“ข้าวหอม!!!” เสียงตะโกนดังลั่นของพายุดังกังวาลไปทั่วบริเวณนั้นเขารีบวิ่งตรงเข้าไปที่ตัวของข้าวหอมราวกับว่าเขาไม่ได้กินเหล้าเมามาก่อนเลย มือทั้งสองข้างประคองตัวของข้าวหอมเข้ามาไว้ในอ้อมอกมือข้างซ้ายปัดผมให้เห็นใบหน้าขาวนวลของเธอ ทว่าบัดนี้มันกับเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและกรวดดิน
“มันเกิดอะไรขึ้น ข้าวหอมพูดกับผมสิ ใคร!!ใครกล้าชนแฟนฉัน ใคร!!” พายุโวยวายแล้วชี้หน้าด่าไปทั่วเพื่อที่จะตามหาคนที่ขับรถชนเข้าหอมทว่าตอนที่เหตุการณ์กำลังชุลมุนรถเก๋งคันนั้นก็ได้ขับหนีไปก่อนแล้ว เวลกับคิตตี้วิ่งเข้าสมทบพร้อมกับบอกให้พายุใจเย็นๆและพาข้าวหอมไปที่โรงพยาบาลก่อน พายุไม่รอช้าเขารีบอุ้มตัวของเขาหอมไปขึ้นรถแล้วขับตรงไปที่โรงพยาบาลทันที ซึ่งเวลกับคิตตี้ก็ตามไปติดๆ ข้าวหอมถูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินเวลาผ่านล่วงเลยไปนานเกือบ 3 ชั่วโมง ณ ตอนนั้นพายุเริ่มกระวนกระวายเพราะข้าวหอมเข้าไปนานมากแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าหมอหรือพยาบาลจะออกมาแจ้งอาการเธอเลย เวลที่เห็นเพื่อนเครียดจึงได้เข้ามาปลอบใจ
“แกทำใจดีๆไว้ก่อนนะเว้ย ครูข้าวหอมถึงมือหมอแล้ว เธอไม่เป็นอะไรมากหรอก”
“ทั้งหมดมันเป็นเพราะฉันเอง ถ้าตอนนั้นฉันรับสายเธอ เธอก็คงจะไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ทั้งหมดมันเป็นเพราะความงี่เง่าของฉันเอง” พายุเอาแต่มองประตูห้องฉุกเฉิน บัดนี้น้ำตาของลูกผู้ชายมันเล่นไหลออกมาอาบแก้มตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พายุเปลี่ยนอิริยาบถจากการนั่งเป็นยืนต่อด้วยการเดินไปเดินมาหน้าประตูห้องฉุกเฉิน ถ้าเป็นไปได้มากกว่านี้เขาแทบอยากจะเข้าไปข้างในเพื่อดูอาการของข้าวหอมอย่างใกล้ชิดด้วยซ้ำ
“นี่มันก็นานมากแล้ว ทำไมยังไม่มีใครออกมาแจ้งอะไรอีก?” คิตตี้ถามด้วยความสงสัย เพราะเห็นว่าเพื่อนกำลังกังวลใจ
“หมอคงกำลังช่วยกันรักษาครูข้าวหอมอยู่ ใจเย็นๆหน่อยสิเบ้บ”
“รักษานานขนาดนี้ ไม่ใช่ว่า….”
“เบ้บ!!..อย่าพูดอะไรแบบนั้น ไอ้ยุมันยิ่งใจคอไม่ดีอยู่!!” พายุเริ่มคิดตามคำพูดของคิตตี้เพราะข้าวหอมถูกเข็นเข้าไปนานมากแล้ว ความกังวลของพายุเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเขาทนรอไม่ไหวอีกต่อไป
“เฮ้ย!..แกจะทำอะไรวะยุ?”
“ฉันจะเข้าไปข้างใน”
“แกจะบ้าหรือไง นี่มันห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลนะ มันไม่ใช่ห้องของแกที่จะได้เข้าออกเมื่อไหร่ก็ได้!!” พายุไม่สนใจคำที่เพื่อนเตือนและเขาพยายามที่จะเปิดประตูห้องฉุกเฉินเข้าไป ทว่าในตอนนั้นเองคุณหมอท่านหนึ่งก็ได้เปิดประตูออกมาพอดี
“คุณหมอครับคนไข้ที่ชื่อข้าวหอมอาการเป็นยังไงบ้างครับ?” พายุรีบวิ่งไปจับมือคุณหมอพร้อมกับถามไทยถึงอาการของข้าวหอมทันทีเพราะตอนนี้ความเป็นห่วงของเขามันแทบจะทะลุหน้าอกออกมาอยู่แล้ว
“ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ..เเต่ว่า….”
“เเต่..เเต่ว่าอะไรครับหมอ?”
“เอ่อ..คือ…คือว่า…”
“มีอะไรก็รีบบอกมาเถอะครับหมอ มัวอั้มๆอึ้งๆอยู่นั่นแหละเพื่อนผมมันใจร้อนครับ” เวลพยายามคาดคั้นหมอเพื่อให้รู้ความจริง ส่วนคิตตี้เองก็ทำซ้ำกับคุณหมออีกครั้งเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจน
“ตกลงคนไข้ที่ชื่อข้าวหอม อาการเป็นยังไงบ้างคะ?”
“คนไข้เข้าสู่ภาวะปลอดภัยแล้วก็จริง แต่คนไข้ยังไม่ฟื้นเลยครับและคิดว่าอาจจะต้องใช้เวลานานพอสมควร กว่าคนไข้จะได้สติครับ”
“หมายความว่ายังไงครับหมอ?”
“หมายความว่าคนไข้ยังมีชีวิตอยู่แต่ยังไม่สามารถสื่อสารหรือลืมตาตื่นขึ้นมาได้ครับหรืออีกอย่างเรียกว่าคนไข้จะนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราแบบนี้โดยไม่มีกำหนดครับ” พายุเริ่มควบคุมสติอารมณ์ไม่อยู่ เขาแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าสิ่งที่เขาโกหกเธอในวันนั้นมันดันมาเกิดขึ้นกับเธอในวันนี้ เขาทั้งสองข้างทรุดลงกับพื้นจนเพื่อนพยุงไว้แทบไม่ทัน
“ทำไม…ทำไมต้องเป็นแบบนี้…ทำไมวะ!!”
“ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอกเว้ย พวกเราเข้าไปเยี่ยมครูข้าวหอมได้ไหมครับหมอ?”
“เดี๋ยวหมอจะย้ายคนไข้ออกจากห้องฉุกเฉิน เอาไว้พวกคุณค่อยไปเยี่ยมคนไข้ที่ห้องพักฟื้นแล้วกันนะครับ” เวลกับคิตตี้ยกมือขอบคุณคุณหมอในขณะที่พายุนั้นเอาแต่ทรุดตัวก้มลงมองน้ำตาที่หยดลงตรงพื้น เขาได้แต่โทษตัวเองว่าถ้าเขาไม่เดินหนีออกมาในตอนนั้นแล้วถามความจริงจากปากของเธอเรื่องในวันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นและถ้าหากเขายอมรับสายเธอในตอนนั้นเธอก็คงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ คุณหมอได้ให้บุรุษพยาบาลย้ายข้าวหอมไปที่ห้องพักฟื้นพิเศษที่ รพ. จัดไว้ให้ พายุยืนมองคนที่นอนหลับนิ่งอยู่บนเตียงอย่างอาลัยอาวรณ์ ตอนนี้สภาพของข้าวหอมไม่ได้ต่างอะไรกับผักลวกเลย เธอเอาแต่นอนนิ่งใบหน้าซีดไม่พูดอะไรกับใครสักคำ พายุทำอะไรไม่ถูกเขาได้แต่ร้องไห้และโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมา เวลกับคิตตี้เมื่อเห็นอาการของพายุไม่ดี พวกเขาจึงได้เข้ามาปลอบใจ
“ไม่เอานะ แกอย่าเป็นแบบนี้สิ แกไม่ได้ยินที่หมอพูดหรือไงว่าถ้าครูข้าวหอมได้กำลังใจที่ดี เธอก็จะฟื้นตัวได้เร็วขึ้นนะเว้ย แกต้องตั้งสติให้มากเพราะตอนนี้มีแค่แกคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ครูข้าวหอม กลับมาปกติดังเดิมนะ” เวลตบไหลให้กำลังใจเพื่อนก่อนได้บอกเขาจะถอยออกห่าง ส่วนพายุเขาค่อยๆเดินเข้ามาหาข้าวหอมที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง เขาเอื้อมไปจับมือของข้าวหอมขึ้นมาไว้กลางอกของเขา น้ำตาของลูกผู้ชายไม่สามารถหยุดไหลได้เมื่อเห็นว่าหญิงผู้เป็นที่รักนอนนิ่งไม่เคลื่อนไหวแต่อย่างใด พายุพยายามตั้งสติให้ได้มากที่สุดเพราะเขาจะไม่ยอมให้ข้าวหอมต้องนอนนิ่งเป็นผักลวกแบบนี้ตลอดไปแน่นอน….