บทที่ 7
ผลประโยชน์แลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม
ซุนเย่กำลังรู้สึกหงุดหงิด หงุดหงิดที่ไม่สามารถระบายอารมณ์ใด ๆ ออกไปได้กับมารรูปงามตรงหน้าเขาที่มีนามว่า ‘หานจิวฝู’ บุตรชายคนรองของจอมมารหาน หากถามว่าหงุดหงิดสิ่งใด ก็ต้องไม่พ้นเป็ภาพเหมือนของเขาที่อีกฝ่ายกำลังโบกเล่นไปมาราวกับเป็ของเล่นเด็ก! จะฟันหน้าสักทีก็ไม่ได้เพราะเป็ถึงบุตรของจอมมาร! น่าหงุดหงิดจริง ๆ
“้าสิ่งใดก็บอกมา แลกกับภาพเหมือนนั่น”
“อืม......ที่จริงภาพนี้ข้าคัดลอกมาจากท่านพ่อ ทั้งพี่ใหญ่ น้องสาม น้องสี่ ล้วนได้กันคนละใบเพื่อใช้ในการตามหาตัวเ้า”
“!!!” เวรกรรมอะไรของเขากันแน่!? อย่าให้รู้เชียว ว่าหนึ่งใบที่รอดพ้นจากแดนมารออกมาก่อนที่เขาจะเผาทั้งหมดทิ้งมันเป็ใครที่เอาออกมา! “ท่านจอมมารหาน้าลงโทษข้า?”
“เปล่าเลย อยากพบเ้าใจจะขาดต่างหาก เพียงแต่ข้านึกหมั่นไส้ท่านพ่อ ได้โอกาสทั้งทีก็อยากจะเอาคืนบ้าง”
“คงตั้งใจจะไม่แจ้งข่าวเื่เจอตัวข้ากระมัง”
“ประมาณนั้น แต่ไม่ต้องห่วง ข้อแลกเปลี่ยนไม่ได้ลำบากเ้าสักเท่าไหร่หรอก”
“บอกมา”
“เท่ากับยอมรับ?”
“ข้าสั่งให้บอก! ไม่ใช่ตกลง!” หานจิวฝูแอบหัวเราะเอ็นดูมารตรงหน้า ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ถอดแบบท่านพ่อออกมาไม่มีผิด ในขณะที่คำพูดแต่ละคำช่างเหมือนท่านแม่ยิ่งนัก ‘น้องเล็ก’ ของเขาช่างน่ารักจริง ๆ
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ เข้าใจแล้ว ๆ ข้า้าให้เ้าช่วยไปที่แผ่นดินจินของเผ่าอสูรกับข้าด้วยกันน่ะ พอดีท่านพ่อสั่งให้ข้าไปรับซื้อขนของพวกอสูรที่ตายแล้วมาเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับฤดูหนาวน่ะ”
“แล้วทำไมต้องเอาข้าไปด้วย?”
“ก็ดินแดนนั้นมีแต่พวกใช้กำลังนี่นา ข้ากับท่านพี่แล้วก็น้อง ๆ จำต้องเวียนสลับกันไปทุกปี แต่พวกนั้นนับถือเกอมาก ๆ เลยนะที่สามารถเป็ได้ทั้งบิดาและมารดาของบุตร เพราะฉะนั้นมีเ้าไปย่อมไม่ต้องเกรงกลัวจนเสียภาพพจน์มารอีก” เฮ้อ! ดันมาเจอเื่ยุ่งยากเข้าเสียแล้ว
“ข้าไม่ได้ว่างขนาดนั้น ข้ามีบิดาที่ต้องตามหา”
“ตามหาบิดา? อ้อ! ข้ารู้จักนะ บิดาของเ้าน่ะ” อีกฝ่ายยิ่งรู้สึกสนุกมาขึ้นกว่าเดิมไปอีก!
“ท่านรู้จัก!”
“ไปกับข้าสิแล้วข้าจะพาไปหา” ติดกับเข้าแล้วอย่างไรเล่า!
“นานแค่ไหน?” ซุนเย่ถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์เป็ที่สุด!
“เดินทางไปทางตะวันออกพร้อมกับขบวนรถม้าขนเสบียงแค่สี่คัน มารที่ไปด้วยก็มีแค่หกตน ใช้เวลาทั้งไปและกลับประมาณเจ็ดวันได้”
“ก็ได้ ข้าตกลง แต่ท่านต้องพาข้าไปหาบิดาข้าพร้อมทั้งพาไปหามารที่เอาภาพเหมือนใบสุดท้ายมาให้ท่านคัดลอกมันด้วย” หานจิวฝูนึกไว้อาลัยแก่มารคนสนิทของบิดาไปแล้วหนึ่งจิบชา
“เช่นนั้นก็ออกเดินทางมะรืนนี้ ต้นยามเฉิน* ให้ไปรอข้าที่ประตูเมืองทิศตะวันออกได้เลย”
หลังจบบทสนทนากับคุณชายหานจิวฝู ซุนเย่ก็พาตัวเองเดินหนีไปทันที รู้สึกรำคาญใบหน้ายิ้มแย้มนั่นเสียจริง! แต่ถึงแม้จะต้องเสียเวลาไปอีกเจ็ดวันสิ่งที่ได้รับกลับมาย่อมคุ้มค่าแน่นอน เขาหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่แกล้งหลอกกันเป็พอ เพราะถ้าหากเป็เช่นนั้น บุตรของจอมมารแล้วอย่างไร? เขาจะตัดลิ้นมันทิ้งเสีย! โดยไม่รู้เลยว่าความคิดเช่นนี้ทำเอาหานจิวฝูที่แยกกันไปแล้วถึงกับเสียวลิ้นตัวเองแปลก ๆ
วันต่อมา ซุนเย่ก็ยังคงเข้าป่าไปหาสมุนไพรอีกตามเคย อันที่จริงเขาตั้งใจจะเข้าแค่หนึ่งครั้งต่อสองสัปดาห์เท่านั้นเพราะไม่อยากให้สมุนไพรหมดป่าไปเสียก่อน ทั้งยังขายได้ตำลึงดีไม่ได้ลำบากเื่ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ แต่เพราะวันพรุ่งนี้ต้องเดินทางไกล จึงต้องมีติดตัวเอาไว้เยอะเสียหน่อย เผื่อพลัดหลงหรือตายจาก? จะได้มีทุนพากลับมาที่นี่
เมื่อเถ้าแก่โรงขายสมุนไพรเห็นซุนเย่เดินเข้ามาก็ถึงกับยิ้มต้อนรับอย่างออกนอกหน้าในทันที มารที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนตนนี้ คราวที่แล้วเอาสมุนไพรหายากมาขายให้ตั้งเจ็ดชนิดเชียว! บางชนิดไม่ได้พบเห็นมานานนับปีแล้วด้วยซ้ำ! หลังจากนำไปขายต่อให้พวกชนชั้นสูงย่อมได้กำไรกลับมามากมายสามถึงสี่เท่าเลยทีเดียว!
“โอ้ว! วันนี้นำสิ่งใดมาบ้างเล่าขอรับ?”
“มีต้นเดียว ชนิดเดียว”
“หืม?” เถ้าแก่รู้สึกแปลกใจ ทันทีที่ได้เห็นชนิดเดียวที่ว่า ดวงตาก็พลันเปล่งประกายวาววับ! แต่สักพักก็ห่อเหี่ยวลงไป “เ้านี่คือ ‘หญ้ายอดน้ำค้าง’ มีสรรพคุณในการทำยาสมานแผลระดับสูงเลยทีเดียว ว่ากันว่ามันหายไปจากสายตาของนักหาสมุนไพรนับสิบปีได้แล้ว! ราคามันสูงเกินกว่าที่ข้าจะรับซื้อไหวจริง ๆ น่าเสียดาย ๆ ”
“งั้นหรือ เช่นนั้นข้าควรเอาไปขายที่ไหน?”
“ออกจากร้านข้าแล้วเลี้ยวขวา ถัดไปอีกประมาณสี่่หอจะมีร้านขายสมุนไพรอยู่อีกร้านหนึ่ง แต่ร้านนั้นรับซื้อเฉพาะสมุนไพรที่ราคาเกินหนึ่งเหรียญทองเท่านั้น เอาเ้านี่ไปขายรับรองว่าถึงอย่างแน่นอน ข้ารับประกันได้!”
“ขอบคุณ” เขาทำตามคำแนะนำของเถ้าแก่ เดินเลี้ยวขวาถัดไปสี่่หอก็มาเจอเข้ากับร้านขายสมุนไพรอีกร้านหนึ่ง แต่มันดูลึกลับแปลก ๆ ชอบกล
หน้าร้านเขียนป้ายว่าขายสมุนไพรก็จริงแต่ด้านหน้าทางเข้ากลับคลุมผ้าสีดำไว้เสียมิดชิด ทั้งยังมีกลิ่นสมุนไพรที่หายากสุด ๆ โชยออกมาแตะจมูกเขาเต็มไปหมด ซุนเย่ละทิ้งความสงสัยในใจแล้วเปิดผ้าเข้าไปด้านในเพื่อติดต่อขายสมุนไพร
“ยินดีต้อนรับ ้าตัวไหน?” เถ้าแก่ท่าทางลึกลับสอบถาม ฝ่ายนั้นสวมชุดสีน้ำเงินเข้มลายราชสีห์ ใบหน้าถูกปิดบังไว้ด้วยหน้ากากแมวครึ่งบนสีดำ
“ข้ามาขายสมุนไพร”
“ไม่ถึงหนึ่งเหรียญทองไม่รับ” เขาวางสิ่งที่อยากจะขายให้อีกฝ่ายได้ดู “หญ้ายอดน้ำค้าง ต่ำสุดสองเหรียญทองสูงสุดสามเหรียญทอง ้าราคาไหน?”
“สูงสุด” มีมากย่อมดีกว่าอยู่แล้ว ท่าทางคงไม่ต้องเข้าป่าไปอีกนาน......กระมัง
“รอสักครู่” เถ้าแก่เก็บสมุนไพรไปแล้วหันไปหยิบถุงที่ใส่ตำลึงด้านหลัง แต่ก่อนจะหยิบต้องจุดเทียนเพื่อเพิ่มความสว่างเสียก่อน ช่างเป็มารที่มืดมนดีจริง ๆ “ได้แล้ว” เมื่อได้ครบตามจำนวนจึงหันกลับมามอบให้เขา ทว่าทันทีที่อีกฝ่ายเห็นใบหน้าของลูกค้าจากแสงเทียนได้อย่างชัดเจน มือก็พลันหยุดชะงักไป
“มีอะไร?”
“เ้า......เอ่อ จะใช้ตำลึงจำนวนมากขนาดนี้ไปทำอะไรรึ?” เอ้า! อยู่ ๆ ก็สนใจเื่ของคนอื่นขึ้นมาเสียอย่างนั้น ประหลาดดีแท้
“ข้าต้องเดินทางไกล”
“ไปไหน!?”
“นี่เื่ส่วนตัวข้า”
“อ๊ะ! ขออภัย ๆ ข้าเพียงอยากรู้ว่านักหาสมุนไพรที่เก่งกาจเช่นนี้จะไปที่ไหน เผื่อว่าไปเจอของที่หายากกว่านี้เข้าข้าจะได้รู้แหล่งแล้วไปหามาบ้างก็เท่านั้น”
“อ้อ แผ่นดินจิน ไปทำธุระกับบุตรของจอมมารน่าหมั่นไส้ตนหนึ่ง แต่ถ้าเจอของหายากข้าย่อมเก็บแล้วนำมามันมาขายให้” เขาเห็นว่าไม่ได้เสียหายอะไรก็เลยตอบ ๆ ไป ผูกมิตรไว้หน่อยก็ดี ร้านนี้มันถุงทองของแท้!
“ขอบคุณ ๆ ” เมื่อเห็นว่าซุนเย่ออกจากร้านไปแล้ว เถ้าแก่ที่สวมหน้ากากแมวจึงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “เฮ้อ! ท่านพ่อโดน ‘พี่รอง’ เอาคืนเข้าแล้ว ต้องรอเพิ่มไปอีกเจ็ดวันหวังว่าจะไม่หนีงานตามไปนะขอรับ”
ทางด้านซุนเย่ที่ได้ตำลึงมาถึงสามเหรียญทองก็มีหน้าตาสดชื่นแจ่มใส ลืมความหงุดหงิดเื่ท่านชายรองแซ่หานไปจนสิ้น! ไม่คิดให้มากความตรงเข้าร้านเสื้อผ้าก่อนเป็อันดับแรก เขาทนใส่ชุดเดิมมาเจ็ดวันแล้ว หากนานกว่านี้ได้เน่าจนขาดแน่!
เถ้าแก่เนี้ยที่ออกมาต้อนรับเขาก็ให้คำแนะนำเป็อย่างดีจนในที่สุดก็ได้เสื้อผ้าคุณภาพปานกลางมาสามสี่ชุดได้ ต่อไปก็ซื้อสัมภาระอื่น ๆ อีกมากมายที่จำเป็ต่อการเดินทางไกลรวมไปถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน สรุปว่าวันนี้ทั้งวันเขาหมดแรงไปกับการซื้อของทั้งสิ้น ตกดึกก็นึกอยากอยู่สบายบ้างจึงไม่ลังเลที่จะเช่าห้องในโรงเตี๊ยมดี ๆ สักที่ไว้หลับนอน วันนี้มันช่างเปี่ยมสุขดีจริง ๆ ดูเหมือนจะลืมท่านชายรองหานไปจนสิ้นเสียแล้ว
วันต่อมา ต้นยามเฉิน
ซุนเย่ออกไปรอหานจิวฝูที่ประตูเมืองฝั่งตะวันออกตามที่นัดหมาย ไม่นานก็มีขบวนเดินทางทั้งสิ้นสี่คันรถม้าเคลื่อนมาถึง โดยมีคุณชายรองหานกับผู้ติดตามอีกสองคนขี่ม้าเดี่ยวนำมาแต่ไกล
“อรุณสวัสดิ์คุณชายซุนเย่”
“ข้าต้องไปกับใครหรือว่ารถม้าคันไหน?”
“มากับข้าได้เลย!”
“เผื่อท่านจะลืมไปนะว่าข้าเป็เกอ ข้าไม่ได้ถือสา แต่กับคุณชายมีชื่อเสียงเช่นท่านคงไม่ดีต่อทั้งท่านและข้า” เพราะพวกสตรีกับเกอที่น่ารำคาญจะมารุมล้อมเขาเหมือนเมื่อครั้งที่อยู่แดนมารเขตสิบ เดี๋ยวเผลอฆ่าซ้ำรอยไปจะเป็เื่ใหญ่ ประโยคส่วนหลังแน่นอนว่าไม่ได้พูดออกไป
“ไม่เป็ไรหรอกน่า! มีข้าอยู่ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น มาเร็ว!” เฮ้อ! เขากลอกลูกตาวนไปรอบหนึ่งแล้วะโขึ้นหลังม้าของคุณชายรองหานไปอย่างคล่องแคล่ว “ย่ะ!” เสียงสั่งการม้าดังขึ้นพร้อมกับขบวนที่เริ่มออกเดินทางไปยังแผ่นดินจิน
เมื่อผ่านประตูเมืองออกไปแล้วก็มีชายชุดน้ำเงินสวมหน้ากากแมวปรากฏกายออกมายืนมองไล่หลัง เขาคนนี้คือเถ้าแก่ร้านขายสมุนไพรลึกลับที่ซุนเย่นำหญ้ายอดน้ำค้างไปขายให้เมื่อวานนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีชายอีกคนออกมายืนข้างกัน หน้าตาดูมีเค้าโครงของคุณชายรองหานอยู่ประมาณสามถึงสี่ส่วนได้ แต่ดูสมชายชาตรีมากกว่า
“ไม่ใช่แค่ ‘พี่รอง’ เท่านั้นสินะที่ไม่ยอมบอก แม้แต่ท่านก็ไม่ยอมบอกด้วยเช่นกันนะ ‘พี่สาม’ อยากเห็นท่านพ่ออกแตกตายรึ?” ชายที่ไม่ได้สวมหน้ากากกล่าว
“ไม่เอาน่า ‘ชิงหลิน’ ข้ามีหรือจะไม่บอกท่านพ่อ”
“นี่พี่สามจะบอกท่านพ่อหลังจากที่ออกเดินทางกันไปแล้วเนี่ยนะ!?”
“ใช่ ดังนั้น เป็หน้าที่เ้าที่ต้องรั้งท่านพ่อเอาไว้ให้ได้”
“แล้วทำไมท่านไม่ทำเองเล่า!?”
“น้องเล็ก้าตำลึงเยอะมาก คงลำบากน่าดู ข้าจะเอาหญ้ายอดน้ำค้างนี่ไปเพาะพันธุ์ขายแล้วเอาตำลึงไปเลี้ยงน้องเล็กให้อยู่ดีมีสุข”
“......” คำตอบที่ได้รับจากพี่ชายทำเอาคุณชายสี่ ‘หานชิงหลิน’ ถึงกับมองด้วยสายตาว่างเปล่า “พี่สาม เผื่อว่าท่านจะลืมไปนะ......ว่าบ้านเรารวย”
.
.
.
การเดินทางไปแผ่นดินจินไม่ได้ยากลำบากอย่างที่คิด จากการสอบถามกับคุณชายรองหานทำให้รู้ว่าเมืองฉิวเหวยไม่ได้อยู่ห่างจากชายแดนฝั่งตะวันออกมากนัก เดินทางผ่านไปอีกสามเมืองก็ถึงเขตแผ่นดินจินแล้ว หากเป็ในยามปกติใช้เวลาวันเดียวก็คงถึง แต่เพราะต้องเอารถม้าไปบรรทุกสินค้าด้วยก็เลยต้องใช้เวลานานหน่อย ระหว่างไม่มีคำพูดใดไปมากกว่าการถามตอบทั่ว ๆ ไป ความเร็วของม้าก็ดูเร็วมากกว่าปกติแปลก ๆ เหมือนกำลังเร่งรีบอยู่
เขาไม่กล้าคาดเดาเลยว่าจะมีการ ‘ลอบสังหาร’ เกิดขึ้นหรือไม่เนื่องจากเ้าของม้าเป็ถึงบุตรชายของจอมมาร พวกขุนนางที่รับใช้จอมมารหานในปัจจุบันก็มีบางส่วนที่ติดหนี้แค้นกับจอมมารหลงเฟยิอยู่หลายส่วน
หากคิดในอีกแง่ว่าจอมมารทั้งสองรู้จักกันดี ก็คงไม่น่าแปลกอะไรหากจะเกิดการสังหารรัชทายาทของจอมมารทิ้ง เพราะหากจอมมารหานเป็เพียงหุ่นเชิดของพวกขุนนางจริง ๆ ป่านนี้คงได้ยินข่าววังจอมมารโดนถล่มไปนานแล้ว นี่เขาคงคิดถูกจริง ๆ สินะที่ยอมทำตามเงื่อนไขของคุณชายที่มีสถานะเหมือนองค์ชายอยู่บนหัวแบบนี้
“กังวลอะไรหรือ? คุณชายซุนเย่” มารด้านหน้ารับรู้ได้ถึงแรงจับชุดที่แน่นขึ้นจึงเอ่ยถาม
“ข้ากำลังคิดว่าท่านกับพี่น้องรักกันดีรึเปล่า?”
“ต้องรักสิ! พวกเราสนิทกันมากเลยล่ะ แค่มองตาก็รู้ใจรวมหัวกันแกล้งท่านพ่อเป็ประจำทุกวันเลย ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ”
“งั้นหรือ” เช่นนั้นก็ตัดประเด็นแย่งชิงตำแหน่งจอมมารรุ่นต่อไปออกไปได้เลย เหลือก็แค่ประเด็นใหญ่ที่คิดไว้เมื่อครู่นี้เท่านั้น หรืออีกกรณีคือาข้ามดินแดน แต่ในเวลาที่จอมมารหลงเฟยิหลุดออกมาจากผนึกแบบนี้อีกทั้งตอนนี้ยังเงียบหายไป คงไม่ใช่เื่ดีเท่าไหร่ที่จะก่อา
“ยังกังวลอยู่หรือ? ััเ้านี่ดีใช้ได้เลยนะ”
“รู้แล้วหรือ? ว่าข้ากังวลเื่อะไร”
“เื่การลอบสังหารใช่รึไม่?”
“ใช่” ชายคนนี้เกิดมาเป็ที่รักของเทพชะตาหรืออย่างไร? คาดเดาอะไรก็แม่นยำไปเสียทุกเื่
“พวกมันมองหารัชทายาทที่อ่อนแอที่สุดเพื่อใช้เป็หุ่นเชิด ไม่แปลกหรอกที่คนอื่น ๆ จะถูกลอบสังหารให้พ้นทาง แต่มันดันเลือกผิดเวลาไปหน่อยเพราะยามนี้จอมมารหลงเฟยิไม่ได้หลีกหนีไปไหนไกลเลย แต่อยู่ในวังต่างหาก ใกล้กันจนจะหายใจรดต้นคออยู่แล้วยังหาไม่เจอ ช่างโง่งม”
“ท่านหลงเฟยิอยู่ในวังจอมมาร!? ข้าขอเพิ่มเงื่อนไข!”
“หืม? ว่ามาสิ”
“พาข้าไปหาเขาด้วย!”
“ข้าได้รับผลประโยชน์สองข้อ หนึ่งคือได้เ้าร่วมเดินทางขาไป สองคือได้เ้าร่วมเดินทางขากลับ ส่วนเ้าก็ได้ผลประโยชน์กลับไปสองเื่ หนึ่งคือได้เจอหน้าบิดาที่แท้จริง สองคือได้เจอมารที่เอาภาพเหมือนใบสุดท้ายของเ้าออกจากแดนมารมาได้ทันก่อนจะถูกเผา”
“หาก้าข้อที่สาม ก็ต้องสร้างประโยชน์ข้อที่สามให้ท่านสินะ”
“จะอ้อนข้าก็ได้นะ”
“ไม่มีทาง!” มารตนนี้เ้าเล่ห์สิ้นดี! คำพูดเพียงไม่กี่คำก็หว่านล้อมผู้คนเอาไว้ได้หมดทุกทางทั้งยังเ้าสำนวนชวนฟัง ช่างเกิดมาเพื่อเป็กุนซือโดยแท้ แต่กระนั้นบางคำก็ไม่ได้น่าอภิรมย์สำหรับเขาเลย!
ฮี่! ฮี่! จู่ ๆ พวกม้าที่กำลังวิ่งอย่างรวดเร็วก็ลดความเร็วลง พร้อมกับส่งเสียงร้องราวกับกำลังเตือนภัยบางอย่าง
“ม้าพวกนี้ฉลาดมากเลยนะ ข้าฝึกมันให้รับรู้ถึงอันตรายจากระยะไกลด้วย”
“ดูเหมือนข้าจะถูกพามาเจอเื่ยุ่งยากสินะ”
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ไม่ต้องห่วง ข้าจะปกป้องเ้าเองนะ” เวลาแบบนี้ก็ยังยิ้มหน้าระรื่นอยู่ได้
ขบวนรถม้าค่อย ๆ เดินต่อไปอย่างช้า ๆ ไม่ได้วิ่งเร็วเหมือนคราแรกอีก จมูกของเขาััได้ถึงกลิ่นแปลก ๆ ที่ลอยมาตามลม กลิ่นของ ‘ใบหนามแดง’ ‘ใบท้อเปลี่ยนสี’ แล้วก็ ‘หญ้าแต้มชาด’ ทุกอย่างคือสมุนไพรทำยาพิษ!
“ระวัง อีกฝ่ายมียาพิษร้ายแรง”
“เ้ารู้ได้อย่างไร?”
“ข้าได้กลิ่น” ไม่ทันที่ความสงสัยในใจของคุณชายรองหานจะกระจ่าง ธนูก็โจมตีเข้ามาเสียแล้ว!
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ทุกคนรีบบังคับม้าให้หลบหลีกแทนที่จะฟันทิ้ง เพราะหากมันเป็พิษจริงก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเอาอาวุธตัวเองไปแตะต้อง! “มีรถม้าตั้งสี่คันหลบอย่างเดียวคงไม่ทันหรอก ฆ่าทิ้งให้หมดเลยดีกว่า” เขาให้คำแนะนำไป
“เ้านี่โหดใช้ได้เลยนะเนี่ย” หานจิวฝูพูดราวกับว่าไม่เคยรู้มาก่อน ทั้ง ๆ ที่ความจริงข่าวลือเื่ความโหดของซุนเย่นั้นไปไกลเกินกว่าจะกู่กลับแล้ว
“สังหารให้หมด! อย่าให้เหลือรอด!!” ในที่สุดพวกมือสังหารก็เผยตัวตนเสียที
พวกมันถือดาบเข้ามาฟาดฟันอย่างเต็มที่ พอมีฝีมืออยู่บ้างแต่ก็ไม่อาจสู้กับระดับบุตรแห่งจอมมารได้ ผู้ติดตามสองคนกับคนบังคับรถม้าอีกสี่คนก็ดูมีฝีมือไม่น้อย คงไม่แคล้วเป็ราชองครักษ์อย่างแน่นอน!
ส่วนตัวเขาน่ะหรือ? กางม่านพลังเป็เกราะกำบังอย่างเดียวไม่โจมตีหรือโต้ตอบใด ๆ เป็การช่วยเลย ตราบใดที่ยังไม่อันตรายถึงชีวิตเขาก็ไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยอย่างเด็ดขาด เพราะนี่ไม่ใช่ความแค้นของเขา ไม่ใช่เื่ที่คนนอกเช่นเขาจะต้องยื่นมือเข้าไปสอดแทรก แม้ยามนี้จะต้องมารับเคราะห์ไปด้วยก็ตาม แต่ขอแค่ยังมีชีวิตรอดพาเขาไปเจอบิดา จะพิกลพิการก็ต้องรอดกลับไปแค่นั้นก็พอ เพราะเขาไม่ใช่พระพุทธองค์ผู้มีเมตตาดุจดั่งมหาสมุทร
เคร้ง! เสียงดาบและกระบี่ยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง
ฝ่ายหานจิวฝูที่ดูจะได้เปรียบในตอนแรก มาตอนนี้กลับเริ่มเสียเปรียบเพราะต้องคอยระวังไม่ให้ถูกพิษ อีกทั้งจำนวนของศัตรูยังมากจนเกือบเข้าหลักร้อย! ในจังหวะที่คมดาบอาบยาพิษกำลังจะเฉือนเข้าที่ใบหน้าของจิวฝูนั้น! หัวใจของซุนเย่พลันเกิดอาการบีบรัดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ! รู้ตัวอีกทีก็สะบัดมือสังหารเ้าของดาบอาบยาพิษจนสิ้นลม! ไม่เพียงเท่านั้น อยู่ ๆ ในใจก็เกิดความโทสะบางอย่างขึ้นมาแล้วปล่อยพลังออกไปเต็มที่!
ตู้ม!! ฉัวะ! อ๊ากกกก แล้วพวกมือสังหารก็ถูกคมมีดปริศนาที่มองไม่เห็นเชือดคอจนสิ้นลมไปในคราวเดียว!
“คุณชายซุนเย่ช่างแข็งแกร่งสมคำร่ำลือ ข้าเป็หนี้ชีวิตเ้าเข้าเสียแล้ว” มารที่เกือบถูกเชือดใบหน้าจนติดพิษ แทนที่จะตื่นตระหนกใกลับหันมายิ้มให้เขาอย่างตื่นเต้น ทำเหมือนนี่เป็การแสดงงิ้วไปได้!
“ข้าช่วยท่าน ท่านพาข้าไปหาท่านหลงเฟยิ”
“อ๊า! โธ่! ข้าพลาดไปรึนี่ อุตส่าห์นึกว่าจะได้เห็นเ้าอ้อนข้าแล้ว หรือจะหาผลประโยชน์ข้อที่สี่มาให้เ้าดีนะ?”
“ไม่ - ต้อง!”
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ เช่นนั้นก็ไปกันต่อเถอะ” ขบวนรถม้าออกเดินทางต่อทันทีด้วยความเร็วที่เป็ปกติ
แต่เขาก็ยังคงสับสนในใจอย่างหนัก ว่าเหตุใดตอนที่เห็นว่าคุณชายรองหานกำลังตกอยู่ในอันตรายหัวใจจึงรู้สึกเ็ปขึ้นมา? ทั้งยังยับยั้งใจตัวเองไม่ได้จนเผลอช่วยอีกฝ่ายกำจัดศัตรูไปจนสิ้น เพียงเพราะพวกมันเกือบทำให้คุณชายรองหานได้รับพิษ! เห็นทีการเดินทางครั้งนี้เขาจะต้องพิสูจน์เื่นี้ให้ได้!
*ยามเฉิน = 07:00 – 08:59