บทที่ 5 ลูกทรพีผู้นี้ดันพูดถูกงั้นหรือ?
หลิวอิ๋งผู้ซื่อบื้อและอ่อนแอ ทั้งยังมีนิสัยขี้ขลาด กลับเรียนรู้วิธีประจบสอพลอ รวมถึงการแสร้งทำเป็บ้าและโง่เขลาได้แล้วหรือ?
พระสนมชีมีท่าทีมึนงงอย่างเห็นได้ชัด ในใจคิดว่า "เด็กคนนี้แสร้งปกปิดมาตลอด ที่แท้ก็มีเล่ห์เหลี่ยมลึกซึ้งถึงเพียงนี้!"
โจวชางเหลือบมองหลิวปัง แล้วหันไปมองหลิวอิ๋ง ในงานเลี้ยงที่หงเหมินปีนั้น ท่าทางที่ฝ่าาทรงแสร้งทำตัวเป็หลานชายผู้นอบน้อม ช่างเหมือนกับรัชทายาทในตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน!
"ฝ่าา! ท่านจะทรงปล่อยหลิวอิ๋งไปง่าย ๆ ไม่ได้นะเพคะ เขาไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ ทั้งยังลงมือทุบตีพระสนมของท่านด้วย!"
พระสนมชีเห็นว่าเหตุผลไม่อยู่ข้างตน จึงงัดไม้ตายของผู้หญิงออกมาใช้ หนึ่งร้องไห้ สองอาละวาด สามออดอ้อน... และสุดท้ายคือการตัดพ้อ!
ฮองเฮาหลวี่แค่นเสียงเ็า แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน "ท่านนี่ยิ่งอายุมากขึ้น กลับยิ่งชอบสิ่งที่ไร้เดียงสาเสียจริง"
เมื่อถูกฮองเฮาหลวี่เยาะเย้ยเช่นนี้ หลิวปังก็รู้สึกเสียหน้าอยู่บ้าง ที่เขาโปรดปรานพระสนมชี ไม่ใช่เพียงเพราะนางมีความงามและเสียงร้องเพลงที่ไพเราะ แต่ยังเป็เพราะนางเชื่อฟังทุกคำสั่ง โดยเฉพาะการที่สามารถเข้าใจความรู้สึกของเขาในฐานะฮ่องเต้ได้
น่าเสียดายที่วันนี้เมื่อพระสนมชีต้องเผชิญหน้ากับหลิวอิ๋ง กลับกลายเป็หญิงปากจัดที่ด่าทอราวกับคนในตลาด ไม่เหลือคราบความอ่อนหวานเลยแม้แต่น้อย
"เื่นี้ให้มันจบลงเพียงเท่านี้เถอะ! หรูอี้… คราวหน้าเ้าห้ามเสียมารยาทกับพี่ชายอีก!"
"แล้วก็เ้า ที่มาอาละวาดวุ่นวายในตำหนักเจียวฝาง รีบขอโทษฮองเฮาเดี๋ยวนี้"
หลิวปัง้าทำให้เื่ใหญ่กลายเป็เื่เล็ก แม้ฮองเฮาหลวี่จะไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
"ฝ่าา หลิวอิ๋งทุบตีเราสองแม่ลูก เหตุใดจึงกลายเป็ว่าเขามีเหตุผลเล่าเพคะ?"
"เรานำเื่นี้ให้เหล่าขุนนางช่วยตัดสินเถิดเพคะ ดูว่าพวกเขาจะว่าอย่างไร!" พระสนมชีเริ่มอารมณ์ขึ้น จึงตัดสินใจที่จะสู้กับหลิวอิ๋งให้ถึงที่สุด
หลิวอิ๋งได้ยินดังนั้นก็ดีใจยิ่ง เขาตีทั้งน้องชาย ทั้งทุบพระสนมของเสด็จพ่อ หากยังไม่ถูกปลดจากตำแหน่งรัชทายาท ก็คงไม่มีความยุติธรรมในโลกนี้แล้ว!
"พระสนมชีกล่าวได้ถูกต้อง เราไปเผชิญหน้ากันที่ท้องพระโรงเถิด!" หลิวอิ๋งเอ่ยปากอย่างเด็ดขาด ฮองเฮาหลวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่รู้ว่าลูกชายกำลังคิดอะไรอยู่
เดิมทีเป็เื่ภายในครอบครัวของฮ่องเต้ หากนำไปป่าวประกาศในท้องพระโรง จะไม่น่าอับอายเกินไปหรือ!
"ดี ดี ดี! พวกเ้าอยากให้เื่นี้ใหญ่โตนักใช่ไหม? ข้าจะเล่นด้วยก็แล้วกัน!"
"เรียกเหล่าขุนนางทั้งหมดเข้ามาในวัง เื่ในครอบครัวของข้า ก็คือเื่ของแผ่นดิน!"
"ให้พวกเขามาช่วยตัดสินทีละคน ข้าเองก็อยากจะดูเื่สนุกเหมือนกัน!" หลิวปังกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธ เขาถลึงตาใส่พระสนมชี เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับการแสดงออกของนางในวันนี้อย่างมาก
พระสนมชีคิดว่าตนเองได้รับความโปรดปรานเพราะมีความงามเหนือกว่าหลวี่จื้อ แต่ความจริงแล้วนางคิดผิดถนัด
ฮ่องเต้เองก็โหยหาการปลอบประโลมทางอารมณ์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าผู้หญิงที่แข็งแกร่งอย่างฮองเฮาหลวี่ไม่สามารถมอบให้ได้ทันท่วงที เพราะนางมักจะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนกิจการงานของหลิวปัง
ในทางกลับกัน พระสนมชีก่อนหน้านี้เหมือนเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่รู้วิธีทำให้หลิวปังพึงพอใจ
แต่น่าเสียดายที่เมื่อต้องเผชิญกับเื่การชิงบัลลังก์ของลูกชาย พระสนมชีกลับใช้อารมณ์นำทางจนหน้ามืดตามัว!
สิ่งนี้สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีให้กับหลิวปัง แม้ว่านิสัยของหลิวหรูอี้จะเหมือนเขาซึ่งช่วยเพิ่มคะแนนได้มาก แต่การมีมารดาที่ไร้สติเช่นพระสนมชี กลับกลายเป็ตัวหักคะแนนอย่างชัดเจน
ณ พระราชวังเว่ยยาง ตำหนักกลาง
เหล่าขุนนางสำคัญของต้าฮั่นถูกฮ่องเต้เรียกตัวเข้าพบอย่างกะทันหัน หลายคนถึงกับไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า
"เ้าสารถี มีข่าวอะไรบ้างไหม?" ฝานไคว่ผู้มีคางดั่งนกนางแอ่นและหนวดดั่งเสือ เอ่ยถามเซี่ยโหวอิงที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งอย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็สารถีส่วนตัวของหลิวปัง และเป็หนึ่งในคนที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด
"ไม่มี" เซี่ยโหวอิงเป็คนพูดน้อย ยิ่งรู้ว่าเป็เื่ภายในครอบครัวของหลิวปัง เขาก็ยิ่งไม่พูดมาก
"อัครมหาเสนาบดีมาแล้ว!"
"แม้แต่โหวแห่งเมืองไหวอินก็มาถึงแล้ว!"
"เฮ้อ... มีเพียงหลิวโหวที่ไม่ได้มา หรือว่าครั้งนี้จะมีการใช้กำลังทหารกับซยงหนู?"
เหล่าขุนนางผู้ร่วมก่อตั้งแผ่นดินต่างรู้สึกใจคอไม่ดี เพราะเหตุการณ์วงล้อมป๋ายเติง ทำให้พวกเขาได้เห็นความน่ากลัวของทหารม้าซยงหนู
ต้าฮั่นเพิ่งจะเริ่มฟื้นฟู หากบุ่มบ่ามใช้กำลังทหารไปยังม่อเป่ย เกรงว่าจะไม่ใช่เื่ฉลาดนัก
ฟู่ควนโหวแห่งหยางหลิง และเฉินผิงโหวแห่งเมืองชวีนี่ ถึงกับวางแผนว่าประเดี๋ยวจะทูลทัดทานฮ่องเต้ไม่ให้ก่อา
"ท่านอ๋อง ท่านมาแล้ว!" เมื่อเห็นหานซิ่น ฝานไคว่ก็เปลี่ยนท่าทีเป็ประจบประแจงทันที แต่อีกฝ่ายกลับไม่ใส่ใจ เพียงแค่พยักหน้าตอบรับ
นิสัยเสียของหานซิ่นนั้น แทบไม่มีใครทนได้ แต่ทุกคนต่างก็ยอมรับในตำราพิชัยาของเขา
"ฝ่าาเสด็จ!"
หลิวปังและฮองเฮาหลวี่เสด็จมาพร้อมกัน โดยมีพระสนมชี หลิวอิ๋ง และหลิวหรูอี้ตามหลังมา ทำให้เหล่าขุนนางใจสั่นด้วยความกังวล
หรือว่าวันนี้จะมีการแต่งตั้งรัชทายาทอย่างเป็ทางการ?
"เหล่าขุนนางทั้งหลาย อย่าเดาสุ่มกันไปเองเลย!"
"ข้ามีเื่ในครอบครัวที่้าให้พวกท่านช่วยตัดสินว่าใครถูกใครผิด" หลิวปังนั่งเอนกายบนบัลลังก์ั ไร้ซึ่งสง่าราศีของผู้เป็จักรพรรดิอย่างสิ้นเชิง
เพราะอย่างนั้น หลิวอิ๋งจึงให้คำนิยามเขาว่า ‘ฮ่องเต้อันธพาล’
"โจวชาง เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พวกเขาฟังที"
เมื่อได้ยินว่าเป็เื่ในครอบครัวของฮ่องเต้ เหล่าขุนนางต่างเตรียมตัวที่จะปิดปากเงียบ เพราะฝ่ายหนึ่งคือฮองเฮาและรัชทายาท ซึ่งเื้ัมีอำนาจของตระกูลหลวี่ และมีขุนนางสำคัญอย่างหลวี่ซื่อจือและฝานไคว่หนุนหลัง
ส่วนพระสนมชีและหลิวหรูอี้ สองแม่ลูกคู่นี้เชี่ยวชาญการเป่าหูข้างหมอน เหล่าขุนนางไม่อยากหาเื่ใส่ตัว
โจวชางเล่าเหตุการณ์คร่าว ๆ ขุนนางที่ฉลาดเป็กรดต่างมองออกถึงต้นสายปลายเหตุ
หลิวหรูอี้ผู้เป็อ๋องแห่งแคว้นจ้าว อาศัยความโปรดปรานและเห็นว่ารัชทายาทเป็คนซื่อ จึงคิดจะรังแกผู้อื่นที่หอเทียนลู่
ผลปรากฏว่าหลังจากรัชทายาทตกม้า นิสัยก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ถึงขั้นทุบตีหลิวหรูอี้จนน่วม และยังแถมให้พระสนมชีที่รนหาที่เดินเข้ามาหาเองอีกด้วย
ในใจของฝานไคว่รู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนัก เขารู้สึกว่าหลานชายของเขาเกือบจะมีความเด็ดขาดในการสังหารแล้ว!
พระสนมชีจะเป็อะไรได้ ก็แค่เมียน้อยคนหนึ่ง!
หลิวหรูอี้จะเป็อะไรได้ ก็แค่เ้าน้องชายคนหนึ่ง!
หากไม่ใช่เพราะมีขุนนางอยู่มากมายจนแยกแยะมิตรศัตรูไม่ออก ฝานไคว่และหลวี่ซื่อจือคงจะฉลองกันไปแล้ว
"ว่ามาสิ ตกลงว่าใครถูกใครผิด?" หลิวปังกวาดสายตามองเหล่าขุนนาง และเห็นสีหน้าของทุกคนได้อย่างชัดเจน
กลุ่มผู้สนับสนุนตัวยงของฮองเฮาหลวี่นั้นไม่ต้องพูดถึง ความยินดีฉายชัดบนใบหน้า พวกเขารู้สึกว่าในที่สุดรัชทายาทก็ตาสว่างเสียที!
ส่วนคนส่วนใหญ่ยังคงนิ่งเฉยราวกับสุนัขเฒ่า เลือกที่จะไม่เข้าข้างฝ่ายใด ในขณะที่ตำแหน่งรัชทายาทยังไม่แน่นอน การแสดงท่าทีชัดเจนย่อมไม่ใช่เื่ฉลาด
"เซียวเหอ ท่านเป็คนเที่ยงธรรม ทั้งยังเป็อัครมหาเสนาบดีของราชสำนัก ลองว่ามาสิ!" เมื่อเห็นว่าไม่มีใครยอมเปิดปาก หลิวปังจึงหันไปหาเซียวเหอซึ่งเป็คนบ้านเดียวกัน
อีกฝ่ายย่อมเข้าใจความหมายของเขาในทันที
ให้ช่วยไกล่เกลี่ยให้เื่มันจบ ๆ ไปนั่นเอง!
หลิวหรูอี้เป็ฝ่ายเริ่มหาเื่หลิวอิ๋งก่อน อ๋องแห่งแคว้นจ้าวเตะรัชทายาท ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่มีทางถูก
"ฝ่าา เื่นี้รัชทายาทถูก ส่วนอ๋องแห่งแคว้นจ้าวผิดพ่ะย่ะค่ะ" เซียวเหอก้มตัวคำนับ แต่หลิวปังกลับเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ
ข้าให้เ้าช่วยไกล่เกลี่ย ไม่ใช่ให้มาตัดสินว่าใครถูกใครผิด!
"ในทางราชการ รัชทายาทเป็นาย อ๋องแห่งแคว้นจ้าวเป็บ่าว การที่อ๋องแห่งแคว้นจ้าวเตะรัชทายาท ถือเป็การล่วงเกินผู้บังคับบัญชา"
"ในทางส่วนตัว รัชทายาทเป็พี่ อ๋องแห่งแคว้นจ้าวเป็น้อง พี่ชายสั่งสอนน้องชาย ย่อมไม่มีความผิด"
เซียวเหอเมินเฉยต่อความโกรธของหลิวปัง และกล่าวต่อไปว่า "หากฝ่าาทรงเห็นว่าสิ่งที่อ๋องแห่งแคว้นจ้าวทำนั้นถูกต้อง ผู้คนทั่วหล้าก็จะเลียนแบบ"
"เมื่อถึงเวลานั้น ขนบธรรมเนียมของต้าฮั่นจะเสื่อมทราม และจุดเริ่มต้นก็จะมาจากราชวงศ์!"
เซียวเหอไม่ได้้าเข้าข้างหลิวอิ๋ง และไม่อยากล่วงเกินพระสนมชี เพียงแต่เขารู้ดีว่าบางเื่ไม่สามารถสร้างบรรทัดฐานที่ผิดพลาดได้ มิฉะนั้นต้าฮั่นที่เพิ่งก่อตั้งแคว้นจะตกอยู่ในสภาวะสั่นคลอนได้ทุกเมื่อ
"คำกล่าวจากใจของอัครมหาเสนาบดี คือสิ่งที่พวกข้าคิดเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ" เซี่ยโหวอิงมองไปยังเด็กที่เขาเคยช่วยขึ้นรถในครั้งนั้น และตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
รัชทายาทนั้นมีเมตตา ต้องถูกรังแกถึงเพียงไหน ถึงได้ตัดสินใจลงมือตอบโต้?
ฮองเฮาหลวี่จื้อดีใจยิ่งนัก ส่วนพระสนมชีหน้าซีดเผือดราวกับดิน
"ท่านอัครมหาเสนาบดี! เถิงกง! ข้าเป็ฝ่ายลงมือทุบตีหรูอี้ก่อน รวมถึงพระสนมชีด้วย พวกท่านดูใบหน้านางสิ ทั้งหมดนี้เป็เพราะข้าทั้งสิ้น" ในใจของหลิวอิ๋งนั้นขมขื่นยิ่ง เขา้าใช้ความผิดนี้เพื่อสลัดตำแหน่งรัชทายาททิ้งเสีย!
เซียวเหอ เซี่ยโหวอิง พวกท่านเล่นอะไรกันอยู่!
"ข้ารู้ซึ้งถึงความผิดของตน มีเพียงการสละตำแหน่งรัชทายาทเท่านั้น จึงจะทำให้ข้าสบายใจได้!"
ใครจะรู้ว่าเมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา เซียวเหอกลับก้มตัวคำนับทันที "รัชทายาททรงมีพระทัยกว้างขวาง การมีองค์รัชทายาทเช่นนี้ นับเป็โชคดีของต้าฮั่นยิ่งนัก!"
หลิวปังสีหน้ามืดมนลงทันตา ส่วนหลิวอิ๋งหน้าเขียวคล้ำด้วยความเอือมระอาระ!