เซวียนซือซือไม่รู้เลยว่าตัวเองได้กลายเป็ที่หมายตาของคนบ้านหนิงไปเสียแล้ว วันนี้หลังจากเถ้าแก่หยวนกลับไป เธอก็เข้ามาพักผ่อนในบ้านและวางแผนชีวิตใหม่
เงินเก็บกว่าสามสิบล้านที่เธอมีตอนนี้พอเสียยิ่งกว่าพอที่จะไถ่ตัวเธอและเซวียนหยู เดิมทีว่าจะเก็บเงินให้ได้มากกว่านี้ก่อนค่อยย้ายออกไปอยู่เขต A ชั้นนอกเพื่อที่จะได้ทำการเกษตรและหวังจะซื้อที่ดินเป็ของตัวเองไม่อยากเช่า แต่เพราะการกระทำของหนิงเิในวันนี้ทำให้เซวียนซือซือไม่อยากล่าช้าไปมากกว่านี้
เธออาจจะต้องลดเป้าหมายลงเป็เขต B ชั้นในที่พื้นที่เล็กกว่าเดิม หรืออาจเปลี่ยนจากซื้อเป็เช่า ระยะเวลา 10 ปี 20 ปีก็ว่ากันไป ส่วนกัลยาณมิตรอย่างป้าเฉินนั้น พวกเธอสามารถนัดเจอกันได้ที่ร้านของเถ้าแก่หยวนเพื่อส่งมอบก้อนเชื้อเห็ด ถ้าครอบครัวเฉินยังคงขยันทำงานและเก็บออมเหมือนที่เป็อยู่ อีกไม่นานก็คงจะได้ย้ายออกจากเขต C ไปตามๆ กัน
เซวียนซือซือคิดแล้วก็อยากจะลงมือทำทันที แต่การเปลี่ยนสถานะของเธอและน้องชายไม่ใช่เื่เล็กๆ ทั้งสองคนเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน ทางการต้องมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าของพวกเธอนั้นมาจากไหน เป็เงินไม่สะอาดหรือเปล่า ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาตรวจสอบประมาณหนึ่งเดือน หากเงินเหล่านี้เป็เงินสะอาดจริงๆ ก็ต้องมาคำนวณเื่ค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนตัวใหม่
ที่เธอคิดไว้ก่อนหน้าก็คือต้องจ่าย 4 ล้านเหรียญดวงดาวเพื่อซื้ออิสระสำหรับคนสองคน เพราะค่าใช้จ่ายสำหรับไถ่ตัวของผู้ใหญ่เท่าที่ทราบมาคือ 2 ล้านเหรียญดวงดาว แต่จำนวนนี้ต้องเป็กรณีที่ว่าทาสรายนั้นอายุโทษต้องน้อยกว่า 5ปี เธอและน้องชายที่อายุโทษตั้ง 20 ปีจะจ่ายแค่นั้นไม่ได้ ค่าใช้จ่ายจากคนละ 2 ล้านจึงเพิ่มเป็ 8 ล้านรวมก็คือ 16 ล้านเหรียญดวงดาว
กฎนี้แม้จะดูขูดรีดขูดเนื้อคล้ายไม่อยากให้ทาสได้ลืมตาอ้าปาก แต่มันก็มีที่มาที่ไป ทาสแต่ละคนมีจำนวนอายุโทษไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความผิดความร้ายแรงและภาระหนี้สิน หากคนอายุโทษ 1 ปี กับคนอายุโทษ 20 ปีมีค่าใช้จ่ายในการไถ่ตัวเท่ากัน แบบนั้นความผิดก็ไม่ต่างกันน่ะสิ
หลังจากที่ฟังเ้าหน้าที่พูดรายละเอียดแล้ว เซวียนซือซือก็เดินคอตกกลับมาบ้าน เื่การย้ายออกไปคงต้องเอาไว้ก่อนขอเก็บเงินอีกสักระยะ แต่แน่นอนว่าเธอยื่นเื่ไปแล้ว เวลาหนึ่งเดือนที่รอการตรวจสอบเธอจะต้องเก็บเงินให้ได้มากที่จะมากได้
หญิงสาวเรียกหน้าจอคู่มือออนไลน์ขึ้นมาเพื่อเช็กค่านิยมก่อนจะพบว่าหนิงอี้หังให้คะแนนค่านิยมเธอ 50 เหรียญ นายหนิงนางหนิงและหนิงเฉียวเฟิงให้ค่านิยมเธอคนละ 10 เหรียญ ส่วนหนิงเินั้นให้เธอเพียง 5 เหรียญเท่านั้น
เกิดอะไรขึ้นกับหนิงอี้หัง?
เซวียนซือซือจำได้ว่าเธอและเขาไม่เคยพูดคุยกันมาก่อน อีกฝ่ายทำไมให้ค่านิยมเธอมากขนาดนี้
จู่ๆ เซวียนซือซือก็รู้สึกไม่ดี นี่เป็ครั้งแรกที่เธอไม่ชอบใจกับจำนวนเหรียญค่านิยมที่เพิ่มขึ้น
แต่ในเมื่อได้มาแล้วก็ควรเอาไปใช้เพื่อหนีจากพวกเขาให้เร็วที่สุด ตอนนี้มียอดสะสมเหรียญค่านิยมมากถึง 2,300 เหรียญค่านิยมแล้ว หญิงสาวก็ไม่รีรอ เธอกดสั่งซื้อกลยุทธ์สำหรับผู้ปลูกธาตุดินฉบับมือใหม่และกลยุทธ์สำหรับผู้ปลูกธาตุพฤกษาฉบับมือใหม่ ที่มีราคาเล่มละ 1,000 เหรียญออกมา
หนังสือที่สั่งซื้อโผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่าข้างตัว ก่อนจะหยุดลงบนเตียง เซวียนซือซือยังคงไม่ปิดหน้าจอ เธออยากกินขนมขบเคี้ยวยี่ห้อดังคู่กับน้ำโคล่าซ่าๆ จึงกดค้นหาตัว “ล”
แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเพราะมันฝรั่งทอดกรอบยี่ห้อดังไม่มีขาย เซวียนซือซือไม่สบอารมณ์ทันที อุตส่าห์จะหาอะไรกินเพลินๆ ถ้าได้กินของกินที่ชอบอารมณ์ของเธอจะดีขึ้น
หืม นั่นอะไร๊!!!
ก๊ากๆ อย่างแรกคือขนมแมวเลีย แล้วอีกอย่างหนึ่งล่ะ อ้ออีกอย่างก็คือขนมแมวเลียเหมือนกันแต่...
[สินค้า :***ห้ามลืมขนมแมวเลีย ราคา 0 เหรียญ คลัง 2]
ตัวอักษรที่ดูรีบร้อนโยกโย้ไปมา นั่นคือลายมือของเธอไม่ผิดแน่! เอ่อ เธอไปเขียนมันตอนไหนหว่า?
อ๋อนึกออกแล้ว!
นั่นเป็ตัวหนังสือในรายการที่แม่ใช้ไปซื้อของ เธอดอกจันสามดอกโตๆ ไว้ท้ายรายการว่าห้ามลืมขนมแมวเลียของเ้าส้ม ว่าแต่เขียนแยกกันก็ขายแยกกันงี้เหรอ? หรือเ้าเอไอนั่นเอาลายมือเธอมาขายได้? ขนาดตอนเรียนคัดอักษรอาจารย์ยังปวดหัวและบ่นว่าอ่านไม่ออกเลยเมื่อเห็นลายมือเธอแล้วใครจะไปอยากได้
[รายละเอียดสินค้า: ห้ามลืมขนมแมวเลีย เมื่อรับประทานแล้วจะสามารถจดจำตัวหนังสือที่ผ่านตาได้ไม่รู้ลืม]
ว้อท เดอะ เฮค!!!
เ้าเอไอแสนซื่อดูจะไม่เข้าใจดอกจันที่เธอเขียนไว้ข้างล่างรายการสินค้ามันก็เลยแยกสินค้าเป็สองอย่าง หนึ่งคือขนมแมวเลียธรรมดาที่มีสินค้าคงคลังไม่จำกัดซื้อได้ฟรี และอีกอันก็คือ “ห้ามลืมขนมแมวเลียสองห่อ”
อืม สินค้าคงคลังมีหนึ่งห่อจริงๆ ด้วย ดูท่าเ้าเอไอคงเข้าใจผิดระหว่างห้ามลืมกับไม่ลืม
เซวียนซือซือหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เธอควรจะขอบคุณความซื่อบื้อของเ้าเอไอดีหรือเปล่าที่ปล่อยของที่มีประโยชน์ออกมาให้ใช้ได้ฟรีๆ แต่มันจะดีกว่านี้หากไม่ได้มาในรูปแบบของขนมแมวเลีย!
เซวียนซือซือมีประสบการณ์ในการชิมอาหารเม็ดของเ้าส้มมาแล้ว มันเป็ความทรงจำที่ค่อนข้างเลวร้ายและเธอก็ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับอาหารแมวแบบใดอีก
แต่ตอนนี้...
ขนมแมวเลียช่วยให้จำตัวอักษรทุกอย่างไม่มีวันลืมอยู่ตรงหน้านี่แล้ว
กินดี ไม่กินดี ติ๊กตอก ติ๊กตอก~
“คิดซะว่ามันคืออาหารเหลวสังเคราะห์ กินก็กินวะ อนาคตที่สดใสรอเราอยู่ ย๊าก!”
ปลายซองขนมแมวเลียถูกตัดออก หญิงสาวคนหนึ่งกำลังใช้มือหนึ่งข้างบีบรูจมูกก่อนจะอ้าปากให้มูสครีมสีนวลรสปลาทูน่าอันเป็ที่ชื่นชอบของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมวไหลเข้าปาก
คำแล้วคำเล่า อ่า เ็ปที่งดงาม~
จะอ้วกทิ้งก็ไม่ได้เพราะมันมีเพียงสองเดียว (เธอเขียนว่าสองห่อไม่ใช่สองซองโว๊ย ห่อใหญ่น่ะห่อใหญ่ ไม่เข้าใจหรืออย่างไร ฮือๆ)
เซวียนซือซือคิดว่าเธอจะเข็ดขยาดกับขนมแมวเลียไปอีกนาน เื่นี้ไม่ต้องใช้ขนมแมวเลียเพื่อให้จดจำได้ เธอมั่นใจว่าจะมีวันลืมความทรงจำที่เลวร้ายเช่นนี้ตลอดไป
เช้าวันต่อมา
เซวียนหยูบ่นอยากกินซุปครีมเห็ดแต่ถูกพี่สาวปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เมนูถูกเปลี่ยนเป็ซุปมะเขือเทศ ผัดเปรี้ยวหวานใส่มะเขือเทศ ใดๆ ล้วนมีมะเขือเทศเป็ส่วนประกอบทุกจาน
‘ต้องหาสีแดงมาล้างตา! สีเหลืองๆ นวลๆ มันทำให้นึกถึง...เหตุการณ์เมื่อคืน แหวะ’
รสชาติของขนมแมวเลียยังคิดค้างในลำคอจนเซวียนซือซือต้องบ้วนปากเกือบทั้งคืน
หลังจากที่อาหารเช้าที่มีแต่สีแดงผ่านพ้นไปแล้ว เธอก็เรียกน้องชายมาและยื่นของบางอย่างให้เขา
“ผมยังอิ่มอยู่เลยฮะ” เซวียนหยูส่ายหน้าปฏิเสธ เขาเพิ่งกินอาหารที่ปรุงโดยพี่สาวจะอิ่มแปล้ มีหรือจะสนใจอาหารเหลวสังเคราะห์แบบนี้
“เอาไว้ค่อยกินตอนเที่ยงได้หรือเปล่า” เด็กน้อยต่อรอง
เซวียนซือซือยกยิ้มเ้าเล่ห์ ก่อนจะพูดว่า “อาหารสังเคราะห์อันนี้ไม่ได้ทำให้อิ่มท้องเหมือนที่นายเคยกิน มันเป็ขนมเอาไว้กินอร่อยๆ” ขนมสำหรับแมว ก็เป็ขนมเหมือนกัน กร๊าก กรั่กๆ
“ก็ได้ ผมกินก็ได้”
“เสี่ยวหยูขนมนี้มีราคาแพงและมีชิ้นเดียว นายต้องกินให้หมดห้ามเหลือทิ้งเข้าใจไหม เอาล่ะๆ พี่ไปล้างจานก่อน”
คล้อยหลังที่เซวียนซือซือเดินเข้าไปในครัว เด็กชายเสี่ยวหยูที่คุ้นเคยกับอาหารเหลวสังเคราะห์ก็ฉีกปลายถุงขนมแมวเลียออก จากนั้น...
เงียบ..
หนึ่งนาทีผ่านไป
สองนาทีผ่านไป...ห้านาทีผ่านไป
เอ๋ เธอไม่ได้ยินเสียงบ่นหรือเสียงกรีดร้องจากผู้ประสบภัยรายต่อไปเลยแม้ซักแอะเดียว เซวียนซือซือรีบเช็ดน้ำจากมือแล้วสาวเท้าออกมาด้วยความสงสัย