ว่ากันว่า "แผลเก่าคือแผนที่ คนที่รู้ก็รู้ทันทีว่าจุดอ่อนของอยู่ที่ไหนแต่แผนที่แม่นยำได้แค่ ตอนที่สำรวจครั้งล่าสุด และครั้งล่าสุดนั้นคือชาติก่อน
ผืนดินนั้น เดินผ่านมาใหม่แล้วจุดอ่อนนั้น ถูกปิดมันด้วยมือตัวเองแล้ว แผนที่หมดอายุแล้ว แค่คนถือยังไม่รู้"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เสี่ยวอวิ๋นจื่อปรากฏตัวขึ้นที่กำแพงด้านตะวันตกของตำหนักชุดดำที่เขาสวมเสมอ ดวงตาสีเทาเข้มที่คมชัด
มาคนเดียว
คนในสำนักเมฆาดำสองคนที่อยู่ทิศตะวันตกหันมามองเขาและหยุดนิ่งในพริบตาในแบบที่หยุดเมื่อเห็นบางอย่างที่ไม่คาดคิด
เสี่ยวอวิ๋นจื่อส่งพลังงานออกมาสองสายในทันทีสายหนึ่งไปทางซ้าย สายหนึ่งไปทางขวาผลักคนทั้งสองออกไปจากแนวในแบบที่บอกว่าเขาทำงานนี้มาก่อนและรู้จุดอ่อนของพวกเขาดี
"เสี่ยวอวิ๋นจื่อ" เหวยหลิงเฟินพูดเสียงเย็นเมื่อเห็นเขา
"เหวยหลิงเฟิน" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดชื่อนั้นออกมาในแบบที่คนพูดชื่อสิ่งที่พวกเขาตัดสินใจแล้วว่าจะเผชิญเดินเข้ามาในลาน ผ่านการต่อสู้รอบ ๆ อย่างเงียบในแบบที่น่าแปลกใจในแบบที่บอกว่าเขารู้รูปแบบการต่อสู้ของทุกคนในลานนั้น
"เ้ามาช้า" เหวยหลิงเฟินพูด
"ข้ามาในเวลาที่ถูกต้อง" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดเสียงเรียบมายืนอยู่ข้างๆ อี้เหยียนและเทียนจวิน ในแบบที่บอกว่าเขาเลือกแล้วว่าจะยืนที่ไหน
"เ้าทรยศสำนัก" เหวยหลิงเฟินพูด
"ข้าจ่ายหนี้" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดตรง
"ด้วยการทรยศ"
"ด้วยการเลือก" เสี่ยวอวิ๋นจื่อแก้เสียงเรียบ "ในชาติที่สี่ข้าพเลือกผิดและแบกความผิดนั้นมาหลายชาติ ในชาตินี้ข้าเลือกใหม่นั้นคือทั้งหมดที่มี"
เหวยหลิงเฟินมองทั้งสามคนที่ยืนเรียงกันอี้เหยียน เทียนจวิน เสี่ยวอวิ๋นจื่อ สามคนที่เชื่อมกันในชาติก่อนในแบบที่ต่างกัน
"สามคน" เขาพูดเสียงเบา มีบางอย่างในน้ำเสียงนั้นที่อี้เหยียนอ่านออกว่ามันไม่ใช่การนับกำลัง แต่เป็บางอย่างที่ลึกกว่านั้น
"สามคนที่เลือกยืนฝั่งตรงข้ามเ้า" อี้เหยียนพูดเงียบ ๆ
เหวยหลิงเฟินเต็มกำลังและราคาของการไม่ยอม.....
เหวยหลิงเฟินส่งพลังงานออกมาเต็มกำลัง
ไม่ใช่พลังงานที่เขาส่งมาก่อนหน้านั้นเป็แค่ส่วนเล็ก ๆ ของสิ่งที่เขาสะสมมาหลายชาติ
พลังงานที่ออกมาตอนนี้นั้นดำและหนักในแบบที่แตกต่างดำในแบบที่ความโกรธที่ไม่ยอมจบมาหลายร้อยปีจะเป็หนักในแบบที่ทุกสิ่งที่เขาปฏิเสธและทุกสิ่งที่เขาไม่ยอมรับนั้นหนัก
อากาศในลานตำหนักเปลี่ยนในพริบตาอุณหภูมิลดลงห้าองศาในวินาทีเดียวต้นไม้ในสวนที่เห็นได้จากลานนั้นใบหยุดไหวพร้อมกัน
ภูติพิทักษ์สี่ดวงที่เมียวกิเรียกลงมาสั่นและถอยออกไปสามก้าว
ลูกศิษย์สำนักที่สู้อยู่รอบๆ รู้สึกถึงแรงกดดันและโซเซ
"ทุกคนถอยเข้าตำหนัก!" อี้เหยียนพูดเสียงดัง
ทุกคนถอยไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะรู้ว่าพลังงานนั้นไม่ใช่ระดับที่คนส่วนใหญ่รับได้
คนในชุดดำของสำนักเมฆาดำก็ถอยเช่นกันในแบบที่ลูกน้องถอยเมื่อผู้นำปลดปล่อยอะไรบางอย่างที่ไม่เลือกเป้าหมาย
ในลานนั้นเหลือแค่สี่คน
เหวยหลิงเฟินอี้เหยียน เทียนจวิน เสี่ยวอวิ๋นจื่อ
และเมียวกิที่บินวนอยู่เหนือหัวของอี้เหยียนขนตั้งชัน แต่ไม่ถอย
เทียนจวินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวก่อนที่อี้เหยียนจะก้าว
"ข้าก่อน" เขาพูดเสียงเงียบให้อี้เหยียนได้ยิน "อี้เหยียนเก็บพลังงานไว้เขาจะ้ามันทีหลัง"
อี้เหยียน้าบอกว่าไม่จำเป็แต่รู้ว่าเขาพูดถูก รู้ว่าถ้าเหวยหลิงเฟิน้าสถูปในแบบที่เขา้ามันจะต้องเป็อี้เหยียนที่รับมือกับการโจมตีสุดท้าย
อี้เหยียนพยักหน้า
เทียนจวินพุ่งเข้าหาเหวยหลิงเฟินดาบสีขาวในแสงเช้าที่สว่างขึ้น
เหวยหลิงเฟินรับด้วยพลังงานสีดำทั้งสองปะทะกันในอากาศ แสงขาวและดำแตกกระจายเป็ประกายในลาน
เสี่ยวอวิ๋นจื่อเข้ามาจากด้านข้างส่งพลังงานสีเทาเข้มออกมาสองสาย ไม่โจมตีตรง ๆแต่สร้างแรงกดดันจากสองทิศทำให้เหวยหลิงเฟินต้องแบ่งความสนใจ
สามคนรับมือหนึ่งคน
แต่หนึ่งคนนั้นสะสมพลังงานมาหลายชาติ
คลื่นพลังงานที่สองออกมาจากเหวยหลิงเฟินหนักกว่าคลื่นแรก ผลักเทียนจวินออกไปสี่ก้าว ผลักเสี่ยวอวิ๋นจื่อออกไปสาม
ทั้งสองไม่ล้มแต่โซเซ
คลื่นที่สามตามมาทันทีตรงมาที่อี้เหยียนที่ยืนอยู่
อี้เหยียนไม่ถอยยืนนิ่ง สถูปในมือซ้ายเรืองทองสูงสุดในแบบที่ไม่เคยเรืองในชาตินี้
แสงทองออกมาเป็โล่รับคลื่นพลังงานสีดำ
ปะทะกันในเสียงที่ดังในลานตำหนัก
แสงทองดันคลื่นดำดัน สองพลังงานต่อกัน
อี้เหยียนรู้สึกถึงแรงกดนั้นหนักในแบบที่ไม่เคยหนักมาก่อนในชาตินี้ สถูปในมือสั่นเล็กน้อย แล้วก็มีพลังงานอีกสายหนึ่งไหลเข้ามาจากด้านหลังเขาอบอุ่น สม่ำเสมอ มั่นคง
เทียนจวินวางมือบนไหล่ขวาของเขาส่งพลังงานเข้ามาในแบบที่เขาทำมาตลอด
อี้เหยียนรับมันเข้ามารวมกับพลังงานของสถูป ออกมาเป็สองเท่า
แสงทองสว่างขึ้น
คลื่นสีดำหยุดนิ่งแล้วก็ถอยออกไป
เหวยหลิงเฟินถอยสองก้าวเป็ครั้งแรกที่เขาถอย
ในพริบตาที่เหวยหลิงเฟินถอย...........
ลานเงียบ
อี้เหยียนยืนในแสงเช้าที่สว่างเต็มที่แล้วสถูปในมือซ้ายยังเรืองอยู่ มือขวาของเทียนจวินบนไหล่ขวาของเขายังอยู่
อี้เหยียนมองเหวยหลิงเฟิน
ชายที่เขาจำได้จากชาติก่อนชายที่เขาเคยรักในแบบหนึ่ง ชายที่แบกความโกรธมาหลายชาติจนมันกลายเป็ตัวตนของเขา
"ท่านแพ้แล้วในวันนี้" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "แต่ข้าไม่ได้บอกว่าต้องจบที่นี่"
เขามองอี้เหยียนดวงตาของเขาในแสงเช้านั้นมีบางอย่างที่ต่างออกไปจากตอนแรก ยังมีความโกรธอยู่แต่มีบางอย่างอื่นปะปนในนั้นที่เขาอ่านออก
บางอย่างที่อาจเรียกว่าความเหนื่อยถ้าเขายอมให้ตัวเองรู้สึก
"ความโกรธนั้นไม่ได้ทำให้เ้าได้สิ่งที่้า" อี้เหยียนพูดต่อ "ในทุกชาติที่ผ่านมาท่านโกรธและโกรธและโกรธต่อไป แต่สิ่งที่ท่าน้าจริง ๆ นั้นความโกรธให้ไม่ได้"
"เ้ารู้ว่าข้า้าอะไร?" เขาถามเสียงนั้นต่ำกว่าปกติ
"เ้า้าได้ยินว่าการที่เซี่ยิเลือกนั้นไม่ใช่เพราะดูถูกเ้า" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "อี้เหยียน้าให้คนรู้ว่าเ้าแข็งแกร่งพอไม่ใช่เพราะเ้า้าอำนาจ แต่เพราะเ้าไม่อยากรู้สึกอีกครั้งว่าตัวเองเป็คนที่้าการช่วยเหลือ"
เหวยหลิงเฟินยืนนิ่ง
"สิ่งที่ข้าพูดนั้นถูกต้องหรือเปล่า?" อี้เหยียนถามเบา ๆ
เขาไม่ตอบทันทีในความเงียบนั้นมีบางอย่างที่หนักมากกว่าพลังงานสีดำทั้งหมดที่เขาปล่อยออกมา
แล้วก็หันออกไป
"วันนี้ข้าถอย" เขาพูดเสียงเรียบ ไม่ยอมรับ ไม่ปฏิเสธแค่พูดข้อเท็จจริง "แต่เื่นี้ยังไม่จบ"
เขาเดินออกไปจากลานตำหนัก
คนในชุดดำที่เหลืออยู่ตามเขาออกไปในทันทีเงียบและเร็วในแบบที่บอกว่าพวกเขาฝึกมาเพื่อทำตามสัญญาณของผู้นำ
ในไม่นานลานตำหนักเมฆาหล่นก็ว่างเปล่าจากสิ่งที่มาจากภายนอก
หลังการต่อสู้สิ่งที่เหลืออยู่..........
ลานตำหนักเมฆาหล่นในแสงเช้าที่สว่างเต็มที่
ทุกคนออกมาจากตำหนักทีละคนตรวจดูาแและความเสียหาย ลูกศิษย์สำนักสามคนมีาแเล็กน้อยซวินฮัวไหล่ซ้ายฟกช้ำจากการรับแรงปะทะ แต่ไม่มีใครได้รับาเ็หนัก
เซินเหมยเดินดูแลทุกคนอย่างเป็ระบบจัดการาแในแบบที่นางจัดการทุกอย่าง เรียบและมีประสิทธิภาพ
จางเว่ยบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นทุกรายละเอียดในสมุดเขียนด้วยความเร็วในแบบที่บอกว่าเขากังวลว่าจะลืมบางอย่างก่อนที่จะเขียนได้
อี้เหยียนยืนอยู่กลางลานมองรอบ ๆ ตรวจดูความเสียหาย สถูปในมือยังเรืองอยู่เบา ๆ
ไม่มีความเสียหายที่ตำหนักเองผนังยังอยู่ ประตูยังอยู่ สวนสมุนไพรข้างหลังยังอยู่
เมียวกิลงมาเกาะที่ไหล่ซ้ายของอี้เหยียนวางหัวลงบนแก้มของเขาสักวินาทีในแบบที่มันทำเมื่อมันรู้สึกว่าผ่านบางอย่างที่หนักมาด้วยกัน
เขาลูบหลังมันช้าๆ
เทียนจวินเดินมาข้างๆอี้เหยียน ในมือมีชาสองถ้วยที่เขาชงมาโดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ วางถ้วยหนึ่งไว้ข้างอี้เหยียนบนราวระเบียงที่ใกล้ที่สุด
อี้เหยียนรับโดยไม่พูดอะไรดื่มสักคำ
"เ้าเป็ยังไง?" เขาถาม
"ข้าไม่เป็ไร" อี้เหยียนพูดในแบบที่เขาพูดเสมอ แล้วก็เพิ่ม "และขอบคุณที่อยู่ข้างหลัง"
"ข้าบอกแล้วว่าจะดูแลหลังให้เ้าตลอดไป" เขาพูดเสียงเบามุมปากขยับขึ้นเล็กน้อย
"เ้าพูดตอนที่ป่าสนทางเหนือ" อี้เหยียนพูดจำได้แม่นยำ
"และข้ายังพูดอยู่" เขายืนยัน
เสี่ยวอวิ๋นจื่อหลังจากทุกคนแยกย้าย.....
เสี่ยวอวิ๋นจื่อยืนอยู่ที่มุมลานรอในแบบที่คนรอเมื่อพวกเขาไม่แน่ใจว่าจะได้รับการต้อนรับหรือเปล่า
เมื่อทุกคนสงบลงพออี้เหยียนเดินไปหาเขา
"ท่านตัดพันธะและมาได้ยังไง?" อี้เหยียนถาม
"ข้าเดินทางหลายวัน" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "หลังจากตัดพันธะแล้วข้าไม่มีที่ไป แต่รู้ว่าต้องมาที่นี่ก่อน สำนักเมฆาดำตามมาด้วยแต่ข้ามาถึงก่อนพวกเขาเพียงเล็กน้อย"
"เ้าเสี่ยงมาก" อี้เหยียนพูด
"ข้าเป็หนี้" เขาพูดตรง "และหนี้ต้องจ่าย"
อี้เหยียนมองเขาสักพัก
"เ้าจะอยู่ที่ไหน?"
เสี่ยวอวิ๋นจื่อเงียบสักพัก
"ข้าไม่รู้" เขาพูดตรง
อี้เหยียนมองออกไปที่ตำหนักรอบๆ สักพัก
"ห้องเก็บของฝั่งใต้ว่างอยู่" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
เขามองอี้เหยียนในดวงตาสีเทาเข้มนั้นมีบางอย่างที่อ่อนลงในแบบที่เขาไม่ค่อยอ่อน
"ชั่วคราว" อี้เหยียนพูดต่อก่อนที่เขาจะพูดอะไร "จนกว่าท่านจะตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อ"
"ขอบคุณ" เขาพูดเสียงเบา ในสองคำนั้นมีน้ำหนักมากกว่าสองคำ
เทียนจวินที่ยืนอยู่ข้างๆมองเสี่ยวอวิ๋นจื่อสักพัก แล้วก็พูดเสียงเบา
"ข้าขอบคุณที่มา"
เสี่ยวอวิ๋นจื่อมองเทียนจวินทั้งสองมองกันในแสงเช้าในแบบที่สองคนที่มีประวัติซับซ้อนจากชาติก่อนมองกันเมื่อพวกเขาเริ่มต้นบางอย่างใหม่ในชาตินี้
"ข้าควรมาตั้งนานแล้ว" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดเสียงเบา
บ่ายของวันเดียวกันสิ่งที่ยังไม่จบ.....
บ่ายของวันนั้นตำหนักเมฆาหล่นในแสงที่เริ่มปกติขึ้น
อี้เหยียนนั่งอยู่ในสวนสมุนไพรหลังตำหนักต้นไม้ทุกต้นยังอยู่ในแบบที่ดีอยู่ การต่อสู้ไม่ได้แตะสวนนี้
เขานั่งมองสวนในแสงบ่ายที่คุ้นเคย
เทียนจวินมาและนั่งลงข้างๆในแบบที่เขามาเสมอ
"เขาจะกลับมา" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
"รู้" เขาพูด
"และครั้งหน้าอาจหนักกว่านี้"
"รู้เหมือนกัน"
"เ้าไม่กังวล?" อี้เหยียนถาม
"กังวล" เขาตอบตรง "แต่ไม่กลัว ต่างกัน"
อี้เหยียนมองเขา
"เ้าพูดสิ่งที่ข้าพูดกับตัวเองเสมอ" อี้เหยียนพูดเสียงเบา
"ข้าเรียนรู้จากเ้า" เขาพูดเสียงอ่อนโยน
ทั้งสองนั่งอยู่ในสวนสักพักในความเงียบที่สมบูรณ์
"เ้าพูดบางอย่างกับเหวยหลิงเฟินที่ข้าไม่คาดคิดว่าจะพูด" เขาพูดเสียงเบา
"อะไร?"
"เ้าบอกว่าเ้าไม่รู้ว่าการที่เซี่ยิเลือกนั้นถูกหรือผิดสมบูรณ์แบบ" เทียนจวินพูด "เ้าไม่ปกป้องไม่โต้แย้ง แค่พูดความจริงในแบบที่ซับซ้อน"
"มันซับซ้อนจริง ๆ" อี้เหยียนพูด "ข้าจ่ายราคาแทนคนที่รักโดยไม่ถามนั้นเป็ทั้งการรักและการที่ไม่เคารพอำนาจของเขาในการตัดสินใจชะตากรรมตัวเองพร้อมกันข้าไม่รู้ว่าในชาตินั้นข้าถูกหรือผิด"
"แต่เ้ายังทำซ้ำอีกครั้งในตอนนั้น" เขาพูด "ถ้าย้อนเวลากลับไปได้"
อี้เหยียนนิ่งอยู่กับคำถามนั้นนาน
"ข้าไม่รู้" อี้เหยียนพูดในที่สุด "และนั้นคือคำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุด"
เขาพยักหน้าช้าๆ รับคำตอบนั้น
"ข้าารู้ว่าในชาตินี้เ้าไม่ทำแบบเดียวกัน" เขาพูดเสียงเงียบ
"รู้ได้ยังไง?"
"เพราะเ้าบอกข้าเสมอ" เขาพูด "ทุกครั้งที่มีอะไรสำคัญเ้าบอกข้า ไม่ตัดสินใจคนเดียวในสิ่งที่เกี่ยวกับเราสองคน"
อี้เหยียนมองเขาสักพักในดวงตาสีทองนั้นอ่านใบหน้าของเขา
"ข้าพยายาม" อี้เหยียนพูดเสียงเบา
"ข้ารู้" เขาพูด "และนั้นเพียงพอแล้ว"
เมียวกิบินลงมาเกาะที่ไหล่ซ้ายของอี้เหยียนกวัดหางหนึ่งครั้งในแบบพอใจ แล้วก็หลับตาลง
แสงบ่ายในสวนสมุนไพรของตำหนักเมฆาหล่นยาวออกไปในแบบที่แสงที่ดีจะยาวช้าและอบอุ่น บนดินที่เขารู้จัก ข้างต้นไม้ที่เขาปลูก ข้างคนที่เลือกอยู่ที่นั่น
"เขามา พกสิ่งที่เ้าเคยให้เขาไว้ทั้งหมด แผลเก่าคำเก่า ใบหน้าเก่า เขาคิดว่าสิ่งเ่าั้คืออาวุธ
แต่สิ่งเ่าั้ คือสิ่งที่เ้าไม่้าแล้วั้แ่ชาติก่อน คือสิ่งที่เ้าวางลงด้วยมือตัวเองคือสิ่งที่เ้าให้คนที่ชงชาสองถ้วยทุกเช้า ช่วยวางลงเบาๆ ให้
ดังนั้นสิ่งที่เขาพกมาจึงไม่ใช่อาวุธ แต่คือหลักฐานที่ดีที่สุดของชาตินี้ว่า
สิ่งที่เ้าคิดว่าปล่อยไม่ได้ตลอดกาล เ้าปล่อยได้แล้ว
และสิ่งที่เ้าถืออยู่ในมือตอนนี้ สำคัญกว่าสิ่งเ่าั้มากนัก"
..สุสาส์นราคะ..