ฉันพาตัวเองมายังสระน้ำเก่าหลังจากยืนยันกับเบนและมากาเรตแล้วว่าอยากจะอยู่คนเดียวสักพัก ซึ่งเบนดูเป็ห่วงเพราะกลัวฉันจะไปเดินสะดุดล้มที่ไหนแต่มากาเรตรู้ว่าฉันคง้าอยู่กับตัวเองจริง ๆ หล่อนถึงได้หว่านล้อมให้เบนเลิกห่วงฉันสักทีแล้วไปสนใจเื่อื่นแทน
“เฮ่อ”
ั้แ่มาถึงก็เอาแต่พยายามนั่งประกอบแว่นที่หักเป็ 2 ท่อนของแคลร์เข้ากับรอยเดิมที่คุณนายสมิธเคยซ่อมให้ แต่ก็ช่างยากเย็นเพราะดูยังไงมันก็พังจนต่อไม่ติดแล้ว
เงยหน้าแล้วเอนหลังพิงกับม้านั่งก่อนจะหลับตาลงแล้วเริ่มคิดว่าจุดเริ่มต้นของเื่ทั้งหมดก็มาจากสถานที่ตรงนี้ ลืมตาขึ้นมาอีกทีแล้วค่อย ๆ พาตัวเองไปยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมที่เคยยืนอยู่ในคืนนั้น
“แฮดะโไปจากตรงนี้” ชี้จุดที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไปแล้วเหลียวไปทางสระน้ำ “ลงตรงนั้น” เอาแว่นครึ่งท่อนมาส่องให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ในสระน้ำตอนนี้เต็มไปด้วยเศษใบไหม้ใบหญ้าและไม่มีน้ำสักหยด รู้สึกเสียววูบตรง่ท้องตอนมองลงไปเพราะสระค่อนข้างลึกเลยทีเดียว
“หรือว่านี่คือโลกหลังความตาย” เพราะว่าในสระคืนนั้นเต็มไปด้วยน้ำเน่าหากตกลงไปจริง ๆ คงมีโอกาสรอดยาก หากว่าฉันตายแล้วจริง ๆ พระเ้าใจร้ายเกินไปหน่อยหรือเปล่าที่ไม่ส่งฉันกลับไปยังร่างเดิมของตัวเอง ไม่อย่างนั้นทุกอย่างคงจัดการง่ายกว่านี้ “เฮ่ออออ...”
“เฮ้...” ไม่ต้องเดาว่าเป็ใครทักทายมาเพราะฉันจำเสียงเขาได้
“ไง...อเดล” ฉันตอบรับกลับไปเสียงยานคราง ไม่อยากจะเชื่อว่าเขามายังที่นี่ในตอนที่ฉันอยู่คนเดียวอีกแล้ว
“ไม่ได้อยากจะมาขัดจังหวะหรอกนะ” ได้ยินเสียงย่ำเท้าเวลาโดนใบไม้ใกล้เข้ามาเมื่อฉันกลับมายังม้านั่งริมสระแล้ว “คือไม่คิดว่าที่นี่จะมีคนน่ะ”
“นายมาได้ไง” ฉันก้มหน้านวดเปลือกตา “ฉันเข้าใจมาตลอดซะอีกว่าที่ตรงนี้ฉันรู้แค่คนเดียว” นั่นยังไม่รวมถึงแฮดลี่ย์...
“เธอคิดว่าสถานที่แบบนี้เธอรู้คนเดียวหรือไง” เขาอยู่ที่ม้านั่งยาวอีกตัวที่ตั้งติดกัน “ว่าแต่ 2 วันมานี้ฉันไม่เห็นเธอเลย”
“คือฉันไม่สบายน่ะช่างมันเถอะ” แล้วฉันก็นึกเื่ที่มากาเรตบอกว่าเป็ประเด็นในตอนนี้ “นี่อเดล” ฉันเหลือบมองคนที่อยู่ตรงม้านั่งใกล้ ๆ “นายรู้เื่รูปนั้นใช่ไหม”
“แน่นอนและมันเป็เหตุผลที่ฉันต้องหนีสายตาทุกคนมานี่ไง” เขาทำเสียงเหนื่อยหน่าย
“ขอโทษนะเพราะฉันแท้ ๆ”
“ไม่เป็ไรเธอไม่ได้ตั้งใจหนิ” เขาว่า “เราสองคนคงมีเื่หนักใจกันอยู่ทั้งคู่สินะถึงได้มาอยู่ตรงนี้กัน”
“งั้นมั้ง” ฉันได้ยินเขาขำเพียงเล็กน้อย
“เอาแว่นมานี่สิ”
“เอ่อ”
“เถอะหน่า” เขาเอาแว่นที่หักเป็ 2 ท่อนของฉันไปทำอะไรสักอย่างเป็เวลานานเลยทีเดียว “เอ้านี่” แล้วยื่นมันกลับมาให้ฉันในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์
"ว้าว” ฉันใส่แว่นได้แล้ว “นายทำมันได้ไง”
“ฉันเป็นักประดิษฐ์แหละ” เขาพูดโอ้ ตอนนี้ฉันเห็นใบหน้าอเดลอย่างชัดเจนถึงได้รู้ว่าเขากำลังยกยิ้มจนตาแทบปิด “ไม่เชื่อเหรอทำหน้าแบบนั้น”
“เปล่า” ฉันเบือนหน้าหนีจ้องไปยังสระน้ำกว้าง “นายแค่ทำให้ฉันนึกถึงใครบางคนอีกแล้ว”
“แฟนเก่าเธอสินะ” เขารู้ทัน “ฉันทำให้เธอคิดถึงหล่อนอีกแล้ว ทำไมล่ะหล่อนเป็นักประดิษฐ์เหมือนกับฉันเหรอ”
“งั้นมั้ง” ฉันก้มหน้าแล้วขำเมื่อนึกถึงตัวฉันเองชอบทำอะไรพังแล้วแฮดลี่ย์ชอบอาสาเป็คนซ่อมให้ หล่อนในตอนนั้นเป็คนเก่งรอบด้านเลยทีเดียว “นอกจากแม่ฉันก็มีหล่อนนี่แหละคอยแต่จะแก้ไขให้ฉันแทบทุกอย่าง ...แต่นายรู้ใช่ไหมว่านั่นมันอดีตแล้ว”
“งั้นถามหน่อยได้ไหมในวันที่เธอเข้ามาจูบฉันไม่ใช่ว่าเธอคิดถึงหล่อนอยู่เหรอ” ฉันหันไปหาเขาทันที
“ก็บอกแล้วแค่เมาและฉันไม่ได้คิดถึงใครทั้งนั้นแล้วก็หยุดพูดมันไปเลย!” เขาหัวเราะขำแล้วพิงหลังกับม้านั่งของตัวเอง
“โอเคจะไม่พูดถึงมันแล้วก็ได้” อเดลยังคงทำเสียงติดตลก “แต่ว่าไม่ได้คิดถึงหล่อนจริง ๆ เหรอ ตอนนั้นฉันได้ยินไม่ชัดเหมือนเธอละเมอเรียกชื่อใครบางคนด้วยล่ะ อะไรนะ แฮ—”
“หุบปากนายไปเลยอเดล!”
“โอ้โอเค๊ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“แล้วก็หยุดมองว่าเื่พวกนี้มันตลกสักที”
“โอ้ก็ได้ อุ๊บ...” เขาพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้เสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมา ฉันได้แต่ถอนหายใจแล้วยกมือขวดขมับทั้งสองข้างตัวเอง เอาแต่คิดว่าตอนนั้นทำไมถึงได้ใจกล้าเข้าไปจูบเขาได้กัน
“ดูนายไม่ค่อยเดือดร้อนเื่รูปนั่นเท่าไหร่เลย”
“ก็... คงเดือดร้อนมั้งไว้ฉันไปขอโทษเขาทีหลัง”
“ยังไงนะ” ฉันถามด้วยความสงสัย อเดลยักไหล่กลับมาราวกับไม่คิดอะไร
“วันนี้การแต่งตัวเธอดูแปลกตาไปมาก” แล้วเขาก็เปลี่ยนเื่ไปเลย “แบบว่าดูดีเลยทีเดียวน่ะ”
“ไม่ใช่ของฉันหรอกเมื่อเช้ามันเกิดเื่นิดหน่อย” ฉันก้มมองเสื้อตัวเองใส่แล้วค่อย ๆ ติดกระดุมเสื้อเชิ๊ตให้ครบทุกเม็ด
“เชื่อเลยว่าคนอื่นเห็นเธอคงอ้าปากค้างกันแน่ ๆ”
“อย่าเว่อร์หน่าอเดล” เขาอมยิ้ม
“เธอสวยจริง ๆ นะ”
“อย่าบอกว่าหลงเสน่ห์ฉันแล้วนะ” ฉันส่งเสียงขำแห้งกลับไปแต่อเดลก็หัวเราะตอบกลับมาดังกว่าเดิม บางทีเขาก็ดูเป็คนแปลกประหลาดอย่างที่เควินว่าจริง ๆ
“ช่าย…เธอมีเสน่ห์ แต่ไม่เท่ากับแฟนเก่าฉันหรอกนะ” เขาส่ายนิ้วชี้ไปมา
“อ๋อ ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบ” ฉันยกมือกอดอกแล้วพิงหลังกับม้านั่ง “แฟนเก่าของนายคงจะสวยมากเลยใช่ไหม เดาว่าหล่อนคงฮอตน่าดู” เขาขำเบา ๆ
“ไม่รู้สิ หล่อนดูเป็คนธรรมดา” ดวงตาเขาดูเป็ประกายเมื่อพูดถึงเื่นี้ “แต่ว่าพิเศษกับฉันมาก”
“ว้าว โรแมนติก แหวะ” ทำท่าล้วงคออ้วกทำให้เขาเอาแต่ขำไม่หยุด
“เธอเหมือนกับหล่อนมากรู้ตัวไหม” ฉันขมวดคิ้วกลับไป
“ไหนบอกว่าหล่อนมีเสน่ห์กว่าจะเหมือนกันได้ไง”
“หมายถึงนิสัยน่ะ”
“โอ้ ฉันคิดว่าคนแบบฉันมีอยู่คนเดียวในโลกนี้เสียอีก”
“ใช่คนเดียว” นำเสียงของเขาเศร้าลง อเดลก้มมองมือของตัวเองก่อนจะเงยหน้ามองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปและมันทำให้ฉันรู้สึกแปลก ๆ “คนเดียวเท่านั้นแหละเอ—”
แกรก...
“มีคนมา!” ฉันโพร่งขึ้นก่อนที่อเดลจะพูดอะไรจบ หากใครมาเห็นว่าฉันอยู่กับเขาในตอนนี้คงเป็เื่ที่พูดถึงกันไม่จบแน่
“นั่งนิ่งทำไมตามมาสิ!” กวักมือเรียก เขาทำหน้ามึนงงแล้วเดินก้มตัวตามฉันออกมาหลบอยู่ข้างหลังที่มีช่องให้แอบ
“เรานี่ลับ ๆ ล่อ ๆ กันจัง” เขาว่าตอนที่ฉันพยายามมองออกไปตรงม้านั่งตัวยาวสองตัวที่อยู่ริมสระ มีใครบางคนเดินออกจากช่องทางที่ฉันแอบเข้ามาก่อนหน้านี้
“แฮด?” หล่อนเดินยิ้มกว้างแล้วหันไปอ้าแขนรับใครบางคนที่เดินตามมา “เอลลี?!” ตอนนั้นอเดลเลยขยับมาแอบดูด้วย
“ว้าว” เขาทำเสียงตื่นเต้น “ไม่ยักรู้ว่าพวกเขาพากันมาที่นี่ในเวลานี้ด้วย” ฉันเลิกคิ้วใส่กับคำพูดอันสงสัยของเขาแล้วพยายามมองไปยังคนที่เอาแต่ยิ้มให้กันราวกับว่าโลกนี้สีชมพูมีกันอยู่แค่สองคน
“ฉันจะออกไป”
“เฮ้เดี๋ยวสิ” อเดลจับแขนฉันไว้ก่อน ฉันก้มมองมือของเขา
“ทำบ้าอะไรเนี่ย” สะบัดแขนตัวเองออก อเดลยอมปล่อยแล้วกลับไปนั่งพิงกับผนังตามเดิม
“อย่าออกไปเลย”
“ทำไมล่ะ” ถามอย่างหงุดหงิดเพราะนี่มันเป็สิ่งที่ฉันควรไปขัดขวางอย่างยิ่ง
“ก็แบบว่าไม่รู้สิแค่ไม่ควร”
“งั้นนายก็ไม่ควรมาห้ามฉัน”
“เฮ้ไม่เอาหน่าแคลร์”
“อเดลปล่อย—”
“รู้ไหมเอลว่าฉันไม่มีอำนาจตัดสินใจ” เสียงของแฮดลี่ย์แว่วเข้ามาเมื่อหล่อนนั่งอยู่บนม้านั่งทำให้ายื้อยุดฉุดกระชากระหว่างฉันกับอเดลจบลงชั่วคราวแล้วเอาแต่แอบมองและเงี่ยหูฟังไปยังตำแหน่งของคนทั้งสองที่นั่งอยู่
“แค่เธอช่วยพูดฉันก็รู้สึกขอบคุณแล้ว” เอลลีตามไปนั่งใกล้ ๆ
“ทำไมเธอยากช่วยเขานักล่ะ เขาดูเป็เด็กเกเรขนาดนั้นแถมวันก่อนยังมีเื่กับคนอื่นอีก” ฉันพยายามเอียงหูฟังให้ถนัดขึ้น อเดลกำลังขำกับท่าทางอยากรู้อยากเห็นฉันเลยยกมือตีแขนเขากลับไปเบา ๆ
“ก็เขากลับตัวแล้ว”
“คนอย่างอเล็กซ์เนี่ยนะ?” แฮดลี่ย์ถาม หล่อนเอื้อมมือไปจัดแว่นให้กับเอลลีให้ตรง
“อือ ขอบคุณนะ” คนที่โดนกระทำกำลังย่นจมูกและยกยิ้มให้อย่างพออกพอใจ
“โอเค” แฮดลี่ย์ยิ้มตอบแล้วดึงให้เอลลีเข้าไปในอ้อมกอดตัวเอง “ยังไงฉันจะพยายามเพื่อเธอ”
ส่วนฉันได้แต่จดจ้องและเอาแต่กำหมัดเม้มปากแน่นข่มความไม่พอใจของตัวเองแต่ต้องพยายามใจเย็นไม่วู่วามเพราะเอลลีกำลังช่วยพูดเื่คุณเมสันให้อยู่
“เธอน่ารักจัง” เอลลีกระชับกอดของตัวเองเธอเอ่ยเสียงอู้อี้ในอ้อมอกของคนที่เอาแต่ยิ้มไม่หุบอย่างแฮดลี่ย์ ฉันถึงกับกรอกตามองบนแล้วหันกลับไปนั่งตามอเดล
“รู้ไหมว่ามันค่อนข้างเลี่ยน” กับการแสดงความรักของพวกเขา ฉันจำได้ดีว่าเวลาอยู่กับแฮดลี่ย์แค่สองคนมักจะตัวอ่อนแล้วเข้าไปอิงซบบ่อย ๆ นั่นเพราะฉันหลงหล่อนมากเกินไป
“ทำไมล่ะ” อเดลหรี่ตามอง “พวกเขาหวานกันจนเธอทนไม่ได้ล่ะสิ”
“ทำไมคิดงั้นฉันแค่...”
“ก็ดูเธอไม่ชอบเวลาแฮดอยู่กับเอล”
“ว่าจะถามั้แ่อยู่บนรถคืนก่อนละ” แล้วฉันก็นึกอะไรออก “ทำไมดูสนิทกับแฮดลีย์ถึงขนาดเรียกหล่อนด้วยชื่อสั้น ๆ ได้ ไหนจะเอลลีอีก จำได้ว่าหล่อนแทบไม่รู้จักนาย” เขายักคิ้วแล้วยกไหล่นิดหน่อย
ท่าทางของเขาที่แสดงออกมาทำให้ฉันเคลือบแคลงใจและสงสัยอยู่เรื่อย ไม่รู้เพราะว่าฉันกับอเดลคุยกันไปมากไหมความรู้สึกถึงได้บอกว่าฉันรู้จักเขาดีแม้จะพึ่งรู้จักก็ตาม
“ก็...”
“เอลใจเย็นก่อน...” เสียงของแฮดลีย์ดังขึ้นทำให้ฉันกลับไปสนใจแอบมอง ภาพที่เห็นคือเอลลีกำลังนั่งหันหน้าคร่อมแฮดลี่ย์อยู่ เธอกำลังพรมจูบหล่อนแทบจะทั่วใบหน้า ตอนนั้นฉันได้แต่อ้าปากค้างกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“น่าอายชะมัด” บ่นเบา ๆ ลูบใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อนเมื่อเห็นว่าตัวเองเคยเป็แบบนั้นมาก่อน
“ทำไมเหรอ” อเดลทำท่าจะขยับมาดูด้วยฉันเลยผลักเขากลับไปนั่งตามเดิมอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีอะไร” ยกนิ้วขู่ไม่ให้เขาอยากรู้อยากเห็นไปมากกว่านี้แล้วนั่งลงอยู่ข้าง ๆ “ไม่ควรอยู่ตรงนี้เลย” เพราะจำได้ว่าเวลาอยู่กับแฮดลี่ย์แค่สองคนฉันจะแสดงความรักต่อหน้าหล่อนจนปิดไม่มิด
“นั่นสิ” อเดลพยักหน้าเห็นด้วย
“ไม่ได้สิฉันต้องขัดขวางพวกเขา” ทำท่าจะลุกแต่ถูกอเดลจับแขนไว้อีกครั้ง ฉันถอนหายใจแล้วแกะมือเขาออกช้า ๆ
“ไม่เอาหน่าจะไปขัดความสุขของคนรักกันทำไม”
“แล้วนายจะมายุ่งทำไมอเดล”
“ก็นั่นมันเื่ของพวกเขา”
“นายรู้หรือไงว่าพวกเขาทำอะไรกัน” เพราะเขาไม่ได้เห็นฉากรักอันหวานซึ้งพร้อมกับฉันสักหน่อย อเดลส่งยิ้มให้ แล้วหลับตาลง
“ก็พวกเขาเป็คนรักกันอยู่ด้วยกันสองคนจะแสดงความรักต่อกันก็ไม่แปลก”
“ก็มันไม่ควรเกิดขึ้น” ฉันแยกเขี้ยวตอบ
“ทำไมล่ะเธอหวงเอลลีเหรอ”
“ไงนะ ไม่!” ฉันสั่นหัวอย่างรวดเร็ว เขาเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว
“แล้วมีเหตุผลอะไรอีก หรือว่าเธอกับแฮดลี่ย์แอบคบกัน” จู่ ๆ อเดลก็ชี้นิ้วมาทางฉันแล้วทำสายตาเ้าเล่ห์ให้
“ไม่!” ฉันยอมกลับไปนั่งตามเดิมแล้วกอดอกตัวเองแน่นอย่างหงุดหงิดใจ “ฉันในสภาพนี้น่ะนะ ไม่อีกนั่นแหละอเดล”
“งั้นมีเหตุผลอะไร”
“ก็ฉัน” ถอนหายใจออกอย่างช้า ๆ ชันเข่าขึ้นแล้วเอาหน้าผากของตัวเองพิงลงไป “ฉันแค่ไม่้าให้มันเกิดขึ้น”
“งั้นก็แสดงว่าเธอไม่อยากให้แฮดลี่ย์กับเอลลีคบกันงั้นเหรอ”
“…”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอหวงเอลลีหรือเพราะตัวแฮดลี่ย์แล้วมันจะมีอะไรอีก”
“อย่าถามอะไรตอนนี้ได้ไหมอเดล” ฉันยังเอาแต่กลิ้งหัวมนกับเข่าของตัวเองไปมาอย่างขัดใจ “ไม่อยากตอบอะไรทั้งนั้น แค่เื่ที่ผ่านมาก็ปวดหัวจะแย่” อเดลนั่งชันท่าเดียวกับฉัน
“เหมือนกันเลย”
“เหมือนกันยังไง”
“ยิ่งแก้ไขอะไรเหมือนมันจะยิ่งแย่ไงไม่รู้”
“อือ” ฉันหลับตาลง “แถมทุกอย่างดูยากไปหมดเลย”
“นั่นสิ”
ฉันกับอเดลยังแอบตรงมุมนั้นโดยที่เอลลีและแฮดลี่ย์ไม่ได้รับรู้ของการมีอยู่ของคนอื่นเลย พวกหล่อนยังเอาแต่พูดคุยหยอกล้อกันไปมาราวกับว่าโลกทั้งโลกมีกันแค่สองคน นั่นทำให้คิดถึงอดีตที่เคยเกิดและก็ทำให้ฉันเจ็บกับมันขึ้นมาอีกรอบเพราะรู้ว่าสิ่งที่แฮดลี่ย์แสดงออกมาคือการแสดงละครซึ่งต่างจากฉันที่แสดงออกอย่างซื่อตรงว่าจริงจังกับความสัมพันธ์ในครั้งนั้นแค่ไหน
“เราไปข้างนอกกันเถอะ” อเดลเอ่ยปากเมื่อเห็นว่าเราทั้งคู่นิ่งเงียบกันอยู่นานและคนทั้งสองที่อยู่ตรงนั้นยังแสดงความรักกันอยู่อย่างไม่มีจบ
“เพราะงั้นแหละฉันถึงไม่อยากให้มันเกิดขึ้นไง” อเดลขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจกับคำพูดและฉันไม่ได้้าให้เขามารับรู้ด้วย “ฉันตั้งใจว่าจะให้มันจบก็คือมันต้องจบ”
ฉันลุกขึ้นยืนจากตรงที่แอบเพื่อหวังว่าคนทั้งสองที่ยังอยู่จะใกับการมีอยู่แต่ทว่ากลับเป็ฉันที่ต้องรีบนั่งลงแล้วปิดปากตัวเองอย่างรวดเร็ว อเดลได้แต่มองฉันอย่างสงสัยเขาทำท่าจะขยับไปแอบดูแต่ฉันดึงเขาให้กลับไปนั่งตามเดิม
พวกเขาจูบกันอีกแล้ว! รับรู้ว่าหน้าตัวเองกำลังแดงจนลามไปถึงใบหู ฉากที่เห็นเมื่อกี้คือเอลลีกับแฮดลี่ย์กำลังจูบกันอย่างเร่าร้อนเลยทีเดียว มือรุ่มร่ามของแฮดลี่ย์แทบจะถอดเสื้อของเอลลีแถมหล่อนยังเป็ฝ่ายขึ้นคร่อมเอลลีเองอีกด้วยและก่อนที่จะนั่งลงมาหากไม่ได้ดูผิดไปเสียก่อนฉันเห็นว่าหล่อนเหลือบสายตามาทางนี้ด้วยเช่นกัน
“ไม่ได้สิ...พวกเขาจะมาทำเื่แบบนั้นในที่นี่ไม่ได้สิ!” ใบหน้าเห่อร้อนจนต้องยกมือขึ้นมาพัดเพราะดันไปคิดลามกจนได้
“เดี๋ยวนะ” อเดลกำมือขึ้นปิดปากแล้วขำกับท่าทางของฉัน “เธอคิดอะไรอยู่ล่ะนั่น”
“ก็—”
“ออกไปกันเถอะ”
“ไม่อเดลฉันต้องหยุดพวก—”
“ไม่ค่อยดีเท่าไหร่หน่า นั่นเื่ของคนสองคน”
“อเด๊ล!”
“มาเถอะแคลร์ ขืนอยู่นานกว่านี้เธอได้เป็ลมตายกันพอดี เชื่อสิคนที่ทนไม่ได้ก็คือเธอนั่นแหละฉันรู้ดี”
.
.
“นายไม่น่าลากฉันออกมาเลยอเดล”
ชี้หน้าคนที่ยืนอยู่ด้วยอย่างหงุดหงิด เป็เพราะเขาฉันถึงไม่ได้ขัดขวางเอลลีกับแฮดลี่ย์ ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าพวกเขาคงไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้ก็ตามแต่ฉันก็ทนไม่ได้อยู่ดี
“ก็นั่นมันเวลาของพวกเขา” เขายักไหล่ทำหน้าแบบไม่ได้รู้สึกผิดอะไรต่างจากฉันที่เอาแต่ขยุ้มเรือนผมตัวเองและเตะหินดินทรายระบายความหงุดหงิด
“นายเนี่ยแหละจะเป็คนที่ทำให้ฉันทำอะไรไม่สำเร็จ รู้ไหมสิ่งที่นายทำมันแย่มาก” ฉันยังบ่นไม่หยุด ส่วนอเดลก็เอาแต่ขำ เขาพาตัวเองมาอยู่ตรงหน้าแล้วโน้มตัวเข้าหาฉัน
“ฉันทำอะไร...บอกสิ” ในตอนนี้อเดลดูแปลกไป สายตาเขาประกายเ้าเล่ห์จ้องมองฉันราวกับรอคำตอบอะไรบางอย่าง ท่าทางของเขาที่แสดงออกมาต่างจากอเดลที่เคยรู้จักลิบลับและนั่นมันทำให้ฉันคิดถึงสิ่งที่เควินบอกว่าอเดลในตอนนี้เปลี่ยนไป
“อเดล” ฉันเรียกชื่อเขาด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ
“ว่าไง”
“นายคืออเดล...ใช่ไหม” ถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ เขายิ้มเพียงมุมปากแล้วยืดตัวกลับไป
“คิดว่าไง” อเดลยกคิ้วให้สองข้าง “ทำไมสงสัยล่ะ การกระทำของฉันทำให้เธอคิดถึงแฟนเก่าของเธออีกแล้วเหรอ”
“...”
“ว่าไง”
“ไม่รู้สิ” ฉันก้มหน้ามองพื้นแล้วเอาแต่ขมวดคิ้วจนเป็ปม อเดลที่ฉันเคยเจอและรู้จักเขาเป็หนุ่มนักบอลสุดหล่อและฮอตของโรงเรียน นิสัยของเขามักจะอยู่แต่กับกลุ่มเพื่อนและชอบเข้าชมรมมากกว่าเข้าเรียนเสียอีก นอกนั้นฉันก็แทบจะไม่รู้จักเขาเลย
“ไม่รู้สิ ไม่รู้อะไรเลย” เมื่อเงยหน้ามองเขายังยืนอยู่ที่เดิมใช้ดวงตาประกายของตัวเองจ้องกลับมายังฉันราวกับอยากบอกอะไรบางอย่าง
“เธอรู้” ครั้งนี้เขาไม่ได้ยิ้ม อเดลค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าใกล้กว่าเดิม เขายกมือจับหัวไหล่ไว้ทั้งสองข้าง จู่ ๆ หัวใจของฉันก็เริ่มเต้นแรง “เธอรู้ดีว่าฉัน—”
“แคลร์!” ก่อนที่เขาจะพูดอะไรจบและฉันรู้สึกอะไรไปมากกว่านี้เสียงของใครบางคนะโเข้ามาก่อนที่เราทั้งคู่ที่ยืนอยู่จะรีบหันกลับไป
“เอลลี” เธอวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเอลลีกำลังแสดงความไม่พอใจเมื่อมองกลับไปยังอเดล
“อย่ายุ่งกับแคลร์” เธอส่งเสียงรอดไรฟันแล้วดึงมืออเดลออกจากหัวไหล่ก่อนจะลากแขนฉันขยับเข้าหาตัวเอง “ฉันบอกนายแล้วว่าอย่ามาวุ่นวายกับเราไงอเดล”
“เดี๋ยวเอลลี” ฉันพยายามห้ามเธอ ตอนนี้เอลลีดูโกรธเป็อย่างมากเพราะเธอเอาแต่จ้องหน้าอเดลอย่างไม่วางตา
“ฉันบอกอย่ายุ่งกับเขาไงแคลร์” เธอส่ายหน้าให้ฉัน “รู้ไหมว่าเขามันตัวอันตรายทำไมไม่ฟังกันบ้าง!” เอลลีกำลังต่อว่า ฉันมองกลับไปยังอเดล เขาเอาแต่เม้มปากและเฉตามองไปทางอื่นราวกับไม่กล้าสู้หน้าของเอลลีเท่าไหร่ นั่นมันทำให้ฉันยิ่งสงสัยว่าอะไรที่ทำให้เอลลีดูโกรธเขาขนาดนั้นทั้ง ๆ ที่่เวลานี้เธอกับอเดลแทบไม่เคยเจอหรือพูดคุยกันด้วยซ้ำ
“ใจเย็นก่อนเอล” แฮดลี่ย์เดินตามเข้ามา หล่อนพาตัวเองมาอยู่ตรงกลางระหว่างเอลลีกับอเดล
“อะไรวะเนี่ย” เพราะฉันเริ่มไม่เข้าใจได้แต่มองหน้าพวกเขาสามคนสลับกันไปมา เื่ที่กำลังเกิดทำให้ฉันเริ่มปวดหัวจนต้องยกมือนวดขมับทั้งสองข้างเบา ๆ
“อเดลนายควรกลับไปก่อน” แฮดลี่ย์บอกเขาอย่างใจเย็น หล่อนหันกลับมาหาเอลลีเมื่ออเดลยอมเดินจากไปแต่โดยดี
“เขาทำอะไรเธอไหมแคลร์” เอลลีถามอย่างเป็ห่วงเรียกความสนใจให้ฉันเลิกสงสัยตอนที่มองตามอเดลไป
“เขาจะทำอะไรฉันล่ะ”
“ก็เขา!” เธอขมวดคิ้วแล้วหลับตาลงราวกับข่มใจให้ตัวเองเย็นลง “ก็เขาเหมือนทำอะไรเธอเลย”
“ก็ไม่ได้ทำอะไรไง”
ยักไหล่ตอบกลับไป เพราะเอลลีอยู่ใกล้เลยเห็นว่าสีลิปสติกของแฮดลี่ย์เลอะที่ริมฝีปากของเธอ ฉันถอนหายใจแล้วยื่นมือเข้าไปบรรจงเช็ดคราบเลอะออกเบา ๆ
“เธอไม่เคยระวังตัวเองเลยเอลลี” บอกให้เธอรับรู้แล้วเหลือบตาไปหาคนที่ยืนกอดอกขมวดคิ้วและใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้มตัวเองอยู่ แฮดลี่ย์คงเริ่มหงุดหงิดที่จู่ ๆ เอลลีก็เข้ามาปกป้องฉันจากอเดลและแสดงความเป็ห่วงเกินเหตุ
“แล้วเขามาคุยอะไรกับเธอ” เอลลีเปลี่ยนเื่โดยพยายามไม่ให้ฉันโฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองพึ่งทำกับแฮดลี่ย์มา
“ไม่มีอะไร” ฉันตอบกลับไป ยืดตัวถอยหลังออกมานิดหน่อยมองเธอและแฮดลี่ย์ “แล้วเธอล่ะ เข้าไปทำอะไรในนั้นกับหล่อน” ถามด้วยน้ำเสียงที่มีความขุ่นเคือง เอลลีเบือนหน้าหนีในขณะที่แฮดลี่ย์ยกยิ้มยียวนกลับมา
“ฉันก็...คุยธุระไง” เธอตอบตะกุกตะกัก “นี่แคลร์เธออย่าไปยุ่งกับอเดลอีกฉันเคยบอกเธอแล้วฟังกันบ้างเถอะ”
“โอเค” ฉันตอบรับส่ง ๆ
“แคลร์” เธอเข้ามาจับที่มือของฉันแล้วส่งสายตาเป็ห่วง
“ก็ได้ ๆ” ฉันรับปากเธอเลยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “แล้วสรุปธุระอะไรที่เธอต้องไปคุยกับแฮดลี่ย์ถึงในนั้นล่ะ”
“ฉันต้องไปแล้วล่ะคือมีเรียนวิชาสำคัญ” เอลลีเลี่ยงไม่ตอบเธอบอกกับฉันเร็ว ๆ และรีบเดินออกไปในทันที ฉันเห็นว่าใบหน้าของเธอกำลังแดงได้ที่เลยทีเดียว
“แหม...” แฮดลี่ย์มองตามเอลลีไปแล้วเหลือบตาขึ้นมองฉันที่สูงกว่า “คนที่แอบอยู่ตรงนั้นคือเธอเองสินะ”
“รู้หนิ” ฉันมองอย่างไม่พอใจกลับไป คิดไม่ผิดเลยว่าก่อนจะรีบนั่งลงในตอนนั้นหล่อนเห็นจริง ๆ “เพราะรู้ว่าเป็ฉันสินะถึงได้แสดงความเป็เ้าของเอลลีมากขนาดนั้น”
“นี่แคลร์” หล่อนขยับเข้ามาใกล้ “เธอลืมไปหรือเปล่าว่าฉันกับเอลลีเป็อะไรกัน”
“ฉันรู้” โน้มตัวกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน จ้องมองเข้าไปในดวงตาที่เมื่อก่อนเคยหลงใหลแล้วแสยะยิ้ม “รู้ว่ามันเป็เื่ตอแหxที่เธอกับเพื่อนกำลังทำไง บอกแล้วไงแฮดฉันจะเดิมพันด้วยอะไรทั้งหมดว่าเธอกับเอลลีจะไม่มีวันคบกันต่อได้อย่างแน่นอน”
“เอาสิ” ในสายตาของแฮดลี่ย์ตอนนี้ไม่มีแม้แต่ความหวั่นไหวและกำลังท้าทายกลับมา ในที่สุดฉันก็เห็นธาตุแท้ของหล่อนแล้ว “ฉันก็จะเดิมพันสุดตัวเหมือนกันว่ายังไงเอลลีก็จะเลือกฉันมากกว่าเธออย่างแน่นอน”
“...”
“อ้อ...” หล่อนหันกลับมาหลังจากเดินผ่านไหล่ฉันไปได้นิดหน่อย “เธอควรเคลียร์เื่ของตัวเองก่อนนะ รู้ไหมถ้าเอลลีรู้ว่าคนที่จูบกับอเดลคือเธอจะเป็ยังไง”
“โอ้...” ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแฮดลี่ย์กำลังขู่ฉันอยู่ ฉันเงยหน้าแล้วขำเบา ๆ ก่อนจะโพร่งออกไปเสียงดัง “เอาสิแฮด” ทำให้หล่อนหยุดเดินและหันกลับมาอีกครั้ง
“ถ้าหากบอกเอลลี” ฉันเดินเข้าไปใกล้แล้วโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของแฮดลี่ย์ “เอลลีก็จะรู้เื่ที่เธอจูบกับฉันด้วยเช่นกัน”
----------------------------
ตอนหน้าไปแคมป์กันแล้ว เย่ะ!!!