เกาะรัก...ทะเลแดง

    ตอนที่ 42 ปลอดภัย

            “วู๊ดดดด”  น้ำใสสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงหวูดเรือดังสนั่นท้องทะเล

    หญิงสาวตื่นเต้น

            คิดที่จะคลานออกมานอกเต็นท์เพราะรู้ดีว่าเสียงนั่นเป็นเสียงที่บอกถึงความปลอดภัยและการที่จะได้กลับเข้าฝั่งของหล่อน

            เสียงเครื่องขยายเสียงดังมาจากเรือลำใหญ่ให้น้ำใสแสดงตัว

            ขณะที่น้ำใสจัดเก็บเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนที่จะออกจากเต็นท์

            น้ำใสโผล่หน้าออกมานอกเต็นท์หญิงสาวดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่รีบโบกไม้โบกมือให้สัญญาณเมื่อเห็นเรือเดินสมุทรลำใหญ่ ตำรวจในเครื่องแบบเต็มยศหลายนายยืนอยู่เต็มลำเรือและสายตาทุกคู่จ้องมองมายังหล่อน

            “คุณตำรวจ ดิฉันเป็นคนไทยค่ะ  ดิฉันหลงทาง  ช่วยด้วยค่ะ”

            “มีคนอื่นอีกมั๊ย ในเรือเล็กนั่นนะ”

            “ไม่มีค่ะ  มีดิฉันคนเดียว”

            “บอกชื่อนามสกุลคุณมา”

            “ดิฉันชื่อน้ำใสค่ะ น้ำใส  ชโลธรพิทักษ์”

            “โอเค ใจเย็น ๆ คุณผู้หญิง เราจะลงไปช่วยคุณเดี๋ยวนี้”

            น้ำใสได้รับการช่วยเหลือจนสามารถขึ้นบนเรือตำรวจน้ำได้อย่างปลอดภัยหญิงสาวสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ เป็นเสื้อยืดแขนสั้นกางเกงวอร์มขายาวหลังจากได้อาบน้ำทานอาหารจนรู้สึกสบายตัวดีแล้วน้ำใสถูกเชิญให้ไปพบนายทหารชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง

            “คุณผู้หญิงรบกวนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในผมฟังด้วยครับ”

            “คือ เอ่อ”  น้ำใสอึกอัก   ไม่รู้ว่าจะเล่าดีหรือไม่เล่าดี หล่อนยังไม่เตรียมตัวเตรียมใจกับเรื่องนี้เลย หล่อนยังไม่รู้แน่ว่าที่เกาะนั่นใครผิดใครถูก  ทั้งยังไม่แน่ใจในตัวเอริค  ลึก ๆ แล้วน้ำใสอดห่วงชายหนุ่มไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาดีกับหล่อน  ไม่ทำร้ายหล่อนเมื่อหล่อนถูกจับได้ว่าลักลอบเข้าไปในเขตหวงห้ามของเขาแต่หล่อนอยากมีหลักฐานมากกว่านี้  อยากแน่ใจมากกว่านี้   อีกอย่าง ถ้าเล่าไปแล้วตำรวจจะเชื่อหล่อนหรือ   ในเมื่อหล่อนไม่มีหลักฐานอะไรเลย  เรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับนายธเนศแน่นอน เกี่ยวพันแบบไหน   คงต้องหาคำตอบให้กระจ่างเสียก่อน ฉะนั้นคงจะต้องรอบคอบให้มากก่อนที่จะพูดออกไปเอาเป็นว่าไม่โกหกแต่บอกความจริงไม่หมดแล้วกัน   วันข้างหน้าค่อยว่ากัน ขืนโพล่งออกไปหมดเปลือก  ไก่จะตื่น นายธเนศจะไหวตัวทันว่าเรารู้เรื่องบางเรื่องของเขา

            “ว่าไงครับคุณผู้หญิง”

            “คือ เอ่อ ดิฉัน  เอ่อ”  ยังไม่ทันที่น้ำใสจะได้เปล่งเสียงออกมามากกว่านี้ ตำรวจชั้นผู้น้อยนายหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องในมือถือซองเอกสารมายื่นให้ผู้บังคับบัญชาของตนแบบนอบน้อม

            นายตำรวจใหญ่รับซองมาแล้วหยิบบางสิ่งลักษณะคล้ายรูปถ่ายออกมาพิจาณาชั่วครู่ กลอกตาทั้งคู่ขึ้นลงระหว่างรูปและสาวน้อยตรงหน้าสองสามครั้ง  จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นสบตาน้ำใส  ถามเสียงเครียดว่า

            “โอเค  คุณไม่ต้องเล่าแล้ว  คุณน้ำใส   ชโลธรพิทักษ์  คุณแม่ของคุณ  คุณนฤมล ชโลธรพิทักษ์  แจ้งความไว้ว่าคุณมาเที่ยวทะเลกับเพื่อนแล้วก็หายตัวไป  นี่ใช่รูปของคุณมั๊ยครับ”   นายตำรวจใหญ่พูดพลางเลื่อนรูปไปด้านหน้าเพื่อให้หญิงสาวเห็นได้ชัดขึ้น ซึ่งทันทีที่เห็นเพียงแวบแรกเจ้าหล่อนก็พยักหน้ารับ

            “แล้วดิฉันจะได้คุยกับแม่ของดิฉันเมื่อไหร่คะคุณตำรวจ ป่านนี่แม่คงเป็นห่วงดิฉันมาก”

            “ผมให้ลูกน้องติดต่อไปที่คุณนฤมลแล้ว  ถ้าติดต่อได้  เขาจะรีบมาบอกทันที  ไม่ต้องห่วง”

            “ขอบคุณค่ะ”

            “ทีนี้  ไหนคุณลองเล่าเหตุการณ์ให้ผมฟังทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณบ้าง แล้วคุณไปอยู่ที่ไหนมาตั้งนาน”

            “คือ ตอนนั้น” น้ำใสหยุดนึกทำทีแกล้งยกแก้วน้ำขึ้นดื่มหวังถ่วงเวลาสรรหาคำพูดดี ๆ มาเล่าโดยไม่ลืมประเด็นสำคัญว่าจะไม่เล่าจนหมดเปลือก

            หนุ่มใหญ่ตรงหน้าเอนตัวไปด้านหลังพิงพนักเก้าอี้กอดอกใจเย็นรอฟังคำอธิบายจากน้ำใสโดยไม่เร่งร้อน  เขาเข้าใจดีว่าสาวน้อยไฮโซคนนี้ อาจจะกำลังตื่นกลัวจึงยังไม่อาจปะติดปะต่อเรื่องราวได้ถูก ลูกคนรวยก็แบบนี้     เวลาออกหน้าจอทีวีเก่งแสนเก่ง พูดได้เป็นฉาก ๆ ราวกับนักแสดงมืออาชีพ  แต่พอเกิดเรื่องเกิดราวอะไรขึ้นมา ไม่ร้องหาพ่อหาแม่ให้ช่วยก็เก่งโขแล้ว

            น้ำใสวางแก้วน้ำลง เม้มปากที่เปียกชื้นแล้วเล่าเรื่องราวอย่างช้าๆ ว่า

            “ตอนนั้น ดิฉันกับเพื่อน  คือสุดาทิพย์นะค่ะ  เราเหมาเรือเพื่อไปเที่ยวเกาะกัน  แล้วพอดีเกิดพายุฝนกะทันหัน เรือรับไม่ไหว  เรือเราล่ม  จากนั้น ดิฉันก็สลบไป  มารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่บนเกาะๆ หนึ่ง  ชื่อเกาะเอริค  ไม่ทราบว่าคุณตำรวจเคยได้ยินชื่อเกาะนี้บ้างไหมคะ”

            “เอ ตั้งแต่ผมรับราชการตำรวจมาก็หลายปี ไม่เคยได้ยินชื่อเกาะนี้เลยนะครับ”

            “เหรอคะ  แปลกจัง”

            “ครับ  ไม่เคยได้ยินชื่อเกาะเอริค  บางทีอาจจะเป็นเกาะส่วนตัวของใครที่เขาเรียกเองว่าเกาะเอริคมั้งครับ    อาจเป็นเกาะส่วนตัวที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นเรื่องเป็นราว หรืออาจใช้ชื่ออื่น  ผมหมายถึง  บางเกาะก็มีสองชื่อ ชื่อจริงๆ ตามที่ลงทะเบียนไว้กับกรมที่ดินหรือชื่อที่เขาเรียกเองตามใจชอบแต่ว่าคือเกาะเดียวกัน  อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ครับ”

            “ก็อาจเป็นได้ค่ะ”

            “แล้วคุณมาอยู่ในเรือลำเล็กนั่นได้ยังไงล่ะครับ”

            “ดิฉันได้รับความช่วยเหลือจากคนบนเกาะนะค่ะ คือที่ดิฉันหายไปเป็นเดือนก็เพราะตอนที่เรือล่ม ดิฉันได้รับบาดเจ็บอยู่รักษาตัวบนเกาะนั่น   เครื่องมือสื่อสารอะไรก็ไม่มีสักอย่าง อย่างว่านะคะ  เกาะที่ห่างไกลแบบนั้น    พอดิฉันหายดี ดิฉันก็ขอให้เขาช่วยให้ดิฉันได้กลับบ้าน  ก็เลยได้อยู่บนเรือเล็กอย่างที่คุณตำรวจเห็นนี่แหละค่ะ”  น้ำใสเล่าไม่หมดอย่างที่ตั้งใจ     นายตำรวจผู้มากประสบการณ์รู้สึกแปลกในคำบอกเล่าของหญิงสาวตรงหน้า แต่พอจะเอ่ยปากซักต่อ  เจ้าหล่อนกับยืดตัวบิดขี้เกียจยกมือขาวเนียนขึ้นปิดปากหาวหลับตาปี๋แล้วบอกกับเขาด้วยเสียงอู้อี้ที่ก้องอยู่แค่ฝ่ามือว่า

            “ขอโทษเถอะค่ะคุณตำรวจ  คือตอนนี้ดิฉันเพลียมาก อยากพักผ่อนอีกหน่อยรบกวนแค่นี้ก่อนได้ไหมคะ  ไว้ค่อยคุยกันใหม่ทีหลังนะคะ”

            ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หนุ่มใหญ่จำต้องยอมตามที่หล่อนขอทั้ง ๆ ที่รู้สึกแปลกในเรื่องที่ได้ยินมาจนคันปากอยากถามให้ละเอียดกว่านี้สักหน่อยได้แค่คิดในใจคนเดียว เจ้าหล่อนไปอยู่ในเรือคนเดียวได้ยังไงแล้วเกาะห่างไกลความเจริญทำไมในเรือเล็กนั่นมีแต่ของทันสมัยทั้งนั้นเลยนะ อีกอย่างแปลกจริง  หากแต่คำพูดที่เอ่ยออกไปคือ

            “ครับ  เชิญครับ”  แล้วมองตามน้ำใสที่ลุกขึ้นยืน พนมมือไหว้เขา  หันหลังเดินออกจากห้องไป

            น้ำใสเข้าไปนั่งบนเตียงในห้องที่ถูกจัดไว้แบบกะทัดรัดไม่กว้างนักสำหรับคนหนึ่งคน หญิงสาวถอนหายใจโล่งอกที่แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าไปได้เปลาะหนึ่งยังเหลือปมอีกหลายปมให้หล่อนแก้  ทั้งเรื่องเกาะเอริค เรื่องนายธเนศ  แล้วไอ้โรงชำแหละคนน่าสะอิดสะเอียนนั่นอีกขอเวลาให้หล่อนคิดให้รอบคอบกว่านี้สักหน่อยเถอะ ตอนนี้หล่อนยังไม่อยากคิดอะไรมาก อยากพักอย่างที่บอกกับตำรวจจริง ๆ ดังนั้น ในเวลาไม่นาน หญิงสาวจึงหลับสนิท

    ++++++++++++++++++++++

            ที่มหาวิทยาลัย

            ดวงตาและเพื่อนคู่หูอีกสองสาวนั่งคุยเล่นกันอยู่ที่โต๊ะหินใต้ต้นไม้ใหญ่

            “นี่พวกเธอรู้เรื่องที่ยัยน้ำใสกับสุดาทิพย์หายไปมั๊ย”  ดวงตาเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา

            “รู้สิ  ทำไมเหรอ”

            “ก็มันแปลกนะซิ”

            “แปลกยังไง”

            “หายไปตั้งหลายวัน ต่อมามีผู้ชายโทรมาหาแม่ยัยน้ำใสถึงบ้าน  บอกว่าลูกสาวสบายดี  ไม่นานจะได้กลับบ้านไม่ต้องห่วง”  ดวงตาจีบปากจีบคอพูดเมื่อเพื่อนเริ่มจะสนใจเรื่องของน้ำใสที่หล่อนกำลังจะใส่สีให้สนุก

            “แล้วมันแปลกยังไง”

            “เอ๊ะนี่พวกเธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ”    ดวงตาแสร้งขึ้นเสียงสูงทำทีไม่พอใจ  แต่ก็ยิ้มเหยียดตรงมุมปากแบบสะใจที่จะได้เล่าเรื่องของน้ำใสในแบบที่ตนเองต้องการว่า

            “มันก็แปลว่า  ที่น้ำใสหายตัวไป  หล่อนไปอยู่กับผู้ชายมานะซิ”

            “ห๊า จริงเหรอ”  สองสาวคู่หูตาเหลือกโต รับมุกของดวงตาแบบเข้าขา

            “ก็จริงนะสิ”

            “ต๊าย เห็นหน้าซื่อ ๆ  ทำหยิ่ง ที่ไหนได้  ฮึฮึ  ฮึ” สามสาวหัวร่อใส่กันสนุนสนานในเรื่องที่กล่าวพาดพิงถึงน้ำใสในแบบที่ตนเองพอใจโดยไม่มีใครคอยขัดทั้งที่ไม่รู้เลยจนนิดเดียวว่า  เรื่องจริงมันเป็นอย่างไร

            “เออนี่ดวง  แล้วภคกรหวานใจเธอรู้เรื่องนี้หรือเปล่า หึ” หนึ่งในนั้นเปลี่ยนเรื่องสนทนาเมื่อชักจะเบื่อหัวเราะแล้ว

            “ก็เนี่ยแหละที่ฉันแค้นใจ กรมัวแต่หน้ามืดตามัวตามหาหล่อนอยู่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าหล่อนไปอยู่กับผู้ชาย  ยังออกตามหาอีก ฉันไม่เข้าใจเลย”

            “แล้วเธอจะทำยังไง  มีอะไรจะให้พวกฉันช่วยไหม  บอกได้เลย”

            “ใช่  ใช่”  สองสาวคู่หูรีบขันอาสาเอาใจเพื่อนสาวผู้มั่งมี ที่เมื่อพวกเธอช่วยทำอะไร  มักจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่าเสมอ แม้ใคร ๆ จะมองว่าพวกเธอเป็นลูกน้องของดวงตา ไม่ใช่เพื่อนร่วมคณะ   พวกเธอก็ไม่แคร์    จะสนใจใครไปทำไม ทำแล้วได้ตังค์ใช้  ได้ของดี ๆแม้จะเป็นของที่ดวงตาหยิบยื่นให้หลังจากใช้จนเบื่อแล้วก็ตาม

            “ฉันก็แค่ ขอวานพวกเธอนิดหน่อยเท่านั้นเองให้พวกเธอกระจายข่าวเรื่องที่น้ำใสหายตัวไปแล้วไปอยู่กับผู้ชาย เอาให้ทั่วมหาวิทยาลัยเลยนะ  เอาให้มันดังกระหึ่มเลยยิ่งดี”

            “ได้  สบายมาก”

            “อ้อ เอาแบบว่า  เขาเล่าว่านะ  อย่าบอกว่ามาจากฉันเชียว” ดวงตาย้ำหนักเพราะไม่อยากให้ภคกรรู้ว่าหล่อนเป็นคนเริ่ม

            “ได้  ได้”

            “ใช่ ไม่ต้องห่วง  ไว้เป็นหน้าที่พวกเราเอง”

            “ขอบใจพวกเธอมากนะ  ไป๊ ไปกินข้าวกัน  เดี๋ยวฉันเลี้ยงพวกเธอเอง” ดวงตาหันมาชวนคู่หูทั้งสองโดยหล่อนลุกขึ้นก่อนแล้วเดินนำหน้าประหนึ่งนางพญามีบริวารเดินตาม

            “เธอเสร็จฉันแน่  นังน้ำใส”  ประโยคนี้ดวงตาพูดกับตัวเอง  ดวงตาหล่อนวาวโรจน์เป็นประกายเพราะความคั่งแค้น

    ++++++++++++++++++++++++

            ขณะเดียวกัน ภคกรก็มาอยู่ที่บ้านคุณนายนฤมลเพื่อปรึกษาเรื่องน้ำใส

            “คุณน้าครับ  ผมขอโทษ  ผมพยายามสุดความสามารถแล้ว ยังไม่ได้เรื่องหรือข่าวคราวอะไรเลย”

            หนุ่มน้อยพูดราวกับมันเป็นความรับผิดชอบของเขาที่น้ำใสหายตัวไป

            “เหรอจ๊ะ น้าเองก็กลุ้มใจจะแย่อยู่แล้วตั้งแต่ได้รับแฟกซ์กับโทรศัพท์คราวนั้น  ก็ไม่มีการติดต่ออะไรมาอีกเลย เงียบไปเลย   อกน้าจะระเบิดอยู่แล้วจ้ะกร” ผู้สูงวัยพูดเสียงสั่นเครือ พยายามกลั้นน้ำตาที่มันทำท่าอยากจะไหลตามอารมณ์ของเจ้าของ

            “ใจเย็น ๆ ครับคุณน้า  น้ำใสเป็นคนดี ผมว่าพระคงคุ้มครอง”

            “น้าก็ภาวนาขอให้เป็นแบบนั้น  เออ ว่าแต่กรได้ข่าวหนูสุดาทิพย์บางมั๊ย”

            “ครับ  ทิพย์ส่งข่าวมาแล้วครับ”

            “เหรอจ๊ะ  ว่าไง”   คุณนายนฤมลคลายความเศร้าไปได้บ้างเมื่อได้รับรู้ข่าวของเพื่อนสนิทน้ำใส

            “ตอนนี้ทิพย์เขาปลอดภัยดี  ได้งานทำที่ต่างจังหวัด  และก็มาลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว”

            “เป็นไงมาไงถึงไปทำที่ต่างจังหวัดได้ล่ะ เขาเรือล่มพร้อมน้ำใสไม่ใช่เหรอ”

            “ครับ   ทิพย์เขาเล่าว่า  มีคนช่วยเขาไว้  แต่ไม่มีใครเจอน้ำใสเลยครับ  เขาเองก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน”

            “แย่จังเลยนะ”  หญิงสูงวัยกว่ากล่าวด้วยน้ำเสียงกลุ้มใจระคนเป็นทุกข์เพราะเป็นห่วงพาให้ชายหนุ่มรู้สึกสงสารแม่ของเพื่อนสาวจับใจ

            “ครับ  ผมเองก็ไม่ได้คุยกับสุดาทิพย์เขาตรง ๆ หรอนะครับ  แม่ของทิพย์เขาเล่าให้ฟังตอนผมโทรไปถามข่าวคราวเขานะครับ  แม่สุดาทิพย์เขาว่า  ทิพย์โทรมาหา แต่ว่าไม่ได้ให้ที่อยู่ที่เบอร์ติดต่ออะไรไว้   บอกแต่ว่าจะติดต่อมาเองเรื่อย ๆ”

            “ฮื่อ  หนูทิพย์เขาโชคดีนะ  ที่มีคนมาช่วยไว้ได้  แม่ก็ได้แต่ภาวนาให้น้ำใสโชคดีแบบนั้นบ้าง”  คุณนายนฤมลนึกสะท้อนใจ สุดาทิพย์ยังติดต่อกลับมาเองว่าปลอดภัย  แต่น้ำใสไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย หล่อนไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของลูก

            ‘กรี๊ง   กริ๊ง’  เสียงโทรศัทพ์ดังขึ้นหยุดการสนทนาของทั้งคู่ไว้เพียงแค่นั้น   สองคนอยู่ในอารมณ์เดียวกันคือขอให้เป็นเสียงที่เป็นข่าวจากน้ำใส ดังนั้นเมื่อสาวใช้ตั้งท่าจะวิ่งมารับ ผู้เป็นเจ้าของบ้านกลับโบกมือห้าม  แล้วเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มาแนบหูด้วยใจระทึกหวังให้เป็นเสียงที่รอคอย

            “ฮัลโหล”

            “คุณแม่ คุณแม่หรือคะ นี่น้ำนะคะแม่  น้ำเองค่ะแม่”  เสียงปลายสายยังความตื่นเต้นดีใจให้คุณนายนฤมลมาก หล่อนทวนชื่อลูกสาวเสียงดังจนทำให้ภคกรได้ยินรีบเขยิบเข้ามาใกล้

            “น้ำใส น้ำใสหรือลูก ลูกอยู่ไหน เป็นไงบ้าง  โธ่ลูก”  คนเป็นแม่ละล่ำละลักถามเสียงปนสะอื้นด้วยความตื้นตันใจก่อนจะถามต่อโดยไม่รอคำตอบว่า

            “เป็นไงบ้างลูก หนูเจ็บไข้ได้ป่วยหรือได้รับอันตรายอะไรที่ตรงไหนบ้างมั๊ยลูก ลูกจ๋า  แม่ดีใจเหลือเกินที่ได้ยินเสียงหนู”ทำนบน้ำตาคุณนายแตกพร่างพรู  แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติยินดี  พร้อมทั้งหันหน้าไปยิ้มทั้งน้ำตาให้ชายหนุ่มเพื่อนลูกสาวที่นั่งยิ้มอยู่ใกล้

            “น้ำก็ดีใจที่ได้ยินเสียงคุณแม่ค่ะ” น้ำใสร้องไห้ตามด้วยความดีใจเช่นกัน

            “หนูยังไม่ได้บอกแม่เลยว่าหนูอยู่ไหน  ให้แม่ไปรับหนูนะลูก”

            “ไม่ต้องค่ะแม่  น้ำอยู่กับคุณตำรวจค่ะ  แล้วเขาจะพาน้ำไปส่งบ้าน คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

            “ให้แม่ไปรับดีกว่านะ  แม่อยากไปรับ”

            “ไม่ต้องค่ะแม่  น้ำกลับกับคุณตำรวจได้ คุณแม่รอน้ำอยู่ที่บ้านนะคะ”

            “ได้จ๊ะลูก  ได้”

                “ไว้เราค่อยคุยกันที่บ้านนะคะ  พอดีน้ำโทรฯทางไกล  ยังไงคุณแม่รอน้ำนะคะ  ไม่นานน้ำจะได้กลับบ้านแล้ว”

            “จ๊ะลูก แม่จะรอนะลูก”

            “ค่ะแม่  สวัสดีคะแม่”

            “จ๊ะ”

            ในขณะที่คุณนายนฤมลและภคกรคุยโทรศัพท์อยู่ทั้งสองไม่รู้ตัวเลยว่านายธเนศเข้ามาในห้องรับแขกและได้ยินเสียงสนทนานั่นแล้ว    ด้วยความคุ้นเคยกับคนรับใช้ในบ้านเขาจึงได้รับอนุญาตให้เข้าออกบ้านนี้ได้อย่างง่ายดาย    และเมื่อเขาได้รับรู้ว่า น้ำใสกำลังจะได้กลับบ้านเขาจึงเห็นเป็นโอกาสที่จะทำคะแนนโดยแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนี้

    ​

    คล้ายกับเรื่องเกาะรัก...ทะเลแดง ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808