จุดหมายของ
ชายหนุ่มในวันนี้ก็คือตรงไปยังโรงแยกเพื่อขายกระดาษเลย
แต่ระหว่างทางกลับถูกเฮียฮั้วโบกรถให้หยุดแวะที่โรงพิมพ์แล้วให้กระดาษตัดขอบของหนังสือพิมพ์สี่สีมาอีกกองใหญ่พร้อมกับนัดแนะทิดวัฒน์ว่าวันพรุ่งนี้ให้เข้ามาเอาเพลทไปขายเพิ่มด้วย
"เดี๋ยว!เพิ่งขายหมดไปเมื่อวานนี้มีเข้ามาเพิ่มอีกแล้วเหรอครับเฮีย"
ทิดวัฒน์ตาโตคิดไม่ถึงเลยว่ากิจการโรงพิมพ์ของเฮียฮั้วจะเฟื่องฟูมากมายถึงขนาดนี้ เขาเตรียมใจว่าตนเองจะไม่มีรายได้หลักหมื่นไปอีกสักระยะอันยาวอยู่เลยแท้ๆ
"เสียที่ไหนเล่าเป็เพลทเก่าเก็บของลูกค้ารายเก่า ๆที่เขาบอกให้โรงพิมพ์เก็บเอาไว้เผื่อจะได้พิมพ์ครั้งที่สองครั้งที่สามเก็บไว้นานแล้วแต่ก็ไม่ได้ใช้สักทีสุดท้ายแล้วลูกค้าพวกนี้ก็เห็นว่าคงไม่ได้พิมพ์แล้วเลยบอกให้ทางโรงพิมพ์โละทิ้งไปได้เลยต่างหาก"เฮียฮั้วอธิบาย
เ้าของโรงพิมพ์เก็บงำความจริงครึ่งหนึ่งว่าอันที่จริงแล้วตนเองเป็คนโทรไปขอตื๊อลูกค้าพวกนั้นให้ทิ้งเพลทพวกนี้เองต่างหากเพราะพื้นที่โกดังของโรงพิมพ์ก็มีไม่มากเก็บไว้สามปีห้าปียังไม่พิมพ์เพิ่มเสียทีโรงพิมพ์ต้องพยายามเก็บไม่ให้โดนฝุ่นเพลทถึงจะใช้งานได้ดีเหมือนเดิมซึ่งมันเป็เื่ลำบากมาก หากลูกค้ายังยืนยันที่จะเก็บเพลทเอาไว้ต่อไปก็ให้มาเอาไปเก็บเองที่บ้านหรือหากสะดวกให้โรงพิมพ์จัดเก็บเพลทให้ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเป็ค่าเช่าพื้นที่เก็บเพลทคิดเป็ต่อเดือนเดือนละหนึ่งร้อยยี่สิบบาท
ลูกค้าพอรู้ว่าการเก็บเพลทนั้นมีค่าใช้จ่ายแล้วหนังสือก็ยังอาจจะไม่ได้พิมพ์เพิ่มอีกหรือถ้าพิมพ์เพิ่มตอนนี้ก็อาจจะไม่ได้ใช้เพลทเดิมแล้วก็ได้
หนังสือพิมพ์ครั้งที่สองที่สามควรจะมีการจัดหน้าดีไซน์อาร์ตใหม่ดังนั้นแล้วเพลทพวกนี้คงไม่ได้ใช้อย่างแน่นอนให้จ่ายค่าเช่ารายเดือนถึงแม้จะเป็เพียงแค่หนึ่งร้อยยี่สิบบาทแต่ก็ถือว่าสิ้นเปลืองเกินไปดังนั้นทุกคนจึงตัดสินใจที่จะโละเพลททิ้งไป ไม่ต้องให้มีภาระน่าจะดีกว่า
“ขอบคุณเฮียมาก ๆ เลยครับ ผมเกรงใจมากเลยให้ผมซื้อต่อในราคากิโลละสิบสองบาทเหมือนเ้าอื่น ๆ ก็ได้นะครับ” ทิดวัฒน์ว่า
เมื่อวานนี้เขาเสนอว่าจะซื้อในราคาสิบห้ายี่สิบไปแต่เฮียฮั้วก็ไม่ยอมยืนกรานจะยกให้ฟรีให้ได้ ล็อตแรกยังไม่เท่าไหร่แต่ถ้ามีล็อตที่สองที่สามมาอีกเรื่อย ๆ ไตเติ้ลก็จะรู้สึกไม่สบายใจแล้วที่เอาของของคนอื่นมาค้าขายหากำไรฟรีๆ แบบนี้ ถึงเฮียฮั้วจะบอกว่าเป็ขยะแต่มันก็เป็ขยะมีราคา ถ้าให้เฮียฮั้วเอาไปขายเองก็จะได้เงินคืนเข้าโรงพิมพ์เยอะมากเลยแท้ๆ
“ทิดวัฒน์นี่นะเป็เด็กก็อย่าหัดเกรงใจผู้ใหญ่ไม่เข้าเื่สิครับ อะไรที่ผู้ใหญ่ให้เด็กเนี่ยเขาให้ด้วยความเสน่หาเอ็นดู เห็นเด็กขยันคิดทำมาหากินก็อยากช่วยเหลือสนับสนุนให้เจริญรุ่งเรืองไม่ใช่เหรอครับ” เฮียฮั้วว่าด้วยหน้าตาจริงจัง
ได้ของไปขายทำเงินหลักหมื่นฟรี ๆแบบนี้เป็คนอื่นะโเข้าใส่ไปแล้วแต่นี่ทิดวัฒน์กลับมาเกรงอกเกรงใจเอากับคนที่อยากช่วยเหลือ จะให้เฮียฮั้วบอกได้ยังไงล่ะว่าเพลทล็อตต่อไปเขาไปขอ(แกมบังคับ)ให้ลูกค้าโละทิ้งถ้าขืนรับเงินจากทิดวัฒน์แล้วต่อไปลูกค้าพวกนั้นรู้เข้าก็จะมาต่อว่าหาว่าเขาฉ้อโกงทรัพย์สินไปขาย เขาก็แย่เอาน่ะสิ
“ครั้งแรกผมไม่มีทุนรอนตั้งต้นอะไรเลยเฮียกรุณาช่วยเหลือผมยินดีน้อมรับมาก ๆ ครับ แต่ถ้ามีครั้งที่สอง และครั้งที่สามก็จะมีครั้งต่อไปอีกเรื่อย ๆ ถ้าผมยังคิดจะเอาของจากเฮียไปขายฟรี ๆ อีกในทุก ๆครั้งมันก็เท่ากับว่าผมเอาเปรียบในน้ำใจที่เฮียมอบให้ มันทำแบบนั้นไม่ได้จริง ๆครับ ถ้าเฮียยังไม่ยอมรับเงินค้าขายจากผม ต่อไปผมคงไม่กล้าบากหน้ามาพึ่งพาเฮียอีก”ภานุวัฒน์ดักคอ
ความเกรงใจก็เื่หนึ่งแต่ความหน้าด้านเอารัดเอาเปรียบก็อีกเื่หนึ่ง ถ้าเขาคอยแต่จะรับของจากคนอื่นฟรีๆ อยู่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ต่อไปมันจะกลายเป็ความเคยชินน้ำใจที่คนอื่นมอบให้มาอย่างนี้ถ้าเขารับมันจนชินต่อไปก็อาจจะคิดว่ามันคือหน้าที่ของคนคนนั้นเป็เื่ปกติที่คนอื่นจะต้องมาคอยเอาใจ จะต้องเอาของมาให้เขาฟรี ๆ อยู่เสมอจนสุดท้ายแล้วก็จะเป็คนที่ทำมาหากินเองไม่เป็คอยแต่จะรอรับของจากคนอื่นอยู่ท่าเดียว แล้วถ้าไม่ได้ของนั้นมาก็จะพาลโกรธพาลโมโหอีกฝ่าย
อ้อ…มันก็เป็นิสัยเดียวกันกับไอ้เดชจอมขี้เมาคนนั้นเลยนี่หว่าไม่มีทางที่ไตเติ้ลจะยอมให้ตนเองกลายไปเป็คนเห็นแก่ตัวนิสัยแย่แบบนั้นอย่างเด็ดขาด
แล้วอยู่ดี ๆเขาก็นึกถึงเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งในสมัยที่เรียนอยู่ชั้นม.ปลายขึ้นมาได้เพื่อนคนนั้นทางบ้านฐานะไม่ค่อยดีนักแต่เวลาที่กลุ่มจะไปเที่ยวกันที่ไหนเพื่อนคนนั้นก็มักจะติดสอยห้อยตามไปด้วยอยู่เสมอทั้งๆ ที่ไม่มีเงินจ่ายค่ารถเมล์หรือแชร์ค่าแท็กซี่กับเพื่อนคนอื่น ๆรวมถึงหากไปทานข้าวทานขนมกันในร้านอาหารต่าง ๆ เพื่อนคนนี้ก็มักจะตามไปทั้ง ๆที่ไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท
ซึ่งคนที่ออกเงินแชร์เงินส่วนที่เพื่อนคนนั้นควรจะต้องแชร์ก็มักเป็ไตเติ้ลมาโดยตลอดเขาเห็นว่าเพื่อนคนนั้นฐานะทางบ้านไม่ดีก็รู้สึกเห็นใจเวลาเพื่อนพ้องไปเที่ยวด้วยกันก็อยากให้เพื่อนคนนั้นได้เที่ยวสนุกเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆจึงออกเงินให้ทุกครั้งโดยไม่ปริปากบ่นและไม่รู้สึกว่าไม่เต็มใจหรือถูกเอาเปรียบเลย
จนกระทั่งเดือนหนึ่งที่เขาเอาเงินไปซื้อเกมที่เพิ่งจะออกใหม่จนตังค์หมดกระเป๋าไอ้มีใช้ส่วนตัวน่ะ มีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มีมากพอที่จะให้คนอื่นหยิบยืมและในวันที่กลุ่มเพื่อนนัดจะไปเที่ยวกันเขาจึงบอกเพื่อนคนนั้นเอาไว้ก่อนเลยว่าวันนี้เลี้ยงค่ารถค่าข้าวให้ไม่ได้ เพราะเงินหมดแล้ว
เพื่อนคนนั้นก็พยักหน้ารับเหมือนกับว่าเข้าใจแต่ก็ยังตัดสินใจตามไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนซึ่งไตเติ้ลไม่ได้ทัดทานเพราะนึกว่าเพื่อนคนนั้นพอมีเงินที่จะจ่ายแชร์ค่ารถค่าข้าวให้กับตนเองแต่พอเอาเข้าจริง ๆ ถึงเวลาที่ต้องจ่าย ไอ้คนนั้นเสือกไม่ยอมควักกระเป๋าแต่หันมามองหน้าเขาแทน พ่อค้าแม่ค้าก็จ้องหน้าเขารอรับเงินไตเติ้ลพูดอะไรไม่ออกก็ต้องควักจ่ายแทนไปก่อนแล้วพอหมดวันเขาก็ทวงเงินคืนจากเพื่อนคนนั้นทันที
ก็นะ…คนเราตกลงกันก่อนแล้วใช่ไหมว่าวันนี้จะไม่จ่ายให้ก็คือไม่จ่ายมันหน้าด้านตามมาเองมันก็ต้องรับผิดชอบตัวเองสิวะแต่ที่ไหนได้พอมันโดนเขาทวงเงินเสือกทำหน้าตาแปลก ๆเหมือนกล่าวหาว่าเขาไปรีดไถคนจน
หลังจากนั้นมันก็ไปยืมเงินเพื่อนคนอื่นมาคืนเขาแล้วก็ไปนินทาว่าไตเติ้ลเสีย ๆ หาย ๆ หาว่าเขางก ไม่ยอมช่วยเหลือเลี้ยงข้าวคนจน ๆที่ไม่มีเงิน แล้วก็ชอบทำหน้าใหญ่ ใช้เงินซื้อเพื่อน…
ไอ้_่าเอ๊ย! ที่เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำเป็เพราะว่าเห็นใจอยากให้ได้สนุก มีความสุขไปพร้อมกับเพื่อนทุกคนแต่การกลับกลายเป็ว่าน้ำใจของเขากลายเป็เงินที่จ่ายเพื่อซื้อเพื่อน..?
แม่ม… ใส่ความกันได้เป็วรรคเป็เวน[1] แต่เผือกไม่คิดเลยนะว่าถ้าไตเติ้ลจะใช้เงินซื้อเพื่อนจริงๆ น่ะ เขาก็ควรจะต้องเลือกเพื่อนที่คุณภาพดีกว่านี้ให้คุ้มกับเงินที่จ่ายไปหน่อยไหมไอ้คนที่ไม่มีประโยชน์จ้องจะเกาะเพื่อนกินไปวัน ๆแบบนี้จะซื้อมาทำไมให้เปลืองเงินฟะ!
ไอ้_่าเอ๊ย! คนเราจะจนก็ได้ ไม่ได้ผิดบาป แต่ที่ผิดบาปคือ_ึงไม่ควรเอาความจนของตัวเองมาเป็ข้ออ้างในการเอารัดเอาเปรียบคนอื่นไง
แหม่…นึกแล้วก็ของขึ้นแต่เอาเป็ว่าพอมีหน้าไอ้เพื่อนเลวคนนั้นลอยมาไตเติ้ลก็รู้สึกขยะแขยงถ้านิสัยของเขาจะพัฒนาไปเป็คนสันดานเห็นแก่ตัวแบบนั้นคนเราจนได้ไม่ผิด แต่เราไม่จำเป็ต้องนิสัยเลวเพียงแค่เพราะว่าตัวเองจนไง
“ตามนี้แหละครับถ้าเฮียไม่ยอมให้ผมจ่ายเงินต่อไปผมคงไม่กล้ามารับของจากเฮียอีกแต่ถ้าเฮียคิดอยากจะเคลียร์ขยะของโรงพิมพ์จริง ๆเดี๋ยวผมจะติดต่อให้ซาเล้งรับซื้อของเก่าคนอื่นเข้ามาแทนครับ”
“ไม่เอา ๆ ๆ ทิดวัฒน์ทำไมรังแกคนแก่อย่างนี้เฮียก็เห็นทิดเป็ลูกเป็หลาน เคยช่วยเหลือกันมาก็อยากจะตอบแทนไอ้เราคนมีเงินก็มีแต่เงินไม่มีลูกเต้าที่ไหนจะมารับสมบัติต่อก็ไม่รู้จะหวงเอาไว้ทำไมนักหนา”
เฮียฮั้วบ่นพลางถอนหายใจงวดนี้สงสัยจะบังคับให้ทิดวัฒน์เอาเปรียบตนเองไม่ได้ง่าย ๆ แล้วจริง ๆ ล่ะสินี่
“อ้าว? เฮียพูดแบบนี้เดี๋ยวคุณหนูก็น้อยใจแย่สิครับลูกสาวคนเดียวเฮียไม่คิดจะเก็บมรดกไว้ให้เธอเลยเหรอ” ไตเติ้ลสัพยอก
ั้แ่ตอนก่อนที่จะลาสิกขาภานุวัฒน์ก็เห็นว่ามีิญญาเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักเดินเกาะเอวตามป้าวิภาไม่ยอมห่างอยู่ตลอดรัศมีของิญญาตนนั้นเจิดจ้ามาก ด้วยประสบการณ์จากโลกเดิมชายหนุ่มจึงมองรู้ในทันทีว่าป้าวิภากำลังตั้งครรภ์นับจากที่เขาไตเติ้ลเห็นเด็กคนนั้นจนถึงตอนนี้ก็เกือบสามเดือนมาแล้ว
ชาวบ้านลือกันอยู่ว่าเฮียฮั้วกับป้าวิภาไปพบหมอเื่มีบุตรยากมาโดยตลอดเพราะต่างก็สูงวัยกันทั้งคู่จนเมื่อเขาเห็นว่าป้าวิภาตั้งครรภ์เด็กผู้หญิงอยู่คนหนึ่งก็แอบแสดงความยินดีด้วยอยู่ในใจว่าในที่สุดความพยายามของสามีภรรยาคู่นี้ก็ประสบผลสำเร็จเสียที
แต่เอาจริง ๆ แล้วป้าวิภาก็เพิ่งจะย่างเข้าสี่สิบเองล่ะนะถึงจะเป็วัยที่หากตั้งครรภ์แล้วจะมีความเสี่ยงในโรคแทรกซ้อนต่าง ๆอยู่มากแต่ก็ใช่ว่าจะเป็วัยที่ตั้งครรภ์ไม่ได้ ตัวป้าวิภาก็ไม่ได้สูงวัยอะไรขนาดนั้นแค่ที่ทุกคนเรียกแกว่าป้าไวขนาดนี้ก็เป็เพราะแต่งงานกับเฮียฮั้วที่มีอายุมากกว่าถึงหนึ่งรอบ
….
…..
ว่าไปแล้วสรรพนามการเรียกที่คนไทยใช้นับญาติเรียกคนอื่นๆ นี่ก็แปลกดีแฮะ เรียกป้าวิภาว่า‘ป้า’ เพราะแต่งงานกับเฮียฮั้วที่อายุห้าสิบกว่าเข้าวัยคุณลุงแต่กลับเรียกเฮียฮั้วที่เป็คุณลุงอายุห้าสิบกว่าว่า ‘เฮีย’ที่หมายถึง ‘พี่’ เฉยเลย
“คุณหนูอะไร ทิดวัฒน์จะมาล้ออะไรคนแก่เล่นอีกเฮียมีเมียเด็กอยู่แล้ว ไม่คิดจะไปมีอีหนูที่ไหนเพิ่มอีกหรอกนะ”
“ผมหมายถึงคุณหนูในท้องป้า…วิ…ภา…”
ทิดวัฒน์พูด แล้วท้ายประโยคน้ำเสียงก็อ่อนลงท่าทางเฮียฮั้วแบบนี้หรือว่าทั้งสองคนจะยังไม่รู้ว่าป้าวิภาท้องแล้ว…?
“คุณวิภาท้อง? ทิดวัฒน์ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมคุณวิภาท้องแล้ว ท้องลูกสาวด้วย โอ๊ยยยย อั๊วดีใจ ๆ ๆ ๆ ใครก็ได้ไปตามอาวิภามาเอารถออกเหลียวเน้เลย อั๊วจะพาเมียไปอังตาซาว เมียอั๊วท้องแล้ว วู้!!”
เฮียฮั้วตื่นเต้นโวยวายจนเผลอพูดจาหลุดสำเนียงจีนออกมา
อันที่จริงแต่ก่อนเฮียฮั้วก็พูดไทยไม่ค่อยชัดเหมือนกับเฮียเพ้งนี่แหละแต่พอไปหลงรักคุณวิภา คุณหนูบ้านคนมีเงิน พ่อตาเป็ลูกพระยาผู้ดีเก่าเฮียฮั้วจึงพยายามฝึกพูดภาษาไทยให้ชัดรักษากิริยามารยาทไม่โฉ่งฉ่างเพื่อเอาใจพวกผู้ดี จนจีบป้าวิภาสำเร็จแล้วก็ยังเกรงใจให้เกียรติเรียกเมียว่าคุณทุกคำแต่ตอนนี้พอรู้ว่าเมียตัวเองท้องก็ดีใจจนหลุดทั้งสำเนียงจีนทั้งกิริยาโฉ่งฉ่างออกมาหมดเลย
ภานุวัฒน์อ้าปากค้างเฮียฮั้วคุยกับเขาเื่ขายต่อเพลทยังไม่ทันรู้เื่ก็สติแตกตื่นเต้นวิ่งไปตามหาเมียเสียแล้ว คาดว่าถ้าพาไปอัลตราซาวด์แล้วพบว่าท้องจริง ๆคงจะช็อกจนน้ำลายฟูมปากหงายหลังน็อกคาโรงพยาบาลด้วยแน่ ๆ เลย
เวรกรรมแล้วไหมล่ะไตเติ้ลเอ๊ย!
นี่กลายเป็ว่าเขาเผลอสร้างบารมีด้วยการทักอะไรตรงความจริงไปอีกแล้วเหรอเนี่ยประมาทไปจริง ๆ เลย เห็นได้ข่าวว่าไปหาหมอเื่ภาวะมีบุตรยากอยู่ตลอดก็นึกว่าไปอัลตราซาวด์จนรู้ผลอะไรกันมาหมดแล้วเรียบร้อยเสียอีก
ดันเผลอไปสร้างอภินิหารเข้าให้แบบนี้ต่อไปเฮียฮั้วคงจะไม่ถึงขนาดกว้านซื้อเพลทจากทุกโรงพิมพ์ทั่วราชอาณาจักรมาให้ไตเติ้ลขายหรอกนะ
ขออย่าให้เป็แบบนั้นเลยจริง ๆ สาาาาาธุ
[1]เป็วรรคเป็เวน สำนวนไทย แปลว่าไม่จบไม่สิ้น / ไม่รู้จบสิ้น