หนิงเฟยหลงไม่สามารถก้าวย่างเพียงครั้งก็ลุถึงกระทิงโลหิตได้เหมือนบิดามันต้องโคจรพลังมาไว้ที่เท้าพุ่งทะยานเป็ระยะไปยังกระทิงโลหิตพอมาถึงก็ไม่รีรออะไรทำการกรีดเืของตนออกมา และใช้กระแสจิตของตนทะลวงเข้าสู่สภาะจิตของกระทิงโลหิตทันใดนั้นก็เกิดการต่อต้านอย่างหนักของกระทิงโลหิตที่พยายามจะสลัดให้หลุดออกจากการควบคุม
วิ้ง!
กระทิงโลหิตสงบนิ่งลงเศษเสี้ยวดวงจิตของมันถูกดึงเข้ามารวมกับโลหิตของมันก่อนจะหลอมรวมเข้ากับเืของหนิงเฟยหลง ชายหนุ่มไม่รอช้าทำการดูดซับเข้าไปเกิดวงแหวนอักขระอาคมบางอย่างขึ้นเป็เขตแดนล้อมรอบตัวของหนิงเฟยหลงและกระทิงโลหิตแสงสีขาวส่องจ้าออกมาดวงตาของทั้งคู่เปลี่ยนเป็แสงสีขาว ไม่นานก็สงบลง
กระทิงโลหิตได้กลายเป็สัตว์พิทักษ์ของหนิงเฟยหลงเรียบร้อยแล้วเมื่อสักครู่มันใช้การประสานจิตกับโลหิตออกมาเป็อักขระอาคมที่ใช้ในการทำสัญญากับสัตว์อสูร
“เ้าก็แปลงกายให้เล็กลงหน่อยเถอะเ้าวัวน้อย”กระทิงโลหิตไม่อาจต่อต้านคำสั่งได้ จำใจแปลงกายให้ตัวเล็กลงเท่ากับลูกวัวแต่แตกต่างที่ตัวมันสีแดงเข้มดั่งโลหิตก็เท่านั้น หนิงเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย มันขบคิดขึ้น“บุตรชายเรามีพร์มากนัก ในอนาคตต้องเป็ผู้เก่งกล้าอย่างไม่ต้องสงสัย”
“ถึงเวลาต้องกลับกันแล้ว ไปกันเถอะ” หนิงเฉิงกล่าวจบก็เดินนำไปเลยเหล่าองครักษ์ที่ตามมาก็ต้องแปลกใจที่ไม่เห็นเ้ากระทิงนั่นแล้วหรือว่ามันจะถูกฆ่าไปแล้ว?! ถ้าเป็เช่นนั้นทำไมถึงรับรู้ไม่ได้ถึงการต่อสู้เลยหรือว่านายน้อยจะทำสำเร็จ? ชงหยางต่างคิดไปต่างๆนาๆแต่ก็ไม่ได้สอบถามออกไป จนหันไปเจอวัวน้อยสีโลหิตมันก็เข้าใจทันที
“ท่านพ่อแล้วต้นโลกาชีวิตเล่า”หนิงเฟยหลงเกรงว่าบิดาจะลืมนำต้นชีวิตโลกากลับไป จึงสอบถามหวังเตือนความจำ
“ข้านำมาแล้วเก็บอยู่ในถุงมิติ” หนิงเฉิงกล่าวพร้อมชูถุงมิติขึ้นมา ถุงมิติและแหวนมิตินั้นเป็สิ่งของที่ราคาสูงมากจะมีเพียงเฉพาะตระกูลใหญ่หรือตระกูลที่ร่ำรวยเท่านั้นที่มีและยังถูกแบ่งออกเป็ห้าระดับ คือ ศิลา ทองแดง เหล็ก เงิน และทองยิ่งมีระดับสูงยิ่งมีพื้นที่มากขึ้นไปด้วยสายตาหนิงเฟยหลงจับจ้องไปที่ถึงมิติด้วยสายตาที่เป็ประกาย
“น้อยๆหน่อย เก็บความโลภของเ้าเสีย ไม่เช่นนั้นคงต้องลงไม้เสียแล้ว!”หนิงเฉิงอดไม่ได้ที่จะกล่าวตักเตือนบุตร
หนิงเฟยหลงรีบสำรวมท่าทาง“แล้วท่านจะนำกลับไปที่ตระกูลหรือไม่?”
“นำกลับสิ เพียงแต่ยังไม่อาจให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้ว่าเราได้รับต้นชีวิตโลกามา หรือแม้กระทั่งระดับพลังของเ้าก็ห้ามผู้อื่นรู้ข้าจะสอนเ้าปกปิดพลัง” ว่าแล้วหนิงเฉิงก็โยนเคล็ดวิชาให้บุตรชาย
“ท่านพ่อจะกลับไปที่จวนพร้อมลูกเลยหรือไม่?” ชายหนุ่ม้าให้บิดากลับไปพร้อมตนเพื่อไปพบน้องสาวหวังที่จะไถ่โทษที่ปล่อยทิ้งไว้ในจวนเสียหลายวัน
“ยังก่อนข้าจะต้องกลับไปยังค่ายทักษิณก่อนแล้วจะตามไปเ้าฝึกฝนเสร็จก็รีบกลับซะ” หนิงเฉิงหยิบของออกจากถุงมิติแก่นสัตว์อสูรขั้นสามและขั้นสี่! ใช่แล้วมันคือแก่นสัตว์อสูรขั้นสามห้าลูกและขั้นสี่หนึ่งลูก! ที่ได้รับมาจากสัตว์อสูรที่ถูกฆ่าระหว่างทางรวมถึงพยัคฆ์สายฟ้าด้วย
หนิงเฉิงได้เก็บมาไว้ให้ลูกชายแก่นสัตว์อสูรนั้นมีมูลค่าอย่างมากเพราะมันสามารถช่วยในการเลื่อนระดับและเพิ่มลมปราณหยวนได้ยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งฝึกฝนได้รวดเร็วเท่านั้นและยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งมีมูลค่ามหาศาล
มูลค่าแก่นสัตว์อสูรระดับหนึ่งก็มีค่าอย่างต่ำมากถึงหนึ่งร้อยเหรียญเงิน! ซึ่งมูลค่าขนาดนี้หากให้ตระกูลเล็กๆใช้จ่ายคงได้เป็เดือนจึงมีแค่ตระกูลระดับกลางและตระกูลระดับสูงที่สามารถซื้อไหว ส่วนแก่นอสูรระดับสองนั้นมีมูลค่าอยู่ที่หนึ่งพันเหรียญเงินระดับสามที่หนิงเฟยหลงถือครองในตอนนี้มีมูลค่ามากถึงหนึ่งแสนเหรียญเงินระดับสี่นั้นมีมูลค่าอยู่ที่หนึ่งแสนเหรียญทอง (1เหรียญทอง = 1พันเหรียญเงิน)ยิ่งระดับสูงๆยิ่งหายากและเสี่ยงต่อชีวิตอย่างมากที่ต้องไปหามันมูลค่าก็ยิ่งสูงแทบจะซื้อมณฑลหรือแว่นแคว้นได้เลยทีเดียว
หนิงเฟยหลงรับมาด้วยความดีใจมันเร่งโค้งคารวะให้บิดาเพื่อแสดงความขอบคุณจากนั้นก็เปิดเคล็ดวิชาปิดบังลมปราณออกอ่าน “ลมปราณผันแปร! นี่ท่านพ่อมีวิชานี้ได้อย่างไรมันคือวิชาที่สูญหายไปเมื่อพันปีที่แล้วนี่!!”ชายหนุ่มถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อเคล็ดวิชา
ลมปราณผันแปรเป็เคล็ดวิชาขั้นสูงสามารถปกปิดลมปราณและรูปลักษณ์ภายนอกได้อย่างหมดจดแม้จะเป็ขอบเขตแดนพิภพก็ไม่สามารถตรวจจับได้ไม่มีใครทราบว่ามันอยู่ในขั้นใดอาจจะเป็ระดับปฐีหรือสูงกว่านั้นในบันทึกมีเพียงเนื้อหาคร่าวๆบ่งบอกแค่ว่ามันเป็สุดยอดวิชาปกปิดลมปราณและเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์เท่านั้น
“ข้าได้มาโดยบังเอิญจากซากศพชายผู้หนึ่งที่ดูแล้วในอดีตคงมีวิทยายุทธ์แกร่งกล้าขอบเขตสูงส่งกว่าเขตแดนพิภพเป็แน่ คงเป็ขอบเขตในตำนาน ขอบเขตแดนแดน์!!!”ถึงแม้หนิงเฉิงจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น!และความเคารพในตัวผู้าุโท่านนั้นเป็อย่างมาก
ขอบเขตแดน์!!
หากจะให้พูดถึงความทรงพลังอำนาจของขอบเขตแดน์ก็คงกล่าวได้ว่ามันสามารถทำลายแว่นแคว้นได้เพียงขยับแม้เพียงนิ้วเปรียบปุถุชนธรรมดาดั่งมดปลวกที่จะขยี้ให้ตายเมื่อใดก็ได้ยืนอยู่เหนือบุคคลทั้งปวงอยู่จุดสูงสุดของใต้หล้ามีอำนาจเขย่าโลกนี้ให้สั่นะเื!
ขอบเขตแดนพิภพก็ไม่อาจเทียบเทียมขอบเขตแดน์ได้ช่องว่างระหว่างขอบเขตทั้งสองมีมากมายเกินไป เปรียบดั่งดาวเคราะห์น้อยกับดวงตะวันไหนเลยที่รัศมีแห่งดาวเคราะห์น้อยจะสู้กับดวงตะวันได้ความห่างชั้นย่อมมีมากเป็ธรรมดา
“ขอบเขต......แดน์!”ชายหนุ่มที่ได้ยินกำลังเหม่อลอยจินตนาการถึงพลังอำนาจแห่งเขตแดน์ที่ทุกคนใฝ่ฝันถึง“เหตุใดขอบเขตแดน์ผู้นั้นถึงตายได้ไม่ใช่ว่าพอสำเร็จถึงขั้นนั้นก็จะมีความเป็ะมิใช่หรือ?” มันอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามขึ้นมา
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน....ตอนแรกข้าก็คิดเหมือนเ้า....แต่อาจจะเพราะต่อสู้กับผู้ใดมากระมัง.....ถึงตายได้”หนิงเฉิงเองก็ไม่รู้จะตอบบุตรชายอย่างไรเช่นกันมันไม่ได้เป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแดน์นี่ถ้าหากมันไปถึงขอบเขตนั้นได้ก็คงถูกเรียกว่าเทพเ้าแล้ว
หนิงเฟยหลงไม่ได้ถามอะไรบิดาต่อมันนั่งลงที่พื้นโคจรพลังตามที่เคล็ดวิชาได้ว่าไว้ฝึกอยู่สักครู่จึงขอตัวไปปลดทุกข์หนัก แต่ตามจริงแล้วมันได้เข้าไปยังมิติปริศนาเพื่อฝึกฝนต่อเพื่อให้เกิดความชำนาญ
เวลาในมิติหนึ่งชั่วยามเท่ากับหนึ่งเดือนของเวลาปกติมันใช้เวลาอยู่ในมิติสามวันกับอีกเก้าชั่วยาม จึงออกมามันรู้วิธีออกจากมิตินี่ได้โดยบังเอิญเพียงแค่มันพูดว่า “ออก” มิตินี้ก็จะทำการเคลื่อนย้ายให้ทันที
ในเวลานี้มันสำเร็จเคล็ดวิชาเริ่มต้นได้แล้วสามารถปกปิดพลังไม่ให้ขอบเขตแดนพลังล่วงรู้ได้แล้วหากสำเร็จอีกขั้นก็คงปิดบังจากขอบเขตแดนพิภพได้อย่างไม่ยากเย็น
“ขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องรอนานเราไปกันเถอะท่านพ่อ” ชายหนุ่มพูดพลางโบกมือด้วยความละอาย
“เ้าจะไปเลยหรือไม่รอให้ฝึกเสร็จก่อนเล่า”หนิงเฉิงพยายามทัดทานด้วยคิดว่าหนิงเฟยหลงยังฝึกไม่เสร็จ
“ลูกฝึกเสร็จแล้วขอรับ”ว่าแล้วมันก็แปลงโฉมพร้อมลดระดับพลังลงมาขอบเขตแดนกายขั้นที่แปด
“วิเศษ! เ้าทำได้เยี่ยงไรบุตรข้าสมแล้วที่เป็ความภาคภูมิใจของข้า ฮ่า ฮ่า” หนิงเฉิงหัวเราะลั่นมันแทบจินตนาการไม่ออกว่าบุตรชายของมันจะประสบความสำเร็จถึงขั้นใด
หัวเราะพอแล้วหนิงเฉิงก็ออกนำไปยังกองทหารองครักษ์ร้อยนายที่นำมาด้วยทหารองครักษ์ทั้งหนึ่งร้อยไม่ได้เป็อันตรายใดๆหนิงเฉิงสั่งให้ทหารองครักษ์สิบนายพาหนิงเฟยหลงกลับจวนไปพร้อมกับองครักษ์เดิมด้วยรถม้าที่สั่งให้ทำใหม่ก่อนจะที่มาถึงที่ป่าแห่งโชคชะตาแล้ว ส่วนตนเองเดินทางกลับค่ายทักษิณพวกเหล่าองครักษ์ไม่ได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของหนิงเฉิงนั่นเพราะมันตั้งใจจะปิดบัง เกรงว่าจะเกิดภัยเมื่อศัตรูล่วงรู้
ตลอดทางกลับเดินทางมาราบลื่นตลอดจวบจนมาใกล้ถึงเมืองเซียงอีกยี่สิบลี้ก็จะถึงเขตเมืองเซียงก็ได้มีกลุ่มโจรกว่ายี่สิบคนเข้ามาล้อมขบวนเอาไว้แต่ละคนอยู่ขอบเขตแดนพลังทั้งนั้นอย่างต่ำก็ระดับกำเนิดพลังขั้นสามส่วนคนที่เป็หัวหน้ากลุ่มโจรอยู่ระดับแก่นแท้พลังขั้นที่แปด!