เสียงกระแทกตึงดังออกมาจากต้นขาของซอมบี้สีแดงเืจากมนุษย์ตัวเล็กๆที่ย่อตัวลงไปบนพื้นใช้เท้าทั้งสองข้างยึดพื้นเอาไว้แน่นราวกับหมุดจากนั้นก็ส่งหมัดออกไปสุดแรง
ทันทีที่หมัดกระแทกลงไปบนขาของซอมบี้ด้วยความรุนแรง แขนขวาของโยฮันก็พุ่งเข้าไปในขาของมันจนถึงหัวไหล่ อีกฝ่ายไม่ปล่อยโอกาสให้โยฮันดึงแขนหนีไป มันได้จับร่างของเขาแล้วโยนออกไปไกลจนร่างของโยฮันพุ่งทะลวงบ้านไปราว 3 หลัง
ร่างที่เปื้อนไปด้วยเืพยายามลุกขึ้นยืนพลางตั้งท่าให้มั่น เมื่อมองไปยังมือของตนเองเขารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเพราะการต่อยหมัดสามารถทะลวงร่างของอีกฝ่ายได้ ต่อให้จะรู้สึกแข็งเหมือนต่อยเหล็กก็ตาม เขากลับสามารถทะลวงเข้าไปได้ด้วยการใส่พละกำลังสุดแรง แต่แล้วโยฮันกลับต้องรีบคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ เมื่อมีร่างสูงใหญ่ะโขึ้นไปบนฟ้ามีความสูงราวตึก 3 ชั้นแล้วปล่อยให้ร่างของมันพุ่งตกลงมาในตำแหน่งที่เขายืนอยู่
“ คิดจะวัดพลังเหรอ ดีเหมือนกัน ด้วยมวลกล้ามเนื้อของแกที่หนักกว่ารถเก๋ง 2 คันหวังว่าฉันจะทะลวงเข้าไปข้างในได้มากกว่าเดิมนะ ”
สองเท้าถูกหุ้มด้วยกระดองปูแทงลงไปบนพื้นดินก่อนจะย่อตัวเล็กน้อยตั้งท่าโจมตีโดยใช้หมัดขวา ในขณะที่ร่างซอมบี้พุ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆโยฮันก็เริ่มนับเลขภายในใจ เขาอยากจะรู้ลิมิตของตนเองเหมือนกันว่าหากมีวัตถุขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วไว มันจะทำให้เขาาเ็ได้หรือไม่
จังหวะที่ร่างของซอมบี้เข้าใกล้ระยะโจมตี อีกฝ่ายได้ง้างแขนขวาหวังจะทุบเขาให้แบนติดพื้นตาย โยฮันกลับเป็ฝ่ายฉีกยิ้มด้วยความดีใจซัดหมัดตนเองสวนกลับอีกฝ่าย ต่อให้เขาจะมีร่างที่เล็กกว่าและมีหมัดที่ไม่ได้ใหญ่ มันกลับแข็งแรงทนทานราวกับตะปูที่สามารถสร้างความเสียหายให้ช้างได้ หากว่าวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
แกล็ก!
เสียงแตกหักดังขึ้นที่แขนขวาของซอมบี้ตัวใหญ่ ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับมันกำลังจะตาย แขนขวาที่ทุบลงมาจากฟ้าถูกหมัดเล็กๆชกสวนกลับจนแตกกระจายราวกับเศษเนื้อบดละเอียด ต่อให้กระดูกของมันจะแข็งทนทาน มีกล้ามเนื้อที่สามารถป้องกันของมีคมได้ในระดับหนึ่ง หมัดเล็กๆของมนุษย์คนหนึ่งกลับบดขยี้แขนของมันจนเหลือแค่่ศอกจนถึงหัวไหล่เพียงเท่านั้น ส่วนข้อมือและนิ้วกลายเป็เศษเนื้อห้อยอยู่ติดแขนไม่สามารถใช้งานได้อีก
ขณะที่มันกรีดร้องโยฮันที่ยังไม่พบการกดทับที่รุนแรงพอจะทำให้เขาได้รับาเ็บริเวณข้อต่อจึงใช้หมัดซ้ายกระแทกไปยังหัวเข่าขวาของมันจนทำให้เกิดรูขนาดใหญ่ทะลุไปด้านหลังส่งร่างใหญ่ั์ของมันล้มลงมานอนบนพื้น
ในจังหวะที่ศีรษะของซอมบี้หล่นกระแทกพื้น ร่างเล็กๆที่ต่อยมันด้วยหมัดก็ได้กระโจนขึ้นไปเหยียบกลางหน้าอกของมันก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างโอบคอที่มีขนาดใหญ่ไม่ต่างจากมนุษย์วัย 30 เมื่อนิ้วทั้ง 10 ล็อกเข้าด้วยกัน โยฮันก็เริ่มออกแรงบีบไปที่แขนจนซอมบี้กรีดร้องออกมามากกว่าเดิม เพียงแต่ว่าเสียงของมันกลับเงียบหายไป หลังจากบริเวณคอถูกแขนรัดราวกับว่ามันกำลังผูกคอตายอยู่บนขื่อ
ซอมบี้ที่รู้ตัวว่ามันต่อต้านแรงของอีกฝ่ายไม่ได้จึงพยายามใช้มือซ้ายทุบคอตนเองในตำแหน่งที่โยฮันกอดอยู่ ถึงอย่างนั้นแรงของมันกลับไม่เพียงพอจะทุบให้เขาปล่อยมือออกไปจากคอของมัน
มือที่ค่อยๆทุบเริ่มร่วงตกลงสู่พื้นก่อนที่ขาทั้งสองของซอมบี้จะหยุดสั่น โยฮันที่เห็นว่ามันกำลังจะขาดใจตายแล้วนั้นจึงออกแรงให้มากยิ่งขึ้นจนทำให้ได้ยินเสียงหักบริเวณคอของซอมบี้ก่อนที่หัวของมันจะเอียงผิดรูปจากคอที่ถูกหักทิ้งไป
“ ก็ไม่ได้ยากเกินไปหนิ ”
ความกลัวในตอนแรกทำให้เขาคิดหาทางหนี ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตของมันเขากลัวว่าตนเองจะรับมือไม่ไหว แต่หลังจากที่ถูกทุบสองครั้งเขาก็เริ่มมั่นใจว่าความแข็งแกร่งของร่างกายยังคงทนได้ ผลสุดท้ายจึงจบลงที่มันตายโดยที่ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับเขาได้เลยสักนิดเดียว
“ เชื้อไวรัสที่ได้จากซอมบี้ที่วิวัฒนาการก็มีผลเช่นกันสินะ ”
เดิมทีตัวเลขของเขาไม่ปรากฎจุดทศนิยม ไม่ว่าจะเป็ตัวเลขสีแดงที่บอกถึงอัตราการติดเชื้อ หรือตัวเลขสีเขียวที่บอกถึงอัตราการวิวัฒนาการก็ตาม ทว่าตอนนี้มันกลับมีตัวเลขทศนิยมโผล่ออกมา ซึ่งการฆ่าซอมบี้ตัวสีแดงเมื่อครู่ทำให้เขาได้เชื้อไวรัสที่มีผลต่อการวิวัฒนาการมา 0.1 % หมายความว่าหากเขาฆ่ามัน 1 ตัว จะสามารถเพิ่มค่าวิวัฒนาการได้ 1 %
“ ไม่แปลกเลยที่การฆ่าซอมบี้ระดับ 1 จะเพิ่มค่าวิวัฒนาการได้น้อยแบบนี้ ”
โยฮันเริ่มเข้าใจเชื้อไวรัสมากยิ่งขึ้น ดูเหมือนว่าระดับของซอมบี้จะมีผลต่อระดับค่าวิวัฒนาการ หากมนุษย์ทั่วไป้าวิวัฒนาการพวกเขาจะต้องฆ่าซอมบี้ระดับ 1 แต่ถ้าพวกเขาอยากวิวัฒนาการอีกครั้งจะต้องฆ่าซอมบี้ระดับ 2 การกลับไปฆ่าซอมบี้ระดับ 1 เพื่อวิวัฒนาการเป็ความคิดที่ไม่ดีนักเพราะต้องฆ่าซอมบี้ไปเป็หมื่นเพื่อให้วิวัฒนาการ
อย่างไรก็ตามเขายังคงสงสัยค่าอัตราการติดเชื้อ การวิวัฒนาการครั้งแรกทำให้น้องสาวของเขาหายจากการติดเชื้อซอมบี้ เขาจึงสงสัยว่าถ้าถูกซอมบี้ระดับ 1 ข่วนหรือกัด เธอจะมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือเปล่า หากไม่มีหมายความว่าเธอก็น่าจะกินอาหารติดเชื้อจากซอมบี้ระดับ 1 ได้เช่นเดียวกันเพราะเชื้อซอมบี้ระดับ 1 ไม่มีผลต่อเธอแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้น้องสาวถูกรุมโจมตีได้เพื่อทดสอบสันนิษฐานของตน
“ ปีนไปชั้น 2 ”
โยฮันร้องะโบอกน้องสาว การต่อสู้กับซอมบี้ตัวสีแดงเมื่อครู่ทำให้เขารู้หนึ่งอย่าง เดิมทีซอมบี้ไม่มีความรู้สึกเ็ป แต่สำหรับซอมบี้วิวัฒนาการ มันเริ่มมีความเ็ปอีกครั้งแต่ต้องแลกมากับการที่มันมีความคิดเป็ของตนเอง
“ พี่จะทำอะไร ”
“ ปีนขึ้นไปก่อนเหอะน่า ”
แอลลี่ทำตามที่พี่ชายพูดด้วยการกระโจนจับราวเหล็กที่ยืนออกมาจากหลังคาจากนั้นใช้แรงจากแขนดีดตัวเองขึ้นไปนั่งบนนั้น เพียงแต่ว่าเธอกลับต้องขึ้นไปอีกชั้นเมื่อเห็นว่าพี่ชายยังคง้าให้ขึ้นไปอีก ทันทีที่เธอขึ้นไปได้สูงเทียบเท่าตึก 3 ชั้น ร่างสีแดงที่ถูกพี่ชายของเธอหักคอก็ถูกโยนมาทางที่เธอต่อสู้เมื่อครู่ ส่งผลให้ซอมบี้จำนวนมากถูกร่างสีแดงทับตายไปหลายสิบตัวจากการโจมตีแค่ครั้งเดียว ซอมบี้แต่ละตัวที่ถูกซอมบี้สีแดงกระแทกเข้ากับผนังตึกล้วนถูกบดขยี้เป็ชิ้นเล็กๆ
“ อย่าลงมา ฉันขอเคลียร์พื้นที่แถวๆนี้ก่อน ”
“ พี่ไม่กลัวว่าจะมีคนฉวยโอกาสมาฆ่าเรางั้นเหรอ ”
แอลลี่กลัวว่าจะถูกคนมีปืนเข้ามาปล้นอีกครั้ง ต่อให้เธอจะวิวัฒนาการไปแล้วก็ตาม เธอกลับไม่ได้มีร่างกายเหมือนพี่ชาย ะุปืนยังคงเจาะร่างของเธอได้ แต่เมื่อได้รู้สาเหตุจากพี่ว่าการปล่อยซอมบี้เอาไว้อาจจะทำให้มันกลายเป็ระดับ 2 ที่เหมือนซอมบี้ตัวสีแดง เธอจึงมองดูพี่ชายด้วยความตะลึงงัน เนื่องจากตอนนี้เขาได้ดึงเสาไฟฟ้าออกมาทั้งต้นก่อนจะนำมันไปไล่ฟาดซอมบี้จนพวกมันกระดูกหักทั่วร่างไปหลายตัว จนกระทั่งซอมบี้เบาบางเขาจึงบอกให้น้องสาวลงมาจากระเบียงชั้น 3 แล้วช่วยกันฆ่าตัวที่ยังไม่ตาย
“ พี่ทำยังไงหนูถึงจะทำแบบพี่ได้บ้าง ”
“ วิวัฒนาการอีกครั้งก็น่าจะได้นะ ”
“ หมายถึงทำตัวเลขสีเขียวให้เต็มอีกรอบงั้นเหรอ ”
“ ฉันคิดว่าน่าจะเป็แบบนั้น อย่างน้อยเธอก็น่าจะสู้กับไอ้ตัวสีแดงได้ ”
“ งั้นมันก็ใกล้เคียงกับเกมเลยน่ะสิ แค่เราวิ่งเก็บเชื้อไวรัสจากซอมบี้ที่ถูกฆ่าก็แข็งแกร่งขึ้นได้แล้ว ”
แอลลี่พูดด้วยใบหน้าดีใจ เพียงแต่เธอกลับพบว่าค่าสถานะสีเขียวยังไม่เพิ่มขึ้นเลย ต่อให้จะฆ่าซอมบี้ไปแล้วหลายตัวก็ตาม โยฮันจึงอธิบายระดับของซอมบี้ที่คิดขึ้นได้ไปพลาง จากนั้นก็ชวนน้องสาวะโข้ามกำแพงกลับบ้าน ถึงแม้เธอจะยังไม่สามารถะโข้ามกำแพงครั้งเดียวได้เหมือนเขาก็ตาม เธอกลับปีนป่ายได้รวดเร็วต่อให้สิ่งกีดขวางจะสูงถึง 3 เมตรก็สามารถใช้การวิ่งะโเพื่อเกาะขอบกำแพงแล้วข้ามไปอีกฝั่งได้ การตกลงมาจากความสูง 3 เมตรไม่ได้ทำให้แอลลี่ได้รับความอันตรายแต่อย่างใด โยฮันจึงไม่ต้องเป็ห่วงน้องสาวอีก
“ แล้วเราจะทำยังไงต่อเหรอคะ พ่อก็ถูกลักพาตัว เราจะตามหาร่องรอยยังไง ”
แอลลี่มองไปยังประตูรั้วบ้าน หาก้าหลบอยู่ภายในบ้านจำเป็ต้องซ่อมมันใหม่ แต่ก็ต้องใช้เครื่องเชื่อมประตูเหล็กที่นับว่าเป็เื่ยากเนื่องจากไฟฟ้าไม่มีแล้ว ส่วนตัวบ้านก็เหลือแค่ห้องน้ำชั้น 2 เนื่องจากชั้น 1 ถูกทำลายไปแล้วจากซอมบี้ตัวสีแดง
“ เป็ไปไม่ได้ที่เราจะตามหาร่องรอยของพ่อ คนที่ลักพาตัวนำพ่อขึ้นรถไปแล้ว ต่อให้ฉันจะดมกลิ่นได้ก็ตาม กลิ่นนั้นก็หายไปอยู่ดีเพราะงั้นเราควรจะอยู่ที่นี่รอให้คนมาช่วยเหลือ ”
“ แล้วหนูจะต้องทำอะไร ”
“ เอาแบบนี้ก็แล้วกัน เราจะซ่อมบ้านก่อน จากนั้นก็ล่าอาหารมาตุนเอาไว้ อันดับแรกเลย เธอลองใช้เล็บซอมบี้จิ้มแขนตัวเองดูหน่อย ฉันอยากรู้ว่ามันจะทำให้อัตราการติดเชื้อของเธอเพิ่มขึ้นไหม ”
“ หนูต้องเจ็บตัวอีกแล้วเหรอ ก็ได้พี่ ”
แอลลี่เดินไปยังศพซอมบี้ภายในบ้านที่ถูกพี่ชายฆ่า จากนั้นก็จับไปยังมือของซอมบี้แล้วนำปลายเล็บของมันมาข่วนลงไปยังแขนของเธอเพื่อให้เกิดรอยเล็กๆไม่ต่างจากแมวข่วน ทันใดนั้นตัวเลขอัตราการติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นเป็ 1 % ทำให้เธอใไม่น้อย
“ พี่! หนูจะกลายเป็ซอมบี้อีกแล้ว ”
โยฮันลูบคางตนเองเล็กน้อย มันไม่น่าจะเป็ไปได้ที่เธอจะได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส เนื่องจากว่าการวิวัฒนาการทำให้เชื้อไวรัสซอมบี้ในร่างของเธอหายไปหมด เขาจึงบอกให้น้องสาวจิ้มแขนตนเองอีกทีจนอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นมา 2 %
“ ฮือ จบแล้ว หนูจะต้องเป็ซอมบี้แน่นอน ”
“ อย่าพึ่งใไป เรามาลองดูกันว่ามันจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ”
โยฮันปลอบน้องสาว หากเป็เหมือนก่อนหน้าอัตราการติดเชื้อของน้องสาวจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่น้องของเขา ทุกๆคนภายในเมืองที่รับเชื้อเข้าไปจะมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกๆชั่วโมง เขาจึงอยากรู้ว่าร่างกายของน้องสาวที่วิวัฒนาการ 1 ครั้งจะทำอย่างไรกับเชื้อไวรัส
ขณะปล่อยให้น้องสาวนั่งพักรอดูอาการอยู่ด้านนอกบ้าน เขาก็เริ่มกลับเข้าไปในบ้านแล้วขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ที่พังเสียหายออกมากองรวมกันไว้ด้านนอก เพื่อทำให้มันน่าอยู่มากที่สุด หากรอให้พระอาทิตย์ตกดินทุกอย่างจะยากมากยิ่งขึ้น
“ พี่! ” แอลลี่ร้องด้วยท่าทางใ หลังจากเธอรอมาได้ 15 นาทีก็เกิดบางอย่างที่น่าสนใจขึ้น อัตราการติดเชื้อของเธอที่มีสูงถึง 2 % ลดลงเหลือ 1 % แล้ว หมายความว่าเธอสามารถต้านทานเชื้อไวรัสได้ โยฮันจึงบอกให้เธอรอต่อไปจนกระทั่งผ่านมาอีก 15 นาทีอัตราการติดเชื้อของน้องสาวก็ลดเหลือ 0 % ไม่ต่างจากเขา
“ พี่ๆ หนูไม่ต้องเป็ซอมบี้แล้ว ” แอลลี่พูดด้วยท่าทางดีใจ ต่อจากนี้ไปเธอไม่ต้องกลัวว่าจะต้องติดเชื้ออีก อย่างไรก็ตามพี่ชายของเธอกลับดับฝัน ตราบใดที่มันมีโอกาสเต็ม 100 % หมายความว่าเธอจะเป็ซอมบี้ได้เช่นเดิม หากเธอถูกซอมบี้ระดับ 1 รุมโจมตีโอกาสจะติดเชื้อจนกลายเป็ซอมบี้ก็มีอยู่ ที่น่าวิตกไปกว่านั้นคือการที่พี่ของเธอพูดถึงเชื้อซอมบี้ระดับ 2 ให้ฟัง เธอจึงไม่กล้าที่จะใช้เล็บของซอมบี้ตัวสีแดงขีดข่วนบนร่างเพราะกลัวว่าเธอจะพ่ายแพ้ให้กับเชื้อซอมบี้เหมือนตอนที่ยังไม่ได้วิวัฒนาการ
“ งั้นแสดงว่าหนูต้องวิวัฒนาการอีกครั้งเพื่อให้ต้านทานเชื้อไวรัสซอมบี้ระดับ 2 อย่างนั้นเหรอ ”
“ คงจะเป็แบบนั้น ”
“ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าตอนนี้หนูกินอาหารแช่แข็งในตู้ของพี่ได้ใช่ไหม ขอแค่อย่ากินให้อัตราการติดเชื้อเพิ่มถึง 50 % ก็พอ ”
โยอันหันมองน้องสาว เขาจึงถอนหายใจเบาๆ ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่ได้ห้ามเพราะรู้ว่าอาหารหายาก ต่อให้อาหารภายในตู้แช่จะติดเชื้อจากการถูกเจาะไปแล้วก็ตาม ถ้าหากเธอสลายเชื้อไวรัสระดับ 1 ได้เขาก็ไม่มีสิ่งใดจะต้องห้ามเพราะเธออาจจะไม่ได้กินของอร่อยแบบนี้อีก.