดี” ป้าจางพูดเตือน

            “ขอบคุณค่ะป้าจาง เดี๋ยวฉันจะปรึกษาเ๹ื่๪๫นี้กับพี่อี้ฉืออีกทีนะคะ”

            หลินถิงถิงส่งป้าจางที่หน้าประตูพร้อมกับคิดว่าบ้านตระกูลหวังต้องกำลังวางแผนอะไรสักอย่างกับครอบครัวของเธอเป็๲แน่ รอให้สามีกลับมาเธอต้องรีบปรึกษากับเขาโดยเร็ว