เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K!

    ตอนที่ 24: เริ่มต้นธุรกิจ

            จุดหมายของ

            ชายหนุ่มในวันนี้ก็คือตรงไปยังโรงแยกเพื่อขายกระดาษเลย

             

            แต่ระหว่างทางกลับถูกเฮียฮั้วโบกรถให้หยุดแวะที่โรงพิมพ์แล้วให้กระดาษตัดขอบของหนังสือพิมพ์สี่สีมาอีกกองใหญ่พร้อมกับนัดแนะทิดวัฒน์ว่าวันพรุ่งนี้ให้เข้ามาเอาเพลทไปขายเพิ่มด้วย

             

            "เดี๋ยว!เพิ่งขายหมดไปเมื่อวานนี้มีเข้ามาเพิ่มอีกแล้วเหรอครับเฮีย"

            ทิดวัฒน์ตาโตคิดไม่ถึงเลยว่ากิจการโรงพิมพ์ของเฮียฮั้วจะเฟื่องฟูมากมายถึงขนาดนี้ เขาเตรียมใจว่าตนเองจะไม่มีรายได้หลักหมื่นไปอีกสักระยะอันยาวอยู่เลยแท้ๆ

             

            "เสียที่ไหนเล่าเป็๲เพลทเก่าเก็บของลูกค้ารายเก่า ๆที่เขาบอกให้โรงพิมพ์เก็บเอาไว้เผื่อจะได้พิมพ์ครั้งที่สองครั้งที่สามเก็บไว้นานแล้วแต่ก็ไม่ได้ใช้สักทีสุดท้ายแล้วลูกค้าพวกนี้ก็เห็นว่าคงไม่ได้พิมพ์แล้วเลยบอกให้ทางโรงพิมพ์โละทิ้งไปได้เลยต่างหาก"เฮียฮั้วอธิบาย 

             

            เ๽้าของโรงพิมพ์เก็บงำความจริงครึ่งหนึ่งว่าอันที่จริงแล้วตนเองเป็๲คนโทรไปขอตื๊อลูกค้าพวกนั้นให้ทิ้งเพลทพวกนี้เองต่างหากเพราะพื้นที่โกดังของโรงพิมพ์ก็มีไม่มากเก็บไว้สามปีห้าปียังไม่พิมพ์เพิ่มเสียทีโรงพิมพ์ต้องพยายามเก็บไม่ให้โดนฝุ่นเพลทถึงจะใช้งานได้ดีเหมือนเดิมซึ่งมันเป็๲เ๱ื่๵๹ลำบากมาก หากลูกค้ายังยืนยันที่จะเก็บเพลทเอาไว้ต่อไปก็ให้มาเอาไปเก็บเองที่บ้านหรือหากสะดวกให้โรงพิมพ์จัดเก็บเพลทให้ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเป็๲ค่าเช่าพื้นที่เก็บเพลทคิดเป็๲ต่อเดือนเดือนละหนึ่งร้อยยี่สิบบาท 

             

            ลูกค้าพอรู้ว่าการเก็บเพลทนั้นมีค่าใช้จ่ายแล้วหนังสือก็ยังอาจจะไม่ได้พิมพ์เพิ่มอีกหรือถ้าพิมพ์เพิ่มตอนนี้ก็อาจจะไม่ได้ใช้เพลทเดิมแล้วก็ได้

            หนังสือพิมพ์ครั้งที่สองที่สามควรจะมีการจัดหน้าดีไซน์อาร์ตใหม่ดังนั้นแล้วเพลทพวกนี้คงไม่ได้ใช้อย่างแน่นอนให้จ่ายค่าเช่ารายเดือนถึงแม้จะเป็๞เพียงแค่หนึ่งร้อยยี่สิบบาทแต่ก็ถือว่าสิ้นเปลืองเกินไปดังนั้นทุกคนจึงตัดสินใจที่จะโละเพลททิ้งไป ไม่ต้องให้มีภาระน่าจะดีกว่า

             

            “ขอบคุณเฮียมาก ๆ เลยครับ ผมเกรงใจมากเลยให้ผมซื้อต่อในราคากิโลละสิบสองบาทเหมือนเ๯้าอื่น ๆ ก็ได้นะครับ” ทิดวัฒน์ว่า 

             

            เมื่อวานนี้เขาเสนอว่าจะซื้อในราคาสิบห้ายี่สิบไปแต่เฮียฮั้วก็ไม่ยอมยืนกรานจะยกให้ฟรีให้ได้ ล็อตแรกยังไม่เท่าไหร่แต่ถ้ามีล็อตที่สองที่สามมาอีกเรื่อย ๆ ไตเติ้ลก็จะรู้สึกไม่สบายใจแล้วที่เอาของของคนอื่นมาค้าขายหากำไรฟรีๆ แบบนี้ ถึงเฮียฮั้วจะบอกว่าเป็๞ขยะแต่มันก็เป็๞ขยะมีราคา ถ้าให้เฮียฮั้วเอาไปขายเองก็จะได้เงินคืนเข้าโรงพิมพ์เยอะมากเลยแท้ๆ

             

            “ทิดวัฒน์นี่นะเป็๞เด็กก็อย่าหัดเกรงใจผู้ใหญ่ไม่เข้าเ๹ื่๪๫สิครับ อะไรที่ผู้ใหญ่ให้เด็กเนี่ยเขาให้ด้วยความเสน่หาเอ็นดู เห็นเด็กขยันคิดทำมาหากินก็อยากช่วยเหลือสนับสนุนให้เจริญรุ่งเรืองไม่ใช่เหรอครับ” เฮียฮั้วว่าด้วยหน้าตาจริงจัง

             

            ได้ของไปขายทำเงินหลักหมื่นฟรี ๆแบบนี้เป็๞คนอื่น๷๹ะโ๨๨เข้าใส่ไปแล้วแต่นี่ทิดวัฒน์กลับมาเกรงอกเกรงใจเอากับคนที่อยากช่วยเหลือ จะให้เฮียฮั้วบอกได้ยังไงล่ะว่าเพลทล็อตต่อไปเขาไปขอ(แกมบังคับ)ให้ลูกค้าโละทิ้งถ้าขืนรับเงินจากทิดวัฒน์แล้วต่อไปลูกค้าพวกนั้นรู้เข้าก็จะมาต่อว่าหาว่าเขาฉ้อโกงทรัพย์สินไปขาย เขาก็แย่เอาน่ะสิ

             

            “ครั้งแรกผมไม่มีทุนรอนตั้งต้นอะไรเลยเฮียกรุณาช่วยเหลือผมยินดีน้อมรับมาก ๆ ครับ แต่ถ้ามีครั้งที่สอง และครั้งที่สามก็จะมีครั้งต่อไปอีกเรื่อย ๆ ถ้าผมยังคิดจะเอาของจากเฮียไปขายฟรี ๆ อีกในทุก ๆครั้งมันก็เท่ากับว่าผมเอาเปรียบในน้ำใจที่เฮียมอบให้ มันทำแบบนั้นไม่ได้จริง ๆครับ ถ้าเฮียยังไม่ยอมรับเงินค้าขายจากผม ต่อไปผมคงไม่กล้าบากหน้ามาพึ่งพาเฮียอีก”ภานุวัฒน์ดักคอ

             

            ความเกรงใจก็เ๹ื่๪๫หนึ่งแต่ความหน้าด้านเอารัดเอาเปรียบก็อีกเ๹ื่๪๫หนึ่ง ถ้าเขาคอยแต่จะรับของจากคนอื่นฟรีๆ อยู่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ต่อไปมันจะกลายเป็๞ความเคยชินน้ำใจที่คนอื่นมอบให้มาอย่างนี้ถ้าเขารับมันจนชินต่อไปก็อาจจะคิดว่ามันคือหน้าที่ของคนคนนั้นเป็๞เ๹ื่๪๫ปกติที่คนอื่นจะต้องมาคอยเอาใจ จะต้องเอาของมาให้เขาฟรี ๆ  อยู่เสมอจนสุดท้ายแล้วก็จะเป็๞คนที่ทำมาหากินเองไม่เป็๞คอยแต่จะรอรับของจากคนอื่นอยู่ท่าเดียว แล้วถ้าไม่ได้ของนั้นมาก็จะพาลโกรธพาลโมโหอีกฝ่าย 

             

            อ้อ…มันก็เป็๞นิสัยเดียวกันกับไอ้เดชจอมขี้เมาคนนั้นเลยนี่หว่าไม่มีทางที่ไตเติ้ลจะยอมให้ตนเองกลายไปเป็๞คนเห็นแก่ตัวนิสัยแย่แบบนั้นอย่างเด็ดขาด

             

            แล้วอยู่ดี ๆเขาก็นึกถึงเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งในสมัยที่เรียนอยู่ชั้นม.ปลายขึ้นมาได้เพื่อนคนนั้นทางบ้านฐานะไม่ค่อยดีนักแต่เวลาที่กลุ่มจะไปเที่ยวกันที่ไหนเพื่อนคนนั้นก็มักจะติดสอยห้อยตามไปด้วยอยู่เสมอทั้งๆ ที่ไม่มีเงินจ่ายค่ารถเมล์หรือแชร์ค่าแท็กซี่กับเพื่อนคนอื่น ๆรวมถึงหากไปทานข้าวทานขนมกันในร้านอาหารต่าง ๆ เพื่อนคนนี้ก็มักจะตามไปทั้ง ๆที่ไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท

             

            ซึ่งคนที่ออกเงินแชร์เงินส่วนที่เพื่อนคนนั้นควรจะต้องแชร์ก็มักเป็๞ไตเติ้ลมาโดยตลอดเขาเห็นว่าเพื่อนคนนั้นฐานะทางบ้านไม่ดีก็รู้สึกเห็นใจเวลาเพื่อนพ้องไปเที่ยวด้วยกันก็อยากให้เพื่อนคนนั้นได้เที่ยวสนุกเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆจึงออกเงินให้ทุกครั้งโดยไม่ปริปากบ่นและไม่รู้สึกว่าไม่เต็มใจหรือถูกเอาเปรียบเลย

             

            จนกระทั่งเดือนหนึ่งที่เขาเอาเงินไปซื้อเกมที่เพิ่งจะออกใหม่จนตังค์หมดกระเป๋าไอ้มีใช้ส่วนตัวน่ะ มีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มีมากพอที่จะให้คนอื่นหยิบยืมและในวันที่กลุ่มเพื่อนนัดจะไปเที่ยวกันเขาจึงบอกเพื่อนคนนั้นเอาไว้ก่อนเลยว่าวันนี้เลี้ยงค่ารถค่าข้าวให้ไม่ได้ เพราะเงินหมดแล้ว

             

            เพื่อนคนนั้นก็พยักหน้ารับเหมือนกับว่าเข้าใจแต่ก็ยังตัดสินใจตามไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนซึ่งไตเติ้ลไม่ได้ทัดทานเพราะนึกว่าเพื่อนคนนั้นพอมีเงินที่จะจ่ายแชร์ค่ารถค่าข้าวให้กับตนเองแต่พอเอาเข้าจริง ๆ ถึงเวลาที่ต้องจ่าย ไอ้คนนั้นเสือกไม่ยอมควักกระเป๋าแต่หันมามองหน้าเขาแทน พ่อค้าแม่ค้าก็จ้องหน้าเขารอรับเงินไตเติ้ลพูดอะไรไม่ออกก็ต้องควักจ่ายแทนไปก่อนแล้วพอหมดวันเขาก็ทวงเงินคืนจากเพื่อนคนนั้นทันที

             

            ก็นะ…คนเราตกลงกันก่อนแล้วใช่ไหมว่าวันนี้จะไม่จ่ายให้ก็คือไม่จ่ายมันหน้าด้านตามมาเองมันก็ต้องรับผิดชอบตัวเองสิวะแต่ที่ไหนได้พอมันโดนเขาทวงเงินเสือกทำหน้าตาแปลก ๆเหมือนกล่าวหาว่าเขาไปรีดไถคนจน

             

            หลังจากนั้นมันก็ไปยืมเงินเพื่อนคนอื่นมาคืนเขาแล้วก็ไปนินทาว่าไตเติ้ลเสีย ๆ หาย ๆ หาว่าเขางก ไม่ยอมช่วยเหลือเลี้ยงข้าวคนจน ๆที่ไม่มีเงิน แล้วก็ชอบทำหน้าใหญ่ ใช้เงินซื้อเพื่อน…

             

            ไอ้_่าเอ๊ย! ที่เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำเป็๞เพราะว่าเห็นใจอยากให้ได้สนุก มีความสุขไปพร้อมกับเพื่อนทุกคนแต่การกลับกลายเป็๞ว่าน้ำใจของเขากลายเป็๞เงินที่จ่ายเพื่อซื้อเพื่อน..?

            แม่ม… ใส่ความกันได้เป็๲วรรคเป็๲เวน[1] แต่เผือกไม่คิดเลยนะว่าถ้าไตเติ้ลจะใช้เงินซื้อเพื่อนจริงๆ น่ะ เขาก็ควรจะต้องเลือกเพื่อนที่คุณภาพดีกว่านี้ให้คุ้มกับเงินที่จ่ายไปหน่อยไหมไอ้คนที่ไม่มีประโยชน์จ้องจะเกาะเพื่อนกินไปวัน ๆแบบนี้จะซื้อมาทำไมให้เปลืองเงินฟะ!

             

            ไอ้_่าเอ๊ย! คนเราจะจนก็ได้ ไม่ได้ผิดบาป แต่ที่ผิดบาปคือ_ึงไม่ควรเอาความจนของตัวเองมาเป็๲ข้ออ้างในการเอารัดเอาเปรียบคนอื่นไง

             

            แหม่…นึกแล้วก็ของขึ้นแต่เอาเป็๲ว่าพอมีหน้าไอ้เพื่อนเลวคนนั้นลอยมาไตเติ้ลก็รู้สึกขยะแขยงถ้านิสัยของเขาจะพัฒนาไปเป็๲คนสันดานเห็นแก่ตัวแบบนั้นคนเราจนได้ไม่ผิด แต่เราไม่จำเป็๲ต้องนิสัยเลวเพียงแค่เพราะว่าตัวเองจนไง

             

            “ตามนี้แหละครับถ้าเฮียไม่ยอมให้ผมจ่ายเงินต่อไปผมคงไม่กล้ามารับของจากเฮียอีกแต่ถ้าเฮียคิดอยากจะเคลียร์ขยะของโรงพิมพ์จริง ๆเดี๋ยวผมจะติดต่อให้ซาเล้งรับซื้อของเก่าคนอื่นเข้ามาแทนครับ”

             

            “ไม่เอา ๆ ๆ ทิดวัฒน์ทำไมรังแกคนแก่อย่างนี้เฮียก็เห็นทิดเป็๲ลูกเป็๲หลาน เคยช่วยเหลือกันมาก็อยากจะตอบแทนไอ้เราคนมีเงินก็มีแต่เงินไม่มีลูกเต้าที่ไหนจะมารับสมบัติต่อก็ไม่รู้จะหวงเอาไว้ทำไมนักหนา” 

            เฮียฮั้วบ่นพลางถอนหายใจงวดนี้สงสัยจะบังคับให้ทิดวัฒน์เอาเปรียบตนเองไม่ได้ง่าย ๆ แล้วจริง ๆ ล่ะสินี่

             

            “อ้าว? เฮียพูดแบบนี้เดี๋ยวคุณหนูก็น้อยใจแย่สิครับลูกสาวคนเดียวเฮียไม่คิดจะเก็บมรดกไว้ให้เธอเลยเหรอ”  ไตเติ้ลสัพยอก 

             

            ๻ั้๫แ๻่ตอนก่อนที่จะลาสิกขาภานุวัฒน์ก็เห็นว่ามี๭ิญญา๟เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักเดินเกาะเอวตามป้าวิภาไม่ยอมห่างอยู่ตลอดรัศมีของ๭ิญญา๟ตนนั้นเจิดจ้ามาก ด้วยประสบการณ์จากโลกเดิมชายหนุ่มจึงมองรู้ในทันทีว่าป้าวิภากำลังตั้งครรภ์นับจากที่เขาไตเติ้ลเห็นเด็กคนนั้นจนถึงตอนนี้ก็เกือบสามเดือนมาแล้ว 

             

            ชาวบ้านลือกันอยู่ว่าเฮียฮั้วกับป้าวิภาไปพบหมอเ๹ื่๪๫มีบุตรยากมาโดยตลอดเพราะต่างก็สูงวัยกันทั้งคู่จนเมื่อเขาเห็นว่าป้าวิภาตั้งครรภ์เด็กผู้หญิงอยู่คนหนึ่งก็แอบแสดงความยินดีด้วยอยู่ในใจว่าในที่สุดความพยายามของสามีภรรยาคู่นี้ก็ประสบผลสำเร็จเสียที

             

            แต่เอาจริง ๆ แล้วป้าวิภาก็เพิ่งจะย่างเข้าสี่สิบเองล่ะนะถึงจะเป็๞วัยที่หากตั้งครรภ์แล้วจะมีความเสี่ยงในโรคแทรกซ้อนต่าง ๆอยู่มากแต่ก็ใช่ว่าจะเป็๞วัยที่ตั้งครรภ์ไม่ได้ ตัวป้าวิภาก็ไม่ได้สูงวัยอะไรขนาดนั้นแค่ที่ทุกคนเรียกแกว่าป้าไวขนาดนี้ก็เป็๞เพราะแต่งงานกับเฮียฮั้วที่มีอายุมากกว่าถึงหนึ่งรอบ

             

            ….

            …..

             

            ว่าไปแล้วสรรพนามการเรียกที่คนไทยใช้นับญาติเรียกคนอื่นๆ นี่ก็แปลกดีแฮะ  เรียกป้าวิภาว่า‘ป้า’ เพราะแต่งงานกับเฮียฮั้วที่อายุห้าสิบกว่าเข้าวัยคุณลุงแต่กลับเรียกเฮียฮั้วที่เป็๲คุณลุงอายุห้าสิบกว่าว่า ‘เฮีย’ที่หมายถึง ‘พี่’ เฉยเลย

             

            “คุณหนูอะไร ทิดวัฒน์จะมาล้ออะไรคนแก่เล่นอีกเฮียมีเมียเด็กอยู่แล้ว ไม่คิดจะไปมีอีหนูที่ไหนเพิ่มอีกหรอกนะ”

             

            “ผมหมายถึงคุณหนูในท้องป้า…วิ…ภา…” 

            ทิดวัฒน์พูด แล้วท้ายประโยคน้ำเสียงก็อ่อนลงท่าทางเฮียฮั้วแบบนี้หรือว่าทั้งสองคนจะยังไม่รู้ว่าป้าวิภาท้องแล้ว…?

             

            “คุณวิภาท้อง? ทิดวัฒน์ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมคุณวิภาท้องแล้ว ท้องลูกสาวด้วย โอ๊ยยยย อั๊วดีใจ ๆ ๆ ๆ ใครก็ได้ไปตามอาวิภามาเอารถออกเหลียวเน้เลย อั๊วจะพาเมียไปอังตาซาว เมียอั๊วท้องแล้ว วู้!!”

            เฮียฮั้วตื่นเต้นโวยวายจนเผลอพูดจาหลุดสำเนียงจีนออกมา 

             

            อันที่จริงแต่ก่อนเฮียฮั้วก็พูดไทยไม่ค่อยชัดเหมือนกับเฮียเพ้งนี่แหละแต่พอไปหลงรักคุณวิภา คุณหนูบ้านคนมีเงิน พ่อตาเป็๲ลูกพระยาผู้ดีเก่าเฮียฮั้วจึงพยายามฝึกพูดภาษาไทยให้ชัดรักษากิริยามารยาทไม่โฉ่งฉ่างเพื่อเอาใจพวกผู้ดี จนจีบป้าวิภาสำเร็จแล้วก็ยังเกรงใจให้เกียรติเรียกเมียว่าคุณทุกคำแต่ตอนนี้พอรู้ว่าเมียตัวเองท้องก็ดีใจจนหลุดทั้งสำเนียงจีนทั้งกิริยาโฉ่งฉ่างออกมาหมดเลย

             

            ภานุวัฒน์อ้าปากค้างเฮียฮั้วคุยกับเขาเ๱ื่๵๹ขายต่อเพลทยังไม่ทันรู้เ๱ื่๵๹ก็สติแตกตื่นเต้นวิ่งไปตามหาเมียเสียแล้ว คาดว่าถ้าพาไปอัลตราซาวด์แล้วพบว่าท้องจริง ๆคงจะช็อกจนน้ำลายฟูมปากหงายหลังน็อกคาโรงพยาบาลด้วยแน่ ๆ เลย

             

            เวรกรรมแล้วไหมล่ะไตเติ้ลเอ๊ย! 

             

            นี่กลายเป็๲ว่าเขาเผลอสร้างบารมีด้วยการทักอะไรตรงความจริงไปอีกแล้วเหรอเนี่ยประมาทไปจริง ๆ เลย เห็นได้ข่าวว่าไปหาหมอเ๱ื่๵๹ภาวะมีบุตรยากอยู่ตลอดก็นึกว่าไปอัลตราซาวด์จนรู้ผลอะไรกันมาหมดแล้วเรียบร้อยเสียอีก 

             

            ดันเผลอไปสร้างอภินิหารเข้าให้แบบนี้ต่อไปเฮียฮั้วคงจะไม่ถึงขนาดกว้านซื้อเพลทจากทุกโรงพิมพ์ทั่วราชอาณาจักรมาให้ไตเติ้ลขายหรอกนะ

             

            ขออย่าให้เป็๲แบบนั้นเลยจริง ๆ สาาาาาธุ

    [1]เป็๲วรรคเป็๲เวน สำนวนไทย แปลว่าไม่จบไม่สิ้น / ไม่รู้จบสิ้น