บทที่ 13
อุตส่าห์มาทั้งที
เฉียวเิเตี๋ยนั่งสง่างามอยู่บนบัลลังก์บัว ร่างกายนางอ่อนช้อยงดงาม เมื่อเห็นฉู่ซิ่วก้าวเข้ามา นางเผลอเลื่อนมือขึ้นกระชับชายเสื้อขาวราวหิมะแน่น แต่ก็คลายออกอย่างรวดเร็ว
คิ้วนางขมวดเล็กน้อย “เ้าศิษย์ชั่ว เหตุใดเ้าจึงปกปิดเื่สำคัญจากข้า?”
“ศิษย์ไม่ทราบว่าได้ปกปิดสิ่งใดจากท่านอาจารย์?” ฉู่ซิ่วก้าวขึ้นบันไดหินหยกทีละก้าว ทำทีเป็สงสัย
“เ้าได้เจเลื่อนขั้นเจตจำนงกระบี่เป็ััเจต ขั้นต้น” ร่างงามของเฉียวเิเตี๋ยเผลอถอยหลังไปเล็กน้อย
“โอ้ อาจารย์ทราบเื่นี้ได้อย่างไร” ฉู่ซิ่วแสร้งทำเป็ประหลาดใจ โดยไม่สนใจว่าอาจารย์ของตนเต็มใจหรือไม่ เขาตรงเข้าไปนั่งข้างอาจารย์โอบรอบเอวคอดกิ่วอ่อนนุ่มของนาง กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยแตะจมูกชวนให้มัวเมาลุ่มหลง
เฉียวเิเตี๋ยขัดขืนอยู่สองสามครั้ง เมื่อเห็นว่าไร้ผลจึงขมวดคิ้วแน่น “ท่านจอมเทพขอบเขตราชันศักดิ์สิทธิ์ แทบจะควบคุมกฎแห่งมิติได้ทั้งหมด ยามที่เ้าเข้าสู่ขั้นััเจต แน่นอนว่ามิอาจเล็ดลอดการรับรู้ของนางได้”
‘เป็เช่นนี้นี่เอง’
ฉู่ซิ่วยิ้มกริ่มพลางพยักหน้า
“แล้วอย่างไรเล่า? ท่านอาจารย์อยากชุบเลี้ยงข้าผู้ที่มีพร์ขนาดนี้หรือ?”
“หึหึ!” ใบหน้างดงามราวกับเทพธิดาของเฉียวเิเตี๋ย แสดงรอยยิ้มเยาะหยันออกมา “แดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่ ไม่มีทรัพยากรใดที่ได้มาฟรี ๆ แม้ว่าเ้าจะเป็ขอบเขตจักรพรรดิผู้กลับชาติมาเกิดก็ตาม เ้าก็ยังต้องต่อสู้และแย่งชิงมันมาด้วยตัวเ้าเอง ดอกไม้ที่บ่มเพาะในเรือนกระจก ย่อมไม่ทนต่อพายุฝน!”
“เ้าคิดเช่นไร?”
“ศิษย์คิดเช่นเดียวกับท่านอาจารย์ ทรัพยากรใด ๆ ก็ควรแสวงหามาเอง?”
“ท่านอาจารย์ ค่ำแล้ว…พวกเราควรหยุดพักได้แล้ว”
โฉมงามราวเทพธิดาของเฉียวเิเตี๋ยเปลี่ยนเป็ซีดเผือด นางโกรธจนตัวสั่น
“ศิษย์ชั่ว! วันนี้ข้าจะไม่ยอม...”
“ไหน ๆ ก็อุตส่าห์มาแล้วน่า…”
“อยู่เฉย ๆ คงไม่มีอะไรทำ ลองลองช่วยข้าเพิ่มพร์ในการฝึกสักหน่อยจะเป็ไรไป”
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
ฉู่ซิวสดชื่นกระปรี้กระเปร่าก้าวออกจากตำหนักเ้าขุนเขา
ส่วนเ้าขุนเขาที่หอบหายใจและซับเหงื่อบนใบหน้ากลับไร้เรี่ยวแรง นางทรุดตัวลงนั่งบนบัลลังก์ดอกบัวอย่างอ่อนระทวย
[ว้าว! นายท่านหื่นจริงๆเลย กระทำการร่วมรักกับอาจารย์ของท่านอีกครั้ง รับรางวัลพิเศษ พิษยอดกระเรียนระดับหก :1 ชิ้น]
[คุณสมบัติการฝึกฝน +100]
[คุณสมบัติการฝึกฝน +100]
[คุณสมบัติการฝึกฝน +100]
[ [ พร์ ] : 「ระดับฟ้า」 เพิ่มขึ้นถึง 917 อัตราการฝึกฝนเพิ่มขึ้น 31 เท่า]
[ติ๊ง ! นายท่านได้ก้าวหน้า ห่างจากกงล้อสมุทรระดับห้า เพียงครึ่งก้าว โปรดฝึกฝนให้ดียิ่งขึ้น อย่าหยุดพัฒนา...คิก ๆ]
“ผลลัพธ์ที่ได้แย่ลงเรื่อย ๆ เลยแฮะ!” คาดว่าต้องใช้พร์ถึง 2000 แต้ม ถึงสามารถพัฒนาเป็พร์ระดับเซียนได้
ฉู่ซิ่วขมวดคิ้ว รู้สึกไม่พอใจนัก
“กายานวล์ไม่ควรเป็ของไร้ประโยชน์ขนาดนี้สิ!”
“หรือจะเป็เพราะท่านอาจารย์ถูกผนึกพลังเอาไว้?”
“มิเช่นนั้นครั้งหน้า ข้าควรจะปลดผนึกอาจารย์…”
ฉู่ซิ่วส่ายหัวและข่มความคิดที่เป็อันตรายนี้ไว้ก่อน!
เขากลับมาที่ถ้ำฝึกตน วางค่ายกลป้องกันการสอดแนมและป้องกันการตรวจสอบไว้รอบ ๆ บริเวณ ฉู่ซิ่วหยิบเอาของที่ได้มาในวันนี้ออกมาทั้งหมด
‘พรึบ ๆ’ ของวิเศษจากสมบัติแห่ง์และโลก เครื่องรางต่าง ๆ รวมไปถึงหินิญญากองเป็ูเา สมบัติล้ำค่าทั้งหมดกระจายออกมา ส่องแสงจนแสบตา
จากนั้นเขาก็หยิบดาบโฮ่วเปยคุณภาพทั่วไป ขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วเลือกชิ้นนั้นมาแลก
[ใช้ดาบโฮ่งเปยคุณภาพทั่วไป - ได้รับคะแนนสะสม 1 แต้ม]
ฉู่ซิวขมวดคิ้ว “ไอ้ระบบเวร! ออกมาเดี๋ยวนี้เลย ! คราวก่อนข้าใช้คุณภาพทั่วไปแลกได้ตั้ง 5 แต้ม ! แต่นี่ทำไมได้เพียง 1 แต้ม!”
[เฮ้เฮ้...เมื่อระดับการบ่มเพาะของนายท่านของสูงขึ้น คุณภาพของสิ่งของที่ใช้แลกเปลี่ยนเป็คะแนนสะสมก็จะสูงขึ้นตาม]
[ขอแอบกระซิบนะ ! ของที่นายท่านแลกมานั้นก็ต้องมีคุณภาพด้วยนะ]
[หากนายท่าน้าสะสมคะแนนโดยใช้ของห่วย ๆ ข้าคงต้องขออภัยท่านแล้วล่ะ ฮะฮะฮ่า~]
[อ้อ ! ไม่ต้องถามต่อเลย เพราะหินิญญาก็แลกเป็คะแนนไม่ได้]
“ไอ้ของเฮงซวย!” ฉู่ซิ่วยืนขึ้นด่าพลางออกจากถ้ำฝึกตน เขาจะไปขายของถูก ๆเหล่านี้แล้วซื้อของดี ๆ มาแลก
เช่นนี้จึงจะคุ้มที่สุด
ยอดเขาคณาสมบัติ
องค์กรที่มีหน้าที่จัดการทรัพย์สินโดยเฉพาะ ภายนอกนั้น พวกเขาก็คือพ่อค้าที่มีธุรกิจมากมายตั้งอยู่ในราชวงศ์ ตระกูลโบราณ และดินแดนของสำนักใหญ่ ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าและสร้างรายได้ให้กับสำนัก
ในความจริงแล้ว พวกเขาก็คือผู้จัดการทรัพย์สิน รับผิดชอบการจัดสรรทรัพยากร ยอดเขาคณาสมบัตินี้ิาจไม่ได้ขึ้นชื่อในเื่ของพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง
แต่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่นี้ พวกเขามีฐานะสูงส่ง ยกเว้นยอดเขาไท่ซูและยอดเขาเทียนซิงแล้วใคร ๆ ก็ต้องให้เกียรติ ใคร ๆ ก็รู้ว่าพวกเขาคือบิดาผู้ครองกระเป๋าเงินนั่นเอง
ฉู่ซิวตามความทรงจำมาที่หอรวมสมบัติ บนยอดเขาคณาสมบัติ ชุดคลุมลายเมฆสีดำปักไหมทองที่สวมใส่อยู่นั้น เรียกความสนใจของเหล่าศิษย์ฝ่ายในยอดเขาคณาสมบัติได้ในทันที ก่อนที่หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มหวาน นางสวมชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนที่ด้านหลังปักลายรูปเม็ดเงิน เมื่อมาถึงตรงหน้าฉู่ซิว นางก้มลงคำนับเล็กน้อย “ศิษย์สายในแห่งยอดเขาคณาสมบัติ ฉู่เซียวหราน ขอคารวะศิษย์พี่ฉู่ซิว”
ฉู่ซิวไม่รู้สึกประหลาดใจที่อีกฝ่ายจำตนได้ เครื่องแต่งกายของตนเป็เอกลักษร์เฉพาะของยอดเขาอวิ๋นเซี่ย ชุดคลุมสีดำปักทองคือเครื่องหมายของศิษย์สืบทอดแห่ง ยอดเขาอวิ๋นเซี่ย
“ผู้ดูแลของที่นี่อยู่หรือไม่?” ฉู่เซียวหรานยิ้มอย่างอ่อนหวาน
"ศิษย์พี่ฉู่มาเพื่อขายของสินะเ้าคะ"
“อื้ม…”
ฉู่ซิว ยื่นมือขวาออกไป ใช้นิ้วชี้เกี่ยวคางนางอย่างแ่เบา มุมปากปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ น้ำเสียงเ้าชู้เย้าหยอก
“แล้วศิษย์น้องรู้ได้อย่างไรเล่าว่าข้ามาเพื่อขายของ หรือว่าศิษย์น้องเรียนวิชาอ่านใจคนมาหรือ?”
สีแดงระเรื่อปรากฏบนใบหน้าอันงดงามของเซียวหราน นางถอยหลังไปครึ่งก้าว ก้มใบหน้าต่ำลง ริมฝีปากแดงเผยอออกเล็กน้อย
“พี่ชายทำผลงานได้ดีมากบนสังเวียนแห่งชีวิตและความตายของยอดเขาเทียนซิง ได้เงินของบรรดาศิษย์ไปไม่รู้เท่าไหร่ เื่นี้แพร่กระจายไปทั่วแดนศักดิ์สิทธิ์แล้ว”
“ในเวลานี้ ท่านมาถึงหอรวมสมบัติย่อมเดาได้ว่าท่านมาเพื่อขายของ”
“เช่นนั้นศิษย์น้องโปรดตามข้ามาเถิด...”
ฉู่ซิวหันไป ก้าวย่างอย่างสง่าผ่าเผย มุมปากเผยรอยยิ้มเยาะหยัน ในใจคิดว่า
‘ข้าเพิ่งมาถึงก็ปรากฏตัวขึ้นเลย เห็นได้ชัดว่าสตรีผู้นี้จงใจเข้าหาข้า และมีเจตนาบางอย่าง’
ดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงสายตาที่ไม่ปกปิดและเต็มไปด้วยความก้าวร้าวจากด้านหลัง ฝีเท้าของฉู่ซิวเร่งเร็วขึ้นเล็กน้อย คนทั้งสองมาถึงห้องส่วนตัวบนชั้นสองของหอรวมสมบัติ
พบกับคนผู้หนึ่งที่รับผิดชอบดูแลหอรวมสมบัติตึก บุคคลตรงหน้ามีรูปร่างอ้วนเตี้ย สวมผ้าคลุมสีเขียวหลวม ๆ ไว้หนวด ดวงตาข้างซ้ายเล็ก ข้างขวาโต ชื่อของชายแปลกประหลาดผู้นี้คือเมิ่งต้าฉาย
อย่าเพิ่งดูถูกว่าเขาหน้าตาไม่หล่อเหลา แถมชื่อยังเชย ๆ แท้จริงแล้วการบำเพ็ญของเขานั้นไม่ธรรมดาเลย เป็ผู้บำเพ็ญในขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ระดับห้า
ก่อนหน้าที่จะเริ่มบำเพ็ญ คนผู้นี้เป็เพียงพ่อค้าธรรมดาสามัญในบรรดาเหล่ามนุษย์ ครอบครัวประสบเคราะห์กรรม คนทั้งครอบครัวถูกพวกอสูรสังหาร เขาโชคดีที่รอดชีวิตมาได้ ด้วยโชคชะตาอันประหลาด พาให้ก้าวเข้าสู่หนทางแห่งการบำเพ็ญ และเข้าฝากตัวในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่
เนื่องจากพร์ด้านการค้าอันสูงส่ง ประกอบกับพร์ด้านการบำเพ็ญที่ไม่เลว หลังจากบรรลุขอบเขตศักดิ์สิทธิ์แล้ว เขาจึงได้กลายเป็หนึ่งในสามผู้าุโแห่งยอดเขาคณาสมบัติ
ประจำการที่สำนักใหญ่แห่งยอดเขาคณาสมบัติ บริหารจัดการหอรวมสมบัติ
“ท่านผู้าุโเมิ่ง~” ฉู่ซิ่ว เอ่ยพร้อมกับยกมือคำนับเล็กน้อย
เมิ่งต้าฉายลุกขึ้นอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับคำนับตอบ ไม่กล่าวถึงเื่การบำเพ็ญ หากพิจารณาแค่เื่สถานะแล้ว ฉู่ซิ่วก็คือศิษย์พี่ใหญ่ ซึ่งเป็ศิษย์สืบทอดแห่งยอดเขาอวิ๋นเซี่ย ด้วยสถานะที่เกือบจะเทียบเท่านี้ หากมองในแง่นี้แล้ว เมิ่งต้าฉายก็ต้องให้เกียรติอยู่บ้าง
ในฐานะนักธุรกิจ เมิ่งต้าฉายขาดซึ่งความน่าเกรงขาม แต่ในทางกลับกัน เขากลับมีกลิ่นอายแบบชาวบ้านมากกว่านักรบผู้แข็งแกร่งคนอื่น
ฉู่ซิ่วไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบถุงเก็บของออกมาสองถุง ถือมันไว้ในมือและคว่ำสิ่งของที่อยู่ด้านในออกมาบนพื้นอย่างไม่รีรอ
‘โครม!’ กองสิ่งของเ่าั้กลายเป็ูเา ทางด้านข้างฉู่เซียวหรานเบิกตากว้าง ใบหน้ารูปไข่ที่งดงามของนางเต็มไปด้วยความมึนงง
“นี่.... นี่มันเยอะเกินไปแล้ว!”
“ต้องรบกวนท่านผู้าุโเมิ่งช่วยประเมินราคาขอรับ” ฉู่ซิ่วดึงเก้าอี้มานั่ง ในการประลองครั้งนี้ เ้าชนะได้หินมาสามล้านก้อน ส่วนของที่เหลืออีกสิบสามล้านอยู่ที่นี่
พลังแห่งจิติญญาขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่กระจายไปทั่วูเาลูกนี้
ใช้เวลาประมาณห้าลมหายใจ เมิ่งต้าฉายยิ้มพลางลูบเครา “12,450,000 หินิญญา”
ฉู่ซิวพยักหน้า ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับที่ยอดเขาเทียนซิงคำนวณไว้ เขาไม่ได้สงสัยว่าเมิ่งต้าฉายจะหักส่วนลดเอาไว้
ราคาในทวีปต้าเทียนฉงนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในแง่นี้ ผู้าุโแห่งยอดเขาเทียนซิงย่อมไม่มีความเชี่ยวชาญเท่าเมิ่งต้าฉายอยู่แล้ว
“สำหรับเงินก้อนนั้น ข้ายังไม่รีบร้อน”
“เอาเป็ว่าข้าจะไปซื้อของที่หอสมบัติก่อนแล้วกัน”
“ได้สิ” เมิ่งต้าฉายแสดงรอยยิ้มอันเป็เอกลักษณ์ของพ่อค้า
“เซียวหราน เ้าจงอยู่เป็เพื่อนฉู่ซิวเถอะ!”
“เ้าค่ะ” ฉู่เซียวหรานก้มศีรษะอย่างสง่างาม
“ศิษย์พี่ฉู่ซิว โปรดตามข้ามา…”