ตอนที่ 3
เมื่อเดินมาถึงที่พักเสี่ยวหนิงพักนางก็ได้ยินเสียงสตรีวัยกลางคนอายุน่าจะไม่เกินสี่สิบยืนด่าทอสามีของเสี่ยวหนิงโดยที่ชายหนุ่มวันสิบแปดได้แต่ก้มหน้ารับฟัง
“เ้าลูกเนรคุณเพื่อสตรีนางเดียวแล้วเ้าถึงกับยอมให้แม่ของเ้าภรรยาและลูกของเ้าอดตายหนานฉีเ้ายังเป็คนอยู่หรือไม่”
“ท่านแม่แต่...แต่ว่าข้ารักนางเพียงแค่เห็นนางลำบากข้าก็ทนไม่ได้”
“เ้ารักนาง...แล้วลูกเ้าเ้าไม่รักได้ด้วยหรือ”
ได้ยินเช่นนั้นเซี่ยอันผิงก็ชะงักเท้ามองไปที่บุรุษหนุ่มทันทีจากคำด่าทอทำให้นางเข้าใจได้ว่าไม่ใช่ว่าเขาล่าสัตว์หรือหาอาหารไม่ได้ แต่เขากลับเอามันไปให้คนที่เขารักโดยไม่คำนึงถึงแม่และภรรยาหรือและแม้กระทั่งกับลูกของตัวเอง
“เสี่ยวหนิงเ้าอยู่แถวนี้หรือไม่”
เซี่ยอันผิงแสร้งทำเสียงดังราวกับว่านางเพิ่งเดินเข้ามาเสี่ยวหนิงชะงักเล็กน้อยยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างรวดเร็ว มารดาสามีก็หยุดด่าทอสามีลงทันใด
เซี่ยอันผิงเห็นชายหนุ่มมีท่าทางไม่พอใจและเห็นเขาส่งสายตาคาดโทษมาที่เสี่ยวหนิงจากนั้นก็สะบัดหน้าเดินออกไปโดยไม่สนใจแม้แต่มารดาและภรรยา คนชั่วนี่มันมีอยู่ทุกที่เลยจริงๆ
“พี่เซี่ยอันผิงท่านมีอะไรหรือ”
“ข้าเป็ห่วงเ้าก็เลยมาดูหน่อย”
“ขอบคุณท่านมาก”
หนานเสี่ยวหนิงยิ้มออกมามีคนเป็ห่วงและยังเป็คนที่นางเพิ่งได้รู้จัก เสี่ยวหนิงจึงแนะนำมารดาสามีให้เซี่ยอันผิงรู้จักแม่สามีของนางชื่อหนานหลิน พูดคุยสอบถามกันอยู่พักใหญ่เซี่ยอันผิงจึงรู้ว่าหมู่บ้านที่เสี่ยวหนิงอาศัยอยู่นั้นอยู่ถัดออกไปจากหมู่บ้านของนางอีกสามหมู่บ้าน
“เสี่ยวหนิงวันนี้สามีของพี่โชคดีหน่อยได้ไก่มาหลายตัวพี่เลยนำมาให้เ้า”
เสี่ยวหนิงเห็นเช่นนั้นก็ร้องไห้ออกมาทันทีรวมทั้งมารดาสามีก็น้ำตาไหลพวกนางนึกว่าวันนี้คงต้องอดข้าวเสียแล้ว
“ขอบคุณพี่เซี่ยอันผิง”
“ขอบคุณเ้ามากแม่นางเซี่ยอันผิง”
“ไม่เป็ไรป้าหนานเอาเช่นนี้ดีหรือไม่..พวกท่านย้ายไปพักกับข้าหากอยู่กับลูกชายท่านข้าเกรงว่าพวกท่านจะได้รับอันตราย”
หนานหลินมีหรือที่จะไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่ายเ้าลูกอกตัญญูนั่นโกรธนางแล้วสะบัดหน้าจากไป แน่นอนว่าคืนนี้เขาคงไม่กลับมา
นางมองไปยังลูกสะใภ้และหลานชายแล้วพยักหน้าตอบรับทันทีไม่ว่าอย่างไรความปลอดภัยสำคัญที่สุดทั้งหมดเดินตามเซี่ยอันผิงมาจนถึงที่พัก
เซี่ยอันผิงแนะนำคนทั้งสองให้กับสามีของนางได้รู้จักเซียวถิงต้วนไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เพียงเดินถือไก่สองตัวไปที่ลำธาร ส่วนเซี่ยอันผิงก็จัดการก่อไฟหุงข้าว
นางมอบไก่ให้กับครอบครัวหนานหนึ่งตัวอีกทั้งยังแบ่งข้าวสารให้เย็นนี้ให้คนทั้งสองกินข้าวกับนางก่อนส่วนของที่นางมอบให้เสี่ยวหนิงให้พวกนางเก็บไว้ในยามจำเป็
จวบจนทุกอย่างเรียบร้อยนางจึงไปอาบน้ำที่ลำธารโดยมีเซียวถิงต้วนไปเป็เพื่อนนางยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้อื่นโดยที่ไม่ถามความคิดเห็นของเขาในใจก็นึกหวาดกลัวว่าเขาจะไม่พอใจขึ้นมานางขบคิดอยู่พักหนึ่งแล้วตัดสินใจเดินไปกอดผู้เป็สามีจากด้านหลัง ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาไม่ควรจะมีเื่ที่ไม่พอใจกัน
“ท่านพี่ท่านโกรธข้าหรือไม่”
“มีอันใดให้โกรธกัน”
“ก็ข้ากำลังเพิ่มภาระให้กับท่าน...แต่ข้าอดสงสารนางไม่ได้สงสารเด็กคนนั้นด้วย”
เซียวถิงต้วนแกะมือที่โอบรอบเอวของเขาออกแล้วหมุนตัวหันมามองหน้าคนที่คิดว่าเขาโกรธนางนางสูงเพียงแค่อกของเขา ทั้งยังร่างเล็กผอมบางไม่ว่าจะเป็แขนหรือแม้แต่ขาของนางขนาดของมันนั้นเล็กไม่ต่างจากลำเทียนเท่าไหร่นักผิวของนางไม่ได้ขาวเหมือหิมะแต่สีผิวของนางคล้ายกับสีของน้ำผึ้งในเดือนห้าไม่มีผิดเพี้ยน
ใบหน้าไร้เครื่องประทินโฉมแต่มองดูแล้วรู้สึกสบายตามือของนางไม่ได้อ่อนนุ่มอย่างที่สตรีควรเป็แต่เขากลับรู้สึกชอบมือเล็กหยาบกรานคู่นี้เป็พิเศษ เซียวถิงต้วนก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของนาง
“ข้าแค่ล่าสัตว์เพิ่มหน่อยจะเป็ไรไป”
“ขอบคุณท่านมาก”
เซี่ยอันผิงะโกอดรอบลำคอเขาด้วยความดีใจทำให้เซียวถิงต้วนหัวเราะออกมาอย่างชอบใจนางช่างไม่เหมือนใครเสียจริงมีสตรีใดบ้างที่แสดงท่าทางน่าอายต่อหน้าผู้คนมากมาย
“เราไปอาบน้ำกันเถอะ”
เซี่ยอันผิงควงแขนสามีเดินไปยังลำธารด้วยกันอย่างร่าเริงนางเลือกให้เขาอาบก่อนพร้อมกับช่วยสระผมให้กับสามี
หลายวันมานี้นางได้รู้ความลับอย่างหนึ่งของเขาคือเขาชอบทำตัวให้มอมแมมอีกทั้งยังใช้เครื่องสำอางของสตรีทาให้ผิวของเขาคล้ำเหมือนดั่งชาวบ้านทั่วไป
นางไม่เคยถามหาเหตุผลว่าเพราะอะไรแต่นางเต็มใจช่วยเขาทาอีกต่างหากนอกจากนี้ยังพบว่าเขาตั้งใจไว้หนวดเคราให้รกครึ้มเพื่อปกปิดใบหน้าของตนอีกด้วย
“เ้าจะไม่ถามหน่อยหรือว่าเหตุใดข้าถึงได้ปิดบังรูปลักษณ์ของตัวเอง”
“ท่านย่อมต้องมีเหตุผลหากท่านอยากบอกท่านก็จะบอกข้าเอง หากท่าน้าปกปิดข้าก็จะช่วยท่านปกปิดเป็เช่นนี้ไม่ดีหรือ”
“อืม....”
“เสร็จแล้วรอข้าอาบน้ำเสร็จจะตามไปเช็ดผมให้ทีหลัง”
“เ้าจะไม่ให้ข้าอาบน้ำเป็เพื่อนจริงหรือ”
ได้ยินเช่นนั้นเซี่ยอันผิงก็หน้าแดงด้วยความอายขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าคำพูดและน้ำเสียงดูเหมือนจะหยอกล้อนางแต่เซี่ยอันผิงรู้ดีว่ามันแฝงความจริงจังเอาไว้นั่นหมายความว่าหากนางอนุญาตเขาก็พร้อมกระโจนลงน้ำพร้อมนางอีกครั้ง
“ข้าไม่คุยกับท่านแล้ว”
เซียวถิงต้วนหัวเราะออกมาก่อนจะเดินขึ้นจากลำธารสวมเสื้อผ้าอย่างไม่รีบร้อนจากนั้นก็เดินไปนั่งที่โขดหินเพื่อรอให้เซี่ยอันผิงอาบน้ำเสร็จ หลายวันมานี้มีคนเพิ่มเข้ามาในขบวนเดินทางมากขึ้นต่างคนต่างที่มาเขาจึงต้องระมัดระวังตัวเป็พิเศษ
ใช้เวลาอาบน้ำไม่นานทั้งสองคนก็พากันกลับมายังบริเวณที่ใช้นอนในตะวันตกดินแล้วแต่ก็ยังพอมีแสงสลัวให้ได้มองเห็น เซียวถิงต้วนไปหาฟืนเพิ่มเพราะมีเพื่อนร่วมนอนเพิ่มอีกทั้งยังมีเด็กต้องเพิ่มกองไฟเพื่อไล่สัตว์มีพิษ
“เซี่ยอันผิงสามีของเ้าดูขยันไม่น้อย”
“ป้าหนานถึงเขาจะเป็คนไม่ค่อยพูดชอบทำหน้านิ่งให้คนหวาดกลัวแต่แท้จริงแล้วเขาเป็คนใจดีมาก”
“หาข้ามีบุตรชายเช่นนี้คงจะดีไม่น้อยอาหนิงก็คงจะไม่ต้องลำบากเช่นนี้”
“คนเราเปลี่ยนกันได้สักวันหนึ่งเขาจะรู้ว่าสิ่งใดดีไม่ดี สิ่งไหนถูกไม่ถูกป้าอย่าได้กังวลไปเลย”
เซี่ยอันผิงกล่าวในขณะที่มือของนางยังคงวุ่นอยู่กับการสานตะกร้าใบใหญ่อีกใบและใหญ่กว่าสามใบที่นางสานก่อนหน้านั้นเซี่ยอันผิงรู้ว่าสตรีทั้งสองมีเื่ทุกข์ใจนางจึงหาเื่สนุกมาเล่าให้ฟังและจบด้วยนิยายรักในตำนานนางพญางูขาวความรักระหว่างบัณฑิตหนุ่มกับปีศาจงูขาวพันปีเสียงสะอื้นของสตรีต่างวัยทั้งสองทำให้เซี่ยอันผิงยิ้มออกมานางนึกเอาไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็แบบนี้
“น่าสงสารทั้งคู่”เสี่ยวหนิงที่ปรับอารมณ์ของตนให้เป็ปรกติกล่าวออกมาในขณะที่ดวงตาของนางยังคงฉ่ำไปด้วยหยดน้ำตาอยู่
“น่าสงสารหรือข้ากลับคิดว่าน่าประทับใจมาก..นี่เสี่ยวหนิงเ้าลองคิดดูสิจะมีชายหญิงสักกี่คู่กันที่มีความรักลึกซึ้งได้ถึงเพียงนั้นในความรักที่ไม่สมปรารถนามีความเสียสละและใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความเป็จริง”
หนานหลินที่ผ่านโลกมามากแล้วมีหรือที่จะไม่รู้ถึงความหมายที่เซี่ยอันผิงกล่าวมาอีกฝ่ายกำลังตักเตือนลูกสะใภ้ของตนที่ตอนนี้กำลังทุกข์ในรัก และกำลังบอกว่ารักที่แท้จริงคือการเสียสละการที่้าให้อีกฝ่ายมาอยู่กับเราโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกเป็การเห็นแก่ตัว แม้ว่ามันจะเป็เื่ยากแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้ เพียงแค่ไม่ยึดติดมากเกินไปตัวเองจึงจะมีความสุขนางเองก็ได้แต่หวังว่าลูกสะใภ้ของนางจะเข้าใจ
นั่งหลังแข็งอยู่นานในที่สุดเซี่ยอันผิงก็สานตะกร้าหวายใบใหญ่เสร็จใบนี้นางตั้งใจจะให้เสี่ยวหนิงนางไม่ได้สานแบบกลมเหมือนของนางแต่นางสานเป็วงรี
“ในที่สุดก็เสร็จแล้ว”
เซี่ยอันผิงว่างตะกร้าที่สานเสร็จแล้วลงนางกวาดสายตาไปรอบ ๆ เห็นว่าทุกคนหลับกันหมดแล้วมีเพียงคนเดียวที่มองนางด้วยสายตาเอาเื่ สายตาดุคู่นั้นทำให้เซี่ยอันผิงอดขนลุกไม่ได้นางไม่ได้ไม่ได้ยินที่เขาเอ่ยเตือนให้นางนอนกว่าสิบครั้งเพราะว่าใจอยากสานตะกร้าต่อให้เสร็จนางจึงทำเป็เมินเฉยเขา และคิดว่าเมื่อเขาเบื่อที่จะเตือนนางเดี๋ยวเขาก็เลิกราหรือไม่ก็หลับก่อนนางใครจะคิดเล่าเมื่อหันไปอีกทีนางก็พบกับสายตาคาดโทษนั้นดูจากสายตาแล้วเขาคงไม่คิดลงโทษนางจริงๆ หรอกใช่หรือไม่
“ท่านพี่ทำไมยังไม่นอนอีก”
เซี่ยอันผิงแทบกรีดร้องออกมาด้วยความใเมื่อนางถูกลากให้เข้าไปในป่าอีกด้านหนึ่งไม่ใช่ถูกลากนางต้องบอกว่าถูกแบกต่างหากดีนะที่คนอื่นหลับไปกันหมดแล้วไม่เช่นนั้นนางได้อับอายคนทั้งขบวนแน่นอน
“เ้ากำลังทดสอบความอดทนของสามีเช่นข้าอยู่หรือเซี่ยอันผิง”
เซียวถิงต้วนพูดด้วยน้ำเสียงติดโมโหเขาแบกร่างนางพาดเอาไว้ที่บ่าและใช้มืออีกข้างตีเข้าที่สะโพกของนางโดยไม่เบาแรกสักนิดจะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไรกัน ในเมื่อเขาเรียกนางมานอนมากกว่าสิบรอบ นางเอาแต่สนใจสานตะกร้าบ้านั่นเขาเตือนนางไม่ใช่เพราะเขาเป็ห่วงนางหรอกหรือ