ในชีวิตของผมหลังจากที่เรียนจบหมอมาผมก็สนใจแต่เื่งาน และเื่ของครอบครัวตัวเองเท่านั้น เพราะั้แ่พ่อกับแม่ของผมจากไปเนื่องด้วยประสบอุบัติเหตุ พี่สาวของผมที่ทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพก็ต้องกลับมาหางานทำที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับมารับหน้าที่ดูแลส่งเสียผมกับน้องชายเรียนแทนพ่อกับแม่ ผมมีพี่น้องทั้งหมดสามคนครับ คนแรกพี่สาวของผมชื่อ ออทั่ม คนกลางคือผมชื่อซัมเมอร์ และน้องชายคนเล็กที่กำลังเรียนมหาลัยปี1 ชื่อวินเทอร์ พ่อกับแม่ของผมท่านตั้งชื่อลูกเป็ชื่อฤดูกาลที่เป็ภาษาอังกฤษครับ เพราะพวกท่านเคยบอกว่าไม่ว่าจะฤดูกาลไหนๆพวกท่านก็มีความสุขเพราะมีพวกผมอยู่ในทุกๆฤดูกาลนั่นเอง
แต่หลังจากที่พ่อกับแม่ของผมได้ประสบอุบัติเหตุจนพวกท่านเสียชีวิตไป ผมที่ได้เห็นพี่สาวของผมต้องขยันทำงาน ทั้งในส่วนของงานประจำและงานเสริมที่พอหลังจากเธอเลิกจากงานประจำมาเธอก็จะมาไลฟ์สดขายของออนไลน์ต่อ เพื่อที่จะหารายได้เพิ่มเติมมาดูแลผมกับน้อง และไม่ว่าผมกับน้องอยากได้อะไร เธอก็จะพยายามหามาให้ผมกับน้องอยู่เสมอ มันทำให้ผมจากเดิมที่เป็คนไม่ค่อยสนใจอะไร ต้องหันกลับมาสนใจเื่เรียนอย่างจริงจัง จนผมสามารถสอบติดคณะแพทยศาสตร์ของมหาลัยดังในกรุงเทพได้ และก็ได้ทุนเรียนฟรีจนสามารถช่วยลดภาระของพี่สาวของผม ผมหันมาตั้งใจเรียนจนในที่สุดก็เรียนจบและได้ทำงานที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ผมเป็คนบ้างานครับเพราะั้แ่ผมเรียนจบหมอมา ผมเองเป็คนบอกพี่สาวเองว่าจะทำงานหาเงินส่งเสียน้องชายอีกคนอย่างเ้าวินเทอร์เอง เพราะพี่สาวของผมได้ทำงานส่งเสียผมจนผมเรียนจบไปแล้ว เ้าวินเทอร์ก็ให้เป็ผมที่เป็คนส่งเรียนเอง ซึ่งตอนนี้น้องชายของผมมันก็เข้าเรียนปี1แล้ว เรียนคณะสัตวแพทย์เพราะวินมันรักสัตว์มากๆ อีกอย่างผมอยากให้พี่สาวของผมเธอสบายบ้าง ตอนนี้เธอเองก็พึ่งจะแต่งงานกับพี่เขยของผมทั้งสองคนประกอบอาชีพทำไร่ปลูกองุ่นและสตอเบอร์รี่ โดยเป็ไร่ของพี่เขยผมเอง พี่สาวของผมอายุตอนนี้ก็ 35 ปีแล้ว มีลูกสาวตัวน้อยแล้วชื่อ น้องเดียร์ วัยกำลังน่ารักเลย เวลาผมโทรหาพี่สาวผมทีไรน้องเดียร์ก็มักจะมานั่งคุยกับพี่สาวของผมด้วย เพราะน้องเดียร์ติดผมมากๆ เวลาผมกลับบ้านที่เชียงใหม่ทีไรก็มักจะพาน้องเดียร์ไปเที่ยวนั่นดูนี่ ซื้อขนมของกินอร่อยๆให้เสมอทำให้น้องเดียร์ติดผมมากๆนั่นเอง ส่วนเื่ของความรักผมเองคงไม่มีเวลาจะไปมีความรักกับใครที่ไหนเขาหรอกครับ เพราะต้องทำงานและยิ่งทำงานในส่วนของโรงพยาบาลรัฐอีก ยิ่งทำให้เวลาของผมหมดไปกับการตรวจคนไข้นี่แหละ ขนาดเวลาจะกินข้าวยังไม่ค่อยจะมีกับเขาเลย
“ หมอซัมค๊าาา…. มีคนซื้อข้าวมาฝากหมอซัมอีกแล้วค่ะ แถมรอบนี้มีข้าวต้มมัดของโปรดของหมอซัมด้วยนะคะ ” เสียงของพี่หญิงหัวหน้าพยาบาลสาวสวยหุ่นอวบที่ลากเสียงเรียกชื่อผมมาแต่ไกลเอ่ยเรียกผม พร้อมกับวิ่งมาดักหน้าผมแล้วยื่นถุงที่ข้างในมีทั้งข้าวกล่องและข้าวต้มมัดอย่างที่พี่หญิงแกบอกให้ผม
“ เอ่อ… ขอบคุณมากๆครับพี่หญิง แต่ต่อไปพี่หญิงไม่ต้องรับมาแล้วนะครับ ” ผมเอ่ยบอกกับพี่หญิงหัวหน้าพยาบาลที่ขึ้นเวรพร้อมกับผมออกไป
“ แหม… น้องหมอซัมก็ อย่าว่าพี่อย่างโน้นอย่างนี้เลยนะ การที่มีคนรักเราชอบเราน่ะ มันดีมากๆเลยนะคะ ถ้าน้องหมอซัมไม่สะดวกที่จะทานก็เอามาฝากพวกพยาบาลอย่างพี่ อย่างที่น้องหมอซัมเคยทำก็ได้คะ น้องหมอซัมเองก็รู้ว่าพวกเราเองแทบจะไม่มีเวลาออกไปซื้ออะไรกินกันเลย เพราะมัวแต่ต้องดูแลคนไข้ จริงมั้ยคะ พี่พูดถูกต้องมั้ย ” พี่หญิงเอ่ยถามย้ำกับผมพร้อมกับส่งยิ้มมาให้
“ เอ่อ… เอางั้นก็ได้ครับ ยังไงก็ขอบคุณพี่หญิงอีกครั้งนะครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปพักก่อน เดี๋ยวมีตรวจคนไข้โรคเบาหวานต่อน่ะครับ ” ผมเอ่ยลาพี่หญิงก่อนจะกลับมาพักที่ห้องพักของแพทย์ที่ขึ้นเวรในวันนี้
“ โหหหหห เพื่อนหมอซัมของเรามันฮ็อตปรอทแตกจริงๆนะเนี่ย ได้ของฝากทุกวันเลยน้าาา ทั้งของหมอของพยาบาล ไหนจะของคนไข้อีก ”
เสียงแซวของไอ้ตรัยหรือหมอตรัย นายแพทย์ตรัย รัตนาสวัสดิ เพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนหมอด้วยกันมาและเป็เพื่อนสนิทของผมเอ่ยแซวผมขึ้นทันทีที่ผมเปิดประตูแล้วมานั่งที่เก้าอี้พร้อมกับวางของฝากที่พึ่งได้รับมา
“ ั้แ่เรียนแล้วนะ มึงยังไม่เอาหมาออกจากปากอีกหรอวะไอ้ตรัย ” ผมเอ่ยด่าไอ้ตรัยมันกลับบ้างทันที
“ โห… วันนี้ด่าแรงวะ สงสัยอารมณ์จะไม่ดี ”
“ กูแค่เหนื่อยๆ มึงแมร่งก็ชอบพูดแซวกูจัง ของมึงเองก็ใช่ย่อยเหอะ ” ผมตอบกลับหมอตรัยออกไปบ้าง มันเองก็ใช่ย่อยที่ไหน ทั้งข้าวทั้งขนมมันเองก็ได้รับมาไม่ต่างจากผมเท่าไหร่หรอก เผลอๆบางทีมันยังมีเวลานัดสาวออกไปนั่งชิลล์ที่ร้านกาแฟเลย แต่ทำไงได้ไอ้ตรัยเองมันก็หน้าตาดีไม่งั้นคงไม่ได้เป็ถึงเดือนคณะแพทย์ในสมัยที่เรียนอยู่ด้วยกันหรอก
“ แล้ววันนี้มึงเหลือแค่ตรวจ FBS ของคนไข้หรอวะ ” หมอตรัยเอ่ยถาม
“ เออ… เหลือแค่เจาะเืตรวจน้ำตาลคนไข้ตอน 9 โมง ” ผมเอ่ยบอกไอ้ตรัยมันออกไป เพราะหลังจากตรวจเสร็จั้แ่เที่ยงเป็ต้นไปผมก็จะลงเวรแล้ว และจะได้กลับไปพักผ่อนที่บ้านพักของหมอที่โรงพยาบาลจัดไว้ให้ เอาจริงๆผมเองก็คิดจะซื้อคอนโดที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลเหมือนกันนะ พี่ออเองแกก็บอกว่าถ้าจะซื้อแกจะซื้อให้เอง แต่ผมก็เกรงใจแก ใช่ว่าผมไม่มีปัญญาซื้อนะ แต่ผมคิดว่าผมเองเก็บเงินไว้ใช้อย่างอื่นก่อนดีกว่า และอีกอย่างผมก็ต้องเอาเงินไปส่งเสียน้องชายของผมที่ตอนนี้มันสอบเข้ามหาลัยที่กรุงเทพติดแล้วและยังได้เรียนคณะที่มันอยากเรียนอย่างคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ที่มันเคยใฝ่ฝันไว้ได้อีก ผมเลยตัดสินใจยังไม่ซื้อคอนโดและยังอยู่ที่บ้านพักของโรงพยาบาลที่เขาจัดไว้ให้เหมือนเดิม
ผมใช้เวลาตรวจคนไข้ั้แ่ 9 โมงเช้าจนมาถึงเที่ยงถึงเสร็จพอดี หลังจากนั้นผมก็เขียนใบสั่งยาของคนไข้แต่ละคนให้กับหัวหน้าพยาบาลอย่างพี่หญิงและให้พวกพี่แกดำเนินการต่อ ส่วนตัวเองก็เก็บของพร้อมกับจะลงเวรกลับมานอนที่บ้านพักของตัวเอง
“ อ้าว! จะลงเวรแล้วหรอคะหมอซัม ” เสียงใสของพยาบาลสาวสวย เธอชื่อเจนครับ เจนเป็คนน่ารัก นิสัยดีนะครับ และก็มีหนุ่มๆมาชอบเจนเยอะด้วย แต่สำหรับผมแล้วเจนก็คือเพื่อนร่วมงานที่ดีคนนึง ซึ่งผมเองไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับเธอเลย ถึงแม้ว่าผมจะรู้ว่าเจนเองก็แอบชอบผมอยู่ ผมไม่ได้หลงตัวเองนะครับ เพราะเจนเองเคยมาสารภาพบอกชอบผมก่อนหน้านี้แล้ว แต่ผมก็ปฏิเสธเธอไปด้วยความสุภาพ แต่ดูเหมือนเจนเองก็ยังคงพยายามจะเข้าใกล้ผมอยู่เรื่อยๆ จนบางครั้งพี่หญิงเองยังเคยช่วยผมกันเจนให้อยู่ห่างผมด้วยครับ
“ ครับ… ขอตัวก่อนนะครับ ” ผมบอกกับเจนแล้วก้มหัวให้เธอนิดหน่อย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบทำแบบนี้แต่มันติดไปแล้วจริงๆไอ้อาการก้มหัวนิดๆแบบนี้
ผมกลับมาถึงห้องก็จัดการเก็บของสัมภาระต่างๆเข้าที่ แล้วรีบเข้าไปอาบน้ำ ออกมาก็จัดการเช็ดตัวเช็ดผม แต่งตัวแล้วรีบล้มตัวนอนลงบนเตียงเลยทันที ผมหลับั้แ่บ่ายโมงจนเวลาล่วงเลยมาถึงเกือบจะหกโมงครึ่ง ก็สะดุ้งตื่นเพราะมีสายเรียกเข้าจากมือถือของผมดังขึ้นมา ผมกดรับสายและปรากฎว่าเป็เสียงของพี่หญิงหัวหน้าพยาบาลที่พึ่งจะลงเวรนั่นแหละครับ เธอโทรมาชวนผมออกไปทานข้าวเย็นกันข้างนอก เห็นบอกว่าจะเลี้ยงพวกนักศึกษาแพทย์ด้วยเลยชวนผมออกไปด้วยกัน
“ ครับพี่หญิง… ได้ครับ งั้นไปเจอกันที่ร้านเลยก็ได้ครับ ครับผมพรุ่งนี้ผมหยุดครับ ไปได้ครับ ” ผมสนทนากับพี่หญิงและตอบตกลงว่าจะออกไปทานข้าวแล้วก็เลี้ยงพวกน้องๆนักศึกษาแพทย์ด้วย
พอถึงเวลานัดราวๆจะทุ่มครึ่งได้ผมขับรถออกมาจากโรงพยาบาลและมุ่งหน้าตรงไปร้านที่พี่หญิงนัดเอาไว้ โดยที่พี่หญิงแกเองก็ได้ส่งโลเคชั่นมาให้ผมผ่านไลน์แล้ว ไม่นานผมก็ขับรถมาถึงสถานที่ที่พี่หญิงพาน้องๆนักศึกษาแพทย์มาเลี้ยงข้าว
สถานที่นี้เหมือนกับผับมากกว่านะครับเท่าที่ดู ไม่เหมือนร้านอาหารสักเท่าไหร่ แต่ก็เอาเถอะผมเองก็ไม่ได้ใช้ชีวิตไม่สิต้องบอกว่าไม่ได้เข้าผับมานานแล้ว จะมีก็ตอนที่ยังเรียนอยู่ พวกรุ่นพี่จะพามาปลดปล่อยบ้างหลังจากสอบเสร็จ เพราะการเรียนหมอนั้นมันก็หนักเอาการอยู่เหมือนกัน ผมไม่รอช้าจอดรถเสร็จก็รีบเดินเข้าไปในผับทันที
ผมเข้ามาในผับแล้วพยายามมองสอดส่องหากลุ่มพี่หญิง จนในที่สุดก็มองเห็นพวกพี่แกกับน้องๆนักศึกษาแพทย์ที่สวมชุดไพรเวทกันมา ผมเองก็สวมชุดธรรมดาสบายๆมาเหมือนกันแต่ก็ยังคงเป็เสื้อยืดสีขาวด้านในแล้วมีเสื้อเชิ้ตสำหรับใส่คลุมสีกรมอีกตัว กางเกงขายาวทรงสแลคสีน้ำตาลออกส้ม รองเท้าผ้าใบสีขาว ผมไม่รอช้ารีบเดินไปยังกลุ่มพี่หญิงทันที ระหว่างที่ผมเดินเข้าไปนั้นผมรับรู้ได้ว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมาที่ผมอยู่ แต่ผมก็ไม่อะไรนักและออกจะชินเสียด้วยซ้ำ ผู้คนเหล่านี้ก็ต้องชอบอะไรที่มันดูดีสวยสะดุดตากันอยู่แล้ว ให้ค่าแต่เพียงสิ่งที่อยู่ภายนอก ไม่ใช่ว่าผมเองจะไม่เข้าใจสัจจะธรรมและความ้านะครับ แต่ก็อย่างว่ามนุษย์มักต้องเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองเสมออยู่แล้ว ผมเองก็มนุษย์คนนึงเพียงแต่ผมไม่ได้รู้สึกว่า้ามันขนาดนั้น
“ อ้าว! มาแล้วหรอคะหมอซัม มาคะๆ น้องยุรินเครื่องดื่มให้หมอด้วยค๊าาา ” เสียงพี่หญิงเอ่ยบอกรุ่นน้องพยาบาลหรือพี่ยุภาให้รินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ผมทันที
ผมนั่งดื่มกับพวกพี่หญิงพร้อมกับน้องๆนักศึกษาแพทย์ ผมชอบนะครับบรรยากาศแบบนี้ เสียงเพลงที่ร้องสดๆ กับแอลกอฮอล์และเพื่อนร่วมงานที่เอ็นจอยกัน มันทำให้เรารู้สึกดีหลังจากที่เราทำงานที่เครียดๆมา ได้มาฟังเื่เล่าจากพี่ๆและน้องๆ ถามไถ่กันแลกเปลี่ยนความคิดทั้งในเื่ของงานและการใช้ชีวิต พี่หญิงเองก็เอนเตอร์เทร์นน้องๆได้ตลอดเวลาจริงๆ ขนาดผมเองบางครั้งยังหัวเราะชอบใจที่แกชอบเอาเื่เล่าแบบขำๆมาเล่าให้พวกผมฟัง จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง พี่หญิงแกเองก็เริ่มบอกให้น้องๆเตรียมตัวกลับกันได้แล้ว เพราะกลัวว่าน้องๆจะพักผ่อนกันไม่เพียงพอ ผมเองก็ช่วยแกออกเงินจ่ายค่าอาหารในมือนี้ด้วย ตอนแรกแกก็ไม่ยอมแต่ผมเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน สุดท้ายก็หารกันคนละครึ่งช่วยกันจ่าย ผมบอกกับพี่หญิงว่าจะขออยู่ต่ออีกนิดให้พี่หญิงพาเด็กๆกลับกันได้เลย พวกเราดื่มกันไม่ได้เยอะครับ และพี่หญิงเองกับเพื่อนรุ่นน้องพยาบาลก็เอารถส่วนตัวมากันทุกคนจึงไปส่งน้องๆนักศึกษาแพทย์กันเองได้
ผมนั่งดื่มต่อคนเดียว แต่ระหว่างที่นั่งอยู่ก็มีคนมาขอชนแก้วกับผมแทบจะตลอด ผมเองก็ชนแก้วตามมารยาทกับทุกคน คนเ่าั้ชวนผมคุยผมก็คุยตามมารยาทอีกเช่นกัน แต่พอคนพวกนั้นจะสานสัมพันธ์กับผม ผมก็ปฏิเสธไปตามตรงหลายๆคนก็เข้าใจและก็ไม่ได้ตื้ออะไรผมนัก และมักจะคิดว่าคนอย่างผมต้องมีคนคุยหรือคนรู้ใจอยู่แล้ว ผมเองเริ่มมีอาการมึนๆ รู้สึกได้ว่าตัวเองเริ่มจะไม่เหมือนเดิมกะว่าจะกลับแล้วตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มเมาและไม่ค่อยได้สติ เพราะไอ้ความมีมารยาทและอัธยาศัยดีเกินไปในวันนี้ของผมเองนี่แหละที่มันทำให้ผมต้องเป็แบบนี้
เอาล่ะ! ผมพยายามลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำก่อน เพื่อที่จะจัดการล้างหน้าล้างตาตัวเอง เผื่อว่ามันจะช่วยให้ผมมีสติกลับมามากกว่านี้ ผมเข้ามาในห้องน้ำแล้วรีบตรงไปที่อ่างล้างหน้าทันที เปิดน้ำล้างมือแล้วล้างหน้าล้างตาตัวเอง แต่จู่ๆก็มีใครไม่รู้เข้ามากระชากผมอย่างแรงจนผมเซมาอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคน
“ แหม… ทำเป็เล่นตัว นี่แกล้งเมาแล้วเดินมาเข้าห้องน้ำเพื่ออ่อยผมรึเปล่าครับ คุณหมอ ”
“ อื้อ… ปล่อยผม ผมไม่ได้อ่อยอะไรคุณทั้งนั้น ปล่อยยย ! ” ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากผู้ชายคนนั้น ผมจำได้ว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่เข้ามาชนแก้วกับผมและพยายามจะสานสัมพันธ์กับผม แต่ผมไม่เล่นด้วยและปฏิเสธเขาออกไปจนเขาคนนั้นพูดจาเหมือนจะไม่พอใจผมอยู่นิดๆ แต่ทว่าผมเองที่ยังคงเมาและเหมือนร่างกายจะไม่มีแรงมากพอที่จะผลักผู้ชายคนนี้ออกไปได้อย่างที่คิดเอาไว้ และผู้ชายคนนี้ก็ยังกอดผมกระชับเข้าตัวเขามากขึ้นเสียด้วย
“ เวลาคุณหมอเมานี่ น่ารักจริงๆ ถ้าคืนนี้ผมไม่ได้คุณผมคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ ” ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นมาและพยายามจะลากผมเข้าไปในห้องน้ำ ผมพยายามขัดขืนเขาแต่ก็ไม่เป็ผล ผู้ชายคนนี้เห็นทีว่าผมคงไม่ยอมง่ายๆเลยใช่มือกำหมัดแล้วต่อยเข้าที่ท้องของผมจนผมรู้สึกจุกจนต้องงอตัว ไม่มีแรงที่จะขัดขืนอีกต่อไป นี่ผมเองก็ไม่ได้บอบบางขนาดนั้นนะ ทั้งส่วนสูง กล้ามเนื้อ แต่เพราะผมยังเมาอยู่ ร่างกายมันจึงไม่มีแรงมากพอที่จะไปสู้ใครเขาได้ โถ่เว้ย! ทำไมกินไม่รู้จักลิมิตตัวเองแบบนี้วะไอ้ซัมเมอร์เอ้ย
“ หึ! หมดฤทธิ์แล้วสิมึง เล่นตัวอยู่ได้ ถ้ายอมดีๆก็ไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้หรอก มามะผมจะพาคุณหมอไปขึ้น์เอง ” ชายคนนั้นเอ่ยต่อ แต่ไม่ทันที่จะพาผมไปไหนได้ ก็มีผู้ชายที่แต่งตัวใส่สูทอีกคนเข้ามาแยกผมออกจากผู้ชายคนนั้นแล้วสวนหมัดใส่เข้าไปที่หน้าของผู้ชายคนนั้นอย่างจัง จนผู้ชายคนนั้นเซลงไปนอนกับพื้นห้องน้ำทันที
“ พล! จัดการต่อด้วย ”
“ ได้ครับนาย เดี๋ยวทางนี้พวกเราจัดการต่อให้เองครับ ” เสียงของกลุ่มผู้ชายคนที่เข้ามาใหม่เอ่ยพูดคุยกัน ผมเองที่ยังคงเมาและยังจุกท้องอยู่ก็ฟังไม่ค่อยถนัดว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
ผมรู้สึกได้ว่าผมเองกำลังภูกพามาที่ไหนสักแห่ง แต่อย่าถามว่าตอนนี้ผมเป็ยังไงบ้าง ผมไม่มีแม้กระทั่งแรงจะเดิน และสติตัวเองก็ยังแทบจะไม่มีหลงเหลืออยู่เลย จนในที่สุดผมก็ไม่รู้เื่ว่าจากนั้นเกิดอะไรขึ้นอีก
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องห้องหนึ่งที่ตกแต่งเป็โทนสีขาว หน้าต่างที่เป็บานกระจกขนาดใหญ่บ่งบอกถึงความหรูหราของห้องที่ผมกำลังนอน ผมลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นเพดานห้องสีขาว กับโคมไฟขนาดใหญ่ ผมพยายามขยับตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียง แต่ก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวมิหนำซ้ำยังรู้สึกเจ็บเสียดที่บริเวรก้นของตัวเองด้วย
“ เชี่ย! ตัวกู ทำไมเป็รอยขนาดนี้วะ ” ผมพูดขึ้นด้วยความใทันทีที่ได้มองสำรวจร่างกายของตัวเอง ที่ตอนนี้ผมไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลยแม้แต่กางเกงในก็ด้วย และรอยแดงที่เป็จ้ำๆเหมือนคนเป็ภูมิแพ้อีก ั้แ่หน้าอกมาจนถึงข้อเท้า โห…. ถ้าใครมาเห็นสภาพของผมตอนนี้คงคิดว่าผมเป็โรคอะไรสักอย่างแน่ๆ
“ ตื่นแล้วหรอ… ” เสียงทุ้มของผู้ชายเอ่ยออกมาจากประตูห้องน้ำ พร้อมกับร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม แถมยังส่วนสูงและผิวที่ขาวนั่นอีก ผมหันไปมองคนที่พึ่งออกมาจากห้องน้ำและกำลังเช็ดผมของตัวเองอยู่ ใส่เพียงผ้าขนหนูที่มัดคาดเอวเอาไว้ กับผ้าขนหนูผืนเล็กๆสำหรับเช็ดผม ยอมรับเลยว่าผู้ชายคนนี้ดูดีไปทุกสัดส่วนจริงๆ
“ จะจ้องอีกนานมั้ย ” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยถามผม
“ คุณ…. นี่คุณทำอะไรผมเนี่ย! ” ผมร้องถามผู้ชายคนนั้นขึ้นมาด้วยเสียงที่ดังและอารมณ์ที่โกรธผู้ชายคนนี้เป็อย่างมาก
“ ก็แค่…. เอากันไง ”
ฝากติดตามต่อด้วยนะครับ อย่าลืมกดติดตาม กดไลค์กดคอมเม้นต์ติชมกันด้วยนะครับ ถือว่าเป็กำลังใจให้ไรท์น้า
คุณหมอซัมเมอร์ของเราจะทำยังไงต่อดีเนี่ย! ต้องมาเสียตัวให้กับใครก็ไม่รู้ น่าสงสารรรรรร