บทที่ 6 กล่องปรุงยาสัตตะดาราและยาเม็ดะเิิญญาระดับมนุษย์
เมื่อเห็นสมบัติที่อยู่ข้างในผนึกจันทราและผนึกดาราดวงตาของเย่อู๋เชวียก็เปล่งประกายสดใส
เขาพอจะเดาได้บ้างแล้วว่าลูกแก้วสีแดงเพลิงที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมคืออะไรดังนั้นเขาจึงเดินไปที่กล่องสีเข้มก่อนเพราะของสิ่งนี้เป็สิ่งที่กระตุ้นความสนใจของเขามากที่สุด
เย่อู๋เชวียวางมือขวาของเขาเบาๆบนพื้นผิวของกล่องดำ สิ่งแรกที่เขารู้สึกคืออุณหภูมิของวัตถุซึ่งค่อนข้างเย็นกว่าปกติเล็กน้อยเขาใช้มือขวาหมุนวนอย่างช้าๆ เพื่อัักับพื้นผิวของกล่องสีดำจนทั่ว
“มีทั้งความอุ่นและเย็นพื้นผิวดูเหมือนเรียบมากแต่ก็มีส่วนหยาบอยู่เล็กน้อยตัวกล่องนี้ทำมาจากวัสดุชนิดใด ทำไมถึงมีความรู้สึกขัดแย้งกันเช่นนี้”
เย่อู๋เชวียพลิกกล่องไปมาด้วยความสงสัย
“ยาวประมาณสิบสี่นิ้ว กว้างประมาณห้านิ้ว สีดำสี่เหลี่ยม และเกือบจะไร้น้ำหนัก นี่คืออะไรกันแน่”
เมื่อมองดูกล่องสีดำยาวในมืออย่างระมัดระวังแม้ว่าจะมองไม่เห็นอะไรเลย แต่มันทำให้เย่อู๋เชวียรู้สึกแปลกมากเพราะตามสายตาที่เขาคาดคำนวณแล้วของสิ่งนี้น่าจะมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่าสิบจินแต่มันกลับเบาหวิวราวขนนก
“หือ? ดูเหมือนจะมีลวดลายบางอย่างสลักอยู่ด้านหลัง?”
เมื่อพลิกกล่องเย่อู๋เชวียก็พบกับลวดลายบางอย่างที่อีกด้านหนึ่งของกล่อง
“กงเ้าคิดว่าลวดลายเหล่านี้ดูเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าหรือไม่? มันมีความเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า!”
“นี่คือ ดาวไถใหญ่”
กงกล่าวช้าๆ หลังจากเงียบเป็เวลานาน
เมื่อได้ยินคำพูดของกงดวงตาของเย่อู๋เชวียก็มีความระมัดระวังเล็กน้อย“ไม่น่าแปลกใจเลยที่ลวดลายรูปดาวทั้งเจ็ดนั้นค่อนข้างดูคุ้นเคยสำหรับข้าดูเหมือนว่าผู้ที่สร้างกล่องใบนี้จะสลักลวดลายดาวไถใหญ่ไว้บนนั้นั้แ่กระบวนการขึ้นรูปแต่เขาทำมันได้อย่างไร?”
เมื่อเห็นกลุ่มดาวไถใหญ่ปรากฏอยู่บนกล่องดวงตาของเย่อู๋เชวียก็จับจ้องไปยังตำแหน่งเทียนซูซึ่งเป็ดาวดวงแรกในกลุ่มดาวไถใหญ่โดยไม่รู้ตัวและดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นทันที!
ในขณะนี้มีแสงถูกปลดปล่อยออกมาจากกล่องสีดำราวกับดาราจักรที่เจิดจรัสดวงดาวนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นรอบตัวของเขาและกลิ่นอายที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นดูเหมือนจะผ่านกาลเวลาอันยาวนานอย่างไม่รู้จบ!
บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนี้ได้มีดวงดาวที่สว่างสดใสเจ็ดดวงเชื่อมต่อกันเป็แนวเดียวและรัศมีที่เปล่งออกมานั้นทำให้เย่อู๋เชวียเกิดความตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดเพราะพวกมันคือดาวไถใหญ่!
“ดาวไถใหญ่พิฆาตเทพ!ดวงดาวทั้งเจ็ดดวงเชื่อมต่อกันกลายเป็เส้นทางโบราณอันยิ่งใหญ่ไม่รู้จบ!”
ในเวลาเดียวกันเสียงที่เก่าแก่คล้ายกับสะท้อนมาจากยุคโบราณก็ดังขึ้นในหัวของเย่อู๋เชวีย!
“ซ่า!”
ดวงตาของเย่อู๋เชวียปะทะกับแสงที่เจิดจ้าจนเขาต้องหลับตาลงอย่างรวดเร็วเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งเย่อู๋เชวียพบว่าเขายังอยู่ในถ้ำและทุกสิ่งทุกอย่างได้หายไปแล้ว
“มันคืออะไรกันแน่?”
เย่อู๋เชวียตกตะลึงเมื่อมองไปยังกล่องสีดำยาวในมือ ดวงตาของเขาก็ส่องประกายแวววาวอีกครั้ง
“กล่องปรุงยาสัตตะดาราเป็กล่องปรุงยาสัตตะดาราจริงๆ!ก่อนหน้านี้ทะเลแห่งจิติญญาของเ้าสั่นะเืไม่รู้จบจากนั้นเ้าก็ตกอยู่ในสภาพแปลกประหลาดดูเหมือนว่าสถานการณ์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นจากกล่องสีดำที่อยู่ในมือของเ้า”
คำพูดของกงฟังดูแปลกประหลาดเล็กน้อยเขาอาศัยอยู่ในทะเลจิติญญาของเย่อู๋เชวีย เขาจะไม่สังเกตเห็นสิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้อย่างไร?
จากนั้นเย่อู๋เชวียจึงบอกเล่าฉากเมื่อสักครู่นี้ให้กงฟัง
“ดาวไถใหญ่พิฆาตเทพเจ็ดดวงดาวเชื่อมต่อกันเป็เส้นทางโบราณ? นี่ดูเหมือนจะเป็ปริศนาของจักรวาลกล่องปรุงยาสัตตะดาราและข้าถูกผนึกไว้ในผนึกสุริยัน จันทรา และดาราเป็ไปได้ไหมว่าตัวข้าและเ้าของกล่องปรุงยาสัตตะดาราจะมีความเกี่ยวข้องกัน?หรือว่าในอดีตข้าเคยเป็เ้าของกล่องปรุงยาสัตตะดารา? แล้วข้ามาจากไหน?”
เย่อู๋เชวียได้ยินการคาดเดาของกงเขาก็คิดว่าเื่นี้มีโอกาสเป็ไปได้อย่างยิ่งแต่กล่องปรุงยาสัตตะดาราเป็สมบัติระดับจักรวาลมันเป็ไปได้จริงหรือที่กงจะเป็เ้าของสมบัติชิ้นนี้?
หลังจากนั้นเย่อู๋เชวียก็เริ่มสำรวจกล่องปรุงยาอย่างจริงจังอีกครั้งเขาพบว่ากล่องใบนี้ถูกสร้างขึ้นโดยไร้รอยต่อคล้ายกับถูกหล่อหลอมและขึ้นรูปในครั้งเดียว ยกเว้นปุ่มกลมเล็กๆสองปุ่มทางด้านซ้ายและขวา กล่องใบนี้แทบจะไม่มีลักษณะแปลกใดๆ เลย
“ต้องมีความลับอยู่ในกล่องปรุงยาสัตตะดาราแม้ว่าวันนี้ข้าจะยังหามันไม่พบแต่สักวันหนึ่งข้าจะไขความลับเื่นี้อย่างแน่นอน”
เย่อู๋เชวียกล่าวอย่างเงียบๆและกงก็พยักหน้าเห็นด้วยมันดูไม่ใช่เื่ที่ฉลาดสักเท่าไรหากตอนนี้พวกเขาพาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่ที่อยู่ไกลตัวมากเกินไป
“มีกล่องปรุงยาสัตตะดาราอยู่ในผนึกจันทราและข้างๆ นี้คือยาอะไร?”
หลังจากเก็บกล่องปรุงยาสัตตะดาราไว้ในอกเสื้อเย่อู๋เชวียก็เหลือบมองไปอีกด้านหนึ่งที่นั่นมีเม็ดยาขนาดเท่าหัวแม่มือที่ปลดปล่อยแสงสีแดงสดใสออกมาอย่างต่อเนื่อง
กลิ่นหอมของมันทำให้เย่อู๋เชวียรู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัวจากนั้นร่างกายของเขาก็ดูเหมือนจะถูกดึงดูดเข้าหาเม็ดยานี้โดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้ในขณะนั้นจิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของเขาดูเหมือนจะเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเล็กน้อยและเย่อู๋เชวียมีความ้าที่จะกลืนกินเม็ดยานั้นทันที
เขาเอื้อมมือเข้าไปในกลุ่มแสงสีแดงที่ลุกเป็ไฟอย่างไม่รอช้าเย่อู๋เชวียรู้สึกว่าเขากำลังัักับวัตถุทรงกลมเล็กๆที่ปลดปล่อยความอบอุ่นออกมาอย่างไม่รู้จบ
“มันเป็เม็ดยาจริงๆ!” เย่อู๋เชวียอุทานด้วยความตื่นเต้น
แสงสีแดงที่ส่องประกายระยิบระยับนี้เป็เม็ดยาอย่างแท้จริง
“เม็ดยานั้นถูกจำแนกออกตามระดับแต่ละระดับจะแบ่งเป็ชั้นบน กลาง และล่างเม็ดยาที่ตระกูลมู่หรงมอบให้ลูกหลานในตระกูลใช้เพื่อบ่มเพาะมักจะเป็เพียงเม็ดยาระดับหนึ่งซึ่งอยู่ระดับล่างสุดยาเหล่านี้มีคุณค่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นอย่างไรก็ตามหากทายาทของตระกูลมู่หรงคนใด้ายาพวกนี้พวกเขาจำเป็ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการแลกเปลี่ยนนั่นเป็เหตุผลให้ทุกคนต่างใช้ความพยายามเป็อย่างมากในการทดสอบประจําเดือนหนึ่งคือการทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเอง สองก็เพื่อให้ได้รับยาในปริมาณที่มากขึ้นและสุดท้ายความห่างชั้นระหว่างผู้ที่แข็งแกร่งและอ่อนแอก็จะเพิ่มมากขึ้นในทุกๆเดือน
อย่างไรก็ตามอัจฉริยะบางคนที่เกิดมาพร้อมพร์พิเศษไม่จำเป็ต้องผ่านการแข่งขันเพื่อรับยาวิธีการที่ดีที่สุดที่จะได้รับยาในปริมาณมากคือพวกเขาต้องทะลวงอาณาจักรบ่มเพาะอย่างต่อเนื่องและมู่หรงเทียนก็เป็บุคคลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกลุ่มหลัง”
เมื่อรู้สึกถึงอุณหภูมิของยาสีแดงในมือความคิดมากมายก็หลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของเย่อู๋เชวีย สิบปีก่อนเขาเป็อัจฉริยะที่มู่หรงเทียนไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้แต่เนื่องจากเขาเลือกเดินในเส้นทางนี้ความรุ่งโรจน์ที่เขาควรได้รับจึงตกไปยังมู่หรงเทียนอย่างช่วยไม่ได้ในตลอดสิบปีที่ผ่านมาเย่อู๋เชวียไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้รับเม็ดยาหลอมรวมิญญาระดับต่ำสุด
“ด้วยคุณภาพยาเม็ดนี้มันควรจะเป็ยาเม็ดระดับสองชั้นบนเป็อย่างน้อยและมีโอกาสมากว่ามันจะเป็เม็ดยาระดับสามชั้นล่าง!”
เมื่อมองไปยังยาในมือเย่อู๋เชวียก็มีความระมัดระวังอย่างยิ่ง เขาไม่ใช่นักปรุงยามืออาชีพดังนั้นจึงเป็เื่ยากที่เขาจะบอกได้ว่าเม็ดยานี้ทรงคุณค่ามากแค่ไหน?
แต่ถึงอย่างนั้นตลอดสิบปีที่ผ่านมาเขาก็ยังมีโอกาสศึกษาเม็ดยาอยู่บ้างหากยาเม็ดนี้เป็ยาเม็ดระดับสามประเภทเสริมประสิทธิภาพพลังปราณจริงๆ มันจะกลายเป็กำไรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ทันที
เพราะแม้แต่ในตระกูลมู่หรงยาเม็ดที่ดีที่สุดที่มู่หรงเทียนใช้ก็มีแค่ระดับหนึ่งชั้นบนหรือไม่ก็ระดับสองชั้นล่างเท่านั้น
“นี่เป็ยาระดับสามชั้นล่างมันเป็ยาะเิิญญาในระดับมนุษย์”
น้ำเสียงของกงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“กง เ้ารู้อะไรเกี่ยวกับยานี้?”
“ในความทรงจำที่เหลืออยู่ดูเหมือนจะมีรูปภาพของยาอยู่บ้าง แม้ว่าข้าจะลืมสูตรการปรุงยาไปแล้วแต่ความสามารถในการแยกแยะยาก็ยังมีอยู่”
แม้จะรู้สึกประหลาดใจกับความสามารถของกงแต่เย่อู๋เชวียก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุขไปด้วย หากเขา้ายาใดๆในอนาคต เขาสามารถถามกงได้โดยตรงคนคนนี้เปรียบเหมือนสารานุกรมยาฉบับมีชีวิตอย่างแน่นอน
และนั่นยิ่งเป็เหตุผลให้เย่อู๋เชวียเกิดความสงสัยว่าตัวตนที่แท้จริงของกงคืออะไรกันแน่?
“ยาะเิิญญาระดับมนุษย์ผลของยาเม็ดนี้คืออะไร? มันสามารถเพิ่มพลังในร่างกายได้หรือไม่?”
เย่อู๋เชวียถามคำถามที่สำคัญที่สุด
เมื่อได้ยินคำถามของเย่อู๋เชวียกงก็แค่นเสียงออกมาเบาๆ แล้วกล่าวว่า “นี่คือยาครอบจักวาลระดับมนุษย์และมันสามารถช่วยทำให้พลังปราณของผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นถึงสามระดับอย่างไรก็ตามของสิ่งนี้ไม่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพได้โดยตรง”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหัวใจของเย่อู๋เชวียก็ตกตะลึง!
“เ้าหมายความว่าถ้าข้ากินยาเม็ดนี้พลังปราณในร่างกายของข้าจะเพิ่มขึ้นสามระดับทันที?”
“นั่นเป็คำพูดในเชิงทฤษฎีเท่านั้น”
“หมายความว่าอย่างไร?”
คำตอบของกงทำให้เย่อู๋เชวียสับสนเล็กน้อย
“ในโลกนี้ไม่มีพลังใดที่งอกออกมาจากความว่างเปล่ามันก็เหมือนกับเ้าที่ต้องใช้ความพยายามถึงสิบปีในการหลอมรวมต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์เข้ากับร่างกายแม้ว่ายาเม็ดะเิิญญาระดับมนุษย์นี้จะทำให้พลังของเ้าเพิ่มมากขึ้นก็จริงแต่มันก็มีเงื่อนไขด้วย”
“เงื่อนไขอะไร?”
แทนที่จะตอบคำถามของเย่อู๋เชวียโดยตรงกงกลับกล่าวอย่างสบายๆ“หากผู้บ่มเพาะ้าพัฒนาระดับการฝึกฝนของตัวเองพวกเขาจะต้องขัดเกลาิักล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก และไขกระดูกอย่างละเอียดนั่นก็คือการบรรลุเงื่อนไขสุดท้ายของระดับหลอมรวมร่างกาย
กระนั้นเ้าควรรู้ดีว่าการบ่มเพาะควรก้าวไปทีละขั้นอย่างมั่นคงในโลกของการบ่มเพาะมันไม่มีทางลัด แม้ว่าจะมีผู้คนมากมายคิดค้นทางลัดขึ้นมาแต่พวกเขาก็ต้องจ่ายออกไปด้วยราคามหาศาลและมีความเสี่ยงไม่น้อยซึ่งแน่นอนว่ายาเม็ดะเิิญญานี้ก็ไม่สามารถมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเ้าโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน
ิั กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ไขกระดูกการฝึกร่างกายทั้งห้าส่วนนี้เป็ห้าระดับที่ผู้บ่มเพาะต้องข้ามผ่าน ทุกๆความก้าวหน้าจะมาพร้อมกับความเ็ปอย่างรุนแรง หากผ่านมันไปได้ก็จะเลื่อนขั้นได้สำเร็จหากผิดพลาดก็จะกลายเป็คนพิการทันที ดังนั้นการบ่มเพาะทั่วไปจึงต้องก้าวไปทีละขั้นและแม้ว่ายาะเิิญญาระดับมนุษย์จะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้เ้าถึงสามระดับพร้อมกันก็จริงแต่ความเ็ปและความเสี่ยงที่เ้าจะได้รับก็จะเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติถึงสามเท่าเช่นกัน!”
เย่อู๋เชวียฟังอย่างเงียบๆ หลังจากที่กงพูดจบสีหน้าของเขาก็เริ่มจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ
“หลังจากกินยาะเิิญญาระดับมนุษย์เ้าจะมีโอกาสรอดชีวิตเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น นี่คือเดิมพันชีวิต!”
หลังจากจบประโยคสุดท้าย กงก็ให้เย่อู๋เชวียเลือกด้วยตัวเองโดยไม่คิดจะเข้ามาแทรกแซงแต่อย่างใด
“ข้าก็นึกว่าเงื่อนไขของมันจะโหดร้ายกว่านี้เสียอีก!”
เย่อู๋เชวียนั่งสมาธิลงบนพื้นจากนั้นเขาก็บีบเปลือกยาสีแดงสดให้แหลกละเอียดพร้อมกับหยิบเม็ดยาที่แท้จริงซึ่งอยู่ภายในขึ้นมาโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
“กงเ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงยอมเสียเวลาถึงสิบปีนอกจากความพากเพียรเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังอันแข็งแกร่งแล้วอีกประการหนึ่งคือข้าไม่มีทางเลือกอื่น เพราะหากข้าไม่ทำเช่นนี้ข้าก็ยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้!”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยดวงตาที่เปล่งประกายสดใสแม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะค่อนข้างอ่อนเยาว์แต่ความอดทนตลอดสิบปีที่ผ่านมาก็หล่อหลอมให้เขากลายเป็ผู้ใหญ่โดยไม่รู้ตัว
“เมื่อสิบปีที่แล้วในตอนที่ข้าเลือกเส้นทางนี้ข้ารู้ว่าถ้าข้า้าตามหาลุงฝูและค้นหาต้นกำเนิดของตัวเองข้าจะต้องมีความแข็งแกร่งที่เพียงพอ ตราบใดที่มันเป็ราคาที่ข้าจ่ายได้ข้าจะไม่ลังเลโดยเด็ดขาด
และตอนนี้มู่หรงเทียน้าหยกโลหิตัข้าจะปล่อยให้เขาสมความปรารถนาได้อย่างไร สำหรับการกิน[w1] ยาเม็ดนี้ข้าไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็การเดิมพันด้วยชีวิตเพราะข้ารู้ดีว่าข้าจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”
คำพูดที่เ็าของเย่อู๋เชวียทำให้กงนิ่งเงียบในขณะนั้นเขาทำได้เพียงมองชายหนุ่มที่อาศัยอยู่ร่วมกันมานานกว่าสิบปีเคี้ยวเม็ดยาตุ่ยๆราวกับขนมหวานโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
ภายในถ้ำอันมืดมิดเย่อู๋เชวียมองไม่เห็นสิ่งใดเขานั่งสมาธิด้วยจิตใจอันมุ่งมั่นและได้ยินเสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆ
“อู๋เชวีย เ้าห้ามตายเด็ดขาด!”