บทที่ 21 ชนโถดิน
แต่เมื่อลู่เฉิงเฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก จู่ ๆ พวกอันธพาลก็หันกลับมามอง จากนั้นหนึ่งในกลุ่มก็เอียงร่างของตัวเองมาทำท่าจะล้มลงชนหน้ารถ
“ปัง!”
อันธพาลคนนั้นล้มลงกับพื้น จากนั้นก็กอดขาของตัวเองและเริ่มร้องโหยหวน
ชนโถดินเผา*[1]?
ลู่เฉิงเฟิงมองเห็นกลอุบายของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว
อันธพาลมองก่อนแล้วคิดว่าความเร็วของรถไม่ได้เร็วเท่าไหร่จึงแกล้งล้มตัวไปชนรถอย่างมั่นใจว่าจะไม่เจ็บจริง ๆ
แต่การกระทำของเขาที่ทำให้รถชนนั้นดูเป็การกระทำที่จงใจเกินไปเหลือเกิน
ในฐานะนักฆ่าตัวท็อป ลู่เฉิงเฟิงจะมองไม่เห็นกลอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ได้อย่างไร ในขณะเดียวกันก็ตัดสินใจในเวลาไม่ถึงสองวินาทีซึ่งก็คือการเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อยและเหยียบคันเร่ง
ทันใดนั้นรถที่เลี้ยวเพียงเล็กน้อยก็วิ่งทับขาของอันธพาลแล้วชนเข้ากับผนังของลานจอดรถ
ที่นี่มีกล้องวงจรปิด หากดูจากในกล้องจะเห็นได้ชัดเจนว่าอันธพาลจงใจล้มให้รถชนแต่ลู่เฉิงเฟิงใมากจนเขาเหยียบผิดจากเบรกเป็คันเร่ง ส่วนการพลาดไปชนกำแพงคือข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุดว่าเขาตื่นตระหนกหลังจากเห็นคนข้างทางจู่ ๆ ก็ล้มลง
ลู่เฉิงเฟิงได้ยินเสียงกระดูกหักผ่านหน้าต่างรถด้วยซ้ำ
“อ๊า...”
เสียงกรีดร้องดังก้องในลานจอดรถใต้ดิน
พวกอันธพาลคนอื่นต่างใกันหมด
ลู่เฉิงเฟิงลงจากรถด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและมองดูอันธพาลที่ขาหักก่อนจะกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว “คะ คะ คุณเป็อะไรมากไหม?”
“แกเพิ่งก่ออาชญากรรมใหญ่ แกพยายามฆ่าคนอื่นโดยเจตนา!”
พวกอันธพาลจ้องไปที่ลู่เฉิงเฟิงแล้วะโ
สีหน้าของลู่เฉิงเฟิงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ผมเปล่านะ! ผมเปล่านะ! ผมไม่ได้ตั้งใจ! ผมแค่ใเมื่อกี้...”
“ไอ้สารเลว นี่มันคือพยายามฆ่า แกจงใจทำแน่นอนแกอยากเข้าคุกใช่ไหม?”
ทันใดนั้นลู่เฉิงเฟิงหันหลังกลับให้กล้องวงจรปิด จากที่กำลังแสดงสีหน้าตื่นตระหนกกลับกลายเป็มีแววตาเ็าทันที “ใช่ ฉันทำมันโดยตั้งใจ”
พวกอันธพาลหลายคนมองเขาด้วยความใ เมื่อพวกเขาเห็นดวงตาที่เ็าของลู่เฉิงเฟิงพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น
มีการเยาะเย้ยอย่างน่ากลัวบนริมฝีปากของลู่เฉิงเฟิง “พวกแกทำเื่แบบนี้มามากแล้วใช่ไหม? พวกแกหลอกคนมามากแล้วสินะ? อันที่จริงถ้าฉันไม่กลัวปัญหาที่จะตามมา ฉันคงขับรถเหยียบหัวไอ้โง่ที่นอนอยู่บนพื้นไปแล้ว”
“เดี๋ยวนะ ทำไมฉันถึงคุ้นหน้าพวกแกแบบนี้กัน?”
ลู่เฉิงเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็จำได้ว่าคนเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็เพื่อนของลั่วเหวินปินอดีตพี่เขยของเขา
“อ้อ ไอ้ลั่วเหวินปินบอกให้พวกแกมาที่นี่ใช่ไหม? แย่ชิบหาย! ตอนนี้ฉันเสียใจจริง ๆ ที่เมื่อกี้ไม่ได้ขับรถเหยียบหัวพวกแกให้หมด แต่ไม่เป็ไรตอนนี้... มาทำมันอีกสักรอบก็แล้วกัน คราวนี้ฉันจะขยี้หัวพวกแกอย่างแน่นอน”
พวกอันธพาลหลายคนมองดูลู่เฉิงเฟิงด้วยสีหน้าตกตะลึง อะไรวะเนี่ย? ไอ้นี่มันเป็ปีศาจหรือไง?
“ลั่วเหวินปินเป็ใคร เราไม่รู้จักสักหน่อย!”
อันธพาลหนุ่มหลบสายตาไม่กล้าสบตากับลู่เฉิงเฟิง
ลู่เฉิงเฟิงเยาะเย้ยอย่างเหยียดหยาม “พวกแกนี่แม่งโคตรโง่เลย พวกแกยังนึกไม่ได้อีกเหรอว่าทำไมลั่วเหวินปินถึงไม่กล้ามาหาฉันด้วยตัวเอง แต่กลับขอให้พวกแกมาหาฉันเพื่อสร้างปัญหา นั่นเป็เพราะไอ้กระจอกนั่นมันรู้วิธีการของฉัน! พวกแกนี่มันโง่จริง ๆ ถูกไอ้นั่นหลอกให้มารับะุแทน!”
พวกอันธพาลทั้งกลุ่มมองหน้ากัน สีหน้าของพวกเขาค่อย ๆ กลายเป็น่าเกลียด และพวกเขาก็พูดในใจว่า ‘กูว่าแล้วไง ไอ้สารเลวลั่วเหวินปินหลังจากนี้มึงโดนจัดหนักแน่!”
“แก แก แกหยุดพูดไร้สาระได้แล้ว แกทำร้ายคนอื่นแบบนี้ต้องชดใช้ ไม่งั้นเราจะแจ้งจับแกเข้าคุก!”
ลู่เฉิงเฟิงส่ายหัวอย่างเหยียดหยาม “พวกแกนี่มันโง่ไม่เลิกจริง ๆ โคตรน่าสิ้นหวังเลย”
เมื่อพูดเช่นนั้น เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรหาตำรวจโดยตรง ต่อมาก็โทรหาฝ่านจื้อเหว่ยเพื่อบอกให้อีกฝ่ายส่งทนายความจากแผนกกฎหมายมาช่วยเขาจัดการเื่นี้
พวกอันธพาลมองดูลู่เฉิงเฟิงด้วยความใและโกรธจัด
“แก แกแจ้งตำรวจจริง ๆ เหรอ?”
ลู่เฉิงเฟิงแสดงสีหน้าหยอกล้อ “ฉันขับรถเหยียบคนเข้า ดังนั้นมันก็ต้องโทรเรียกตำรวจอยู่แล้ว อ้อ! ฉันคิดว่าแกเองก็ควรเรียกรถพยาบาลให้เพื่อนของแกเหมือนกันนะ ดูเหมือนว่าเขาจะเจ็บไม่น้อยเลย”
โดยไม่คาดคิด พวกอันธพาลหลายคนมองหน้ากัน หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปโดยไม่โต้เถียงอะไรอีก
พวกเขาตั้งใจมาโกงคน ดังนั้นพวกเขาจะรอให้ตำรวจมาสอบสวนได้ยังไง เมื่อไปถึงสถานีตำรวจแล้วพวกเขาจะไม่มีทางได้ออกมาอีก
“ไอ้สารเลวพ่อแม่ไม่สั่งสอน! แกมันคนไม่มีจิตสำนึก...”
อันธพาลที่ขาหักวิ่งหนีไปไหนไม่ได้ จึงทำได้แค่สาปแช่งด้วยความโกรธ แล้วเริ่มร้องโหยหวนด้วยความเ็ป
ลู่เฉิงเฟิงหัวเราะเยาะ “ทำไมแกถึงหาว่าฉันเป็คนไม่มีจิตสำนึกล่ะ? ฉันไม่ได้หนีไปไหนรถของฉันมีประกัน ฉันชนแกเละ เดี๋ยวฉันก็จะให้บริษัทประกันภัยช่วยฉันจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก แน่นอนว่าพวกเขายังซ่อมรถให้ฉันด้วยซ้ำ ว่าแต่แกล่ะ? ขาหักทั้งสองข้าง ต้องทนเจ็บและอาจต้องนั่งรถเข็นไปทั้งชีวิต”
“พวกของแกวิ่งหนีหายไปหมดแล้วเพราะว่าแกมีชนักติดหลังใช่ไหมล่ะ? ถึงแม้แกอาจจะไม่ต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิตแต่ก็อาจต้องเข้าคุกหลังจากหายจากอาการาเ็แล้ว ฉันแนะนำให้แกสารภาพกับตำรวจอย่างซื่อสัตย์และเปิดเผยไอ้คนบงการที่อยู่ข้างหลังแก บางทีแกอาจได้ลดโทษบ้าง”
อันธพาลมองดูลู่เฉิงเฟิงด้วยสีหน้าหวาดกลัว ราวกับว่าเขากำลังไว้ทุกข์ให้กับทายาทของตัวเอง
ในไม่ช้าเสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้น
ลู่เฉิงเฟิงถูกนำตัวไปสอบสวน
อันธพาลถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
ลู่เฉิงเฟิงแอบหัวเราะอละพูดในใจว่า ‘งูแบล็กแมมบา ถ้าแกมีความสามารถก็มาฆ่าฉันในคุกสิ’
มีสองเหตุผลที่ลู่เฉิงเฟิงจงใจหักขาอันธพาล หนึ่งก็เพื่อลงโทษอีกฝ่าย มีกี่คนแล้วที่โดนขยะสังคมพวกนี้หลอก? สองก็คือการหลีกเลี่ยงงูแบล็กแมมบา
เป็ไปได้มากว่าเขาตกเป็เป้าหมายของงูแบล็กแมมบา แต่เขาไม่เชื่อว่างูแบล็กแมมบาจะกล้ามาที่โรงพักเพื่อฆ่าเขา
จู่ ๆ ลู่เฉิงเฟิงก็ยิ้มอย่างขมขื่น นี่เขาเอาตัวเองมาอยู่จุดนี้ได้ยังไง? เขาเอาตัวเองมาเจอทั้งปัญหาภายในและภายนอก ถูกศัตรูขนาบข้างทั้งสองด้าน
เดิมทีเขา้าซ่อนตัวอยู่ในสถานีตำรวจทั้งคืน แต่เขาไม่คาดคิดว่าเพียงหนึ่งชั่วโมงต่อมา จะมีคนมาบอกเขาว่าเขาสามารถออกไปได้
กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าพวกอัธพาลจงใจสร้างสถานการณ์ชนโถดินเผา และลู่เฉิงเฟิงก็ใกลัวและขับรถทับหนึ่งในนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งกว่านั้น พวกอันธพาลเหล่านี้ก็มีคดีติดตัวอยู่แล้วเช่นกัน
นอกจากนี้ทนายความที่ฝ่านจื้อเหว่ยส่งมา ก็มีบทบาทอย่างมาก
“พี่ตำรวจ ผมหักขาคนไปสองข้าง แม้ว่าผมจะไม่ได้ตั้งใจทำ แต่ผมก็รู้สึกแย่มากจริง ๆ กักตัวผมไว้สักหนึ่งวันจะได้ไหม”
เ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มมองลู่เฉิงเฟิงเหมือนมองคนโง่ เขาไม่เคยได้ยินคำขอที่โง่เง่าเช่นนี้มาก่อนเลย
“ลงชื่อแล้วออกไปเร็ว ๆ เลยอย่าสร้างปัญหาที่นี่ แต่ถ้าหากทำผิดอีกฉันจะจับนายนอนคุกแน่”
“จริงเหรอ?”
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงเป็ประกาย
เ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มรู้สึกว่าลู่เฉิงเฟิงมีปัญหาทางสมอง เขามองดูลู่เฉิงเฟิงลงชื่อ จากนั้นจึงจากไปอย่างรวดเร็ว
ลู่เฉิงเฟิงถอนหายใจและจากไป
เมื่อเขาออกมาด้านนอก ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาก็เข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่ประจบประแจง “คุณลู่ผมมาจากแผนกกฎหมายชื่อเจียงหลัวชุน ผมถูกส่งมาที่นี่โดยรองผู้จัดการทั่วไปฝ่าน พวกเขาไม่ได้ทำให้คุณลำบากใช่ไหมครับ?”
ลู่เฉิงเฟิงส่ายหัว “ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักของคุณ!”
“ไม่เลยครับ! ไม่เลยครับ! ผมไม่ได้ทำงานหนักอะไรเลย นี่คือสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว”
ลู่เฉิงเฟิงมองไปที่รถข้าง ๆ “นี่คือรถของคุณหรือรถของบริษัท?”
“ของบริษัทครับ”
“โอเค ผมจะขับรถคันนี้ออกไป คุณนั่งแท็กซี่กลับไปได้”
ลู่เฉิงเฟิงขึ้นรถ เหยียบคันเร่งแล้วออกไป
“คุณลู่กลับดี ๆ นะครับ!”
เสียงที่ประจบประแจงของเจียงหลัวชุนจมอยู่ในเสียงคำรามของเครื่องยนต์
ระหว่างทางลู่เฉิงเฟิงโทรหาซูอี้จวินแล้วบอกเธอว่าเขามีธุระต้องทำคืนนี้และจะไปพบเธอพรุ่งนี้
จากนั้นเขาก็กลับบ้าน
ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปลู่เฉิงเฟิงก็เริ่มเตรียมการ อย่างไรเสียเขาก็หนีไม่พ้น วันใดวันหนึ่งเขาก็ต้องเผชิญกับมัน ถ้างูแบล็กแมมบากล้าปรากฏตัว เขาจะทำให้รู้ว่าใครเป็หัวหน้าของนักษัตรทมิฬ!
[1] ชนโถดินเผาเป็สำนวนจีน หมายถึง พฤติกรรมการตั้งใจวิ่งเข้าชนรถผู้อื่นแล้วแกล้งาเ็เพื่อเรียกค่าเสียหาย