บนใบหน้าของเฉินห่าวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ผู้คนเริ่มเดินทางมาที่ร้านของเขาเยอะขึ้นหลังจากที่เขาเลิกโปรโมท ส่วนหนึ่งยังคงเป็นนักเรียน อีกส่วนเป็นคนที่อ้ายเสินพามา ซึ่งหน้าร้านของเขายังคงมีคุณหนูลี่อิงกำลังทำกับข้าวแจกเหมือนเดิม ดูเหมือนว่าอาหารแต่ละอย่างจะหน้าตาดูดีขึ้นมา รสชาติก็เช่นเดียวกัน เฉินห่าวจึงคิดว่าอีกไม่นานคงจะปลดล็อกพรสวรรค์ขั้นที่สองได้แล้ว
“ เถ้าแก่! ”
อ้ายเสินเดินทางมาเร็วไว ใบหน้าของเขาและสมาชิกที่มาด้วยกันเมื่อวานเต็มไปด้วยความสุข นอกจากนั้นแล้วยังมีคนอื่นห้อยติดมาด้วย 2 คน เฉินห่าวจึงยิ้มรับสมาชิกใหม่ทั้ง 2 แล้วปล่อยให้เข้าไปเล่นในร้าน
“ เท่านี้ก็ 184 คนแล้ว ใกล้แล้วอีกนิดเดียว”
หากภารกิจรับคนครบ 200 คนแล้วเขาจะต้องทำภารกิจอีก 2 อย่างเท่านั้น ร้านค้าระบบจะอัพเลเวล ถ้าหากมีภารกิจเร่งด่วนเข้ามาอีก ร้านจะอัพเลเวลเร็วกว่านั้น
เฉินห่าวไม่รู้เหมือนกันว่าภารกิจเร่งด่วนจะต้องอาศัยปัจจัยใดเพื่อให้มันเกิดขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ภาวนาขอให้มันอย่าพึ่งเกิดเพราะอาจจะได้ออกไปล่าอีก ตอนนี้เขาไม่ขัดสนเรื่องเงินแล้ว แค่ตาเฒ่าหงเพียงคนเดียวก็จ่ายมากถึง 80 ล้านในการเล่นเพียง 2 ชั่วโมง
“ อืม รับงานเพิ่มดีไหมนะ พื้นที่ร้านก็เหลืออีกเยอะ ”
อุปกรณ์ออกกำลังกายภายในร้านมีอยู่ 20 เครื่อง พื้นที่ของชั้น 1 ยังเหลืออีกเยอะ เขาสามารถวางอุปกรณ์เลเวล 1 ได้อีก 100 ชุด เขาเห็นถึงโอกาสที่จะเพิ่มชื่อเสียงให้ทางร้านมากยิ่งขึ้นไปอีกจึงคิดไอเดียดีๆออก เขาคิดว่าจะชี้แนะแนวทางการฝึกทักษะให้ฮันเตอร์ด้วย นอกจากจะได้เงินแล้ว ลูกค้ายังแวะเวียนเข้ามาที่ร้านของเขาตลอด ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการเพิ่มค่าสถานะ แต่ต้องการให้เขาช่วยปรับทักษะที่ตนเองฝึก
“ สอนวรยุทธ์ให้พวกมันดีไหมนะ แล้วก็ปล่อยพวกมันไปล่าสร้างชื่อเสียงเพิ่มเติม ”
ความคิดผุดขึ้นมาในหัวของเฉินห่าวครู่หนึ่ง แม้พวกของอ้ายเสินจะเคยคิดร้ายกับร้าน พอมองให้ดีแล้วพวกมันเป็นพวกหัวทึบ เขาสามารถข่มขู่ได้ง่ายๆ และพวกมันรักคนง่าย เขาจึงคิดว่าจะยื่นผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆให้พวกมันเพื่อแลกกับการช่วยโปรโมทร้าน
แต่แล้วเขากลับหยุดความคิดนี้เอาไว้ก่อน ดูเหมือนว่าพวกอ้ายเสินจะเก็บความลับบางอย่างเอาไว้ ก่อนจะทำให้เชื่อง เขาจะต้องทำให้พวกมันกลัวมากกว่านี้
สิ่งที่เขามองดูแล้วคิดว่าผิดปกติคือจำนวนคนที่กลุ่มอ้ายเสินชวนมา ถึงแม้พวกมันจะยังเพิ่มค่าสถานะได้ไม่ถึง 1 หน่วย ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นมากพอจะทำให้พวกมันตื่นเต้นนำความรู้สึกนี้ไปบอกคนอื่นๆในฟิตเนสที่เคยเล่นให้แห่มา ยิ่งเป็นฮันเตอร์ พวกเขายิ่งตื่นตูมเพราะการเพิ่มค่าสถานะไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ
เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงหลี่ตาให้แคบลงแล้วมองไปยังทางฝั่งกลุ่มของอ้ายเสิน
“ เขามองเราทำไมหว่า ”
อ้ายเสินรู้สึกขนลุกชัน สายตาเจ้าของร้านที่มองมาทำให้มันรู้สึกเสียวสันหลังราวกับกำลังถูกสแกน
“ อ้ายเสินมานี่ซิ ”
อ้ายเสินได้ยินชื่อรีบวิ่งไปหาเจ้าของร้าน บนใบหน้าของเขายังคงยิ้มเช่นเดิมเพราะกลัวว่าจะถูกต่อย
“ แกปกปิดอะไรจากฉันหรือเปล่า ” สีหน้าของอ้ายเฉินเปลี่ยนไป มันแสดงความตกใจออกมาครู่หนึ่งก่อนจะพยายามปั้นสีหน้า เฉินห่าวจึงมองไปยังกลุ่มของอ้ายเสินแต่ละคนไม่กล้าสบตา ทำราวกับว่ามองไม่เห็นสายตาของเขาที่จ้องมอง
“ ปะปะปะ ปะ ”
“ ปกปิดบางอย่างเอาไว้สินะ บอกมาซะก่อนที่ฉันจะเตะพวกแกออกจากร้าน ”
“เถ้าแก่! ” อ้ายเสินร้องไห้โผเข้ากอดขาเจ้าของร้าน ก่อนที่มันจะยอมบอกความจริงว่าปกปิดอะไรเอาไว้
“ เถ้าแก่ ผมไม่ได้อยากจะโกหกอะไรคุณนะ พวกเราชวนคนมาน้อยเพราะกลัวว่าจะไม่มีช่วงเวลาให้เราเล่น ”
“ อ๋อ ที่แท้พวกแกก็ชวนมาน้อยๆสินะ อย่างน้อยในแต่ละวันก็มีคนมาให้ฉัน งี้นี่เอง ว่าแล้วทำไมคนน้อยแปลกๆ ”
“ เถ้าแก่! ”
กลุ่มของอ้ายเสินพร้อมเพรียงกันเข้ามากอดขาเฉินห่าว พวกมันพยายามสารภาพผิด
เจ้าของร้านไม่ได้บอกให้พามาวันละกี่คน พวกมันจึงพามาวันละนิดเพราะถ้าพามาเยอะเกินไปจะไม่ได้เล่น
“ หนอยแหนะ เลี้ยงไม่เชื่อง ”
“ เถ้าแก่ อย่าไล่พวกเราเลยนะ พรุ่งนี้ ใช่แล้วพรุ่งนี้เราจะพาคนมาเยอะๆเลย ”
เฉินห่าวกอดอกแสดงสีหน้าไม่พอใจ เขารู้ว่าพวกมันจะต้องพยายามหาทางเกลี้ยกล่อมเขาแน่จึงปล่อยให้พวกมันเสนอทางออกของตัวเอง
“ ก็ได้ ฉันจะให้พวกแกใช้ที่นี่ต่อ แต่พวกแกจะต้องพาคนมาให้มากกว่านี้ ถ้าหากพวกแกกลัวว่าเครื่องเล่นจะไม่พอ ฉันเคยบอกก่อนหน้าแล้วมันอยู่ระหว่างส่ง ฉันมีเพียงพอให้พวกแกเล่นแน่นอน ”
“ จริงเหรอเถ้าแก่ ”
“ จริง ฉันจะโกหกพวกแกทำไม ฉันไม่ได้เปิดการกุศลนะ ฉันก็อยากได้เงินจากคนเล่นเหมือนกัน ใครบ้าจะปล่อยให้มีคนยืนต่อแถวเป็นร้อย ฉันก็ต้องซื้ออุปกรณ์มาเพิ่มให้คนเล่นพร้อมๆกันสิ ”
เฉินห่าวเห็นดวงตาของคนที่อยู่รอบๆ เขาถึงขั้นถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ พวกมันกำลังทำตาเป็นประกายมองเขาราวกับว่าตัวเองเป็นหมาน้อย
“ ใครที่มันเล่นเสร็จแล้วก็ไปหาลูกค้าคนใหม่ให้ฉันซะ ถ้าว่างกว่านั้นก็ออกไปหาล่าอะไรนู่นไป ”
“ ขอบคุณเถ้าแก่ ขอบคุณ! ”
เฉินห่าวปล่อยให้พวกของอ้ายเสินออกกำลังกายต่อไป ภายในใจของเขาเริ่มคิดข้อดีข้อเสียของการเลี้ยงพวกนี้ให้กลายเป็นเครื่องมือโปรโมทร้าน เขากลัวว่าสักวันมันจะหนีเขาไปหลังจากแข็งแกร่งพอ แต่เมื่อคิดๆดูแล้ว พวกมันคงไม่สามารถทิ้งเขาได้ตราบใดที่อุปกรณ์เลเวลสูงถูกนำมาติดตั้งเรื่อยๆ
“ พี่ชายหนูมาแล้วค่ะ ”
เหมยลี่ยิ้มทักทายเจ้าของร้าน พลางมองไปยังเป่าเป้ยน้อยที่กำลังนอนหลับบนหลังกิ้งก่าที่เหมือนว่าจะตัวโตขึ้น ส่วนหัวของมันดูโตเป็นพิเศษเพราะเป่าเป้ยน้อยสามารถขึ้นไปนอนบนหัวของมันได้แล้ว
“ ดูเหมือนกิ้งก่าของพี่ชายจะวิวัฒนาการสินะคะ ”
เฉินห่าวหันมองมังกร เขาแปลกใจเหมือนกันที่มันขยายหัวให้ใหญ่ เมื่อมองไปยังลูกสาวเขาก็รู้สึกแปลกใจ วันนี้เธอเอาแต่นอนยังไม่ลุกขึ้นมาเล่นเลย หลังจากกินแล้วก็หลับปุ๋ยแม้จะเช็คดูแล้วเธอกลับไม่ได้ป่วย เขาจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นเพราะช่วงวัย
“ เอาล่ะ ไปกันเถอะเวลาเป็นเงินเป็นทอง ”
“ พี่ชายจะสอนอะไรให้หนูบ้างเหรอคะ ”
“ อย่างแรกเลยฉันจะสอนเธอควบคุมพรสวรรค์ก่อน เธอยังควบคุมมันไม่ได้ใช่ไหม ”
“ใช่แล้วค่ะ แม่ของหนูห่มเสื้อผ้าหนาเตอะเลยหลังจากที่หนูกลับบ้าน ถ้าเป็นแบบนี้บ้านของหนูได้กลายเป็นบ้านน้ำแข็งแน่ๆ ”
เหมยลี่พูดด้วยท่าทางตลก เฉินห่าวเห็นอารมณ์ของเธอจึงรู้สึกพอใจเพราะนอกจากเป็นคนมุ่งมั่นแล้วยังเป็นคนอารมณ์ดี แม้อารมณ์นี้จะแตกต่างจากผู้ครอบครองธาตุน้ำแข็งก็ตาม
“ นั่งลงทำสมาธิแล้วหลับตา ฉันจะส่งมานาเข้าไปในร่าง เธอแค่จดจำมันให้ได้แล้วโคจรมานาตามที่ฉันนำทาง ”
“ แค่นี้เหรอคะ ”
“ แค่นี้แหละ แต่อย่าคิดว่ามันทำง่าย ”
หนอนน้อยคลานออกมาจากอกเสื้อแล้วนอนอยู่ด้านข้างเฝ้ารอให้เจ้านายของมันฝึกเสร็จ
เฉินห่าวเห็นว่าอีกฝ่ายเข้าสู่สมาธิได้แล้วจึงวางมือลงไปบนแผ่นหลังแล้วส่งมานาเข้าไปช้าๆไม่เร่งรีบ กลัวว่าถ้าเร็วไปเด็กสาวที่ไม่เคยโคจรมานาเลยจะจดจำไม่ได้
วรยุทธ์ที่เขาจะส่งต่อให้คือวรยุทธ์เหมันต์จันทร์ร่วงโรย หนึ่งในวรยุทธ์ของสำนักที่ใช้สำหรับควบคุมผู้ที่มีธาตุหยินมากเกินไป
หลังจากนำทาง 2 ครั้งเฉินห่าวจึงหยุดมือปล่อยให้เด็กสาวลองชักนำพลังเอง
“ ถ้าจำเส้นทางไม่ได้ให้บอก อย่าสุ่มมั่ว ”
เสียงของเฉินห่าวส่งเข้าไปในจิตของเหมยลี่แล้วปล่อยให้เธอชักนำมานาด้วยตนเอง ทันใดนั้นเขากลับต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่า 10 นาทีที่ผ่านมานี้เอง เด็กสาวยังไม่ได้ขอความช่วยเหลือเขาจึงปล่อยให้เธอโคจรมานาต่อไปเรื่อยๆ
ความเย็นเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างช้าๆ เป็นสัญญาณบอกว่ามีการโคจรมานาเกิดขึ้นบนร่าง เฉินห่าวไม่ได้หวาดกลัวความเย็นเหล่านี้เลย ตราบใดที่เขาอยู่ภายในตึกไม่มีพลังใดทำลายเขาได้
หลังจากผ่านมา 1 ชั่วโมงความเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างกายเริ่มไหลย้อนกลับเข้าไปหาเจ้าของ ก่อนที่อากาศรอบๆจะกลับมาเป็นปกติพร้อมกับเปลือกตาเด็กสาวเปิดขึ้น เผยให้เห็นความยินดี
“ พี่ชายหนูทำได้แล้ว ! ”
เฉินห่าวยิ้มให้เด็กน้อย เขาตื่นเต้นมากกว่าเด็กสาวเจ้าของพลัง เนื่องจากว่าเธอเป็นอัจฉริยะที่ร้อยปีจะมีสักครั้ง เมื่อครู่เขาแค่ช่วยโคจรเพียง 2 ครั้งเธอกลับจำเส้นทางได้หมดแล้วทำมันด้วยตนเองจนสำเร็จขั้นแรกของวรยุทธ์เหมันตร์จันทร์ร่วงโรย
เหมยลี่ที่ควบคุมความหนาวเย็นได้แล้วเริ่มทดสอบเปิดปิด ทำให้รอบตัวของเธอเดี๋ยวเย็นเดี๋ยวปกติจากธาตุที่ถูกควบคุม
“ มา ฉันจะบอกวิธีคลุมมันไปที่อาวุธ ”
เฉินห่าวสอนต่อด้วยความตื่นเต้น ถ้าหากว่าเธอจดจำวรยุทธ์ที่จะให้ต่อจากนี้ได้อีก เธอคงจะเป็นอัจฉริยะที่ร้อยปีจะมีสักคนตามที่คิด
หลังจากช่วยแนะนำเสร็จสิ้นเขาก็ปล่อยให้เธอควบคุมด้วยตนเอง ก่อนที่เหมยลี่จะยื่นมือเล็กๆออกมาเบื้องหน้าเผยให้เห็นออร่าหนาวเย็นเกาะกุมบริเวณฝ่ามือ
“ พี่ชายหนูทำได้ด้วยล่ะ! ”
“ ดีดี เอาไว้ไปลองที่อื่น มาเร็วฉันจะสอนใช้ดาบให้ด้วย ”
“ ดาบเหรอคะ ”
“ ใช่ดาบ ไม้เท้าไม่ต้องใช้หรอก มันฆ่าศัตรูยาก ใช้ดาบดีกว่ามาเร็ว ”
เฉินห่าวแสดงความตื่นเต้น นอกจากเหล่าผู้อาวุโสที่กลายเป็นลูกศิษย์ ไม่มีใครทำให้เขาตื่นเต้นแบบนี้มาก่อน
เด็กสาวเห็นว่าเจ้าของร้านจะสอนวรยุทธ์ดาบเธอจึงตั้งใจฟังคำอธิบายก่อนจะรับดาบมาจากอีกฝ่ายพลางมองมันด้วยดวงตาหวาดกลัวเพราะเธอไม่เคยถือดาบมาก่อน
“ ถ้าเธอกลัวมัน มันก็จะสร้างบาดแผลให้เธอ คิดว่ามันเป็นแขนและขา อย่าคิดว่ามันเป็นดาบ ”
เหมยลี่พยักหน้าทำตาม เพียงแต่ว่าการฝึกดาบไม่ได้เริ่มต้นที่การโคจรมานา เธอจะต้องฝึกรำดาบไปก่อน จนกว่าร่างกายจะจดจำท่วงท่าที่ถูกต้อง
“ หนูต้องฝึกนานไหมคะถึงจะใช้ดาบได้ ”
“ ปกติก็ต้องใช้เวลาสักปีสองปีถึงจะใช้ได้คล่อง แต่ถ้าฉันเป็นคนฝึกน่าจะใช้เวลาสัก 5 เดือน เธอไม่ต้องห่วงแม่หนู ฉันจะทำให้เธอใช้ดาบให้ได้ภายในเวลา 1 เดือน ”
เฉินห่าวกล้าพูดเช่นนี้ก็เพราะว่าสกิลเทรนเนอร์ทำให้เขาเห็นวิถีการฝึกดาบที่ถูกต้องกว่าที่เขาใช้ มันช่วยลดระยะเวลาลงมามากกว่าเดิมจนแม้แต่เขาเองยังตกใจ การจะทำให้เหมยลี่เชี่ยวชาญดาบได้ในเวลาเพียง 1 เดือนจึงไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น
“ แขนเธอตกแล้ว ยกขึ้นอีกเล็กน้อยแล้วฟัน ”
“ แบบนี้เหรอคะ ”
“ ไม่ต้องถาม ถ้าผิดฉันจะบอกเอง ”
เหมยลี่ทำหน้ากังวล เจ้าของร้านเปลี่ยนสีหน้าแล้วหลังจากเห็นเธอลำดาบ แต่เมื่อคิดในแง่ดีเจ้าของร้านอาจจะอยากให้เธอใช้ดาบได้เร็วที่สุดจึงทำหน้านี้ เธอจึงตั้งใจฝึก ถ้าผิดไม่จำเป็นที่เธอจะต้องถามว่าทำถูกหรือไม่ เพียงแค่แก้แล้วรำดาบต่อไปจนกว่าจะมีจุดผิดพลาด
อย่างไรก็ตาม การฝึกดาบกลับสร้างภาระให้เธอหนักมาก มันต่างจากใช้งานดัมเบลเนื่องจากว่าเธอเหนื่อยจริงๆ ไม่ใช่เพียงเหงื่อที่ไหล เธอรู้สึกเจ็บกล้ามเนื้อแขนตามส่วนต่างๆของร่างกาย มันจะไม่หายเป็นปกติเหมือนยกดัมเบล
“ อย่ากลัวเจ็บ ถ้าไม่เจ็บกล้ามเนื้อจะพัฒนายังไง เอาล่ะฝึกไปเรื่อยๆ อีก 2 ชั่วโมงค่อยพัก ”
“ เข้าใจแล้วค่า ”
เด็กน้อยฟาดฟันดาบอย่างมุ่งมั่น ถ้าฟันพลาดเธอก็เพียงปรับแก้ไข เฉินห่าวที่ทำหน้าเข้มลองปรับการฝึกดาบตามวิธีที่เขาเห็นผ่านสกิลของเทรนเนอร์เพราะอยากเห็นผลลัพธ์ของมัน เพียง 1 ชั่วโมงที่ลองทำตามเขาถึงขั้นตกใจมาก เนื่องจากว่าเหมยลี่แสดงผลลัพธ์จากการฝึกได้ในทันที ต่างจากวิธีเดิมที่เขาสอนลูกศิษย์ภายในสำนัก
“ งั้นสอนดาบง่ายๆให้พวกอ้ายเสินก็แล้วกัน พวกมันน่าจะไปสร้างชื่อเสียงให้ร้านในพื้นที่ล่าได้เยอะพอตัว ”