หลังจบการกล่าวเปิดงานอย่างเป็ทางการโดยใครสักคนในวงการอาหาร ซึ่งสโรชาไม่รู้จัก เพราะในโลกก่อนไม่ได้สนใจด้านนี้นักแต่ได้ยินคนรอบข้างพูดถึงกันมากมาย แสดงว่าดังพอสมควรสินะ
ต้องโทษที่โลกก่อนเอาแต่สนใจการแสดงสนใจแฟชั่น ไม่สนใจการทำอาหาร จนเพิ่งได้รับความสามารถของสโรชาใยโลกนี้มาชีวิตนี้เลยได้ัักับการเข้าครัวทำอาหารเป็ครั้งแรก
ทักษะการทำอาหารในตอนนี้กระเตื่องขึ้นจากเดิมที่อยู่ในระดับ D มาเป็ระดับ B แล้ว ยิ่งระดับสูงฝีมือยิ่งดีขึ้นตามลำดับแต่ปกติแล้วมีเพียงแสนดีและตัวเองที่ทาน ความอร่อยเลยจำกัดกันอยู่เพียงสองคน
เอาตรงๆ ตอนนี้แทบไม่รู้เลยว่าฝีมือทักษะระดับ B ของตัวเองเนี่ย...มันเทียบเท่าระดับไหนของวงการอาหารในโลกแห่งความจริง!
"ขอเชิญกลุ่ม A และ B เข้าห้องปฏิบัติการอาหารได้เลยครับส่วนผู้เข้าแข่งขันกลุ่ม C และ D รวมทั้งผู้ชมสามารถเข้าไปให้กำลังใจกลุ่ม A B ได้แต่ขอความกรุณาอย่าส่งเสียงดังรบกวนผู้เข้าแข่งขันนะครับ"
สโรชาจูงมือแสนดีเข้าห้องปฏิบัติการอาหารที่1 เพื่อไปให้กำลังใจพี่ภา ครอบครัวของพี่ภาจองที่ไว้ให้พวกเธอแล้วจึงไม่มีปัญหาเื่ที่นั่ง
ห้องปฏิบัติการอาหารเป็ห้องคล้ายๆหอประชุมขนาดใหญ่มีที่นั่งเรียงเป็อัฒจันทร์ล้อมรอบพื้นที่ว่างตรงกลางซึ่งมีขนาดใหญ่มาก
บนพื้นที่ว่างนั้นมีเคาน์เตอร์ครัวลักษณะยาวติดกันเป็วงกลม เป็วงซ้อนกันประมาณ 4 ชั้น ชั้นแรก(นอกสุด) มีเคานเตอร์ครัวอยู่ทั้งหมด 12 ครัว ชั้นที่สองมี 8 ชั้นสามมี 6 ชั้นสี่(ในสุด) มี 4
แต่ละ่ของวงกลมจะมีระยะห่างกันพอสมควรและมีทางเข้าออกอยู่ 4 ทางซึ่งระยะห่างสามารถเข็นรถอุปกรณ์เข้าออกได้อย่างสะดวกสบาย
พี่ภาอยู่ในวงชั้นที่ 2เคาน์เตอร์ครัวหมายเลขหก ตั้งอยู่ในมุมองศาที่พวกเธอนั่งเชียร์กันได้พอดิบพอดีก่อนลงมือ พี่ภายกมือขึ้นโบกทักทายมาทางนี้ด้วย
"เอาล่ะครับตอนนี้ก็ได้เวลาทำอาหารแล้ว กติกามีอยู่ว่า ผู้เข้าการแข่งขันกลุ่ม A จะต้องทำอาหารในหัวข้อ 'วันที่ไม่สบาย' เวลาในการทำคือ 90 นาทีครับ วัตถุดิบทางเราได้เตรียมเอาไว้ให้พวกคุณแล้วแต่อยู่ที่ว่าพวกคุณจะใช้มันทำอาหารแบบไหนออกมา เริ่มได้!!"
ผู้เข้าแข่งขันกลุ่ม A ต่างวิ่งไปยังโต๊ะวัตถุดิบแล้วเลือกข้าวสาร ผัก เนื้อ ไข่ หรือเครื่องปรุงอื่นๆออกมากันอย่างรวดเร็วแม้ว่าจะมีบางคนเข้าไปแย่งวัตถุดิบไม่ทันก็ตาม
โชคดีที่พี่ภาอยู่ติดกับทางเข้าออกจึงวิ่งไปหาวัตถุดิบได้รวดเร็วกว่าใครแม้ว่าหัวข้อการทำอาหารจะประกาศก่อนเริ่มแข่งขันก็ตามทีแต่อาหารที่สามารถรับประทานได้ในวันไม่สบายนั้นมีไม่มากอยู่ที่ว่าใครจะทำได้ดีกว่าเท่านั้น
อ้อ...ในเื่หัวข้อนั้น แต่ละกลุ่มจะได้ไม่เหมือนกันเห็นทีมงานบอกว่า เพราะ้าคนที่มีไหวพริบดี ตัดสินใจเด็ดขาดและรวดเร็ว
"ดูนั่นสิ คนนั้นน่ะเคาน์เตอร์ครัวหมายเลข 3 ชั้นในสุด ว่ากันว่าเป็ผู้สืบทอดของเรือน 'ล้อมใจ' ด้วยนะ"
"เอ๋...ไหนว่านี่เป็รอบของคนธรรมดาไงทำไมมีคนแบบนี้เข้ามาแข่งด้วยล่ะ มันไม่โกงเกินไปเหรอ"
"ไม่โกงหรอกถึงคนคนนี้จะเป็ผู้สืบทอดก็จริง แต่ไม่เคยมีใครเห็นหน้ามาก่อนแถมยังเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศด้วย"
"ไม่มีใครเคยเห็นแล้วเธอเห็นได้ยังไงล่ะยะ"
"แหม...ฉันก็แอบไปถามเพื่อนของเขาไงล่ะเห็นมาให้กำลังใจกันเพียบเลย อ้อ...ยังบอกอีกนะว่าเื่นี้ทางเรือนล้อมใจไม่ได้รู้ด้วย อยากให้เก็บเป็ความลับด้วยล่ะ"
สโรชาฟังบทสนทนาของสองสาวข้างๆก็รู้สึกสนใจขึ้นมา'เรือนล้อมใจ' เป็ร้านอาหารในสวนชื่อดังที่เหล่าคนบันเทิง นักธุกิจ หรือคนธรรมดาทั่วไปต่างรู้จักกันดี
ในโลกก่อนเธอเคยไปทานอาหารที่นั่นบอกได้คำเดียวว่า อร่อยล้ำ! ไม่มีอาหารที่ไหนจะมีรสชาติกลมกล่อมสร้างความสุขให้คนทานเท่าที่นี่อีกแล้ว
ดังนั้นเธอจึงสนใจคนที่เป็ผู้สืบทอดว่าจะเป็คนแบบไหน...อืม เคาน์เตอร์ที่สามจากชั้นในสุดสินะ
หือ...นั่นมัน!
วิธีการทำอะไรอะไรน่ะ!ทำไมถึงได้ดูเหมือนกำลังบรรเลงดนตรีอยู่เลยแถมการใช้มีดเตรียมวัตถุก็ดูสมบูรณ์แบบมาก มากจนผู้เข้าแข่งขันรายอื่นเทียบไม่ติดแบบนี้มัน! ต่างชั้นกันเกินไปแล้ว!
"นั่นๆคนนั้นใช่ลูกชายคนเดียวของ 'พฤษภาฟาร์ม' หรือเปล่า ตรงเคาน์เตอร์ที่ 6ชั้นที่สามน่ะ หน้าตาเขาเหมือนเ้าของฟาร์มมากเลย"
"ฟาร์มที่ปลูกผักส่งออกนั่นน่ะเหรอแล้วเธอไปรู้จักหน้าตาเ้าของฟาร์มได้ไง"
"อ๋อ พอดีที่บ้านฉันน่ะเป็ลูกค้าของฟาร์ม พ่อจะรับแต่ผักของที่นี่เท่านั้นเพราะมันทั้งสดทั้งคุณภาพดีมาก แถมยังมีราคาสำหรับลูกค้าประจำด้วยนะ อะแฮ่ม!เอาเป็ว่า ฉันเคยเห็นเ้าของฟาร์มแล้วกัน"
"งั้นคนนี้"
"ไม่ใช่หรอก คนนี้ดูเด็กกว่ามากเ้าของฟาร์มคนนั้นน่ะ เป็คุณลุงหน้าตาหล่อที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยล่ะ คนคนนี้ต้องเป็ลูกชายเขาแน่นอนเลยฟันธง!"
สโรชาเบี่ยงความสนใจจากทายาทเรือนล้อมใจไปที่เคาน์เตอร์หก ชั้นสาม เพราะในโลกก่อนเธอเคยได้ยินเื่ของ 'พฤษภาฟาร์ม' มาพอสมควรเลยล่ะ
แล้วก็ไม่ผิดหวัง...คนคนนี้ท่าทางจะชำนาญการใช้วัตถุที่เป็ผักมากกว่าผู้เข้าแข่งขันรายอื่นมากวิธีการของเขาก็นุ่มนวลชวนให้คนมอง หากคนแรกคือวาทยากรคนคนนี้ก็คือหัวหน้าวงที่คอยโอบอุ้มผู้ร่วมวงด้วยความโอนโยน
อ่า...เปรียบไปก็เท่านั้น
ช่างเถอะ!
"คนสวยๆเคาน์เตอร์ครัวที่ 1ชั้นนอกสุด...หน้าตาคุ้นๆนะ อ๊ะ!คนคนนี้ไม่ใช่นางแบบที่กำลังโด่งดังอยู่เหรอ"
"ไหนๆ หือ...ใช่จริงด้วยแต่...ดูไปดูมาก็ไม่เหมือนนะ เป็ญาติพี่น้องกันหรือเปล่า"
สโรชาเลื่อนสายตามองตามสองสาวด้านข้างอย่างช่วยไม่ได้เมื่อสายตาจับจ้องไปยังเคาน์เตอร์ครัวหมายเลข 1 ชั้นนอกสุด...
โห...สวยจัง
คนคนนี้ หน้าตาคล้ายใครบางคนที่เธอเคยรู้จักในโลกก่อนมากเลยคล้ายมาก แต่บรรยากาศรอบตัวไม่เหมือนเสียทีเดียว ผู้หญิงคนนั้นที่เธอรู้จักเป็คนเย่อหยิ่ง สายตาคมกริบ เชือดเชือนจนไม่มีใครในวงการชื่นชอบเธอนักแต่คนที่กำลังทำอาหารอยู่นี้ มีความอ่อนหวาน ละมุน และเข้าถึงง่ายกว่า
จู่ๆสโรชาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้วสิ! มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้นเลยถ้าเธอลองใช้ทักษะที่พัฒนาขึ้นมาเองด้วยการทำอาหารแบบไม่ต้องซื้อทักษะฉบับสมบูรณ์มาใช้ เธอจะไปได้ไกลแค่ไหนนะ
อยากรู้จัง...น่าสนุกแล้วสิ!
------
"ฮ้า เหนื่อยเป็บ้าตอนทำอาหารที่ร้าน ต้องทำเร็วกว่านี้สิบเท่ายังไม่เหนื่อยเท่านี้เลย"หลังแข่งเสร็จพี่ภาก็วิ่งมาหาพวกเธอพลางบ่นออกด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า
"ก็นี่มันกดดันนี่คะพี่ภารู้สึกเหนื่อยกว่าปกติมันก็ไม่แปลกแถมยังต้องใช้เวลาเตรียมวัตถุแบบกะทันหันด้วย"
"พี่ไม่ค่อยมั่นใจเลยน้องโรสมีแต่คนเก่งๆทั้งนั้น พี่มันแค่แม่ครัวจากร้านอาหารตามสั่งธรรมดาๆ"
"โธ่ พี่ภาก็อย่าคิดมากสินะโรสเห็นกรรมการชมพี่ด้วยไม่ใช่เหรอ มั่นใจในตัวเองหน่อยสิคะ"
"ใช่ค่าอาหารของป้าภาอร่อยที่สุด"แสนดียกนิ้วให้อย่างประจบจนพี่ภาคว้าเ้าตัวเล็กไปกอดฟัดจนหัวยุ่งไปหมด
แต่ถึงจะพูดปลอบใจไปอย่างนั้นพอถึงรอบตัวเองจริงๆ ก็เริ่มจะพอเข้าใจความรู้สึกของพี่ภาแล้วล่ะ
"หัวข้อของกลุ่ม D คือ! 'ยามที่ผ่อนคลาย' เริ่มได้!!"สิ้นเสียงประกาศจากพิธีกรในสนามแข่งขัน ผู้เข้าร่วมทุกคนก็วิ่งโร่ไปหาวัตถุดิบราวกับซอมบี้วิ่งเข้าหาคน
'ยามที่ผ่อนคลาย' ความหมายแฝงก็คงจะประมาณว่า...จงทำอาหารที่สร้างความผ่อนคลายออกมาซะ!คงประมาณนี้ล่ะมั้ง
"วัตถุดิบ...เอาเป็ อ๊ะแซลมอน!"
หมับ!
"อ๊ะ โทษทีครับ"
สโรชาเงยหน้าขึ้นมองเ้าของคำขอโทษที่บังเอิญมาหยิบแซลมอนพร้อมกันเขาสูงรางร้อยแปดสิบ หน้าตาออกแนวน่ารัก กำลังยืนตัวตรง มือสั่นหน้าแดง
"ไม่เป็ไรค่ะ"สโรชาไม่สนใจ รีบเร่งหยิบวัตถุดิบที่้าแล้วกลับไปประจำที่ในเคาน์เตอร์ครัวหมายเลข สี่ ชั้นในสุด
วันนี้เธอจะทำเมนูที่ช่วยให้ผู้คนผ่อนคลายโดยใช้ปลาแซลมอนเป็วัตถุดิบหลัก!
เคยอ่านบทความเกี่ยวกับปลาแซลมอนมาอยู่บ้างเห็นว่าเนื้อปลาช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้า เป็อาหารลดความเครียดรวมถึงยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย
สารพัดประโยชน์!
นอกจากนี้ยังมีอโวคาโดผลไม้เพื่อสุขภาพ และบลูเบอรี่ สร้างสีสันในการจัดจานได้อีกด้วย
เธอลงมือย่างปลาแซลมอนในกระทะเหล็กเนื้อดีใช้น้ำมันมะกอกลงไปคลือบกระทะก่อน จากนั้นก็วางเนื้อแซลมอนลงไป และใช้ไฟอ่อนๆเสียง ซู่ๆ ซ่าๆ สร้างความรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น แน่นอนว่าการย่างแซลม่อนค่อนข้างละเอียดอ่อนดังนั้นเธอจึงต้องมีสมาธิตลอดเวลา
ฉับๆๆๆ
เสียงมีดหั่นกระหล่ำปลี แครอทดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและว่องไว ใช้เวลาไม่ถึงนาทีเธอก็หันกลับไปดูเนื้อแซลมอนอีกครั้ง ตอนนี้คงพลิกได้แล้วกลิ่นหอมของเนื้อปลาโชยเข้าจมูกจนรู้สึกอยากกินเสียเอง ไม่อยากให้กรรมการแล้ว!
ระหว่างรอเนื้อปลาอีกด้านเธอก็ย้ายไปจัดการอโวคาโดแล้วหั่นเป็ชิ้นบางๆ เมื่อเสร็จก็จัดใส่จานราดซอสมายองเนสที่ทางรายการมีอยู่ลงบนอโอคาโด
ซี่ๆๆๆ
เนื้อปลาได้ที่แล้ว!
พรึ่บ!
มือของสโรชาสะบัดไปมาราวกับกำลังร่ายรำเธอปิดเตาแล้วจัดใส่จานอย่างงดงาม เนื้อปลาสีส้มอมทอง บวกกับกระล่ำปลีแครอทที่หั่นฝอยบางๆ อีกด้านของจานก็ยังมีอโวคาโดราดซอสมายองเนสและมีบลูเบอรี่สองสามลูกวางปิดท้าย
เสร็จแล้ว!
[ติ้ง!ทักษะการทำอาหารของโฮสต์เลื่อนขึ้นหนึ่งระดับ ตอนนี้อยู่ในระดับ A ได้รับฉายา 'หัตถ์ร่ายรำ' จากระบบ]
'ห๊า! มีรางวัลแบบนี้ด้วยเหรอ!แต่ช่างเถอะ กดกระดิ่งเรียกกรรมการดีกว่า!' สโรชาละความสนใจจากระบบแล้วเอื้อมมือไปกดกระดิ่งตรงมุมเคาน์เตอร์ซึ่งมีไว้เพื่อเรียกให้กรรมการมาตัดสินถึงครัวโดยไม่ต้องเดินไปหาเอง
"ว้าว น่าทานมากค่ะ"กรรมการมีสามคน ทุกคนเป็เชฟชั้นแนวหน้าของวงการอาหารไทยคนแรกเป็ผู้หญิงที่อายุน่าจะพอๆกับพี่ภา
"อืม...หน้าตาดูดีทีเดียว"คนต่อมาคือผู้ชายหน้าตารูปร่างภูมิฐาน ได้ยินมาว่าเป็ผู้ที่ริเริ่มการใช้อาหารใช้ประยุกต์เข้ากับอาหารฟาสต์ฟู้ด
"กลิ่นดีใช้ได้เลย"คนสุดท้ายเป็ผู้ชายเช่นกัน แต่หน้าตาดุมีความเ้าระเบียบเผยออกมาจากท่าทางโดยไม่ต้องมีใครบอก
ทั้งสามกำลังให้คะแนนความสวยงามกลิ่น และการนำเสนอของสโรสา เธอพูดถึงประโยชน์ จุดมุ่งหมายและวิธีการทำคล้ายอธิบายให้แสนดีฟัง เป็คำอธิบายเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความเอื้อเอ็นดู
"อ่า...งั้นเราขอลองทานเลยแล้วกัน"
อ้าม! อุ๊บ!
หน้าตาของทั้งสามจากตอนแรกที่ดูเฉยๆตอนนี้กำลังยิ้มละมุนละไมไปกับรสชาติอาหาร แถมใบหน้าแต่ละคนก็ดูมีความสุขผ่อนคลายแบบสุดๆ
"สุดยอดเลย!คุณทำให้กรรมการยิ้มออกมาแบบนี้ได้ยังไงกัน"คนถามยืนซ้อนอยู่ด้านหลังจนสโรชาสะดุ้งหันไปมองก็พบว่าเป็ผู้ชายคนที่หยิบแซลมอนพร้อมเธอก่อนหน้านี้นี่เอง
ว่าแต่...มาอยู่ตรงนี้ได้ไง!