ในหอกุหลาบแดงในตอนนี้ได้มีเสียงของความสุขและสนุกสนานของ 3 คน พ่อ ลูก และหลานชาย พวกเขาทั้ง3คงจะเป็ชายที่โชคดีที่สุดแล้วในค่ำคืนนี้ที่มีหญิงสาวที่สวยงามทั้ง 3 คนคอยดูแลรับรองอยู่ด้านข้างไม่ขาดหาย
ฮาๆๆ เป็อย่างไรบ้าง คิดถูกแล้วใช่หรือไม่ละที่ข้าพาพวกเ้ามาฉลองที่นี้ มู่หลงเปียวกล่าวถามลูกชายและหลานของเขาออกมาก่อนที่จะโอบกอดหยางอู่เหม๋ยด้วยมือข้างนึงเขามาหาตนเอง เห็นภาพนี้มู่หลงเปาและมู่หลงชิงก็ไม่ได้อิจฉาแต่อย่างใด เพราะพวกเขาในตอนนี้ต่างก็โอบกอดสาวงามในอ้อมแขนของตนเช่นกัน
เจียวเจียวที่ถูกมู่หลงเปาโอบกอดอยู่ก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด นางยังคงหยิบอาหารขึ้นมาป้อนเขาอีกด้วย มู่หลงเปายิ้มออกมาด้วยอารมณ์ที่เบิกบานเป็อย่างมาก ส่วนมู่หลงชิงนั้นในตอนนี้เสี่ยวเหม๋ยได้ขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขวยเขินขึ้นมาอย่างมาก เพราะั้แ่ที่นางมาอยู่ที่นี้นั้นมู่หลงชิงเป็ผู้ชายคนแรกที่นางยอมให้โอมกอดและััตัวได้ถึงเพียงนี้ ถ้าเป็ผู้อื่นคงทำได้เพียงนั่งสนทนากับนางอยู่คนละฝั่งของโต๊ะเท่านั้นคงไม่มีโอกาสได้ัันางอย่างนี้แน่นอน และเพราะอย่างนี้นางถึงได้เกิดความเขินอายขึ้นมา
หมายความว่ายังไงที่นางทั้งสองไม่ว่างในตอนนี้ ข้าเป็แขกประจำของหอกุหลาบแดงแห่งนี้ ไปเรียกนางทั้งสองออกมาต้อนรับข้าเดียวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้หอกุหลาบแดงนี้ไม่กล้าจะมีคนมาใช้บริการอีกเลย ... ในขณะที่ทั้ง 3 คนกำลังสนุกสนานอยู่นั้นก็ได้มีเสียงดังด้วยความไม่พอใจของชายคนนึงเข้ามาในห้องส่วนตัวนี้ ทำให้ทั้ง 3 คนคิ้วขมวดขึ้นมาเล็กน้อย
คัยกันที่กล้าส่งเสียงมาขัดจังหวะการฉลองของพวกข้ากัน มู่หลงเปียวกล่าวออกมาด้วยอารมที่เสียเล็กน้อย ... หยางอู่เหม๋ยเห็นอารมของมู่หลงเปียวที่เริ่มเปลี่ยนไปนางก็ยิ้มออกมาก่อนที่จะปลอบเขาด้วยการกอดไปที่แขนของเขาทำให้แขนของมู่หลงเปียวได้แนบชิดกับช่องแคบของูเาทั้ง 2 ลูก
นายท่านมู่หลงเปียวไม่ต้องเป็ห่วงไป คงจะเป็พวกที่มึนเมาแล้วมาก่อเื่ละมั้ง เดียวข้าจะเป็คนออกไปดูให้เอง เชิญนายท่านทั้ง 3 สนุกกันต่อให้เต็มที่ไม่ต้องห่วงเื่ข้างนอก ... พูดจบหยางอู่เหม๋ยก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องรับรองไปทางต้นเสียงที่เกิดขึ้น เพิ่งออกไปได้ไม่นานก็ได้มีบ่าวรับใช้วิ่งมานาง
ข้างนอกมีปัญหาอะไรกันเช่นนั้นหรือ ถึงได้เอะอะโวยวายจนเข้าไปถึงข้างใน หยางอู่เหม๋ยกล่าวถามบ่าวรับใช้ที่วิ่งมาหานาง ...
เรียนนายหญิง เื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็เพราะผู้าุโสองของตะกลูจ้าว จ้าวจง เขา้าที่จะให้แม่นางเจียวเจียว และแม่นางเสี่ยวเหม๋ยออกไปดูแลรับรองเขาเป็การส่วนตัว แต่เป็เพราะว่าแม่นางทั้งสองในตอนนี้ได้รับรองแขกพิเศษไปแล้วข้าจึงได้กล่าวออกไปว่าแม่นางทั้ง 2 ติดแขกคนสำคัญอยู่ในขณะนี้จึงไม่สามารถออกมาต้อนรับได้ แต่เพราะเขาไม่ยอม เขา้าให้ข้าไปตามแม่นางทั้งสองออกมาต้อนรับเขาให้ได้จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาในขณะนี้
ได้ยินดังนั้นหยางอู่เหม๋ยก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าคนที่ก่อปัญหาขึ้นมาจะเป็ผู้าุโสองของตะกลูจ้าว เขาไม่เพียงก่อเื่แต่ยัง้าให้เสี่ยวเหม๋ยกับเจียวเจียวไปต้อนรับเขาเป็การส่วนตัวอีก นางคงปล่อยให้เป็เช่นนั้นไม่ได้แน่ เพราะทั้ง 3 คนที่อยู่ในห้องรับรองพิเศษนั้นเป็บุคคลสำคัญเป็อย่างมาก
ไม่เป็ไรเดียวข้าจะไปจัดการเอง เ้าไปทำงานของเ้าต่อเถอะ นางกล่าวกับคนรับใช้ก่อนที่จะเดินออกไป
ทำไมยังไม่ไปตามนางทั้งสองออกมาอีก หรือ้าให้ข้าทำลายที่นี้ไปก่อนพวกเ้าถึงจะไปตามนางมาให้ข้า ผู้าุโสองจ้าวจงะโออกมาด้วยความโกรธเล็กน้อยที่ยังไม่มีคับไปตามนางทั้งสองออกมาต้อนรับเขา...
นี้ไม่ใช่นายท่านจ้าวจงเช่นนั้นหรือ ทำไมถึงได้โมโหร้ายได้ถึงขนาดนี้ ไม่ทราบว่ามีอะไรที่หยางอู่เหม๋ยคนนี้จะสามารถช่วยท่านได้หรือไม่ เสียงที่ไพเราะของหยางอู่เหม๋ยดังขึ้นมา ทำให้ผู้าุโสองจ้างจงหันไปหานางก่อนที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อย
ที่แท้ก็แม่นางอู่เหม๋ยนี้เอง ก็ดีในเมื่อเป็เ้าของหอกุหลาบแดงออกมาเองแบบนี้ข้าก็จะพูดออกไปตามตรงเลยแล้วกัน ข้า้าให้แม่นางเจียวเจียวและแม่นางเสี่ยวเหม๋ยมารับรองข้าเป็การส่วนตัวในคืนนี้ ... เสียงของเขาดังอย่างมากทำให้รอบด้านทั้งหมดต่างมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพิ่มมากขึ้นไปอีก
ข้าต้องขอประทานอภัยด้วยนายท่านจ้าวจง นางทั้งสองในตอนนี้ได้ดูแลลูกค้าพิเศษของทางเราอยู่ วันนี้จึงไม่สามารถออกมาดูแลต้อนรับท่านได้ แต่ถ้าเป็หญิงงามคนอื่นข้าสามารถเรียกมาให้ท่านได้อย่างแน่นอน นางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
แขกพิเศษขนาดไหนกันเชียวถึงได้สำคัญกว่าข้าที่เป็แขกประจำของที่นี้ได้ ข้าไม่เอาหญิงสาวคนอื่นทั้งนั้น จงไปตานางทั้งสองมาให้ข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะไปลากนางทั้งสองออกมาเอง ดูสิว่าแขกคนสำคัญของพวกเ้านั้นจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน กล่าวเสร็จเขาก็ปลดปล่อยแรงกดดันออกมาทำให้บรรยากาศในตอนนี้หนักหน่วงเป็อย่างมาก มีหลายคนที่ทนไม่ไหวและล้มลงคุกเขาลงไป
ต้องรู้ก่อนว่าผู้าุโสองจ้าวจง เขาอยู่ในเขตแดนปราณปรายฟ้าขั้นกลาง ซึ่งสูงกว่า มู่หลงเปา 1 ขั้น ทำให้เขาเป็ผู้แข็งแกร่งอันดับต้นๆของเมืองเยี่ยเลยทีเดียว เห็นการคุกคามของจ้าวจงในตอนนี้ก็ได้ทำให้สีหน้าของหยางอู่เหม๋ยเปลี่ยนเป็เ็าในทันที นางไม่คิดว่าจ้าวจงจะกล้าปลดปล่อยพลังของเขาออกมาในสถานที่ของนางได้ นางในตอนนี้ได้เริ่มโมโหขึ้นมาเล็กน้อยและปลดปล่อยแรงกดดันออกมาต้านไว้ ทำให้หลายๆคนที่ตอนแรกทนไม่ไหวและล้มลงไปเริ่มหายใจได้คล่องขึ้น
เห็นดังนั้นจ้าวจงก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยเขาไม่คิดเลยว่าหยางอู่เหม๋ยจะซ่อนพลังของนางเอาไว้ วัดจากแรงกดดันที่ออกมาจากนางนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย
ฮาๆๆ ข้าไม่คิดเลยว่าแม่นางอู่เหม๋ยจะมีความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ไม่น่าละทำไมถึงไม่มีคัยกล้าก่อเื่ที่หอกุหลาบแดงแห่งนี้ ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องรบกวนขอคำชี้แนะหน่อยแล้วละ จ้าวจงพูดจบเขาก็ได้รวบรวมพลังเข้าไปที่ฝ่ามือของเขา และเตรียมใช้วิชาฝ่ามือของเขาออกมา เห็นดังนั้นหยางอู่เหม๋ยก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย ถึงแม้ว่าระดับพลังของนางจะเท่ากันกับจ้าวจงแต่เคล็ดวิชาของนางนั้นไม่สามารถสู้กับเขาได้ ถ้าเกิดมีการปะทะขึ้นมาจริงๆ นางคงไม่สามารถต้านทานเขาได้อย่างแน่นอน
ครืนนนน .... ตู้ม ......
เสียงของพลังกดดันที่รุนแรงยิ่งกว่าจ้าวจงได้กดดันไปที่เขาก่อนที่จะทำให้เขาถูกกดลงไปนอนที่พื้นอย่างรุนแรง ทำให้พื้นที่เขาถูกกดลงไปแตกออกเป็หลุมๆนึงขึ้นมา แรงกดดันนี้ทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้เลยแม้แต่น้อย มุมปากของเขาได้มีเืไหลออกมา ทำให้เขาเริ่มมีสีหน้าซีดขึ้นมาเล็กน้อย เขาในตอนนี้คิดได้แล้วว่าได้หาเื่กับคนที่แข็งแกร่งเข้าให้แล้ว
จ้าวจงข้าไม่คิดเลยว่าตะกลูจ้าวจะยิ่งใหญ่จนสามารถกดขี่คนอื่นได้แบบนี้ สงสัยข้าคงต้องพูดกับท่านเ้าเมืองดูสักครั้งแล้วละ เสียงของชายชราคนนึงดังขึ้นมาก่อนที่จะปรากฎตัวออกมา เขาก็คือหัวหน้าตะกลูมู่ มู่หลงเปียว ที่ในตอนนี้เขามีอารมที่โกรธเล็กน้อยไม่เพียงแต่จ้าวจงทำให้เขาอารมเสียที่ขัดจังหวะความสำราญของพวกเขาแต่จ้าวจงยังเจตนาจะทำร้ายหยางอู่เหม๋ยอีก จึงทำให้เขาโกรธขึ้นมาเล็กน้อยในตอนนี้
เห็นว่าคนที่ปรากฎตัวออกมาเป็คัยก็ทำให้จ้าวจงหน้าซีดขึ้นไปอีก เขาไม่คิดเลยว่าแขกพิเศษที่หยางอู่เหม๋ยพูดถึงจะเป็มู่หลงเปียว ถ้าเขารู้แต่แรกคงไม่กล้าที่จะก่อเื่เช่นนี้ หัวหน้าตะกลูจ้าวเคยกล่าวไว้ว่า ถ้าจะหาเื่ตะกลูมู่ก็ควรให้กระทำให้รอบครอบและมีขอบเขตไว้ ห้ามทำให้เป็เื่ใหญ่จนถึงมู่หลงเปียวอย่างเด็ดขาด เพราะถ้ามู่หลงเปียวลงมือเองคงได้เกิดานองเืขึ้นมาอย่างแน่นอน ถึงเขาจะเป็ชายชราแล้วแต่หัวหน้าตะกลูจ้าวก็ยังไม่กล้าที่จะไปยุแหย่เขา แต่ครั้งนี้กลับเป็จ้าวจงที่หาเื่ใส่ตัวเอง
นายท่านมู่ ... ต้องขอประทานอภัยด้วยข้าไม่คิดว่าแขกคนพิเศษจะเป็ท่านเช่นนี้ ได้โปรดอภัยให้แก่ข้าด้วย จ้าวจงพูดออกมาด้วยเสียงที่นอบน้อมเป็อย่างมาก เขากลัวว่าจะไปกระตุ้นความโกรธของมู่หลงเปียวขึ้นมา จึงกล่าวด้วยความสุภาพแทน
ขออภัยเช่นนั้นหรือ เ้ารบกวนแขกคนอื่นๆยังไม่พอแต่เ้ายัง้าจะทำร้ายแม่นางอู่เหม๋ยอีก ถ้าวันนี้คนที่มาไม่ใช่ข้านางคงจะได้รับาเ็ไปแล้ว แต่เ้ายังมากล่าวขอโทษออกมาเพียงเท่านี้ เ้าคิดว่ามันจะง่ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เ็าเล็กน้อย
หามิได้ ข้าเป็คนผิดเองที่ก่อเื่ขึ้นมา ไม่ว่านายท่านมู่้าให้ข้าชดใช้ด้วยสิ่งใดก็เชิญกล่าวออกมาได้เลย ข้าคนนี้จะชดใช้ให้อย่างเต็มที่ ...
คนที่เ้าจะต้องชดใช้ให้คือแม่นางอู่เหม๋ยไม่ใช่ข้า ... มู่หลงเปียวกล่าวออกมาก่อนที่จะหันไปส่งยิ้มให้กับหยางอู่เหม๋ยเล็กน้อย .. เห็นรอยยิ้มที่ส่งมาให้นางพร้อมกับให้นางเป็คนตัดสินเองเช่นนี้ก็ทำให้สีหน้าของนางกลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง
นายทานจ้าวจงท่านเพียงแค่ต้องชดใช่ค่าเสียหายทั้งหมดที่ท่านได้ทำลายไป รวมถึงชดเชยเงินอีก 100000 เหรีญทองสำหรับผู้คนและพนักงานในนี้ที่ได้รับาเ็จากการกระทำของท่าน
ได้ยินเช่นนั้นจ้าวจงก็หน้าซีดเข้าไปอีกเงินจำนวนมากขนาดนี้เขาพอมีอยู่บ้าง แต่ถ้าเขานำออกมาใช้เช่นนี้ก็จะทำให้เขากลายเป็คนจนได้เลย แต่เขาก็ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ มีเพียงแค่ยินยอมเท่านั้น ยอมเสียเงินดีกว่าเสียชีวิตจากมู่หลงเปียว เขากัดฟันก่อนจะโยนแหวนมิติที่มีงินอยู่จำนวน 120000 เหรีญทอง ให้กับหยางอู่เหม๋ย
ในนั้นมีเงินอยู่ทั้งหมด 120000 เหรีญทองคงเพียงพอชดเชยกับความเสียหายทั้งหมดได้ พูดจบเขาก็หันหลังและ้าออกไปจากที่นี้อย่างรวดเร็ว
จ้าวจง ข้าหวังว่าเ้าจะไม่มาที่นี้อีก ไม่เช่นนั้นต่อให้จ้าวหลงมาเองก็ไม่สามารถรักษาชีวิตของเ้าเอาไว้ได้ .... เสียงของมู่หลงเปียวดังขึ้นในหูของจ้าวจงก่อนที่เขาจะหยุดเดินและสั่นขึ้นมาด้วยความกลัวเล็กน้อย จากนั้นเขาก็รีบตัวทะยานออกไปแทน
ขอบพระคุณนายท่านมู่ยิ่งนักที่ได้ช่วยเหลือข้าไว้ในวันนี้ บุญคุณครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะตอบแทนคืนได้เช่นใด หยางอู่เหม๋ยกล่าวของคุณออกมาพร้อมกันรอยยิ้มที่ยั่วยวน ก่อนที่นางจะเดินไปเกาะแขนของเขา เห็นอย่างนั้นมู่หลงเปียวก็เปลี่ยนเป็อารมดีอย่างมากก่อนจะค่อยๆโอบนางเข้ามาหาเขา
เช่นนั้นคืนนี้เ้าก็คอยดูแลคนแก่คนนี้ให้ดีๆก็แล้วกัน เท่านี้ก็ถือว่าได้ชดใช้ในสิ่งที่ข้าได้ทำไปแล้วละ ฮาๆๆ เขาหัวเราะขึ้นมาก่อนที่จะค่อยๆพานางแยกออกไป เขาได้ให้บ่าวรับใช้ไปแจ้งกับมู่หลงเปาและมู่หลงชิงแล้วว่าเขาจะขอตัวแยกออกไปก่อน ให้ทั้งสองดื่มกินกันต่อได้เลยไม่ต้องห่วงเขา ก่อนที่เขาจะเดินโอบกอดหยางอู่เหม๋ยไปทางที่พักส่วนตัวด้านหลังที่เป็ที่พักของนางเอง
ได้รับฟังข้อความที่มู่หลงเปียวฝากมาให้กับพวกเขาทั้งสอง ก็ทำให้ทั้งสองต่างแอบยิ้มออกมาเล็กน้อย ....
หลงชิง ตอนนี้พ่อว่าพ่อเริ่มจะดื่มต่อไม่ไหวแล้วละข้ารู้สึกมึนเมาเล็กน้อยข้าคงต้องไปนอนพักสักหน่อยแล้วละเ้าก็ดูแลตัวเองดีๆด้วยละ มู่หลงเปากล่าวออกมาก่อนที่เขาจะอุ้มเจียวเจียวขึ้นมาโอบกอดไว้แล้วเดินหายออกไปในทันที เห็นพ่อของเขาหายออกไปแบบนี้มู่หลงชิงก็ตกตะลึงเล็กน้อย นี้หรอที่มึนเมาเล็กน้อย อุ้มสาวๆขึ้นมาแล้วรีบหนีออกไปเลยเนี่ยนะ เขากล่าวออกมาในใจก่อนจะยิ้มออกมา
ในห้องตอนนี้เหลือเพียงแค่มู่หลงชิงกับเสี่ยวเหม๋ยเพียงสองคนเท่านั้น ทำให้บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป ความเงียบที่เข้ามาครอบงำคนทั้งคู่ เสี่ยวเหม๋ยในตอนนี้หน้าแดงอย่างมาก นางไม่รู้ว่าสถานะการณ์เช่นนี้ควรทำอย่างไรต่อไปดี เพราะนางไม่เคนมีอาการแบบนี้มาก่อน มู่หลงชิงยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆโอบกอดนางเขาใกล้ๆ ทำให้นางใเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เห็นเช่นนี้เขาก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆอุ้มนางขึ้นมาและเดินไปที่ห้องด้านหลัง
เสี่ยวเหม๋ยในตอนนี้ทำได้เพียงเอาหน้าขดเข้าไปในอกของเขาเท่านั้นไม่กล้าที่จะมองขึ้นไปจ้องตาของเขา มู่หลงชิงเดินเข้าไปในห้องก่อนที่จะค่อยๆวางนางลงบนที่นอนขนาดใหญ่อย่างเบาๆ เขานั่งอยู่ข้างๆนางก่อนที่จะค่อยๆลูบที่ใบหน้าของนางอย่างแ่เบา ทำให้นางหน้าแดงขึ้นมาเหมือนกับแตงโมอย่างมาก
เขาค่อยๆโน้มตัวลงไปจูบที่หน้าผากของนาง แล้วก็ค่อยๆเลื่อนลงมาที่ริมฝีปากที่มีสีแดงอมชมพูเล็กน้อย ทำให้นางสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆดันลิ้นของเขาแทรกเข้าไปในปากของนางทำให้นางกระตุกตัวขึ้นมาอีกครั้ง เขาดันลิ้นเขาไปัักับลิ้นของนางไปมาก่อนที่จะค่อยๆดูดลิ้นของนางขึ้นมาทำให้ต้วนางส่ายไปมาเล็กน้อย
ขณะที่ปากของเขากำลังดูดดื่มอยู่นั้น มือของเขาก็ค่อยๆคลำไปที่เนินเขาทั้งสองลูก ก่อนที่จะค่อยๆบีบลงไปเบาๆ ทำให้เนินเขาทั้งสองนั้นล้นทะลักมือออกมาเล็กน้อย เขาค่อยๆแก้เสื้อผ้าของนางออกมาจนหมด เผยให้เห็นเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบอย่างมาก ร่างกายที่บอบบางเอวเล็ก เอวที่ขาวเนียน พร้อมกันหน้าอกที่โดดเด่นสง่าขึ้นมา ทำให้เขาเริ่มที่จะควบคุมตัวเองไม่ไหว เห็นมู่หลงชิงที่มีอารมที่เดือดขึ้นมาก็ทำให้นางเขินอายและขดตัวเข้าไปในผ้าห่มทันที เขาค่อยๆถอดเสื้อผ้าของเขาออกก่อนที่จะเผยให้เห็นหุ่นที่บึกบึนและกล้ามท้องที่ได้สัดส่วน และความเป็ชายที่เด่นสง่าขึ้นมา ทำให้เสี่ยวเหม๋ยหันหน้าหนีทันทีไม่กล้าที่จะมองไปที่เขาอีก
เห็นอย่างนั้นยิ่งกระตุ้นอารมของมู่หลงชิงมากยิ่งขึ้นก่อนที่เขาจะหมุดเข้าไปในผ้าห่มและพลิกตัวนางกลับมา พร้อมกับอ้าปากดูดเข้าไปที่เนินเขาข้างนึงทำให้นางส่งเสียงออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆไล่ขึ้นไปจนถึงริมฝีปากของนางจากนั้นเขาก็จูบประกบกับปากของนางและดูดดื่มอีกครั้งนึง ทำให้นางในตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านอะไรเขาได้เลย เขาค่อยๆแทรกตัวเข้าไปหานางก่อนที่จะนอนทับนางเอาไว้ จากนั้นก็ค่อยๆปลดปล่อยความเป็ชายเข้าไปที่กลีบกุหลาบของนาง ทำให้นางส่งเสียงออกมาด้วยความเ็ปเล็กน้อย การร่วมรักในครั้งนี้ได้ทำให้นางเขาใจถึงเื่อย่างว่าแล้วเพราะนี้คือครั้งแรกของนางเช่นกัน นางค่อยๆกอดรัดเขาอย่างแแ่ ทุกครั้งที่มู่หลงชิงขยับตัวก็จะได้ยินเสียงร้องของนางดังออกมา ทำให้เืของเขาสูบชีดยิ่งขึ้น
ในค่ำคืนนี้ได้มีเสียงร้องครวญครานออกมาจากที่พักส่วนตัวทั้ง 3 หลัง ที่แตกต่างกันออกไป ..........