หนี่เฟิ่งจิวอยากกลับบ้าน ! ไม่อยากอยู่แล้วที่ยุคสมัยนี้ พระชายาสั่งลงโทษองค์รัชทายาทด้วยการให้ไปนอนในคุกหลวงสามวันสองคืน นึกว่าไปเข้าค่ายเสียอีก
องค์รัชทายาทกลับไปเป็องค์ชาย ตำแหน่งรัชทายาทโดนปลดสายฟ้าแลบ แต่ฮ่องเต้ก็ยังให้สิทธิ์กลับมาชิงคืนได้เมื่อถึงเวลานั้น
พระชายาจื่อนั่วอิงตบหน้าองค์ชายเสี่ยวตงต่อหน้าทุกคน เพื่อให้องค์ชายอับอายและสำนึกในสิ่งที่ทำลงไป ก่อนจะประกาศอภิเษกสมรสองค์ชายเสี่ยวตงกับธิดาเมืองหานอวี้ซินเหอ
รอยความแตกร้าวนั้นต่อไม่ติด อ๋องเสี่ยวเหยาสั่งห้ามไม่ให้องค์ชายเข้าจวนอ๋อง ส่วนฮ่องเต้เห็นว่าเป็เื่ที่สมควรแล้วก็ไม่กล่าวห้าม
คุณหนูหลี่เหมยไม่ยอมกลับมาวังหลวง ยืนกรานที่จะอยู่กับท่านอ๋องที่จวนสกุลหลง เธอนั้นไม่คาดหวังสิ่งใดจากการเป็ธิดาของฮ่องเต้
“สิ่งที่ท่านทำลงไปเมื่อวันประลอง ข้าส่งพวกมันไปนรกแล้วล่ะพระชายาจื่อนั่วอิง !”
รอยยิ้มแสยะน่าสยองจากอ๋องเสี่ยวเหยา รวมถึงคำพูดข่มขวัญนั้นไม่ได้ทำให้จิ้งจอกมาประสบการร์สะท้านะเื นางยังคงกระตุกยิ้มอย่างพึงใจในคำพูดนั้น
สายเืของหลงซู่เหยา ยังคงเป็มารขวางทางชีวิตของข้ากับลูกอยู่ร่ำไป...
จวนอ๋องดูแปลกไปเล็กน้อย สำหรับคนที่ไม่ได้เจอเป็เวลาเกือบสองอาทิตย์ ข้างกายยังคงเป็ท่านอ๋องที่โอบกอดเธอไว้ไม่ยอมปล่อย
“ทุกคนแยกย้ายไปพักตามสบาย”
“ขอรับ”
หนี่เฟิ่งจิวในตอนนี้ผอมบางไปกว่าเดิมมาก บนโต๊ะมีอาหารที่ท่านอ๋องสั่งให้เจียงเหวินเตรียม ขนมหวานหลายชนิดส่งกลิ่นหอมยั่วต่อมหิว
“กินเสีย เ้าผอมลงไปเยอะ”
“ท่านอ๋อง”
“หืม?”
“ป้อนฉันหน่อยสิคะ มือของฉันสั่นไม่มีแรง” มารยาหญิงเฉิงตูกำลังทำงาน อ๋องเสี่ยวเหยาแม้รู้ว่าเบื้องหน้าคือหลุมพราง แต่ก็ยินดียินยอมจะตกลงไป
“เห็นว่าเ้าขวัญเสียหรอกหนา”
“ตอนที่ฉันไม่อยู่ ท่านอ๋องเองก็ไม่ยอมกินยอมนอน”
“ข้าน่ะหรือ?”
“ชิ! ท่านอ๋องยังปากแข็ง ใจแข็งเหมือนเดิมเลยนะคะ” อ๋องเสี่ยวเหยาอยากพุ่งไปบีบคอเจียงเหวิน ทั้งที่สั่งแล้วสั่งอีกว่าห้ามเล่าให้หนี่เฟิ่งจิวฟัง เขาน่ะไม่อยากให้นางรู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองแทบบ้า
“จากนี้ห้ามออกจากจวน ถ้าข้าไม่อนุญาต”
“กลัวฉันหายอีกหรอคะ”
“เฟิ่งจิว!”
“ยอมรับมาเถอะน่า ว่ากลัวฉันจะหายไปจากสายตาของคุณ” หญิงสาวกัดซาลาเปาคำโต ปากก็พูดไม่หยุดจนท่านอ๋องต้องหาอะไรมาปิดปาก
ซาลาเปาครึ่งหนึ่งไปอยู่ในปากของท่านอ๋อง คิ้วสูงยกขึ้นหยอกล้อ หนี่เฟิ่งจิวตาค้างจิติญญาหลุดออกจากร่าง ท่านอ๋อง...นี่ ท่านอ๋องกินของจากปากเธอ
“ท..ทำอะไรคะ ฮื่ออออ...”
“พูดอีกสิ ข้าพึ่งรู้ว่าซาลาเปาอร่อยก็วันนี้”
“อย่าเล่นกับไฟหน่าท่านอ๋อง ฉันเอาจริงนะคะบอกไว้ก่อน”
“งั้นเอาเลยดีไหม”
“ท่านอ๋อง! ฉันหายไปไม่เท่าไร รู้จักพัฒนาคำพูดคำจาแล้วหรอคะ” หนี่เฟิ่งจิวแพ้สายตาเ้าชู้นี่เสียจริง ท่าทางแพรวพราวจนไม่อาจต้านไหว มองบ่อยๆอาจหลงเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
“องค์ชายทำสิ่งใดกับเ้าบ้าง”
“เขาหลอกฉันสนิทเลย นี่ถ้าไม่เกรงใจฮ่องเต้ล่ะก็ อยากก้านคอสักสองสามที ฮึ่ย!”
“ไม่ได้ล่วงเกินเ้าใช่ไหม?”
“เกือบไปแล้วค่ะ ถ้าอวี้ซินเหอไม่เข้ามาเจอก่อน ฉันคงต้องเป็สนมคนที่หนึ่งแสนโดยไม่ต้องสืบ”
“ข้าผิดเอง...”
“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ฉันเองก็ผิดที่วิ่งเข้าไปในป่านั่น”
“เป็เพราะข้า!”
“เป็เพราะองค์ชายชั่วนั่นต่างหาก เฮงซวยที่สุด” หนี่เฟิ่งจิวระบายออกมาด้วยความแค้นใจ บทบาทขององค์รัชทายาทในละครนี่โคตรต่างกับชีวิตจริง
ท่านอ๋องยกยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางโมโห ที่ผ่านมาเขามองว่านางบ้าสติไม่ดี จนลืมมองไปว่าหญิงสาวตรงหน้าก็มีมุมที่น่ารักเช่นกัน
“ยิ้มอะไรคะ”
“เ้าเองก็มีความรู้สึกหลากหลายเหมือนกัน”
“พี่ชายของคุณสมควรโดนปลด ฉันอยากให้ท่านอ๋องเป็องค์รัชทายาท”
“ข้าไม่ชอบความวุ่นวาย”
“องค์ชายไม่เหมาะสม! ไม่มีอะไรคู่ควรกับการใส่ชุดปักลายัเลย ฉันสงสารอวี้ซินเหอที่ต้องแต่งงานกับคนแบบนั้น”
“ข้าก็ไม่คู่ควรเช่นกัน”
“ท่านอ๋องเหมาะสมที่สุด ไพร่ฟ้าประชาชนจะต้องดีใจที่ท่านอ๋องครองบัลลังก์” รอยยิ้มสวยวาดให้ชายหนุ่มที่นั่งนิ่งเฉย สีหน้าของท่านอ๋องกลับมาเ็าดังเดิม
“เ้าไม่รู้เื่ก็อย่าพูดไป”
“ทำไมล่ะคะ! องค์ชายเสี่ยวตงควรเข้าคุกไปสักหลายๆปี”
“เื้ัน่ากลัวกว่าที่เ้าคิดเยอะ ใช่ว่าใครจะเป็รัชทายาทก็ได้ ที่ผ่านมาข้าพยายามหลีกเลี่ยงเื่ในวังมาโดยตลอด ข้าไม่อยากไปขวางทางใครจนตัวเองต้องวุ่นวาย”
“หมายถึงพระชายาจื่อนั่วอิงหรือคะ?”
“เบาๆหน่อย เ้าไม่ควรเอ่ยชื่อนางซี้ซั้ว” อ๋องเสี่ยวเหยากระซิบเสียงดุ หนี่เฟิ่งจิวเลยต้องเอามือมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ เมื่อกี้เธอเผลอพูดเสียงดังอย่างลืมตัว
“ท่านอ๋อง จะเป็อันตรายไหมคะ”
“ข้าไม่เคยกลัว”
“แต่ฉันไม่อยากเห็นท่านอ๋องเจ็บตัวอีก แค่คิดฉันก็กลัวแล้ว” มือเรียวเล็กของหญิงสาวััลงบนแขนเสื้อที่ปกปิดแผลในครั้งนั้น ตามมาด้วยฝ่ามือของท่านอ๋องที่ยกมากุมมือเธอไว้
“ข้าไม่เป็อะไร”
“สักวันถ้าพวกเขารู้ความลับของท่านอ๋องขึ้นมา”
“ไม่มีวันนั้นหรอก”
“ฉันยังยืนยันนะคะ ว่าฉันจะช่วยท่านอ๋องให้ได้”
“ช่วยเป็เด็กดีก็พอ”
มารยาสาวเฉิงตูที่ว่าร้ายกาจนั้นไม่เกินจริง หญิงสาวย้ายตัวเองมานั่งข้างเขา โผเข้ากอดซบอกอย่างออดอ้อน หัวใจของท่านอ๋องเต้นแรงยิ่งกว่ากลองศึก
“เป็โรคหัวใจหรือเปล่าคะเนี่ย”
“ข้าแข็งแรงดี”
“หัวใจของท่านอ๋องอีกนิดจะกระเด็นออกมาแล้ว”
“เ้า...เ้าก็ลุกออกไปสิ”
“อยากให้ลุก แต่ท่านอ๋องโอบฉันไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออกเลยนะคะ” ท่านอ๋องใก็รีบปล่อยมือ แต่หนี่เฟิ่งจิวก็จับมือของท่านอ๋องมาโอบเธอใหม่
“ทำอะไรของเ้า!”
“กอดฉันแน่นๆสิคะ ท่านอ๋องไม่คิดถึงกันบ้างเลยหรอ”
“เฟิ่งจิว...ข้า”
“ฉันร้องไห้ทุกวันเลยค่ะ กลัวท่านอ๋องไม่มารับฉัน กลัวท่านอ๋องไม่อยากเห็นหน้าของฉันอีก” ถ้อยคำของหนี่เฟิ่งจิวบาดลึกไปในใจ หัวใจของอ๋องเสี่ยวเหยาหน่วงแปลบขึ้นมา
เด็กโง่...ถ้าเขาไม่อยากเห็นหน้านี้แล้ว จะยอมอดหลับอดนอนตามหาไปเพื่อสิ่งใด เสี่ยวเหยาไม่เคยอยากให้หนี่เฟิ่งจิวห่างกายสักครั้ง นางทำให้เขากลายเป็บ้าจนอยากฆ่าพี่ชายตัวเอง
ท่านอ๋องกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น หนี่เฟิ่งจิวเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับดวงตากลมโต ที่มีหยาดน้ำใสคลออยู่ในนั้น ริมฝีปากสีชมพูเม้มเข้าหากัน จนท่านอ๋องต้องยกมือขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าอย่างอ่อนโยน เสี่ยวเหยาโน้มใบหน้าเข้าหาหนี่เฟิ่งจิว นอกจากเธอจะไม่หลบหลีกแล้ว ยังเผยอปากรับรสจูบที่ท่านอ๋องกำลังมอบให้
ััอ่อนโยนชวนวาบหวิวจากท่านอ๋อง ทำหนี่เฟิ่งจิวตัวอ่อนอยู่ในอ้อมกอด อ๋องเสี่ยวเหยาสูดความหอมจากแก้มของเธอเต็มแรง ผิวขาวก็ขึ้นสีแดงอ่อนระเรื่อยลามไปถึงใบหู
“ฮื่ออออ....อ..อายแล้วนะคะ”
“หึหึ! ไหนเ้าว่าสาวเฉิงตูนั้นใจกล้าไม่เกรงกลัว”
“ท่านอ๋องมาแบบนี้ สาวเมืองไหนก็ตั้งตัวไม่ทันทั้งนั้น” พูดจบก็ซบลงไปบนอกของท่านอ๋องด้วยความเขินอาย จูบแรกในชีวิตของเธอตกเป็ของท่านอ๋อง
ยิ่งคิดก็ยิ่งเขินอาย ท่านอ๋องร้ายกาจเกินไป จิ้งจอกแสนหางที่หลอกล่อให้หนี่เฟิ่งจิวติดกับสำเร็จ
เจียงเหวินเองก็กำลังคิดว่าหลายวันก่อน ท่านอ๋องในตอนนั้นแตกต่างกับตอนนี้ เหมือนมีบรรยากาศบางอย่างเกิดขึ้น เขาเห็นรอยยิ้มของท่านอ๋องบ่อยมากขึ้น
คุณหนูหลี่เหมยก็เรียกเจียงเหวินมาใช้งานบ่อย ให้เขาไปลงเก็บเม็ดบัว หรือไม่ก็ชอบให้มาวาดรูปเป็เพื่อน ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนวัยเด็กที่เล่นด้วยกันมาก็เริ่มกลับเป็เช่นเดิม
“ท่านพี่ต้องชอบเฟิ่งจิวแน่นอน ข้ามั่นใจข้อนี้ !”
“คุณหนู...”
“ทำไมเล่า ข้าพูดผิดตรงไหนกัน” หลี่เหมยนั่งแทะเม็ดบัวที่เจียงเหวินไปเก็บมา ั้แ่วันที่หนี่เฟิ่งจิวหายตัวไป ก็เหมือนว่านางจะลดความไม่ชอบลงไปมาก เจียงเหวินไม่เห็นคุณหนูหลี่เหมยเอาแต่ใจแบบเช่นแต่ก่อน บางครั้งยังชวนแม่นางหนี่เฟิ่งจิวมาแต่งตัวด้วยอีก
“ไม่เจ็บแล้วใช่ไหมขอรับ”
“เจ็บ? เจ็บอะไร”
“คุณหนูชอบท่านอ๋องนี่ขอรับ”
“พูดบ้าอะไร??? นั่นมันตอนที่ข้ายังเด็กเกินไป ตอนนี้ข้ารู้ความไม่คิดแบบนั้นแล้ว”
“อ่อ ขอรับ”
มุมปากเจียงเหวินแอบยกขึ้นมานิดหน่อย หลี่เหมยมองแล้วก็ส่ายหน้า เ้าทึ่มนี่หล่อเหลาแต่ไม่ค่อยรู้ความ ขืนไปพูดแบบนี้ที่อื่นชาวบ้านคงเอาไปนินทาแน่นอน
องค์ชายเสี่ยวตงออกจากคุกหลวงมา สภาพของเขาไม่ได้ดูเละเทะอะไรอย่างที่คิด อวี้ซินเหอเป็คนไปรับแล้วพากลับมาที่ตำหนัก โดยมีพระชายาจื่อนั่วอิงนั่งรออยู่
“เสด็จแม่....”
“ข้าอยากรู้นักว่าคราวนี้ ตัวข้าจะโดนปลดจากการเป็พระชายาตอนไหน”
“ลูกขอประทานอภัย”
“บิดาของเ้าเหมือนจะเมตตา แต่เขาก็คิดมาแล้วว่าจะมอบมันให้ผู้ใด” ใบหน้าโฉบเฉี่ยวหันมามองลูกชายที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า
“ฮ่องเต้ไม่เคยอยากให้เ้านั่งบัลลังก์ เ้ารู้หรือยังว่าทำไมข้าต้องพยายามากมาย”
“....”
“เพราะเ้าคือลูกชายคนเดียวของข้า ต้องพ่ายแพ้ให้กับลูกของอนุที่ไม่ได้มีอะไรคู่ควร แบบนั้นเ้าคิดว่าข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใดเล่า”
“ข้าจะชิงตำแหน่งคืนมา”
“อ๋องเสี่ยวเหยาคงต้องตายก่อน เ้าถึงจะมีวันนั้นเสี่ยวตง!”
“เสด็จแม่ ท่าน....”
อวี้ซินเหอที่ฟังอยู่เงียบๆโดยไม่ปริปากพูดสิ่งใดออกมา พระชายาจื่อนั่วอิงนั้นฉลาดเป็กรด นางวางแผนทุกอย่างไว้เพื่ออนาคตของเสี่ยวตง อวี้ซินเหอเองไม่ได้อยากเข้ามาในวังวนั้แ่ต้น
แต่อำนาจในมือของฮ่องเต้ก็ยังไม่พอต่อการก่อฏในวัง ส่วนใหญ่แปรพรรคเข้าหาพระชายาเพื่อโค่นล้มฮ่องเต้ ตัวร้ายในเื่นี้น่ากลัวกว่าเื่ไหนๆที่เจอมา
“เ้าอีกคนอวี้ซินเหอ ข้านั้นเอ็นดูเ้าดังลูกในไส้ อย่าทำให้ข้าผิดหวังเป็อันขาด”
“เพคะ พระชายา”
นางจิ้งจอกที่สั่งสมประสบการณ์มาทั้งชีวิต แววตาลุกโชนไปด้วยความแค้นจากอดีต ฮ่องเต้เลือกที่รักมักที่ชัง ทำให้เธอเป็ตัวตลกของเื่ เช่นนั้นก็จะได้รู้ว่าจุบจบของชีวิตเป็อย่างไร