บนพื้นดิน เต็มไปด้วยมนุษย์พิเศษ
ต้นสนเขียวชอุ่มเรืองรอง ลูกสนแก่ได้ที่ปริแตกออก
เมล็ดสนแต่ละเมล็ดเต็มอิ่ม เปล่งประกายสีม่วงทองระยิบระยับดั่งอัญมณีที่ผ่านการเจียระไนมาแล้ว
ฉู่เฟิงมือถือคันศร ค่อยๆ ก้าวเข้าใกล้
ภายในระยะสิบเมตรรอบต้นสนไม่มีใครกรายใกล้ด้วยสองยอดฝีมือกำลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน
ที่จริงก่อนหน้านี้ก็มีคนฝ่าเข้าไปคิดจะแย่งลูกไม้วิเศษทว่านอกจากนอนทอดซากอยู่ตรงนั้นแล้ว ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ฉู่เฟิงเต็มไปด้วยไอสังหาร เขาคิดยิงธนูใส่เทพปีกเงิน!
ทว่า เมื่อเข้าใกล้ เขาก็เปลี่ยนความคิดในเมื่อทั้งสองคนตัดสินชี้ขาดกันอยู่ เขาจะเข้าไปยุ่งให้ได้อะไร? ปล่อยให้พวกเขาสู้กันตายไปเลยไม่ดีกว่าหรือ
ถึงตอนนั้น เขาค่อยลงมือเก็บกวาดตอนจบ
ดีที่สุดคือให้ทั้งคู่บาดเจ็บสาหัส ส่วนเขาก็เฝ้ามองอย่างสบายใจไม่เปลืองแรง
พอคิดจบเสร็จสรรพ ฉู่เฟิงก็สงบลงได้ หยุดเดินไม่รีบร้อนคิดบัญชีกับเทพปีกเงิน อีกทั้งยังถอยห่างอีกด้วย
เขาเลือกหินผาก้อนหนึ่ง ขึ้นไปนั่งบนนั้นด้วยสีหน้าราบเรียบอารมณ์แบบว่าธุระไม่ใช่
มนุษย์พิเศษบางคนกระวนกระวาย สีหน้าหวาดหวั่น
เป็นเพราะหนิวเสินหวังผู้นี้ห้าวหาญอย่างยิ่งใช้ธนูโบร่ำโบราณยิงใส่เฮลิคอปเตอร์จนตก ทำอย่างกับเป็นนิทานอาหรับราตรีจนบัดนี้บางคนยังตั้งสติไม่ได้อยู่เลย
มันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจได้อย่างสิ้นเชิง
บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยมนุษย์พิเศษพวกที่กล้าเข้ามาใกล้ล้วนมีความคิดเดียวกัน ต่างก็จ้องมองลูกไม้สีม่วงทองตาเป็นมัน
ฉู่เฟิงสงบนิ่ง รอหวงหนิวโผล่หัวออกมา เขาเชื่อว่าไอ้หมอนั่นตาดีมันไม่ยอมพลาดโอกาสนี้หรอก ถึงตอนนั้นพวกเขาค่อยร่วมมือกัน
...
ห่างออกไป การต่อสู้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เทพปีกเงินทิ้งดิ่งลงมาจากกลางอากาศ มือทั้งสองกำหมัดแน่นชกเข้าใส่เทพวัชระ ผมยาวสีเงินยวงพลิ้วไหว แววตาคมปลาบปานสายฟ้า
ใบหน้าเทพวัชระสงบนิ่ง หากห้าวหาญอย่างยิ่ง เขากำหมัดวัชระ1 แล้วพุ่งทะยานขึ้นฟ้า!
เปรี้ยง!
ระหว่างพวกเขาทั้งสองเกิดเสียงดังน่าหวาดกลัวประหนึ่งเสียงฟ้าผ่าระเบิดขึ้น
ต้นไม้เล็กโดยรอบกระจุยกระจาย ต้นไม้เก่าสูงใหญ่หักโค่นแม้แต่หินผายังปริแยก เมื่อการปะทะกันของสองยอดฝีมือผ่านพ้นไปสิ่งที่หลงเหลืออยู่นั้นไม่มีดีสักชิ้น
เสียงระเบิดดังสนั่น สะท้านสะเทือนแก้วหู
ผู้คนต่างก็หน้าถอดสี พลังอะไรจะรุนแรงปานนี้?!
บนพื้นดิน ปรากฏรอยแยกดำลึกรอยแล้วรอยเล่า ไม่ต่างกับยามแผ่นดินไหวหากเป็นรอยที่เกิดจากการปะทะของทั้งสองคน
เสียงลมจากหมัดของทั้งสองคนหวิวหวีด ดินหินปลิวกระจาย เป็นภาพอันน่ากลัวก่อนหน้านี้ไม่นาน มีมนุษย์พิเศษถูกม้วนกลืนเข้าไปจากนั้นกระดูกทั่วร่างถูกบดขยี้สิ้นใจในทันที
แสงแห่งเทพไหลวนทั่วร่างของเทพปีกเงิน พลังการต่อสู้ไร้เทียมทานทุกครั้งที่ลงมือรวดเร็วดุดันปานสายฟ้า
ยามที่กำหมัดโจมตี เขากางปีกสีเงินทั้งคู่ พุ่งผ่าทะยานฟาด แสงเงินแผ่พุ่งกลิ่นอายสังหารแผ่ซ่าน
ชิ้ง!
เสียงชิ้งดังขึ้นเบาๆ หินยักษ์หนักร่วมห้าตันถูกเขาผ่าออกอย่างง่ายดายไถลร่วงลงกระแทกจนพื้นดินแตกกระจาย ชุดรบสีเงินของเขาสะบัดพลิ้วทรงอานุภาพเกรียงไกร
ทว่า เทพวัชระหาได้เกรงกลัวไม่ ยังคงสงบนิ่ง ผิวเรืองรองดั่งบุษราคัมเปล่งแสงแวววาวมือขวากำหมัดทรงพลัง เข้าตั้งรับเทพปีกเงิน
พร้อมกันนั้น มือซ้ายของเขาถือดาบพุทธะเล่มขาวราวกับหิมะรัศมีแผ่กระจายเรืองรอง!
ทั้งคู่เข้าปะทะกันไม่หยุดด้วยความเร็วสูงเร็วอย่างที่แทบจะทำลายกำแพงเสียงได้ ทุกครั้งที่เข้าโจมตีล้วนเกิดเสียงดังกัมปนาทปานฟ้าผ่าน่าพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง
“สู้โว้ย!”
มนุษย์พิเศษบางคนอดรนทนไม่ไหวเนื่องจากยอดฝีมือทั้งสองยิ่งสู้ก็ยิ่งรุนแรงทั้งยิ่งออกห่างจากต้นไม้นั่นออกไปทุกที นี่ไงโอกาส!
ถ้าพลาดล่ะก็ คงเสียดายไปทั้งชาติ
คนส่วนใหญ่คิดว่า เพียงแค่เด็ดลูกไม้วิเศษใส่เข้าปากกลืนลงไปพวกเขาก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นมนุษย์พิเศษผู้ยืนอยู่บนยอดพีระมิดคนที่ห้า
พรึ่บพรึ่บพรึ่บ...
เงาคนพุ่งทะยานขึ้นหน้าคนแล้วคนเล่า
“อ๊าก...”
เสียงร้องโหยหวนลอยมาเข้าหูมนุษย์พิเศษลงมือใส่กันเองระหว่างทางที่พุ่งเข้าไปหลายคนล้มลงไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีก รอยเลือดสาดกระจาย
เป็นเหตุการณ์อันน่าสยดสยอง ยังไม่ทันได้แตะต้องลูกสนก็สังหารกันเองเสียแล้ว
ทุกคนต่างหมกมุ่นเข่นฆ่ากันจนเสียสติ ด้วยคิดว่าคนรอบด้านล้วนเป็นคู่แข่ง
เขางูขาวเกิดการจลาจลอย่างหนัก ความเงียบสงบถูกทำลาย เกิดการนองเลือดมนุษย์พิเศษพลุ่งพล่าน สุดท้ายเสียงโห่ร้องเข่นฆ่าดังก้องฟ้าแล้วพุ่งเข้าสู่การตะลุมบอนอันน่ากลัว
ยามนี้ ต่อให้เทพวัชระและเทพปีกเงินวกกลับมา คนพวกนี้ก็ไม่ยอมถอยอย่างแน่นอน
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเสียดแทงจิตวิญญาณของทุกคนปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบออกมา เมื่อเผชิญเข้ากับสิ่งเร้าหลายคนโยนความหวาดกลัวทั้งหลายแหล่ทิ้งไป ในหัวคิดถึงแต่เพียงการแย่งชิง
มนุษย์พิเศษจำนวนมากกระโจนเข้าร่วมอย่างลืมตาย
ภายในรัศมีหนึ่งร้อยเมตร ซากศพของมนุษย์พิเศษเพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อน
มนุษย์พิเศษบางคนมีฝีไม้ลายมือ กระโจนเข้าใกล้ต้นไม้ดูเหมือนเกือบจะคว้ามาได้ แต่แล้วใบหน้าพลันดำคล้ำ ล้มลงทันที ด้วยโดนพิษร้าย
แต่ว่า คนอื่นๆ ต่างก็หาได้เกรงกลัวไม่ ต่างก็โยนซากศพหรือกิ่งไม้เข้าไปสุมพื้นดิน แล้วดาหน้าเข้าไปคว้าลูกไม้วิเศษมาไม่ได้จะไม่ยอมเลิกรา
โครม!
ทันใดนั้นเสียงดังสนั่นดังมาจากกลางอากาศเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธหลายลำบินตรงมาพลางยิงกราดอย่างบ้าคลั่ง เปลวไฟน่ากลัวถั่งเท เพียงแค่ชั่วพริบตาผู้คนบาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อย
เลือดสดๆ เปรอะเปื้อนพื้นดิน ซากศพระเกะระกะมนุษย์พิเศษไม่น้อยเริ่มหวาดกลัว ถอยหนีอย่างรวดเร็ว
ต่อให้ตอนนี้พวกเขามีพลังอันแข็งแกร่ง แต่จะมีสักกี่คนที่ไม่เกรงกลัวอาวุธหนักเล่า?ยังไม่ถึงระดับนั้นสักหน่อย
“ลุยกับพวกมันเลย!”
มีคนตะโกน พลันปีกสีฟ้าที่กลางหลังก็ปรากฏขึ้นแล้วทะยานเข้าใส่เฮลิคอปเตอร์
ปัง!
น่าเสียดาย มีนักแม่นปืนซุ่มอยู่ จากปากกระบอกปืนลำใหญ่ หน้าผากของคนผู้นั้นระเบิดรอยเลือดเป็นทางร่วงลงหัวปักพื้น
นี่เป็นการสร้างความหวาดกลัววิธีหนึ่ง!
เทียนเสินเซิงอู้เผยเขี้ยวเล็บอันเหี้ยมโหดออกมาด้วยการลงมือต่อคนที่กล้าเข้ามาแย่งชิงลูกไม้วิเศษ
ตูม!
ทันใดนั้น เฮลิคอปเตอร์ก็ระเบิดขึ้นกลางอากาศ เปลวไฟลุกท่วมตัวเครื่องระเบิดกระจายในพริบตา เสียงดังสนั่นแสบแก้วหู
ผู้คนต่างแตกตื่น เป็นใครกันที่ลงมือ?
ห่างออกไป เฮลิคอปเตอร์อีกหลายลำปรากฏขึ้นแต่หน้าตาไม่เหมือนกันกับเครื่องของเทียนเสินเซิงอู้
“คนของโพธิจีนส์!” มีคนพูด
โพธิจีนส์เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เช่นเดียวกันกับเทียนเสินเซิงอู้ทั้งสองต่างก็ไม่มีใครกลัวใคร ต่างก็เตรียมตัวกันมาพร้อมพรักล้วนแล้วแต่เป็นอาวุธอันน่าสะพรึงกลัว
ฮือ!
มีเสียงดังขึ้นจากกลางอากาศ เทพปีกเงินขยับตัวผละจากเทพวัชระ รวดเร็วปานสายฟ้าสีเงิน
รวดเร็วอย่างยิ่ง!
หลายคนยังไม่ทันทำอะไร เขาก็ปรากฏตัวตรงหน้าเฮลิคอปเตอร์ของโพธิจีนส์แล้ว
เขากางปีก เปล่งแสงสีเงินเจิดจ้าไปทั่วท้องฟ้าดั่งดวงอาทิตย์ระเบิดรัศมีร้อนแรง ทิ่มแทงลูกนัยน์ตา
เสียงฉับดังขึ้น ปีกสีเงินของเขาตวัดผ่าเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่เพียงแค่พุ่งผ่าน เฮลิคอปเตอร์ก็ถูกตัดเป็นสองท่อน
เสียงโครมครามดังขึ้น เฮลิคอปเตอร์กระแทกพื้น เปลวไฟระเบิดอย่างน่ากลัวเสียงดังสนั่นไปทั่วเขางูขาว
ทุกคนต่างตกตะลึง นั่นมันเฮลิคอปเตอร์เชียวนะ แต่โดนสอยร่วงอย่างนี้น่ะเหรอคนไม่น้อยรู้สึกคันหัวใจ มันยากที่จะเชื่อได้
โพธิจีนส์สอยเฮลิคอปเตอร์ของเทียนเสินเซิงอู้ตกเทพปีกเงินก็สอยอีกฝ่ายร่วงเป็นการตอบแทนในทันที!
แสงสีเงินเรืองรองทั่วร่างของเขาที่ลอยอยู่กลางอากาศ ทรงอานุภาพกดดันจนสั่นสะท้าน
บนพื้นดิน ใกล้กับต้นไม้เล็กๆ นั้น เทพวัชระลงมาแล้วเพียงขยับตัวก็พุ่งออกไปสิบกว่าเมตร เมื่อไม่มีเทพปีกเงินมาพัวพันใครมันจะมาขัดขวางเขาได้?
ตึง!
เขากระทืบเท้าอย่างแรง พื้นแยกออกอย่างกับแผ่นดินไหวก็ไม่ปานมนุษย์พิเศษที่รายล้อมต่างรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ล้วนถูกกระแทกกระเด็นออกไปหมด
ต่อหน้าเขา พวกมนุษย์พิเศษไม่ต่างอะไรกับหุ่นไล่กา!
มันเป็นพลังอันน่ากลัว แทบจะเป็นพลังแห่งเทพอยู่แล้ว เพียงกระทืบเท้าก็กระแทกมนุษย์พิเศษทั้งกลุ่มกระเด็นล้มระเนระนาด
เทพวัชระยื่นมือออกไปคว้าลูกไม้สีม่วงทองจากต้นไม้นั่น
ปัง!
ทันใดนั้น ผิวดินยุบตัวลงทันที เขาเกือบจะร่วงลงไปด้วย
เทพวัชระพลิกตัว กระโจนห่างออกไปสิบเมตร แล้วหันกลับไปมอง
พื้นตรงนั้นกลายเป็นหลุม ต้นไม้พิสดารทั้งต้นทั้งราก ทั้งหมดตกลงสู่กล่องเหล็กใบเขื่อง
ใต้ดินคือคนของเทียนเสินเซิงอู้ ทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้วเพียงแค่รอให้ลูกสนแก่ได้ที่ ไม่เช่นนั้นก็ลงมือไปนานแล้ว
แน่นอน พวกเขาเองก็มาดักซุ่มอยู่ตรงนี้เช่นกัน!
ผิวของเทพวัชระเปล่งแสงสีเหลืองนวล เขาคำรามเสียงสนั่นลั่นแก้วหูดุจเสียงกัมปนาทแห่งพุทธะ จนคนที่อยู่ด้านล่างถึงกับสิ้นสติ
จากนั้น เขากระโดดลงไปข้างล่างอย่างรวดเร็ว
เสียงปีนดังขึ้น สาดกระสุนระรัวดั่งห่าฝนเข้าใส่เทพวัชระ
ปังปังปัง...
วินาทีนี้ เขาใช้ดาบพุทธะปัดป้องห่ากระสุนทั้งยังสะบัดบางนัดกลับไปใส่คนของเทียนเสินเซิงอู้ด้วย
ทว่า ห่ากระสุนถี่ยิบ ภายในที่คับแคบอย่างนั้นต่อให้เทพวัชระมีการตอบโต้ว่องไวดุจเทพ สัญชาตญาณอันน่าสะพรึงเพียงใดก็ไม่อาจหลบพ้นได้อย่างหมดจด
เรื่องน่ากลัวเกิดขึ้นอีกแล้ว กระสุนพวกนั้นพุ่งใส่เขาย่อมสร้างความเจ็บปวดให้อย่างยิ่ง ร่างกายเขาซัดเซด้วยเพราะถูกแรงสะบัดจากกระสุนแต่ไม่มีสักนัดที่ทะลวงร่างได้
ใต้ดิน เหล่ามือปืนต่างงุนงง นี่มันตัวประหลาดอะไรกัน? ผิวหนังแข็งหนาอย่างกับเหล็ก ไม่เกรงกลัวอาวุธปืนแม้แต่น้อยน่ากลัวเกินไปแล้ว
ส่วนบนพื้นดิน มนุษย์พิเศษจำนวนไม่น้อยต่างก็เห็นฉากนี้กับตาตัวเองแต่ละคนตาค้างปากค้าง ที่ลือๆ กันนั่นเป็นเรื่องจริงจริงๆ ด้วย เทพวัชระมีร่างอมตะไม่เกรงกลัวอาวุธปืน
เทพวัชระเมื่อร่วงลงไปแล้ว ก็ประดุจราชสีห์คลั่ง ร่างแข็งแรงพุ่งเข้าใส่ไม่มีใครสามารถต้านทานเขาได้
มนุษย์พิเศษหลายคนถูกเขาพุ่งใส่ กระดูกหัก ตัวลอยกระเด็นเขาคว้ากล่องเหล็กได้ในทันที
จากนั้น เขาทะยานขึ้นด้านบน ประหนึ่งนกล่าเหยื่อดุร้าย เมื่อเท้าแตะพื้นเขาก็ไม่ได้รีบร้อนหาที่เก็บซ่อนกล่องเหล็กใบใหญ่นั่น
เขาเป็นกังวลว่าท่ามกลางการต่อสู้วุ่นวายลูกกระสุนอาจสร้างความเสียหายให้ลูกสนสีม่วงทองนี้
“เทพวัชระ หนีไม่พ้นหรอก!”เทพปีกเงินย้อนกลับมาไล่ล่า
ตูม!
ห่างออกไป เสียงระเบิดดังขึ้น เฮลิคอปเตอร์หมุนวนเทียนเสินเซิงอู้และโพธิจีนส์เปิดหน้าปะทะกันทุกด้าน การต่อสู้ร้อนแรง
คนอื่นๆ เมื่อเห็นดังนี้ ก็รู้สึกขมขื่นแล้วอย่างนี้จะเข้าไปแย่งได้อย่างไรล่ะเนี่ย?
มีแค่เพียงคนกลุ่มเดียวที่ตื่นเต้นยินดี ก็คือพวกของโจวอี่เทียนพวกเขาไม่กลัวตาย แบกอุปกรณ์สารพัดสารเพ วิ่งตามเก็บภาพอย่างบ้าคลั่ง
ศึกใหญ่ของมนุษย์พิเศษ ห้ำหั่นกันด้วยอาวุธร้ายแรงฉากอย่างนี้มันทำให้พวกเขาตื่นเต้นจนตัวสั่น ฉากยิ่งใหญ่อลังการอย่างนี้สำหรับพวกเขาแล้วเรียกได้ว่าเป็นวัตถุดิบชั้นสุดยอด
แววตาฉู่เฟิงเฉยเมย เฝ้ามองสนามรบ เขาเตรียมพร้อมที่จะลงมือ
หวงหนิวไม่ทำให้เขาผิดหวัง มันแอบเข้ามาจริงๆ ด้วย ผลุบๆ โผล่ๆเนียนเป็นมนุษย์พิเศษทั่วๆ ไป พลางเข้าใกล้ยอดฝีมือทั้งสอง
พวกเขาสองคนรู้ใจกัน มองตากันแวบเดียว จากนั้นลงมือทันที!
เทพปีกเงินต่อสู้ดุเดือดกับเทพวัชระ ทั้งสองทุ่มสุดกำลังห้ำหั่นประหัตประหาร เพราะรู้กันดีว่าตอนนี้คือช่วงเวลาสำคัญไม่มีใครคิดวางมือจากลูกไม้วิเศษนี้
เทพวัชระมือหนึ่งถือกล่องเหล็ก อีกมือต่อสู้ฟาดฟัน เห็นได้ชัดว่าตกเป็นรองเขาโยนกล่องเหล็กขึ้นกะจะผ่ามันออก โดยไม่กลัวว่ากระสุนที่ปลิวว่อนจะโดนลูกสน
วินาทีนั้นเอง มนุษย์พิเศษคนหนึ่งที่อยู่ใกล้เขา พุ่งเข้ามาท่าทางมีฝีมือมากกว่าคนอื่น
เทพวัชระถึงกับตะลึง คิดจะหลบก็สายไปเสียแล้วคนผู้นี้เห็นได้ว่าเก่งกาจไม่แพ้เขาและเทพปีกเงินเลย แอบซุ่มเข้ามาได้ใกล้ถึงเพียงนี้เขาเป็นใครกันแน่?
ทั่วโลกนี้ น่าจะมีเพียงมนุษย์พิเศษสี่คนที่มีฝีมือระดับนี้ถึงจะถูก
หวงหนิวอยู่ในตำแหน่ง พอได้จังหวะก็ลงมือทันที
ตึงตึง!
พอลงมือมันก็แจกไปสองกีบ หนึ่งกีบกระแทกเข้าที่แขนของเทพวัชระ อีกกีบประเคนเข้าที่หลังหัวของเขาดักตีหัวสำเร็จ!
หากเป็นคนอื่น คาดว่าร่างกายคงแหลกไปแล้ว แต่เทพวัชระแค่เพียงเสียหลักตัวพุ่งไปข้างหน้า ร่างกายไม่ได้บุบสลายแต่อย่างใด
แต่ก็ได้สร้างความฮือฮาให้กับผู้คนร่างอมตะของเขาช่างน่ากลัวร้ายกาจอย่างไม่มีอะไรเทียบ!
ฟึ่บ!
หวงหนิวไม่สนเรื่องพวกนี้รีบพุ่งเข้าไปอ้าปากงับที่จับของกล่องเหล็กไว้แน่น จากนั้นทิ้งตัววางสี่ขาโกยแน่บ
เทพวัชระโมโหสุดขีด ควบคุมร่างกายแล้วหันไปมองเงาร่างที่วิ่งฝุ่นตลบเขากู่ร้องออกมาแล้วไล่ล่าไม่ปล่อย
กลางอากาศ เทพปีกเงินก็ถูกซุ่มโจมตีเช่นกัน
ฉู่เฟิงประสานกับหวงหนิว เมื่อครู่ ลูกธนูพุ่งเข้าสกัดเทพปีกเงินกดดันให้เขาถอยขึ้นฟ้าห่างออกไป อีกทั้งยังเฉี่ยวแขนของเขาให้ได้เลือดอีกด้วย
เทพปีกเงินได้รับบาดเจ็บ เมื่อเห็นว่าเป็นฉู่เฟิง แสงสีเงินในดวงตาก็พลุ่งพล่านบาดเจ็บถึงสองครั้งสองครา ล้วนมาจากน้ำมือคนเพียงคนเดียวความคั่งแค้นรุนแรงแสนสาหัส!
เขาหันกลับไปมองอีกทางชั่วแวบก็เห็นว่าเทพวัชระไล่ตามไปแล้วอย่างนั้นก็ไม่ต้องห่วง เพราะเขาเชื่อในฝีมือของเทพวัชระ เขาเย็นชาเป็นอย่างยิ่งดวงตาไร้ความปรานีจ้องเขม็งไปที่ฉู่เฟิง
ที่จริงแล้ว เทพวัชระตกที่นั่งลำบากอย่างไม่อาจเอ่ยปากออกมาได้มนุษย์พิเศษพิลึกพิลั่นคนนั้นรวดเร็วว่องไวอย่างไม่น่าเชื่อ พอลงถึงพื้นก็แทบจะวิ่งออกจากเขางูขาวไปแล้ว
ขืนไล่ตามอย่างนี้ ไม่มีทางตามทันอย่างแน่นอน
“โครม!”
กลางอากาศ เทพปีกเงินเปล่งแสงสีเงินทั่วร่างเจิดจ้าแสบตาอย่างกับว่าดวงอาทิตย์สีเงินขึ้นสู่ท้องฟ้าเขาระเบิดพลังรุนแรงแล้วพุ่งเข้าใส่ฉู่เฟิง
ผึง!
ฉู่เฟิงน้าวศร แววตาเย็นเยียบ เมื่อปล่อยลูกธนูออกไปพริบตาก็เกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังสนั่นแสบแก้วหูลูกศรพุ่งโค้งขึ้นฟ้าเข้าแทงเงาร่างกลางอากาศนั่น
ดวงตาของเทพปีกเงินฉายแววหวาดหวั่น เขาฉากหลบลูกศรทันควันพร้อมกันนั้นก็ยื่นมือออกไปสับก้านเหล็กของลูกศรอย่างแรง เสียงปังดังขึ้นสายฟ้าแลบแปลบปลาบแล้วระเบิดทันที
แขนของเขาดำเป็นตอตะโก หากไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ถึงตอนนี้ ดวงตาของเทพปีกเงินเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม
ฉู่เฟิงอดที่จะยอมรับไม่ได้ คนผู้นี้ร้ายกาจจริงๆ!
ผึงผึงผึง...
ฉู่เฟิงยิงลูกศรออกไปอย่างต่อเนื่อง เขาใช้แต่สัญชาตญาณไม่ใช้ตาในการเล็งเป้า หากก็คำนวณได้อย่างแม่นยำว่าเทพปีกเงินอยู่ตรงไหน
ก็เหมือนเวลาที่เขาหลบกระสุนปืนนั่นแหละ เป็นสัมผัสล่วงหน้าแต่ตอนนี้เป็นการสัมผัสความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายล่วงหน้า
เทพปีกเงินแตกตื่นในใจ เขาพบว่าตัวเองหลบลูกธนูของอีกฝ่ายไม่พ้น แขน ไหล่ล้วนถูกลูกธนูเฉียดอย่างต่อเนื่อง ผิวหนังถูกเฉือนออกด้วยสายฟ้า เลือดไหลริน
สำหรับเขาแล้ว นี่มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อเพราะเขาไม่ได้เกรงกลัวลูกกระสุนแต่อย่างใดแต่แล้วลูกธนูที่อีกฝ่ายยิ่งออกมามันกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่ากระสุนปืน!
“เป็นพลังจากสายฟ้า!” ดวงตาของเขาเย็นเยียบลงทุกทีเขาพุ่งตัวลงไป สาบานได้เลย ต้องฆ่าฉู่เฟิงให้ดับตรงนี้
พึ่บพึ่บพึ่บ...
กลางอากาศ ห่าธนูหนาแน่น คลุมตัวเทพปีกเงินจนมิดเขาไม่มีทางหลบหลีกได้ทั้งหมด ได้แต่ฝืนรับ พลังตื่นรู้ของอีกฝ่ายเป็นพลังลึกลับนี่ต่างหากที่เขากลัว
บนร่างเขามีบาดแผลจากธนู หากก็ไม่หนักหนาสาหัส ร่างกายเขาแข็งแกร่งสามารถต้านทานกระสุนปืนได้ ซึ่งนั่นก็น่าเกรงขามอย่างยิ่งแล้ว
หากไม่ใช่เพราะความพิเศษของคันศรฟ้าคำรามนี้ อาวุธอื่นใดล้วนไม่อาจสร้างบาดแผลให้แก่เทพปีกเงินได้
โครม!
คราวนี้ ห่าธนูที่พุ่งเข้ามาพร้อมสายฟ้าก็เพิ่มขึ้น เสียงฟ้าร้องก้องสนั่นเขย่าขวัญผู้คน
ปุ!
เลือดกระฉูด เทพปีกเงินสะอึก เขาเกือบจะร่วงหัวทิ่ม
เขาพบว่าลูกธนูครั้งนี้ต่างออกไป มีดอกหนึ่งที่เป็นกระดูกขาวทั้งอันมันแทงทะลุไหล่เขา แล้วระเบิดเป็นแผลกว้าง ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส
พึ่บพึ่บพึ่บ...
กลางอากาศ ห่าธนูแน่นขนัด ฉู่เฟิงฉวยจังหวะสำคัญยิงลูกศรเขี้ยวมังกรออกไปเพื่อสังหารเทพปีกเงิน
“อ๊าก...”
เทพปีกเงินกู่ร้อง เสียงสนั่นสะท้านสะเทือนเขางูขาว เลือดโทรมกายความอาฆาตแค้นท่วมท้น จับจ้องฉู่เฟิงด้วยสายตาเย็นเยียบ พุ่งทะยานเข้าใส่
ทว่า ครั้งนี้เขาชนตอจนได้ ท่ามกลางห่าธนูคือลูกศรเขี้ยวมังกรอีกดอกมันแทงทะลุปีกสีเงินของเขาแล้วระเบิดทันที
เลือดสดๆ ไหลริน ปีกแห่งเทพสีเงินยวงถูกแรงระเบิดฉีกทึ้งเขาสูญเสียการทรงตัวจนแทบจะร่วงลงมา
เขางูขาวที่อึกทึกกึกก้องด้วยเสียงโห่ร้อง ฆ่าฟันกันวุ่นวายบัดนี้เงียบสงัด ทุกคนล้วนตัวสั่นเทา มองไปยังทิศทางเดียวกัน
นั่นน่ะหรือหนิวเสินหวัง?
เขายิงธนูแห่งเทพ ขยี้สุดยอดมนุษย์พิเศษผู้อยู่บนยอดพีระมิดเสียบาดเจ็บสาหัส!
ทุกคนล้วนใจเต้นไม่เป็นส่ำ ประหวั่นพรั่นพรึงอย่างถึงที่สุด
หลินนั่วอียืนอยู่บนยอดเขา มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด สำหรับเธอแล้วผลลัพธ์ที่ออกมาเช่นนี้ส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก เทพปีกเงินถึงกับบาดเจ็บหนัก!
“อ๊าก...”
เทพปีกเงินกู่ร้อง บินวนเวียนอยู่กลางอากาศ คิดจะพุ่งลงมาอีกครั้งสาบานเลยว่าต้องหาโอกาสสังหารคนผู้นั้นให้ได้
“กลับมา!” หลินนั่วอีเอ่ยปาก เธอกลัวเหตุไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นกับเทพปีกเงินเพราะธนูของคนผู้นั้นน่ากลัวเกินไป ยากยิ่งที่จะต่อกร
ห่างออกไป นางฟ้าแห่งปวงประชา ติงซือถง ก็กำลังดูเหตุการณ์อยู่เช่นกันเธอแตกตื่นเป็นอย่างยิ่งทำไมถึงสัมผัสไม่ได้เลยว่าคนที่ชื่อหนิวเสินหวังจะร้ายกาจปานฉะนี้ทั้งยังสามารถต่อกรกับเทพปีกเงินได้อีกด้วย
เวลานี้ ไม่ว่าใครต่อใครล้วนแต่ตะลึงงัน
เขางูขาว หลังจากเงียบสงัดไปอึดใจ ก็ระเบิดเสียงโห่ร้องเซ็งแซ่
****************
1 หมัดวัชระรูปแบบการประสานมือโดยการงอนิ้วหัวแม่มือเข้ากลางฝ่ามือ จากนั้นพับอีกสี่นิ้วที่เหลือกำเป็นหมัด