เฉินิ มองไปยังคนที่กำลังพูดกับเขาในขณะที่คนคนนั้นกำลังง่วนอยู่กับการเก็บข้าวของอยู่
ส่วนเฉินเจียลี่หลังจากที่เชิญเฉินิเข้ามาภายในห้อง เขาก็เดินไปหยิบพัด แล้วออกจากห้องไป เหลือเพียงเฉินิกับเว่ยซินเหลียน ดูท่าเฉินเจียลี่จะไม่อยากสนทนากับเขาสักเท่าไหร่
"เฮ้ย ... เสร็จสักที ...ไม่รู้จะเอาอะไรมาเยอะแยะ" เว่ยซินเหลียนทำทีเหมือนกับจะบ่นให้ตัวเองแต่แท้จริงนั้นไม่ใช่ เขาบ่นให้กับตัวละครที่มีชื่อเดียวกันกับเขาต่างหากละ
เฉินิได้แต่นั่งมองดูเขาเก็บข้าวของไปและบ่นให้กับตัวเองไป
พลางคิดในใจ
(ข้า กับท่านพี่ไม่ได้อยู่ห้องนอนเดียวกันไม่เป็ไร แต่เหตุใด ท่านต้องมาอยู่ห้องเดียวกันกับเขาด้วย ...)
"พี่เก็บของเสร็จแล้ว่บ่ายนี้เราไม่ต้องเข้าชั้นเรียน ถ้างั้นเราออกไปหาของกินกันดีกว่านายหิวยั้ง"
"่บ่ายหรือขอรับ ... มัน หมายถึงยามเว่ย[1]ใช้หรือไม่ขอรับ? " เฉินิถามด้วยความสงสัย
"อือ ... ยามเว่ยนั้นล่ะ เอ๋ ...เ้าเปลี่ยนเสื้อแล้ว" เว่ยซินเหลียน มองไปที่เฉินิที่ตอนนี้ดูดีมาก
"ท่านหมายถึงชุดนี้หรือขอรับ"เฉินิมองดูตัวเอง
"อือ .. ใช้ได้นี้หน้าตาน่ารักเลยนะเรานะ" เว่ยซินเหลียนพูดไป ยื่นมือออกไปบีบแก้มของเด็กน้อย
"อะ ... ท่านพี่ ท่านจะทำอะไร"เฉินิ พยายามจะหลบมือของเว่ยซินเหลียน แต่ก็หลบไม่พ้น เขายังโดนบีบอยู่ดี
"พี่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลยงั้นนายรอพี่อีกแป๊บนะ พี่ขอเปลี่ยนชุดให้เหมือนนายก่อน"เว่ยซินเหลียนมองดูเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่มันยังเป็ชุดเดิมที่เขาใส่ออกมาจากบ้านในวันที่เดินทางมายังสำนักวันแรก
"ขอรับ ท่านพี่ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ขอรับ"เฉินิบอกกล่าวเว่ยซินเหลียน
เว่ยซินเหลียน เดินไปยังฉากกั้นทางด้านหลังของห้องเพื่อเปลี่ยนชุดที่ทางสำนักจัดเตรียมไว้ให้เหล่าบรรดาศิษย์ใหม่ใส่กัน เนื้อผ้าดูเหมือนจะหนา แต่ก็มีความพลิ้วไหว ลื่นมือ แถมยังใส่สบาย ไม่ร้อน แต่อบอุ่นดี
เฉินิมองไปยังคนที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเขาเห็นเสื้อตัวเก่าของเว่ยซินเหลียนถูกฟาดไปยังฉากกั้น ไม่นานเว่ยซินเหลียนที่เปลี่ยนเสื้อชุดใหม่เสร็จเรียบร้อยก็เดินออกจากฉากหลังมา
เฉินิมองดูบุรุษ (ท่านใช่บุรุษจริงหรือ?)ที่สวมชุดศิษย์ใหม่เหมือนกันกับเขา แต่มันดูเข้ากับท่านพี่เป็อย่างมากเสื้อตัวในสีขาวถูกสวมทับด้วยเสื้อตัวนอกสีเขียวน้ำทะเลในขณะที่ผมของเว่ยซินเหลียน ถูกปล่อยสยายยาวจนเลยสะโพก ปกคลุมทั้งแผ่นหลังสีดำของเส้นผมตัดกับสีเสื้ออย่างลงตัวมันยิ่งขับส่งใบหน้าของบุรุษผู้นี้ให้งดงามราวภาพวาด
(มันดูเข้ากับท่านพี่จริง ๆช่างงดงามยิ่งนัก)
"ผมของท่านพี่ ... "เฉินิมองไปยังเว่ยซินเหลียน พร้อมกับถามเกี่ยวกับผมที่ไม่ได้จัดการรวบให้เรียบร้อยอย่างแต่กลับปล่อยสยาย
"เอ่อ ... จะว่าไงดีละ ... พี่ทำผมอย่างพวกนายไม่เป็นะ... " เว่ยซินเหลียนบอกอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไรดีก็เขาทำผมของคนในยุคนี้ไม่เป็จริง ๆ นี้นา
(ไอ้เ้าเว่ยซินเหลียนในเื่ดันเป็ลูกคุณหนู บรรดาบ่าวไพร่ทำให้ซะจนเคยตัว จนตอนนี้ทำอะไรก็ไม่เป็ เื่อื่นฉันยังพอทำได้แต่ไอ้เื่ผมนี้สิ ... แล้วยิ่งผมยาวอีก มันดูแลยากจริง ๆ เฮ้ย) เว่ยซินเหลียนพลางคิดในใจพร้อมยิ้มน้อย ๆ ให้เฉินิ
รอยยิ้มของเขายิ่งทำให้เฉินิรู้สึกใจเต้นไม่เป็จังหวะเด็กน้อยรู้ว่าเขาคิดอะไร
"ท่านพี่ทำผมไม่เป็หรือขอรับ?"
"จะว่าไงละ ที่บ้านพี่มีคนคอยทำผมให้ทุกวันจนพี่ชายคนนี้ทำผมไม่เป็"
"เออ ... พี่ลืมบอกนายไปพี่มาจากตระกูลเว่ยที่ร่ำรวยนะ พ่อพี่รวยมากจนไม่ยอมให้พี่ทำอะไรเอง ดังนั้นพี่เ้าคนนี้จึงมีคนเคยทำทุกอย่างให้เ้ามีอะไรก็บอกพี่ชายคนนี้ได้นะ พี่ชายยินดีช่วยเ้าเต็มที่"เว่ยซินเหลียนบอกที่มาของเขาเล็กน้อยเกี่ยวกับเหตุผลที่เขาทำผมไม่เป็และบอกว่าเขาพร้อมจะดูแลน้องชายเพราะถึงอย่างเราเขาก็ถูกส่งมาเป็ผู้ช่วยเฉินิอยู่แล้ว
ในนิยาย เขาช่วยเหลือเฉินิอย่างเต็มใจแต่เฉินิกลับไม่มีความจริงใจ อาศัยความน่ารักน่าสงสารทำให้เว่ยซินเหลียนเห็นใจและช่วยเหลือ
แต่นี้เขารู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็อะไร และเด็กคนนี้ก็เป็ตัวอันตรายแต่จะว่าอย่างไรละ เขาก็ต้องเป็ผู้ช่วยอยู่ดี งั้นก็ช่วยๆ ไปนั้นล่ะส่วนจะหลอกใช้หรือไม่ ก็รู้ๆ อยู่ว่าหลอกใช้
การที่เขาช่วยเหลือตัวร้ายโดยรู้ว่าหลอกใช้จะบอกว่าเขาถูกหลอกใช้คงจะไม่ใช่ ดังนั้น เขาจะพยายามช่วยละกัน เอาตามวิธีของเขาด้วยระบบบอกเอาไว้อยู่ว่า (ฉันสามารถช่วยตัวร้ายยังไงก็ได้)
"ออ ... อย่างนี้นี่เอง ... งั้นข้าช่วยท่านพี่รวบผมให้นะขอรับ ... " เฉินิถือโอกาสช่วยเหลือ
"ออกไปอย่างนี้ก็ได้ข้าว่ามันก็สบายหัวดีนะ แต่ก็รู้สึกไม่ชินนิดหน่อยนะเดียวพรุ่งนี้นายค่อยสอนพี่รวบผม ถึงยังไงวันนี้ก็ไม่ได้เรียนแล้ว"เว่ยซินเหลียนี้เีรวบผม
"ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจท่านพี่ขอรับ"
"เ้าอยากกินอะไรเป็พิเศษหรือเปล่า"เว่ยซินเหลียนถาม
"ไม่มีอะไรพิเศษขอรับท่านพี่ที่สำนักนี้ห้องครัวจัดเตรียมอะไรไว้ให้ เราก็ต้องกินตามนั้นนะขอรับ"เฉินิบอกเว่ยซินเหลียน เกี่ยวกับเื่ของอาหาร
"อ้าวเหรอ ... อย่างนี้ก็ไม่อร่อยนะสิ... " เว่ยซินเหลียนบ่นเล็กน้อย
"แล้วหากเราทำอาหารเองทางสำนักจะว่าอะไรไหม? " เว่ยซินเหลียนถามเฉินิ
"อ่อ ...อันนี้ข้าก็ไม่ทราบขอรับท่านพี่" เฉินิตอบตามความจริง
"ข้ารู้แล้วว่าจะถามใคร ... ปะเราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า"ว่าแล้วเว่ยซินเหลียนก็เดินนำหน้าเฉินิออกจากห้องไป
เขาเดินไปตามทางเดินของลานและมองหาใครคนหนึ่งที่เขา้าพบในตอนนี้เพื่อสอบถามเื่ที่เขาสงสัย
จนกระทั่งเขาเห็นเป้าหมายของเขา นั้นคือ
"คุณชายเฉิน ขอถามอะไรหน่อยสิ"เว่ยซินเหลียนเอ่ยปากถามทันทีเมื่อเห็นบุคคลที่เขา้าพบตัว
"บุรุษที่กำลังนั่งดีดฉินอยู่ใต้ต้นดอกท้อเงยหน้ามองไปยังเสียงคนที่กำลังจะตั้งคำถาม
"ท่านมีอะไร้าถามข้า ว่ามา"ท่าทีเฉยเมย เ็าของคุณชายเฉินมองไปยังเว่ยซินเหลียน และเหลือบมองไปยังเด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆเขา
(เขาช่างเป็ชายหนุ่มรูปงามจริง ๆ) เว่ยซินเหลียนคิดพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งอยู่อย่างไม่ขยับเขยื้อน
เฉินเจียลี่ เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังถามเขานั้นคือบุรุษคนที่มีระดับปราณเท่าเทียมกับเขา และยังมีปราณธาตุถึง 4 ธาตุ และเมื่อเขาเห็นใบหน้านั้นเต็มตาความใก็พลันเกิดขึ้น
นั้นเพราะบุรุษที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้กลับไม่ได้รวบผมอย่างบุรุษทั่วไป คนคนนี้กลับปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังของเขาใบหน้าที่มีผมปกปิดเป็บางส่วน สีดำขลับของเส้นผมตัดกับใบหน้าขาวนวล ร่างที่บอบบางสูงโปร่ง ที่ตอนนี้เขาสวมชุดศิษย์ใหม่ของสำนักฟ้าดิน มีเป็สีเขียวอ่อนน้ำทะเลยิ่งทำให้คนคนนี้งดงามราวภาพวาด
แต่ตอนนี้ เขากำลังเป็อะไรใบหน้าที่เริ่มไออุ่นๆ เกิดขึ้น จากที่เคยขาวซีด กลับมีสีชาด[2] ขึ้นระหว่างแก้มทั้งสอง (เกิดอะไรขึ้นกับข้า)
"อะ ... นี้เ้า .... ผมของเ้า ..." เฉินเจียลี่พูดอะไรไม่ออก ณ ตอนนี้
"ผมของข้า มันทำไมเหรอ ... " เว่ยซินเหลียนมองดูที่ผมของตนเอง และย้อนกลับไปมองเฉินเจียลี่อีกครั้ง
"เ้าทำไมไม่รวบผมให้เรียบร้อยบุรุษจะปล่อยเรือนผมให้เหมือนสตรีได้อย่างไร" เฉินเจียลี่ พูดสิ่งที่สังคมสมัยนี้จักต้องทำโดยเฉพาะบุรุษที่ต้องจัดการกับผมของตนเอง
"เอ๋ ... ข้าเหมือนผู้หญิงเหรอ ...ไม่นาๆๆๆ .... เ้าดูให้ดีๆ สิ ข้านะ ผู้ชายทั้งแท่งเลยนะ" เว่ยซินเหลียนยื่นใบหน้าของเขา เข้าไปใกล้เฉินเจียลี่จนตอนนี้ใบหน้าของเฉินเจียลี่แดงหนักกว่าเดิม มันลามไปที่ใบหูของเขาด้วย
"นี้เ้า เอาใบหน้าของเ้าออกไปไกลๆข้า จะยื่นมาทำไมกัน คำพูดคำจาช่างแปลกยิ่ง และไร้ยางอายยิ่งนัก"เฉินเจียลี่พยายามเอนกายของตนเองให้ห่างจากเว่ยซินเหลียน ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามรักษาความเ็าของดวงตาเอาไว้ได้ยกเว้นใบหน้าของเขาที่ควบคุมสีของมันไม่ได้
"เ้ามีเื่อะไร จะถามอะไรข้ารีบถามมาเร็วเข้า ข้าจักต้องฝึกปราณต่อ" เฉินเจียลี่ถามในสิ่งที่เว่ยซินเหลียนเรียกเขาในตอนแรก
"เ้าเป็คุณชายแห่งสำนักฟ้าดิน ...ข้าอยากจะถามว่า ข้าสามารถทำอาหารกินเองได้ไหม"
"อือ ... มิได้มีกฎห้ามไว้ท่านสามารถทำได้ ยกเว้นการดื่มสุรา กฎต่างๆ ของสำนักท่านต้องท่องให้ขึ้นใจ"เฉินเจียลี่บอกเื่ที่เว่ยซินเหลียน้าทราบ แถมด้วยเื่ที่เป็ข้อห้ามและการท่องกฎของสำนัก
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันนั้น
ทางด้านเฉินิที่ที่สังเกตคนทั้งคู่ เขาเห็นท่าทางของเฉินเจียลี่ที่ตระหนกในตอนที่เห็นเว่ยซินเหลียนยื่นใบหน้าเข้าหาอย่างใกล้ชิด และแก้มของเฉินเจียลี่ที่เริ่มมีสีชาดขึ้นเล็กน้อย จนมันลามไปถึงใบหู สายตาของเด็กน้อยเริ่มแหงนขึ้นมองไปยังใบหน้าของบุรุษที่อยู่อยู่ข้างๆเขาทันที
(ท่านจะยิ้มอย่างนี้กับทุกคน หรือขอรับ?... แล้วการยื่นใบหน้านั้นด้วย ....) ยังไม่ทันที่เฉินิจะคิดจนจบ
"เ้าทำอาหารเป็ด้วยหรือ"เสียงของหญิงสาวดังมาจากข้างหลัง
เว่ยซินเหลียนและเฉินิหันไปมองยังเ้าของเสียงทันที
หมายเหตุ
[1] ยามเว่ย คือ 13.00 -14.59 น.
[2] สีชาด คือ สีเืหรือสีแดง