เฉินฟางเซียนยังคงยืนมองดูหยวนเทียนลู่กับจางเหวินเซียวด้วยความไม่พอใจอยู่อย่างนั้น สองมือของนางได้กำแน่นขึ้นอย่างที่นางเองก็ไม่รู้ตัว สายตาที่มองไปที่หยวนเทียนลู่มันมีแต่ความเกลียดชัง เสี่ยวเหมยที่เห็นผู้เป็นายของตนเองแสดงอาการเช่นนี้ออกมาจึงได้เดินเข้าไปหา และได้เอ่ยเรียกนางเอาไว้เพื่อเรียกสติของนางให้กลับคืนมา เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคุณหนูของเสี่ยวเหมยอาจจะแสดงกิริยาที่ไม่ดีออกมาก็ได้
"คุณหนูเ้าคะ...บ่าวว่าคุณหนูใจเย็นๆ ก่อนเถอะนะเ้าคะ"
เฉินฟางเซียนไม่ได้ตอบอะไรออกมานางเพียงแต่ฟังในสิ่งที่เสี่ยวเหมยพูดอยู่อย่างนั้น
"บ่าวว่า...ภาพที่เราได้เห็นในวันนี้อาจจะไม่เป็อย่างที่เราคิดก็ได้นะเ้าค่ะ"
เฉินฟางเซียนยังคงฟังในสิ่งที่เสี่ยวเหมยพูดออกมาไม่หยุด ผ่านไปไม่นานเสียเท่าไหร่มุมปากของนางจึงได้ยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ เมื่อนางนึกขึ้นมาได้ว่า อย่างไรเสียคุณชายจางเหวินเซียวก็เคยชอบนางมาก่อนไม่ใช่หรือ ไหนเลยคุณชายจางเหวินเซียวจะคิดเกินเลยกับหยวนเทียนลู่ได้ ถ้าเป็อย่างที่นางได้คิดเอาไว้จริง หยวนเทียนลู่ก็เหมือนคิดเข้าข้างตนเองอยู่ฝ่ายเดียวว่าคุณชายจางเหวินเซียวมีใจให้ ภายในใจของเฉินฟางเซียนเอ่ยขอบคุณเสี่ยวเหมยอยู่ไม่น้อย ถ้าไม่ได้บ่าวคนนี้ได้พูดเตือนสติของนางเอาไว้ไม่รู้ว่าป่านนี้นางจะแสดงกิริยาเช่นไรออกมาบ้าง
"ขอบคุณเ้ามากเสี่ยวเหมย ที่ได้พูดเตือนสติของข้าเอาไว้"
...
ทางด้านหยางจ้าวฉวนเองก็มีอาการไม่ต่างจากเฉินฟางเซียนเสียเท่าไหร่ สายตาที่หยางจ้าวฉวนใช้มองไปที่ทั้งสองคนในตอนนี้ก็สื่อไม่ได้เลยว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ ขนาดหวางต้าเจิงที่เป็ทหารคนสนิทมานานหลายปีก็ยังนึกกลัวอยู่ไม่น้อย ที่ได้เห็นสายตาของแม่ทัพหยางที่ใช้มองไปที่ทั้งสองคนในตอนนี้ ที่ดูน่ากลัวเข้าไปทุกที ผิดกับตอนที่เห็นคุณชายจางเหวินเซียวอยู่คนเดี๋ยวเป็ไหนๆ มักจะเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าบึ้งตึงของแม่ทัพหยางให้หมดไป ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็อย่างไรบ้าง ถ้าคุณชายหยวนเทียนลู่ยังตามติดกับคุณชายจางเหวินเซียวแบบนี้ ความคิดของหวางต้าเจิงจะต้องหมดลงเสียก่อนเมื่อได้มีเสียงของหยางจ้าวฉวนได้เอ่ยขึ้นมา
"ต้าเจิง"
น้ำเสียงที่หยางจ้าวฉวนใช้พูดออกมามันมีความกดดันให้หวางต้าเจิงได้ยินอยู่ไม่น้อย
"ขอรับท่านแม่ทัพ"
ถึงท่านแม่ทัพหยางจ้าวฉวนไม่ได้บอกความหมายอะไรออกมา หวางต้าเจิงก็เข้าใจความหมายที่แม่ทัพของตนเองได้เอ่ยพูดในครั้งนี้อยู่ดี ว่า้าให้ตนไปทำสิ่งใด
...
เมื่อยามเย็นมาถึงจางเหวินเซียวก็รีบกลับจวนสกุลจางทันที หลังจากที่ได้แยกทางกับหยวนเทียนลู่ในระหว่างทางกลับจวน ในที่แรกหยวนเทียนลู่ก็จะอาสามาส่งจางเหวินเซียวที่จวนสกุลจางอย่างที่ได้รับปากเอาไว้ แต่ก็มีเหตุให้หยวนเทียนลู่ต้องรีบกลับไปที่จวนของตนเองเสียก่อน ในตอนนี้จึงมีเพียงจางเหวินเซียวกับเสี่ยวจินที่เดินกลับจวนกันเพียงสองคนเท่านั้น ในระหว่างที่เดินกลับจวนจางเหวินเซียวก็ได้สำรวจเส้นทางไปด้วย เพราะเ้าตัวรู้สึกคลับคล้ายคลับคลากับเส้นทางที่เดินอยู่ในตอนนี้ จางเหวินเซียวพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกแต่ในจังหวะนั้นเอง ก็ได้มีเสียงร้องที่ดังขึ้นมาเสียก่อนจึงทำให้จางเหวินเซียวหยุดขาที่กำลังก้าวเดิน แล้วฟังว่าเสียงร้องที่ตนเองได้ยินนั้นดังมาจากที่ใดกันแน่
"ช่วยด้วย...ช่วยข้าด้วยเ้าค่ะ ใครก็ได้ช่วยข้าที"
"เสี่ยวจินเ้าได้ยินเสียงร้องนั้นหรือไม่"
เสียงร้องที่ดังอยู่ในตอนนี้จางเหวินเซียวรับรู้ได้เลยว่าหญิงสาวคนนั้นคงจะกลัวอยู่ไม่น้อย
"ได้ยินขอรับคุณชาย บ่าวว่าเสียงร้องอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ขอรับ"
"ถ้าเช่นนั้นเราก็รีบไปดูกันเถอะเสี่ยวจิน ดูท่าแล้วหญิงสาวคนนั้นคง้าความช่วยเหลือถึงได้ร้องออกมาให้ช่วยแบบนี้" จางเหวินเซียวพูดจบก็ก้าวขาเดินออกไปทันที
"คุณชายขอรับรอบ่าวด้วย"
...
เพียงไม่นานเท่าไหร่จางเหวินเซียวก็เดินมาถึงต้นตอของเสียงที่ได้ยิน ภาพที่จางเหวินเซียวได้เห็นในตอนนี้มันช่างน่ากลัวอยู่ไม่น้อย สำหรับหญิงสาวเพียงคนเดียวที่ถูกบุรุษทั้งสี่คนได้ยืนล้อมลอบเอาไว้แบบนี้ ความคิดของจางเหวินเซียวในตอนนี้มีอย่างเดี๋ยวคือต้องช่วยแม่นางน้อยคนนั้นเอาไว้ ถ้าเกิดตนเองไม่คิดที่จะเข้าไปช่วยก็ไม่รู้ว่าแม่นางน้อยจะเป็เช่นไรบ้าง อย่างไรเสียตนก็เป็ตัวร้ายอย่างจางเหวินเซียวไม่ใช่หรือบุรุษทั้งสี่ที่เห็นก็ต้องนึกกลัวตนเองบ้างอยู่แล้ว เมื่อคิดได้แบบนี้แล้วจางเหวินเซียวจึงรีบก้าวเดินเข้าไปทันที
"หยุดเดี๋ยวนี่นะ พวกเ้าคิดจะทำอะไรกัน"
เสียงที่จางเหวินเซียวใช่พูดออกไปนั้นดังอยู่พอสมควรที่จะทำให้บุรุษทั้งสี่นั้นได้หยุดการกระทำทันที พร้อมกับหันมามองยังเสียงที่ได้ยินด้วยความไม่พอใจ
"ข้าก็นึกว่าเป็ผู้ใดกัน ที่แท้ก็เป็คุณชายจางเหวินเซียวแห่งจวนสกุลจางนี่เอง"
บุรุษหนึ่งในสี่คนได้พูดออกมาด้วยที่กวนอยู่ไม่น้อยจนทำให้จางเหวินเซียวนึกหงุดหงิดใจขึ้นมา
"พวกเ้าก็รู้ว่าข้าเป็ใคร แล้วทำไมถึงไม่รีบออกไปให้พ้นหน้าข้าอีก"
ใครจะรู้เล่าว่าคำพูดที่จางเหวินเซียวได้พูดออกไปนั้นจะเรียกเสียงหัวเราะของบุรุษทั้งสี่ได้เป็อย่างดี จึงสร้างความแปลกใจให้กับจางเหวินเซียวอยู่ไม่น้อยที่เห็นบุรุษทั้งสี่ได้หัวเราะกันออกมาเช่นนี้ ก่อนที่หนึ่งในสี่คนจะเดินเข้ามาหาจางเหวินเซียวด้วยท่าทางที่คุกคาม เมื่อจางเหวินเซียวได้เห็นเช่นนี้ความมั่นใจที่มีอยู่ก่อนหน้าจึงได้ลดลงทันที บุรุษคนนั้นยังคงก้าวเดินมาหาจางเหวินเซียวด้วยท่าทางที่คุกคามอย่างไม่ลดละ อีกเพียงไม่กี่ก้าวบุรุษคนนั้นก็จะเดินมาถึงตัวของจางเหวินเซียวอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าบุรุษคนนั้นกลับหยุดขาที่ก้าวเดินเสียก่อนพร้อมกับสีหน้าที่ตื่นใให้จางเหวินเซียวได้เห็น ไม่เพียงเท่านั้นบุรุษทั้งสี่คนนั้นกลับรีบวิ่งกันออกไปด้วยความตื่นกลัวที่มี