แกร่งสุดด้วยอาชีพผสาน ในโลกที่มีมอนสเตอร์ออกมากินคนยามค่ำคืน (First Night - Leveling)

    ตอนที่ 52 : ระเบียบโลกใหม่

     

    ตอนที่ 52 : ระเบียบโลกใหม่

     

    ที่นี่มัน... อะไรกัน?

              หลังได้สติ ความมืดมิดกลายเป็นสิ่งแรกที่ฟ้าได้สัมผัส แต่มันช่างขัดแย้งกับความทรงจำล่าสุดที่ถูก Chivalry อัดจนปางตาย

              การยืนอยู่ท่ามกลางความมืดเพียงลำพังเริ่มเปลี่ยนความสับสนเป็นหนาวสั่น

              ฟ้าเริ่มหันไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดกลัว …จนได้พบว่ามีคนยืนอยู่ด้านหลัง

     

    พี่?

              รอยยิ้มของเธอฉีกขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครแม้เห็นแค่แผ่นหลัง

              ความรู้สึกปลอดภัยเริ่มกลับมา เพราะพี่ชายเป็นคนที่คอยอุปถัมภ์เธอมาตั้งแต่จำความได้

              ทว่า... แผ่นหลังของพี่ชายกลับกำลังเดินหนีจากไป นั่นทำให้ความกลัวเข้าเกาะกุมจนหัวใจปวดร้าว

     

    พี่คะ! รอหนูก่อน!!!

              ฟ้าพยายามวิ่งตาม แต่พี่ชายกลับทิ้งห่างไปเรื่อย ๆ

              แม้ออกแรงถีบเท้าสุดความสามารถ แต่ความกลัวที่มีมากกว่าทำให้ขัดขาตัวเองจนต้องล้มลงคลุกคลาน

              เรี่ยวแรงที่เหลือทำได้เพียงเงยมองแม้ตัวจะยังนอน และมืออันไร้แรงก็ทำได้แค่เอื้อมแม้จะไปไม่ถึง

     

    อย่าทิ้งหนูไปนะ... หนูจะทำตัวให้เป็นประโยชน์

    เพราะงั้น!!!!

     

    อย่าทิ้งหนูไว้คนเดียว!!!

              ฟ้าตะโกนสุดเสียง ดังก้องไปทั่วทั้งโลกแห่งความมืดที่เธออยู่

              ทว่าแผ่นหลังนั้นก้าวไปไม่รอ และอันตรธานหายไปอย่างไม่ใยดี

              เหลือไว้แต่ความเคว้งคว้างในอก และเจ็บแปลบราวกับตกจากที่สูง

     

    ❖❖❖❖❖

     

    “พี่คะ!!!”

              ดวงตาฟ้าเบิกโพลงขึ้นอีกครั้งพร้อมสติตื่นตัว มือของเธอเผลอยื่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวทั้งที่แผ่นหลังยังติดพื้น

              ทว่ารอบตัวของเธอไม่ใช่ความมืดอีกแล้ว พื้นหลังของมือที่ยื่นออกไปตอนนี้คือฝ้าสีขาว 

     

    เมื่อกี้... ฝันสินะ

              ฟ้าเริ่มรู้สึกถึงเตียงนุ่ม ๆ ที่สัมผัสหลังอยู่ชัดขึ้น รอบ ๆ เองก็เต็มไปด้วยอุปกรณ์ปฐมพยาบาล รวมกับสติที่เด่นชัดกว่าก่อนหน้า นี่คือความจริงไม่ผิดแน่

              แล้วพอสมองพยายามตามเรื่องราว ความทรงจำสุดท้ายก่อนหมดสติก็ผุดขึ้นมา

              นั่นคือภาพของเด็กหนุ่มผู้ช่วยชีวิตเธอไว้ ด้วยความแข็งแกร่งอันล้นหลามยากจะลืม

     

    เขาคนนั้น... จัดการ Chivalry ได้ด้วยตัวคนเดียวเลย

    ไม่สิ ไม่ใช่แค่นั้น เขาจัดการได้ในครั้งเดียวเลยต่างหาก

     

    พลังที่โดดเด่นแบบนั้น แล้วก็ออร่าที่ดูน่าเกรงขาม

    นั่นคงจะเป็น ‘ยมทูต’ ที่พี่บอกสินะ

              ฟ้าปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว ค่อนข้างมั่นใจในสัญชาตญาณตัวเอง

              ...เพราะในชั่ววินาทีที่เด็กหนุ่มโค่นเจ้าอัศวินดำ เขาคนนั้นแผ่ออร่าน่าขนลุกยิ่งกว่าเจ้าตัวที่อัดเธอเสียอีก

     

    “อ้าว? ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ”

    “!!?”

              ระหว่างที่ฟ้าคิดอะไรเพลิน ๆ หญิงสาวสวมชุดกาวน์ของแพทย์ก็เปิดประตูเข้ามาในห้องจนฟ้าตกใจ

              แต่ความกังวลก็หายไปในเวลาไม่นาน เพราะถ้าอีกฝ่ายประสงค์ร้าย เธอคงไม่ได้นอนอยู่บนเตียงนุ่ม ๆ แบบนี้แน่

     

    “ยังรู้สึกมึนหัวอยู่ไหมจ๊ะ?” คุณหมอสาวเดินเข้ามานั่งข้างเตียง แล้วฟ้าก็ตอบคำถามด้วยการยันตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง

    “ไม่แล้วค่ะ ขะ... ขอบคุณที่ดูแล ค่ะ”

    “เห... พวกแรงค์ 2 เนี่ยฟื้นตัวเร็วกันจริง ๆ เลยนะ”

              คุณหมออมยิ้มให้กับอาการตะกุกตะกักของฟ้า ท่าทางก้มมองทำตัวไม่ถูกของเธอช่างน่าเอ็นดูเหลือหลาย

              แต่ก็เพราะอีกฝ่ายขี้อาย คุณหมอเลยรู้สึกว่าต้องเป็นคนนำบทสนทนา

     

    “หมอชื่อนิวนะจ๊ะ แล้วหนูล่ะ?”

    “ชื่อ... ฟ้าค่ะ”

    “ฟ้าสินะ... ตอนนี้หนูอยู่ที่ รพ. ของเซฟเวอร์เองนะ แล้วก็เป็นศูนย์อพยพด้วย เพราะงั้นไม่ต้องกังวลไปนะจ๊ะ”

              คุณหมอสาว... คุณหมอนิวเปลี่ยนวิธียิ้ม สีหน้าอบอุ่นทำให้ในใจของฟ้าเริ่มสว่างไสวและรู้สึกปลอดภัย

              หากจะต้องแคลงใจกับคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ ฟ้าคงรู้สึกว่าตัวเองใจร้ายเต็มที

              แต่พอคิดถึงคนที่ช่วยชีวิตไว้ เธอก็คิดถึงเด็กหนุ่มขึ้นมาด้วย

     

    “อะ เอ่อ... คุณยมทูตอยู่ที่นี่รึเปล่าคะ?”

    “...อืม ไม่แน่ใจเหมือนกันแฮะ ทำไมเหรอจ้ะ?”

              คำถามของฟ้าทำคุณหมอนิวสีหน้าจริงจังขึ้นมา

              ...ฟ้าไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม แต่รู้สึกว่าคุณหมอนิวดูระวังเธอขึ้นอย่างไรชอบกล ตัวตนของเด็กหนุ่มดูจะเป็นคนสำคัญของเซฟเวอร์น่าดู

              ฟ้าเองก็รู้สึกไม่ดีที่ถูกเข้าใจผิด เพราะเธอไม่ได้ประสงค์ร้ายต่อยมทูตคนนั้นเลยสักนิด

              อันที่จริง มันกลับกันมากกว่า...

     

    “คะ คือ... เขาช่วยชีวิตหนูไว้น่ะค่ะ”

    “อ๋อ”

              คุณหมอนิวพยักหน้า ออร่าน่าขนลุกของคุณหมอก็หายไปด้วยเหตุนั้น ทำเอาฟ้าถอนหายใจโล่งอกไปด้วยที่แก้ความเข้าใจผิดได้

              ส่วนคุณหมอนิวก็พยายามขมวดคิ้วนึกถึงยมทูตตามที่ฟ้าอยากรู้ แต่เธอก็ดูไม่ค่อยแน่ใจนัก เพราะมีความเป็นไปได้ว่าเขาต้องเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนตลอดทั้งคืน

     

    “ทัตเขาก็อาจจะอยู่ที่นี่แหละนะจ๊ะ แต่ก็ไม่รู้ยุ่งอยู่รึเปล่า คงต้องลองไปตามหาดูแหละจ้ะ”

    “อะ เอ่อ... งั้นไม่เป็นไรก็ได้ค่ะ” ฟ้ายิ้มกลับแห้ง ๆ

              ถึงจะรู้สึกอยากไปขอบคุณ แต่พอมองนาฬิกาซึ่งเป็นเวลาสามทุ่มเศษ เธอก็รู้ทันทีว่าไม่ควรไปก่อกวน

     

    เพิ่งผ่านมาสามชั่วโมงหลังเฟิร์สไนท์เริ่มเอง

    ตอนนี้เขาน่าจะต้องกำลังออกปราบมอนสเตอร์เพื่อช่วยคนอยู่แน่เลย

     

    ใช่... เหมือนกับตอนที่ช่วยเราไว้

              พอคิดถึงเหตุการณ์นั้น ภาพของเด็กหนุ่มก็เข้ามาในหัวอีกครั้ง แต่หนนี้มันเริ่มทำใบหน้าของฟ้าร้อนผ่าวเบา ๆ จนเธอต้องสะบัดหน้าไปมา

              เป็นที่น่าเอ็นดูของคุณหมอนิวจะพลอยอมยิ้มตามเข้าให้ ...ถึงลึก ๆ ในใจจะรู้สึกอยากแกล้งด้วยก็เถอะ

              แต่ในฐานะหมอแล้ว เธอรู้สึกว่าความปลอดภัยของเด็กคนนี้ต้องมาก่อน

     

    “แล้วหนูจะเอายังไงต่อเหรอจ๊ะ?”

    “เอ๊ะ? เอ่อ... ยังไม่รู้เลยค่ะ”

              ฟ้าได้สติกลับมาจากความประหม่า แต่คำถามก็ทำให้เธอสับสนแทน

              หลังจากเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองแค่คืนเดียว ความยากของการเอาตัวรอดกลับเพิ่มขึ้นไปอีกระดับจากตอนที่อยู่อำเภอนอกเมืองคนละโข หากไม่ใช่เพราะเซฟเวอร์ช่วยเอาไว้เธอคงตายไปแล้ว

              นำมาซึ่งบทสรุปอันเข้าใจง่าย... นั่นคือ เธอไม่อาจเอาตัวรอดในเมืองได้ด้วยตัวคนเดียวแน่นอน

              ความกังวลเลยทำเอาฟ้าขมวดคิ้ว มีแต่เหงื่อที่ผุดขึ้นด้วยความสับสนเพราะไม่เห็นทางมีชีวิตรอด

     

              ...แต่การแสดงสีหน้าหวาดกลัวนั้นไม่ได้เป็นข้อเสียเสมอไป เพราะมันทำให้คนที่พร้อมจะช่วยเหลือยื่นมือเข้ามาง่ายขึ้น

              โดยเฉพาะคุณหมอนิวที่เห็นสีหน้าแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้ง

     

    “ถ้าหนูไม่รู้จะทำยังไงต่อ ฉันมีข้อเสนอนะ”

    “เอ๊ะ?”

              ได้ยินคำถามราวอ่านใจได้ ทำให้ฟ้าเลิกก้มหน้าแล้วหันมามองคุณหมอนิวอย่างมีความหวังทันที

              แล้วในระหว่างที่สงสัยว่าข้อเสนอที่ว่าคืออะไร คุณหมอนิวก็ล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์ตัวเอง และหยิบสมาร์ทโฟนออกมา

              บนหน้าจอนั้น กำลังแสดงสัญลักษณ์เครื่องหมายบวกคล้ายกับพยาบาลแต่มีการประสานกับดาบเสริมเข้ามาเป็นนัยยะแห่งการพร้อมโต้กลับ พร้อมตัวอักษรที่เขียนว่า ‘Saver’ ตรงด้านล่างโลโก้นั้น ก่อนที่มันจะหายไปแล้วเข้าสู่หน้าต่างหลัก นั่นเลยทำให้ฟ้ารู้ว่ามันคือแอพลิเคชัน

     

    “นี่คือแอพลิเคชันที่ทางเราพัฒนาขึ้นสำหรับเหล่าผู้มีพลังน่ะจ้ะ เคยได้ยินรึเปล่า?”

    “ไม่เลยค่ะ... หนูเพิ่งย้ายจากต่างอำเภอมาอยู่ในเมืองได้วันเดียวเอง”

    “ลำบากแย่เลยนะจ๊ะเนี่ย” คุณหมอนิวหน้าหมองตามเพราะรู้สึกสงสาร

              แต่เพราะงั้นเธอเลยยิ่งรู้สึกอยากช่วย คุณหมอเลยคิดว่าฟ้าควรต้องรู้สถานการณ์ในตอนนี้เสียก่อน หลังจากนั้นจะตัดสินใจอย่างไรเด็กคนนี้คงทำได้ดีขึ้น

     

    “คืออย่างนี้นะจ๊ะฟ้า ...เมื่อหนึ่งเดือนก่อน หลังจากที่ระดับหัวหน้าหน่วยของเซฟเวอร์จัดประชุมใหญ่ พวกเราได้ทำการปฏิวัติแนวคิดขององค์กรหลัก ๆ สองอย่าง

    อย่างแรกก็คือการสร้างกฎหมายของผู้มีพลังขึ้นมาเพื่อบังคับใช้ และสร้างหน่วยพิเศษที่ชื่อว่า ‘หน่วย 0’ ขึ้นเพื่อทำการปราบปรามพวกผิดกฎหมายโดยเฉพาะน่ะจ้ะ”

    “มะ มีคนทำผิดกฎหมายด้วยเหรอคะ!?”

              ฟ้าได้ยินแล้วหน้าถอดสี รู้สึกเย็นหลังจนเผลอชันเข่าขึ้นมา

              แต่คุณหมอนิวก็ไม่อยากมอบน้ำผึ้งอาบยาพิษ จึงตัดใจพูดความจริงเสียเลยดีกว่า

     

    “ใช่จ้ะ... ก่อนที่จะมีหน่วยปราบปราม พวกผู้มีพลังน่ะไม่ได้ทำแค่เอาตัวรอดจากมอนสเตอร์ แต่คนบางกลุ่มกลับฆ่าฟันผู้มีพลังด้วยกันเอง ทั้งเพื่อความสนุก แล้วก็สนองความต้องการตัวเอง”

    “อะไรกัน...”

              ฟ้าแทบไม่อยากเชื่อ เธอเคยเห็นการปลดปล่อยสัญชาตญาณของมนุษย์ผ่านภาพยนตร์วันสิ้นโลกมาบ้าง แต่พอคิดว่าเป็นของจริงแล้วมันต่างกัน นั่นเพราะเธอเองก็มีโอกาสกลายเป็นเหยื่อไปด้วย

              พอคิดว่าเป็นตัวเองบ้างแล้ว ฟ้าอดที่จะรู้สึกขนลุกไม่ได้จนต้องกอดตัวลูบแขนตัวเอง

     

    “แต่หลังจากที่มีการก่อตั้งหน่วย 0 และมีการลงโทษอย่างเด็ดขาด พวกผู้มีพลังรวมถึงเซฟเวอร์ที่ทำผิดเสียเองก็สงบเสงี่ยมมากขึ้นเยอะเลยล่ะ เรียกว่าเป็นโลกคนละใบได้เลยเชียวล่ะ!”

    “งั้น... เหรอคะ”

              ฟ้าได้อย่างนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก รู้สึกว่าอย่างน้อยตัวเองก็มีโชคเพราะเข้ามาในช่วงที่ทุกอย่างสงบพอดี

              เห็นฟ้าสบายใจดีแล้ว คุณหมอนิวเลยถือโอกาสเล่าต่อ

     

    “พวกเราทำให้ผู้มีพลังอยู่ในร่องในรอยได้แล้ว ...แต่การปราบปรามคนด้วยกันมันก็ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องมอนสเตอร์ใช่ไหมล่ะจ๊ะ? อันที่จริงมอนสเตอร์ต่างหากที่เป็นศัตรูของพวกเรา แต่เพราะคนด้วยกันนี่แหละที่ทำให้ทุกอย่างมันยุ่งยากลากมานานขนาดนี้”

              คุณหมอนิวพูดแล้วก็ถอนหายใจ ...และพริบตานึง ฟ้าสัมผัสได้ด้วยว่าคุณหมอนิวมีสีหน้าโกรธกริ้วแฝง

              แต่นั่นก็แค่ครู่เดียวก่อนที่สีหน้าคุณหมอจะกลับมาสงบตามปกติ

     

    “เพราะงั้นการปราบปรามของหน่วยศูนย์เลยทำให้พวกเราได้เริ่มต้นกันใหม่ และกลับมาสู่การวางแผนรับมือพวกมอนสเตอร์ในแต่ละคืนตามเดิม นั่นถึงเป็นที่มาของการปฏิวัติอย่างที่สองของเรา”

              คุณหมอนิวพูดแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาให้ฟ้าดูอีกครั้ง

              ตอนแรกมันเป็นโลโก้ตอนโหลดเข้าแอพเฉย ๆ ...แต่ตอนนี้ สิ่งที่แสดงอยู่บนนั้นคือหน้าต่างที่คล้ายกับหน้าจอหลักของเกมมือถือไม่มีผิด

     

    “นี่เป็นแอพลิเคชันที่เซฟเวอร์พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางของเหล่าผู้มีพลังน่ะจ้ะ บริการต่าง ๆ ที่เซฟเวอร์เป็นผู้จัดทุกอย่างจะรวมอยู่ในนี้หมดเลยล่ะ”

              คุณหมอนิวพูดไปแล้วก็เริ่มชี้แถบข้อมูลส่วนตัวด้านบน มันสามารถกดขยายเพื่อดูรายละเอียดได้ด้วยแต่เธอไม่ได้กดให้ดู

              ส่วนตรงกลางจอเป็นส่วนที่กินพื้นที่ถึงครึ่งนึง... คือแผนที่

              บนนั้นมีจุดสีเขียวเล็ก ๆ กระจุกตัวอยู่ในบริเวณโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นจำนวนร่วมร้อยจุด ส่วนที่ห่างออกไปบางบริเวณก็ถูกคลุมด้วยพื้นที่สีแดงและสีส้มดูแปลกตาสำหรับฟ้าไม่เบา

     

    “แผนที่นี้จะระบุตำแหน่งของเซฟเวอร์และพันธมิตรที่ลงทะเบียนกับแอพลิเคชันผ่าน GPS ได้ด้วยล่ะจ้ะ บริเวณสีส้มคือจุดที่ได้รับรายงานว่าพบมอนสเตอร์ ส่วนสีแดงคือจุดที่เซฟเวอร์เข้าไปตรวจสอบและยืนยันแล้วว่ามีมอนสเตอร์อยู่จริง

    แล้วถ้ากดเข้าไปดู ก็จะมีข้อมูลด้วยว่ามอนสเตอร์ที่พบเป็นตัวอะไร นอกจากนี้ก็สามารถตั้งค่าให้แจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้บริเวณที่มีมอนสเตอร์ได้ด้วยล่ะ”

    “แบบนั้นมันสะดวกมากเลยไม่ใช่เหรอคะเนี่ย!?”

              ฟ้าเห็นแล้วถึงกับหลุดตกใจตาโตเป็นไข่ห่าน การเห็นทางรอดอยู่ตรงหน้าทำเธอดีใจจนเนื้อเต้นก็มิปาน

              คุณหมอเห็นแล้วก็ต้องหัวเราะเอ็นดูอีกครั้ง ทำเอาฟ้าเขินจนหน้าแดงไปเลยทีเดียว

     

    “อ้อ! แอพลิเคชันนี้เราไม่ได้ล็อคไว้หรอกนะจ๊ะ ไม่ว่าใครก็เข้ามาดูได้ทั้งนั้นเลย ก็พวกเราเป็นผู้ช่วยเหลือ (Saver) นี่นะ”

              คุณหมอนิวชูนิ้วชี้ขึ้นอธิบายเสริม

     

    “แต่แน่นอนว่าถ้าล็อคอินเข้าระบบ ก็จะได้สิทธิพิเศษมากมายเลยเชียวล่ะ”

    “ฟังดูเหมือนเกมเลยนะคะเนี่ย”

    “นั่นสิเนอะ คนคิดเป็นเด็กติดเกมแหง ๆ เลย”

              คุณหมอนิวร่วมแซวคนทำระบบ ทำฟ้าอมยิ้มหัวเราะตาม คุณหมอนิวรับมือคนเก่งสมกับที่สวมชุดกาวน์จริง ๆ

              ความใจดีของคุณหมอเพิ่มความสนใจให้ฟ้า เธอมองตามนิ้วชี้ของคุณหมอนิวที่ชี้ไปตรงบริเวณใต้แผนที่ ซึ่งมีปุ่มสัญลักษณ์ต่าง ๆ อยู่

     

    “ส่วนตรงนี้จะเป็นบริการของเซฟเวอร์ในตอนนี้... ซึ่งหลัก ๆ ก็จะมีบริการรับฝากซื้อขายหรือเช่าอาวุธ การซื้อขายเสบียง การรับการรักษาจากโรงพยาบาลในเครือของเซฟเวอร์ การซื้อข้อมูลมอนสเตอร์ที่เคยปราบมาแล้ว การรับภารกิจปราบมอนสเตอร์เพื่อรับแต้มไว้ใช้ซื้อของ รวมถึงเชิญชวนการตั้งเรดปาร์ตี้เพื่อสู้กับบอสก็มีเหมือนกัน”

              คุณหมอนิวอธิบายไล่ตามแต่ละสัญลักษณ์ ฟ้ายิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าเหมือนเกม แต่มันก็เข้าใจง่ายดี

              อันที่จริง มันดูสะดวกสบายเกินไปจนยากจะเชื่อว่าเป็นของฟรีเลยด้วยซ้ำ

     

    “เอ่อคือ... แล้วถ้าจะลงทะเบียนต้องทำยังไงเหรอคะ?”

    “ง่ายมากจ้ะ แค่โหลดแอพกับกรอกข้อมูลก็เสร็จแล้ว”

    ง่ายเกิ้น!

              ฟ้าแทบจะหลุดอุทาน แต่ในตอนนั้นคุณหมอนิวก็ร้อง โอ๊ะ! ออกมาเหมือนเพิ่งนึกออก

     

    “แต่ฟ้าจำได้ใช่ไหมจ้ะ ที่ฉันบอกว่ามีข้อเสนอก่อนหน้านี้น่ะ”

    “อ๊ะ? ค่ะ!”

              ฟ้าพยักหน้าตามงก ๆ ถึงเรื่องที่คุณหมอนิวเกริ่นไปก่อนหน้านี้ เลยเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณหมอนิวที่จะได้พูดต่อทันที

     

    “การลงทะเบียนน่ะมี 3 แบบ... หนึ่งคือคนทั่วไปซึ่งดูได้แค่แผนที่ แถมดูได้แต่ตำแหน่งมอนสเตอร์ ไม่สามารถดูตำแหน่งของผู้มีพลังด้วยกันได้ นอกจากนี้ก็ยังใช้บริการของเซฟเวอร์ไม่ได้ด้วยจ้ะ

    ฉันเลยเสนอฟ้าเป็นสองประเภทหลังแทน เพราะเป็นคนที่จะได้รับสิทธิพิเศษทั้งหมด สองแบบที่ว่าก็ได้แก่สมาชิกของเซฟเวอร์เอง แล้วก็คนที่ลงทะเบียนเป็น ‘พันธมิตร’ น่ะจ้ะ”

    “พันธมิตรเหรอคะ?”

              ฟ้ารู้สึกว่านั่นเป็นศัพท์เฉพาะเลยอยากแน่ใจ แล้วคุณหมอนิวก็พยักหน้ากลับมา

     

    “พวกที่ทำผิดกฎหมายใช่ว่าจะหมดไปแล้ว เราเลยต้องทำให้แน่ใจว่าทุกคนจะปรองดองเป็นหนึ่งเดียว แต่คนบางกลุ่มก็อยากเคลื่อนไหวอิสระไม่ได้อยากอยู่ใต้อำนาจของเซฟเวอร์ ...ก็อย่างว่าแหละจ้ะ สำหรับบางคนแค่เอาตัวรอดก็พอแล้วนี่นา”

              คุณหมอนิวยักไหล่เหมือนช่วยไม่ได้ เพราะปรัชญาในการเอาตัวรอดของทุกคนไม่เหมือนกัน จะบังคับให้มาอยู่ใต้สัญลักษณ์เดียวกันทั้งที่ไม่ชอบมันก็ไม่ต่างจากเผด็จการ

              ฟ้าเองก็เข้าใจเรื่องนั้น และขมวดคิ้วคิดตาม

     

    นั่นสินะ... สำหรับคนบางคน แค่เอาตัวรอดเฉย ๆ ก็กลัวจะแย่อยู่แล้วนี่นา

    จะให้เป็นอาสาสมัครไปช่วยคนแบบที่เซฟเวอร์ทำน่ะ มันอันตรายเกินไปนี่นา

              ฟ้าเข้าใจหากทุกคนจะไม่ได้อยากร่วมกับเซฟเวอร์ เพราะมีความเชื่อและวิธีการเอาตัวรอดคนละแบบนั่นแล

              แต่ถึงจะยืนหยัดคนละสิ่ง นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ร่วมกันไม่ได้

     

    “เพราะงั้น ‘ระบบพันธมิตร’ เลยเกิดขึ้นมาเพื่อการนี้ยังไงล่ะจ้ะ... ขอแค่ยืนยันว่าจะไม่ทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างฆ่าคนหรือลักทรัพย์ และหมั่นอัพเดทข้อมูลสเตตัสกับทางเซฟเวอร์ พวกเขาก็จะใช้บริการทุกอย่างได้เหมือนกับสมาชิกของเซฟเวอร์เลยล่ะ แถมไม่มีข้อผูกมัดให้ต้องทำตามคำสั่งของเซฟเวอร์ด้วยนะ”

    “สะดวกดีอีกแล้วนะคะเนี่ย”

    “ใช่เลยจ้ะ! อันที่จริง เพราะมีระบบนี้แหละ สถานการณ์ถึงสงบเร็วมาก”

              คุณหมอนิวยืดอกพูด ดูจะภูมิใจกับสถานการณ์ของเซฟเวอร์ช่วงนี้น่าดู

     

    แต่ก็จริงนะ... มีทั้งการปราบปรามและชวนให้ทุกคนเข้าร่วมแบบไม่บังคับ

    เซฟเวอร์จะกลายเป็นศูนย์กลางของผู้มีพลังขึ้นมาก็ไม่แปลกเลย!

     

    ...ว่าแต่ว่า

    เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นมาเป็นเดือนแล้ว แต่เราไม่ยักกะเคยได้ยินเลยอ่ะ!

     

    นี่เราบ้านนอกขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย!!!!

              ฟ้าชอกช้ำใจอยู่ในอก รู้สึกช่วงหลังมีแต่เรื่องที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุงมากขึ้นทุกทีทุกที ยิ่งคิดก็ยิ่งน้ำตาเล็ดอีกต่างหาก

     

    “เอ่อ... โอเคไหมจ๊ะ”

    “เปล่าค่ะ หนูโอเค”

              ฟ้าเลยได้แต่ตอบเสียงอ่อยกลับไป ช่างน่าสงสารที่การตอบชัดถ้อยชัดคำที่สุดดันเป็นเพราะเธอหงอยซะได้

              คุณหมอเห็นก็สงสาร เลยต้องถามกระตุ้นฟ้าเสียหน่อย

     

    “แล้ว... ฟ้าอยากเข้าเป็นพันธมิตรหรือเป็นสมาชิกของเซฟเวอร์ดีเหรอจ๊ะ?” คุณหมอนิวกลับเข้าประเด็นหลัก คิดว่าการดึงกลับมาสู่ความเป็นจริงคงทำให้ฟ้าหายเศร้า

              แล้วฟ้าผู้ปรับตัวเก่งก็รีบสะบัดหน้า ก่อนเปลี่ยนแววตาเป็นประกายทันที

     

    “คุณยมทูต... เซฟเวอร์ช่วยหนูไว้ค่ะ! แล้วเมื่อตอนเย็น หนูก็รู้แล้วว่าการเอาตัวรอดด้วยตัวเองมันยากแค่ไหน”

              พอรู้สึกเกลียดความอ่อนแอของตัวเอง สีหน้าฟ้าก็หมองลง

              แต่เพราะทางเลือกในการเอาตัวรอดมันเปิดอยู่ตรงหน้า ความหวังจึงนำประกายกลับมาในแววตาเธอ

     

    “เพราะงั้น... ถ้าไม่ได้เป็นการรบกวน... หนูก็อยากจะเข้าเซฟเวอร์ด้วยค่ะ!”

              ฟ้าส่งเสียงหนักแน่น พร้อมทั้งส่งแววตาที่ดุดันแต่เต็มไปด้วยความหวังใส่คุณหมอ

              คุณหมอนิวสัมผัสแววตานั้นได้ แต่มันช่างแน่วแน่เกินกว่าแค่อยากจะเอาตัวเองให้รอด

     

    ...ได้ยินว่าเด็กคนนี้เข้าไปช่วยคน แล้วก็ถูกทัตช่วยไว้อีกที

    แสดงว่าเป็นคนแบบนี้อยู่แล้วสินะ

     

    ถ้าเป็นอย่างนั้น... การคาดหวังให้มีคนแบบทัตเพิ่มขึ้นคงไม่ใช่ฝันแล้วล่ะ

              ความดีใจทำมือคุณหมอนิวเลื่อนขึ้นสัมผัสสร้อยคอใต้เสื้อโดยไม่รู้ตัว ราวกับเป็นการภาวนาสู่อนาคตที่ยังดีขึ้นได้อีกต่อจากนี้

     

    “แหม ๆ ขันแข็งขนาดนี้ไม่เป็นภาระอยู่แล้วล่ะจ้ะ”

              คุณหมอนิวเลยอมยิ้มกับคำตอบ เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงอย่างตื่นเต้น แต่ก็ลืมความเป็นหมอไปชั่วครู่จนต้องหันกลับมาหาฟ้าอีกที

     

    “แล้วหนูยืนไหวรึเปล่าจ้ะ?”

    “ค่ะ! รู้สึกว่าดีขึ้นแล้วค่ะ!”

              ฟ้าสะบัดผ้าห่มแล้วลุกจากเตียงในทันที ท่าทางกระฉับกระเฉงจนคุณหมอนิวเผลอเอื้อมมือไปรับโดยสัญชาตญาณ

              แต่ฟ้าไม่ได้ล้มอย่างที่คิด เธอยืนตรงได้แบบไม่เสียศูนย์

     

    สมเป็นพวกแรงค์ 2 จริง ๆ แฮะ

    “...งั้นก็ตามฉันมาได้เลยจ้ะ”

              คุณหมอนิวเห็นฟ้าแข็งแรงดีจึงเดินนำออกประตูห้องไป ฟ้ารีบวิ่งตามให้ทันหลังคุณหมอนิว

              เธอเดินตามคุณหมอนิวไปตามโถงทางเดิน นี่เป็นโรงพยาบาลที่เธอไม่เคยเข้ามาก่อนเพราะเป็นของเอกชน ฟ้าถึงเพิ่งรู้ว่ามันสะอาดสะอ้านต่างจากโรงพยาบาลของรัฐมากขนาดไหน

     

    จะว่าไป... คุณหมอนิวบอกว่าเซฟเวอร์มีบริการรักษาด้วย แสดงว่าก็ต้องมีเครือข่ายของ รพ. กับหมอที่จะรองรับด้วยสิ

    แสดงว่าเบื้องหลังของเซฟเวอร์คงต้องเป็นคนใหญ่คนโตของโรงบาลนี้แหงเลย

              ฟ้าเดินไปคิดไปก็เริ่มกังวลขึ้นมา เพราะไม่รู้ว่าคนใหญ่คนโตจะนิสัยไม่ดีเหมือนกับที่เห็นในข่าวไหม

              แต่นั่นก็เป็นแค่ความคิดตามประสาคนขี้กังวล ฟ้าเลยพยายามลืม ๆ มันไปเสีย

     

    “อ้อ แล้วก็! ถ้าจะเข้าเซฟเวอร์ ฟ้าต้องผ่านการรับรองจากหัวหน้าหน่วยจังหวัดขึ้นไปก่อนด้วยนะ”

    “เอ๊ะ!?”

    ไหงเพิ่งมาบอกล่ะคะเนี่ย!!!!

              ฟ้าเพิ่งเลิกกังวลไปเรื่องนึง สวรรค์ก็ช่างกลั่นแกล้งให้เธอกลับมากังวลอีก ถ้าฟ้ามีร่างจิตเธอคงจิกผมตัวเองซ้อนกับร่างจริงไปแล้วตอนนี้

     

    “อะ เอ่อ... คงไม่ใช่ว่าต้องสู้กับหัวหน้าหรืออะไรแบบนั้นใช่ไหมคะ?”

    “อุ้ยตาย? ดูอนิเมมากไปไหมจ๊ะเนี่ย เราไม่รับน้องโหดขนาดนั้นหรอกจ้ะ”

    “นะ นั่นสินะคะ... อะฮะฮะ”

    ฟู่! เซฟ!!!

              ฟ้าปาดเหงื่อโล่งใจไปได้เปราะนึง ...ถึงสุดท้ายจะต้องเขินจนหน้าแดง เพราะพูดอะไรน่าอายอยู่ดีก็เถอะ

     

              ฟ้าก้มหน้าก้มตา เก็บความอายเดินตามคุณหมอนิวขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุด ต่อด้วยเดินไปจนถึงห้องสุดทางเดินซึ่งเป็นห้องประชุมใหญ่ของโรงพยาบาล

              แล้วหากถามว่าใหญ่ขนาดไหน? สำหรับฟ้า เธอรู้สึกว่ามันใหญ่เท่ากับฮอลของโรงเรียนที่เอาไว้ใช้จัดงานเลย

     

    “ขอเข้าไปหน่อยนะจ้ะ!”

              คุณหมอนิวเปิดประตูบานใหญ่เข้าไปอย่างคุ้นเคยในขณะที่ฟ้ายังอ้าปากค้าง

     

    “อ๊ะ” แต่แล้วสายตาที่มองเข้าไปในห้องก็ทำให้ฟ้าได้สติ

              หรืออีกนัยนึง... ใจที่เต้นรัวนี่ต่างหากที่ทำให้เธอได้สติ

     

    “อ้าว? ทัตอยู่นี่พอดีเลย” คุณหมอนิวเดินนำฟ้า เข้าไปหาเด็กหนุ่มที่ทำให้ฟ้าจ้องไม่วางตา

              แต่จะให้ทำอย่างไรได้... ในเมื่อเขาคนนั้นเป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ แถมยังเป็นผู้เปิดเส้นทางให้เธอมายืนอยู่ตรงนี้

              มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับฟ้าเหลือเกิน ที่จะมองเด็กหนุ่มตรงหน้าโดยไม่ให้หัวใจเต้นรัว

     

    ❖❖❖❖❖


    คล้ายกับเรื่องแกร่งสุดด้วยอาชีพผสาน ในโลกที่มีมอนสเตอร์ออกมากินคนยามค่ำคืน (First Night - Leveling) ที่คุณอ่าน