หลงเซียน เดินทางไป หยั่งสำนักเทพยุทธ ในฐานะ ศิษย์สายนอกสำนัก เมื่อเขาเดินทางไปถึงสำนัก ก็เป็วันที่ 3 แล้ว ที่ทางการประกาศล่าตัวเขา แต่คนที่นี้กลับไม่มีใครรู้จักหลงเซียน
หลงเซียน ก้าวอาดๆ ขึ้นไปบนเขา และเห็น ผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังเจ็บเท้าอยู่ เขาเลยอาสาจะไปส่งเธอที่สำนักเทพยุทธ เธอมีชื่อน่ารักๆ ว่า ฉู่เฟยอิ๋ง แถมหน้าตายังสวยสมชื่อซะอีก
ในขณะที่ หลงเซียน แบกเธอขึ้นเขา ฉู่เฟยอิ๋ง ก็รู้สึกถูกชะตากับหนุ่มน้อยหน้ามนคนนี้อย่างมาก เธอเลยแนะนำตัวให้เขารู้จัก ว่าเธอเป็นศิษย์สายใน และเป็นคนทดสอบระดับ ในการเข้าสอบครั้งนี้ หลงเซียน จึงได้ป้ายอนุญาติ ให้เข้าสอบเป็นศิษย์สายใน โดยไม่ต้องทดสอบวัดระดับ
หลงเซียนเมื่อได้ ป้ายมาจาก ฉู่เฟยอิ๋ง เขาก็โค้งคำนับ เธอไปทีนึง ซึ่งฉู่เฟยอิ๋ง ก็รับคำนับของหลงเซียน อย่างอายๆ เมื่อไปถึงหน้าประตูสำนัก พวกเขาจึงแยกทางกัน
และแล้ววันเวลาแห่งการสอบเข้าสำนักเทพยุทธ ก็มาถึง มีผู้คนจากทั่วยุทธภพ มาร่วมในการทดสอบครั้งนี้ด้วย เนื่องจากได้ยินว่า ผุ้คุมสอบ ในงานนี้ สวยราวนางฟ้า เธอมีนามว่า เยี่ยนซี ชาวยุทธต่างๆอยากยลโฉมนางจึงมาเข้าสอบกันอย่างคับคั่ง หลงเซียนจึงได้จับพลัดจับพลูเข้าไปในงานนี้ด้วย
4 ก้านธูปต่อมา...เหล่าผู้อาวุโสของสำนักเทพยุทธต่างเดินกันเรียงราย โดยมีเยี่ยนซี เดินนำหน้า เพราะเธอโดดเด่นที่สุด เมื่อ 3ปีก่อน เยี่ยนซีเคยได้เป็นตัวเต็งของสำนักที่จะได้เป็นเจ้าสำนักคนใหม่ แต่อยู่ๆเธอ ก็ไปเป็นผู้อาวุโสของสำนักแทน
" เอาล่ะ ทุกท่าน การสอบก็ง่ายๆ เพียงท่านผ่านจากประตูข้างหน้าข้านี้ และไปออกที่ประตูข้างหลังข้า เท่านั้น ท่านก็จะถือว่าสอบผ่าน และคนแรกที่สอบผ่านจะได้เคล็ดวิชา ผ่าเทพยุทธจอมราชันต์ไปครอบครอง รวมทั้งตัวข้าด้วย " เยี่ยนซี กล่าว แม้ใจจริงเธอจะรู้ว่า ปีนี้คงไม่มีใครสอบผ่าน เพราะการสอบปีนี้ยากเป็นพิเศษ ก่อนที่เยี่ยนซีจะกล่าวต่อ
" เอาล่ะ เริ่มได้ " ในที่สุดการสอบเข้าเป็นศิษย์สายในของสำนักเทพยุทธ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
หลงเซียนได้วิ่งเข้าไปในประตูเป็นคนแรก และเห็นกับดักเพลิงอัคคีทำงาน เขาจึงมองไปที่อักขระที่กำกับไว้บนบานประตู หลงเซียนจึงหลบกับดักอัคคี แล้วเข้าไปแก้ให้มันง่าย เพียงแค่เดินหลบ ทุกอย่างก็จะไม่เป็นอย่างที่เยี่ยนซีคิดแล้ว และด้วยความช่วยเหลือของ หลงเซียน ทำให้ด่านแรกมีจำนวนผู้ผ่านด่านมากมาย จนเยี่ยนซีตกใจที่เห็นตัวเลขที่สูงเช่นนั้น นางจึงแกล้งขยับหินบังคับค่ายกล เพื่อเพิ่มสัตว์อสูร เข้าไป ในกับดักเพลิงอัคคีด้วย
" เยี่ยนซี เจ้าทำอะไรน่ะ " ผุ้อาวุโส เกนบุกล่าว เขาเป็นร่างจำแลงของ เต่าดำ ที่มาอาศัยอยู่ในสำนักเทพยุทธนี้ เพราะเขาต้องแอบดื่มเหล้าทุกวัน
" ข้าก็แค่เพิ่มสัตว์อสูรไป 4-5 ตัวเท่านั้น " เยี่ยนซีกล่าว
" นี่มันไม่ใช่แล้ว เจ้าเพิ่งเพิ่มสัตว์อสูรไป 40-50 ตัวต่างหาก " เกนบุ กล่าวอีกครั้งก่อนจะเขกกระโหลกเธอ อย่างตั้งใจ เยี่ยนซีจึงสำนึกผิดและรีบเข้าไปในค่ายกล เพื่อช่วยเหลือ คนที่ยังรอด
ในไม่ช้า ชาวยุทธที่มาทดสอบเข้าสำนักเทพยุทธ ก็พากันเฮโลออกมาจากค่ายกล เนื่องจากพวกเขาและเธอ ต้องพากันหนีตายจากสัตว์อสูร
...แค่สัตว์อสูรขั้นทองแดง 40-50 ตัวเอง พวกนี้ก็ป๊อด แล้วเหรอ เยี่ยนซีคิดขณะวิ่งเข้าไป และในขณะที่กำลังคิดอยู่ เธอ ก็เห็นซากศพจำนวนมากของสัตว์อสูร และชายผู้กำลังต่อสู้อย่างกล้าหาญ เขาคือหลงเซียนนั่นเอง แค่แอบเห็นความมาดเท่ห์ของหลงเซียนเท่านั้น เยี่ยนซี ก็แอบปิ๊งเขาแล้ว เธอจึงรีบจะเข้าไปช่วยหลงเซียน
แต่ทว่า สัตว์อสูรตัวสุดท้ายกลับตายใต้เงื้อมือของหลงเซียนซะแล้ว
" นี่เจ้าเป็นคนกำจัดสัตว์อสูร คนเดียวทั้งหมดเรอะ " เยี่ยนซีกล่าวอย่างตกใจ
" ถูกต้องแล้วแม่นาง " หลงเซียนกล่าว
" ถ้างั้นเจ้าก็มีคุณสมบัติจะแต่งงานกับข้า เยี่ยนซี ผู้นี้ " เยี่ยนซีกล่าว
" จะดีเหรอ ข้ามีภรรยา ถึง 12 คนแล้วนะ " หลงเซียนตอบ
" ต่อให้เจ้ามีภรรยาอีกร้อยคนข้าก็จะแต่งกับเจ้า " เยี่ยนซี นางกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้ ยิ่งได้ยินว่าหลงเซียนมีภรรยา 12 คน นั่นยิ่งกลับเป็นการจุดไฟในตัวของเยี่ยนซีมากขึ้น
แล้วในขณะที่ทั้งสองคนคุยกัน ก็ได้มีเสียงเอะอะ จากด้านนอก
" ดูลาฮาน มา บุกสำนักเราแล้ว ช่วยด้วย " ศิษย์สายในสำนักกล่าวอย่างเสียขวัญเมื่อ ขุนพลปีศาจ ดูลาฮานมาบุก ( เป็นปีศาจชนิดหนึ่ง สามารถถอดหัวเอามาถือได้ )
หลงเซียน และเยี่ยนซี จึงออกไปดูสถานการณ์ ตอนนี้ ดูลาฮาน กำลังคลั่ง เนื่องจากมีคนไปทดลองยิงเวทย์ไฟใส่ปราสาทของมัน
" บอกมาใครกันที่ไปยิงเวทย์ไฟใส่ปราสาทของข้า " ดูลาฮานกล่าวอย่างหัวเสีย และคนที่ยกมือคือ ฉู่เฟยอิ๋ง การที่เธอไปยิงเวทย์ไฟใส่ปราสาทของดูลาฮาน เพราะเธอคิดว่า มันเป็นปราสาทร้าง
" แกตาย " ดูลาฮานกล่าวด้วยความโกรธ และหยิบหอกจะมาเสียบ ฉู่เฟยอิ๋ง
และในนาทีวิกฤตินั้นเอง หลงเซียนก็ปรากฏกายออกมา แล้วเข้าต่อกรกับ ดูลาฮาน อย่างลูกผุ้ชาย
" ทุกคนไม่ต้องเข้ามายุ่ง " หลงเซียนกล่าวช้าๆ ชัดๆ ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง และยืนเป็นไทยมุง อยู่นอกสนาม
ฟ้าววววว สายลมเย็นยะเยือก พัดผ่านร่างทั้งสอง ก่อนที่ใบไม้ใบหนึ่งจะตกลงมา เป็นสัญญาณเริ่มการต่อสู้
" แกตาย " ดูลาฮานกล่าว แล้วพุ่งเข้าใส่ หลงเซียน ในขณะที่เขากำลังใช้ท่า ระบำเทพวายุ คาเสะคามิคางุระ
ตูมมมม! เสียงลมกระจายตัวพุ่งเข้าใส่ดูลาฮาน อย่างบ้าคลั่ง ระบำลมยังดำเนินต่อไป ในขณะที่หลงเซียน ควบคุมปราณวายุ
ดูลาฮานดูท่าแล้วจะโกรธยิ่งกว่าเดิม มันถึงกับพุ่งหอกเข้าใส่ หลงเซียน ราวกับยิงธนู
ฟ้าววววว ผัวะ แต่หอกที่ดูลาฮานปาใส่หลงเซียนนั้นหาถึงตัว หลงเซียนไม่ เนื่องจากมีบุคคลหนึ่งโผล่ขึ้นมาขัดขวางเสียก่อน ใช่แล้ว เขาคือ ผู้เฒ่าเกนบุนั่นเอง
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า น่าสนุกจริง ขอข้าเล่นด้วยคน " ผุ้เฒ่าเกนบุ กล่าว พร้อมกับยกน้ำเต้าขึ้นมาดื่ม
" ท่านผุ้เฒ่าเต่า " เยี่ยนซีพูด พร้อมกับคำนับ เกนบุ ในเมื่อมีเกนบุมาช่วยหลงเซียนอีกแรง ศึกนี้หลงเซียนก็ชนะแล้ว
ดูลาฮาน มีสีหน้าไม่พอใจ แต่เมื่อ รับรู้ถึงรังสีสังหารที่ปล่อยออกมาจากตัวเกนบุแล้ว ทำให้มันไม่กล้าอยู่สู้ต่อไป
" ฝากไว้ก่อนเถอะเจ้าหนุ่ม วันใดเจ้าลงจากสำนักเทพยุทธ ข้าจะฆ่าเสียให้ตาย " ดูลาฮานกล่าว พร้อมกับขี่ม้าจากไป
เมื่อ ดูลาฮานไปแล้ว เกนบุ รึก็คือผู้เฒ่าเต่า ก็หันมาเขกกระโหลก หลงเซียน และ ฉู่เฟยอิ๋ง พร้อมกับกล่าวว่า
" พวกเจ้าไม่รู้ตัวเลยเหรอว่า กำลังทำเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว ในเมื่อพวกเจ้ามีชะตาต้องกัน จงแต่งงานกันซะ " เกนบุกล่าว แล้วแอบไปจับก้น ฉู่เฟยอิ๋งทีนึง แล้วเอามาดม
" อ๊าย ท่านผุ้เฒ่าเต่าทำไมทำแบบนี้ " ฉูเฟยอิ๋ง สบถ เธอเกือบจะตบ ผู้เฒ่าเต่าอยู่แล้ว ถ้า เยี่ยนซี ไม่มาห้ามไว้
" ในเมื่อท่านผุ้เฒ่า เกนบุ ตัดสินใจแล้ว ว่าให้ฉู่เฟยอิ๋ง แต่งงานกับ หลงเซียน ข้าก็ไม่ขัด แต่ข้ามีข้อแม้ว่า หลงเซียนต้องแต่งงานกับข้าด้วย เพราะข้าเล็งเขาไว้ก่อนแล้ว " เยี่ยนซี กล่าวอย่างไม่อาย ทำให้บรรดาศิษย์น้อย ศิษย์ใหญ่ทั้งโมโห ทั้งอิจฉาหลงเซียน ที่จะได้สาวงามทั้งสอง นางไปครอง
" ก็ได้ ข้าจะให้ หลงเซียน แต่งกับพวกเจ้า แต่เขายังต้องผ่านด่านสุดท้ายก่อน " ผุ้เฒ่า เกนบุ กล่าว
" ด่านอะไรหรือคะ? / ด่านอะไรกัน " ฉู่เฟยอิ๋ง และ เยี่ยนซี พูดพร้อมกัน
" ด่านสิงโตนรกเผือก "
*****************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป