หลังจากกลับจากสำนัก เสี่ยวชวนรีบกลับบ้านทันที เขารู้สึกเป็ห่วงหลินเยว่น้องสาวเขา
ไม่รู้ว่าหนึ่งเดือนมานี้นางเป็อย่างไรบ้าง
เสี่ยวชวนเดินกลับไปที่บ้านหลังน้อย
ผลักประตูเข้าไป
เขาเห็นหลินเยว่กำลังยืนทำอาหารอยู่พอดี
“กลับมาแล้วหรอพี่ชวน” หลินเยว่กล่าวยิ้มๆ
“อื้ม… ข้ากลับมาแล้ว เ้าเป็อย่างไรบ้างตอนข้าไม่อยู่?”
“ด้วยเงินที่ท่านให้ไว้ ข้ายังสามารถอยู่ได้อีก 2 เดือนเลยทีเดียว”
“โอ้…? บางทีเ้าไม่ต้องงกมากก็ได้นะ อายุเ้าสิบห้าแล้ว ควรซื้อเครื่องประทินโฉม ซื้อเสื้อผ้า แต่งตัวสวยๆงามๆบ้างได้แล้ว เผื่อจะมีคุณชายใหญ่จากบ้านเศรษฐีมาชมชอบ ฮ่าๆ”
“ไม่เอาหรอก ข้าจะเอาอยู่กับพี่ ข้าจะไม่แต่งงานกับใครเด็ดขาด!” หลินเยว่กล่าวคำขาด
“เฮ้อ… เ้านี่มันหัวดื้อจริงๆ”
ตอนนี้ด้วยวัยสิบห้า หลินเยว่นั้น สดใสงดงามน่ารักไม่แพ้เพ่ยเหยาศิษย์น้องเขาเลยทีเดียว
“พี่มาได้จังหวะพอดีเลย ข้ากำลังทำอาหารอยู่ เรามากินด้วยกันนะ รอข้าอีกสักครู่”
“ได้เลย ข้ารอ…”
หลังจากหลินเยว่ทำอาหารมา 3-4 อย่างเสร็จ พวกเขาทั้งคู่ก็นั่งกินกันอย่างสงบ
“พี่ชวน ด้านสำนัก ด้านการฝึกเป็อย่างไรบ้าง?”
“อีกหนึ่งเดือน จะมีการประลองจัดอันดับยอดฝีมือในสำนัก ข้าต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนนี้ฝึกฝนอย่างหนัก บางวันอาจไม่ได้กลับบ้าน เ้าดูแลตัวเองไปก่อนนะ”
“รับทราบเ้าค่ะ ท่านเองก็ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเด็ดขาด!”
“เ้าก็รู้ว่าข้าไม่ใช่คนหุนหัน วางใจเถอะ” เสี่ยวชวนกล่าวยิ้มๆ
“วันนี้พี่จะฝึกฝนต่อเลยหรือไม่?”
“ไม่ล่ะ คืนนี้ข้าจะนั่งทบทวนวิชาทั้งหลายในห้อง พรุ่งนี้ค่อยออกไปฝึกยุทธ เ้ามีอะไรก็เรียกข้าได้ตลอด ข้าเข้าห้องก่อนนะ”
“เ้าค่ะพี่ชวน”
หลังจากกล่าวจบเสี่ยวชวนก็เข้าห้องตัวเอง
จากนั้นจึงนั่งลงแล้วหยิบโอสถกลืนฟ้าที่เขาได้มา 3 เม็ดเพื่อดูดซับ
เสี่ยวชวนกินเข้าไปทีละเม็ด
หลังจากเม็ดแรกไหลลงลำคอไปแล้ว เสี่ยวชวนก็ััได้ถึงพลังลมปราณอ่อนนุ่มนวล กำลังค่อยไหลๆเข้าสู่ร่างกาย
เสี่ยวชวนไม่รอช้า เขารีบดูดซับพลังทันที นุ่มนวล เชื่องช้า ไม่เร่งรีบ….
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม ยาเม็ดแรกก็หมดฤิทธ์ เสี่ยวชวนััได้เลยว่าพลังยุทธของตนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
คิดได้ดังนั้น เขาจึงหยิบโอสถกลืนฟ้าเม็ดสองออกมาดูดซับต่อทันที
หลังจากดูดซับครบสามเม็ด เสี่ยวชวนััได้ถึงพลังมหาศาลกำลังหมุนเวียนในร่างกาย
บรรยากาศรอบตัวสั่นไหวเล็กน้อย
เสี่ยวชวนหายใจอย่างสงบ
“ปุ!!”
เสียงปะทุลมปราณดังขึ้น…
“เยี่ยม ในที่สุดเ้าก็บรรลุขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้นแล้ว” เฒ่ากระดูกทมิฬ ิญญารับใช้ที่เสี่ยวชวนได้มาจากสุสานลับหลวงกล่าวขึ้น
ในอดีต เฒ่ากระดูกทมิฬเป็ถึงยอดฝีมือขั้นหลอมรวมิญญาขั้นปลายเทียบเท่ากับเ้าสำนักซ่งเทียนอวิ๋นของเขา อีกทั้งมีอายุไขและประสบการณ์การสังหารมากมาย สังหารคนสำคัญจนชื่อถูกลบออกจากประวัติศาสตร์ ิญญาตนนี้ไม่ใช่ิญญาธรรมดา
“อืม… วิชากรงเล็บกระดูกทมิฬและก้าวไร้เงาที่ท่านสอนช่วยเหลือข้าได้มากมายมหาศาลจริงๆ”
“อืม เ้าสามารถฝึกฝนมันได้ราว 7 ส่วนแล้ว ในสายตาข้ายังขาดอีกนิดหน่อย เ้าจึงจะเป็ยอดมือสังหารที่สมบูรณ์แบบ จงฝึกฝนต่อไป”
“แล้วข้าควรฝึกอย่างไรในตอนนี้?”
“อีกหนึ่งเดือนสำนักเ้าจะประลองจัดอันดับ เ้าจะต้องเร่งฝึกวิชาขั้นกลางและขั้นสูงของข้าให้ชำนาญ”
“วิชาของท่าน ขั้นกลางโซ่กระดูกสะกดิญญา ขั้นสูงแดนกระดูกหมื่นศพน่ะหรือ?”
“ถูกต้อง นี่จะเป็วิชาไพ่ตายของเ้า เหมาะสำหรับการต่อสู้และลอบสังหารเป็อย่างยิ่ง หากเ้าฝึกวิชาของข้าทั้งหมดได้สำเร็จ รับรองว่าในอนาคต เ้าจะต้องกลายเป็ยอดมือสังหารอันดับ 1 ที่ทุกคนต้องหวาดหวั่นอย่างแน่นอน…”
“งั้นข้าควรจะฝึกยังไงดี?”
“วิชานี้เป็ความลับของเ้า เ้าจงใช้เวลาฝึกในสำนักกระบี่ฟ้าครามจนถึง่เย็น หลังจาก่เย็นแล้ว ให้ไปฝึกวิชาของข้าในเขตป่าลึกต่อสู้กับสัตว์อสูร จำไว้ วิชาของข้าจะเอามาแสดงต่อหน้าผู้คนซี๊ซั๊วไม่ได้เด็ดขาด! มันคือไพ่ตาย ยิ่งคนรู้น้อยยิ่งดี เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านมากเฒ่ากระดูก”
หลังจากคุยกันจบ เสี่ยวชวนก็เริ่มนั่งหลอมรวมพลังลมปราณ ในตอนนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่ขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้น ซึ่งมีพลังระดับเดียวกับจางหลงแล้ว
“ฆ่าสิ หากอยากแข็งแกร่ง จงฆ่า…” เสียงของเซวียนซา “อสูรลึกลับแห่งความตาย” ิญญาตนแรกที่อยู่กับเสี่ยวชวนมาั้แ่ต้นกล่าวขึ้น
“….” เฒ่ากระดูกทมิฬเงียบฟัง
“หุบปากของเ้าไปสักทีเซวียนซา ข้าจะไม่ฆ่าใครทั้งนั้น วิชาดูดกลืนิญญาของเ้ามันอันตรายเกินไป” เสี่ยวชวนกล่าว
“รอบที่แล้วที่สุสาน เ้าก็ได้ลองดูดิญญาดูแล้วนี่ มันรู้สึกดีไม่ใช่รึ? จำไม่ได้หรือว่าพลังของเ้าแข็งแกร่งขึ้นเพียงใดเพียงดูดมาแค่สามคน?” เซวียนซากล่าว
“ครั้งนั้นพวกมันจะสังหารข้า หลังจากพวกมันตาย ข้าจึงทดลองใช้วิชาดูดกลืนิญญาดูก็เท่านั้น”
“ตอนนี้เ้าอยู่ในขั้นผู้กลืนิญญาขั้นต้น ขาดอีกเพียงนิดหน่อย ก็จะเข้าสู้ขั้นสอง แกนกลืนก่อรูปแล้ว เ้าจะเก็บิญญาที่ดูดกลืนมาไว้ในร่างได้ นำพลังิญญามาเสริมพลัง ปล่อยพลังเพิ่มความเร็วให้แก่ตนเองได้ เลือกได้ว่าจะกลืนกินคน สัตว์อสูร หรือพลังบริสุทธิ์จากที่ต่างๆได้ แค่อารมณ์จะแปรปรวนนิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่สนใจรึ?” เซวียนซากล่าว
“ทำไมเ้าถึงอยากให้ข้ากลืืนกินผู้คนนัก!” เสี่ยวชวนถาม
“ฮ่าฮ่า ข้าอยากให้เ้าแข็งแกร่งขึ้นยังไงล่ะ ในโลกใบนี้ แข็งแกร่งเท่ากับอยู่รอด อ่อนแอเท่ากับตาย ศึกหนึ่งเดือนในภารกิจสำนักเ้าเองก็ได้เรียนรู้แล้วนี่ ลองคิดดูหากไม่มีนางหนูจินเยว่กับนางหนูเพ่ยเหยาคอยคุ้มครอง ตัวเ้าในตอนนั้นที่บรรลุเพียงขั้นก่อเกิดลมปราณขั้นปลายจะเอาชีวิตรอดได้หรือ?” เซวียนซากล่าวเสียงเรียบ
“….” เสี่ยวชวนนิ่งเงียบแล้วคิดตาม เขาคิดว่าสิ่งที่เซวียนซาพูดฟังดูมีเหตุผล
“อืม… ไว้หากถึงคราวเป็ตาย ข้าจะคิดดูอีกทีแล้วกัน…” เสี่ยวชวนกล่าว
“หึหึ แล้วสักวัน เ้าจะ้ามัน….” เซวียนซากล่าวเสียงเบา….
“เฒ่ากระดูก ข้าจะเริ่มฝึกโซ่กระดูกสะกดิญญาและแดนกระดูกหมื่นศพได้ยังไง?” เสี่ยวชวนถาม
“เดี๋ยวข้าจะส่งเคล็ดวิชาให้ทางจิตเ้า จากนั้นเ้าจงไปฝึกตามเคล็ดวิชาซะ….”
หลังจากกล่าวจบ เฒ่ากระดูกทมิฬก็ได้ส่งเคล็ดวิชาโซ่กระดูกสะกดิญญา และแดนกระดูกหมื่นศพให้แก่เสี่ยวชวนผ่านทางจิตโดยตรง
เสี่ยวชวนรู้สึกหนักหัวทันทีที่เคล็ดวิชาไหลเข้าสู่จิตใจ
เขารีบสงบจิตรับรู้เคล็ดวิชา…
เวลาไหลผ่านไปช้าๆ
เสี่ยวชวนสามารถจดจำเคล็ดวิชาได้ทั้งหมดแล้ว เหลือแค่ลองฝึกจริงจังเท่านั้น
“เอาล่ะพรุ่งนี้ข้าจะเข้าไปฝึกฝนในสำนักตามเดิม หลังจากตอนเย็นข้าจะไปฝึกวิชาของท่านตามป่าเขา” เสี่ยวชวนกล่าว
“ดีมาก จำไว้ยามสังหารห้ามลังเล กฏของมือสังหารคือไม่มันตายก็เ้าตาย!!” เฒ่ากระดูกทมิฬกล่าวเสียงเรียบ…
“อืม… เข้าใจแล้ว”
หลังจากนั้น ทั้งคืน เสี่ยวชวนก็นั่งโคจรพลังลมปราณให้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายตามตำราพื้นฐานทั่วไป ตอนนี้เขายังไม่มีเคล็ดลมปราณประจำตัว เลยใช้วิชาตามเคล็ดโคจรลมปราณขั้นต้นที่อาจารย์เหอสอนให้ตอนฝึกที่สำนักกระบี่ฟ้าคราม
เสี่ยวชวนเข้าฝึกที่สำนักกระบี่ฟ้าครามได้สองปีแล้ว เขาเข้าไปฝึกั้แ่ตอนอายุ 15 ปี ตอนนี้เขาอายุ 17 ปีแล้ว ฝีมือในยามแรกของเขานั้นไม่ได้เื่เลย หากไม่ได้อาจารย์เหอคอยสั่งสอนใน่สองปีมานี้ เสี่ยวชวนย่อมกลายเป็ขยะอย่างแน่นอน
เสี่ยวชวนรู้สึกซายซึ้งในบุญคุณของอาจารย์เหออยู่ไม่น้อย….
“เอาล่ะ พรุ่งนี้ข้าจะเข้าไปฝึกในสำนักกระบี่ฟ้าครามตามเดิมแล้ว ดูว่าอาจารย์เหอจะสอนอะไรอีก?”