ตอนที่ 18
เริ่มต้นการค้าขาย (18)
จูเฟยและเถ้าแก่หวงกำลังนั่งคิดอยู่ภายในร้านเกี่ยวกับเื่การที่สมุนไพรหยางอี้มันกำลังหาตลาด ตอนนี้อาจจะมีเศรษฐีผู้หนึ่งล่วงรู้เกี่ยวกับการที่ราคาของสมุนไพรชนิดนี้มันเพิ่มสูงขึ้นแล้วก็ได้อีกฝ่ายโดยใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อกวานซื้อเมล็ดสมุนไพรเพื่อที่จะเก็บเอาไว้เก็งกำไรในอนาคต
“ เหตุใดเมล็ดของสมุนไพรหยางอี้อยู่ๆมันถึงขาดตลาดได้ ” เถ้าแก่หวงที่นั่งอยู่ด้านหน้าตั้งข้อสงสัยคิ้วทั้งสองข้างที่ประดับอยู่บนใบหน้าขมวดเข้าหากัน
ตัวของมันเองก็เป็พ่อค้าเมล็ดมานานปีไม่เคยเห็นว่าจะมี่ใดที่เมล็ดสมุนไพรชนิดนี้มันขาดตลาดได้เท่านี้มาก่อนเลย การจะหาซื้อเมล็ดสมุนไพรชนิดนี้เมื่อก่อนมันหาได้ง่ายราวกับเก็บของที่อยู่ภายในอากาศ แต่เดี๋ยวนี้มันราวกับควานหาเข็มในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
จูเฟยที่กำลังนั่งคิดอยู่ดวงตาของนางจ้องมองเถ้าแก่หวงที่อยู่ด้านหน้าของนาง อีกฝ่ายยังไม่รู้เกี่ยวกับเื่ที่เมล็ดสมุนไพรเหตุใดถึงขาดตลาด
“ เื่นั้นอาจจะเป็เพราะว่าสมุนไพรชนิดนี้มีราคาขึ้นก็ได้นะเ้าคะ.. ” จูเฟยพูดออกไป
“ ราคาขึ้นงั้นเหรอ?? ” เถ้าแก่หวงแสดงใบหน้าเต็มไปด้วยความฉงนออกมา หลาย 10 ปีมานี่ราคาของสมุนไพรชนิดนี้มีแต่ลดต่ำลงไม่มีเพิ่มขึ้นถ้าสมุนไพรเพิ่มขึ้นและเป็เหตุให้ราคามันพุ่งสูงขึ้นจริงๆเหตุการณ์ใดเล่าจะเป็ต้นตอของสาเหตุนั้น
จูเฟยมองดูและคาดการณ์สถานการณ์แล้วตอนนี้นางไม่มีโอกาสที่จะได้รับเมล็ดสมุนไพรหยางอี้มาได้เลย เพราะฉะนั้นตอนนี้นางเองก็ไม่สามารถเก็บเกี่ยวกำไรจากสมุนไพรชนิดนี้ได้อีกแล้ว
มันช่างน่าเสียดายจริงๆสมุนไพรชนิดนี้ควรจะทำกำไรให้นางได้มากกว่านี้ กระนั้นตอนนี้เมล็ดของมันก็ขาดตลาดและดูว่าจะไม่มีท่าทางจะได้รับมาอีกด้วย
เถ้าแก่หวงบอกว่าพ่อค้าขายเมล็ดจากเมืองบอกกับตัวเองว่าเมล็ดชนิดนี้ถูกเหมาไปจนหมด
ไข้หนาวสั่นนั่นคือต้นตอของสาเหตุที่ทำให้สมุนไพรชนิดนี้มันมีราคาพุ่งสูงขึ้น แต่ว่าจูเฟยเองก็คิดว่าอีกไม่นานไข้ชนิดนี้มันก็ต้องหายไป
ราคาของเมล็ดสมุนไพรชนิดนี้พุ่งสูงขึ้นมาเกือบ 1 เดือนแล้วคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดเดือน 5 และเข้าสู่ต้นเดือน 6 โรคภัยชนิดนี้ก็อาจจะถูกกำจัดลง
เพราะว่าโรคภัยชนิดนี้มันไม่ใช่โรคภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย เพราะว่าเมื่อก่อนมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วถึงมีผู้คนล่วงรู้ว่าต้องใช้สมุนไพรชนิดนี้ในการรักษา เมื่อมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วและมีผู้คนสามารถรับรู้มันได้ การรับมือก็น่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
ตอนแรกจูเฟยคิดว่านางจะซื้อขายเมล็ดสมุนไพรชนิดนี้อีกสัก 1 รอบแล้วก็จะทำการพอเพราะว่าราคาของสมุนไพรน่าจะตกลงในตอนนั้น
เศรษฐีผู้นั้นคงจะมีแต่เงินไม่ได้มีสมองในการกว้านซื้อเมล็ดในตอนนี้ มันถือว่าเป็การใช้เงินเกินตัว เดี๋ยวเมล็ดสมุนไพรที่มันซื้อไปก็ต้องทับตัวของมันตาย เพราะว่าอีกเพียงแค่ไม่กี่วันราคาของสมุนไพรมันก็คงจะตกลง
“ ไม่เป็อันใดเ้าค่ะไม่มีตอนนี้ข้าก็ไม่เอาแล้ว ” จูเฟยที่คิดๆนางก็ตอบกลับเถ้าแก่หวงไป
“ งั้นรึ.. ”
“ เ้าค่ะ~ ” เด็กน้อยแสร้งยิ้ม
“ ถ้าเช่นนั้นถ้าเอาต้นหญ้าเลื้อยคลานแล้วก็เอาเมล็ดต้นพฤกษาน้ำอีกอย่างละ 2 ถุงแทนเ้าค่ะ.. ”
“ ได้ๆ ” เถ้าแก่หวงรีบหยิบของมาให้กับลูกค้าตัวน้อยของตนเองทันที
เมื่อทำการซื้อขายเสร็จเรียบร้อย จูเฟยก็ถือโอกาสเอ่ยถามกับเถ้าแก่หวงไปในทันที “ เถ้าแก่หวงเ้าคะ ”
“ ว่าอย่างไรยัยหนูจู?? ”
“ ภายในเมืองแห่งนี้ไม่มีร้านหนังสือมั่งหรือเ้าคะเหตุใดข้าเดินผ่านไปผ่านมาไม่เคยพบเห็นเลย ” ตอนนี้นางอยากได้หนังสือเป็อย่างมาก ตำรามากมายมันน่าจะให้ความรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้กับนางได้บ้าง การทำธุรกิจภายในยุคที่แตกต่างนางเองก็ควรจะศึกษาความรู้เอาไว้ให้มากๆเพื่อเป็ประโยชน์แก่ตัวของนางเอง
สิ่งที่จูเฟยอยากจะรู้แล้วอยากจะได้มากๆนั่นคือพวกตำราเกี่ยวกับกฎหมายทางการค้าและกฎหมายบ้านเมืองรวมไปถึงขอคำตอบภายในยุคนี้ที่พอจะหยิบยกมาทำกำไรได้
ตอนนี้ธุรกิจการค้าขายสมุนไพรกับท่านปู่จ้าวมันก็เป็เพียงแค่ธุรกิจแรกเลือกที่จะหาเงินทุนให้นางได้เท่านั้น ถ้าอยากจะทำเงินได้มากก็ควรจะทำธุรกิจที่มันใหญ่โตและสามารถสร้างผลกำไรได้มากกว่านี้
เงินทำงาน.. นั่นคือสิ่งที่คนภายในยุคสมัยของนางมั่งใช้กัน ธุรกิจที่เราไม่ต้องบริหารจัดการแต่มันสามารถเติบโตไปได้
“ ร้านตำรางั้นรึ~ ” เถ้าแก่หวงทำท่าทางคิดอย่างขะมักเขม้นจนคิ้วทั้งสองข้างของเขาจะคำนวณเข้ามาร่วมหากันบริเวณตรงกลางหน้าผาก
“ รู้สึกว่าจะไม่มีนะ.. ”
“ เอ๋~ จริงงั้นรึเ้าคะ ” จูเฟยทำหน้าตาผิดหวังเป็อย่างมาก
“ เหตุใดเมืองการค้าอย่างเมืองอู๋หนานถึงไม่มีร้านตำราสักแห่งเลยล่ะ ”
“ เื่นั้นข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าเท่านี้ข้าจำได้เมื่ออย่างนี้มันก็ไม่มีร้านตำราั้แ่แรกแล้ว ”
เด็กน้อยที่ยืนอยู่ด้านหน้าถึงกับข้อตกลงทำหน้าตามุ่ยทันที ภายในสายตาผู้ใหญ่อย่างเถ้าแก่หวงที่อยู่ด้านหน้าผู้นี้น่าเอ็นดูยิ่งนัก
“ อันใดเ้าอยากได้อันใดล่ะข้าจะหาซื้อมาให้ ” เถ้าแก่หวงเอ่ยปากขึ้นมามันทำให้เด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้าถึงกับสะดุ้งเฮือกขึ้นมา
ดวงตาทั้งสองข้างของนางเปล่งประกายราวกับดวงดาวระยิบระยับมองไปที่ผู้ใหญ่ด้านหน้าอย่างให้ความหวัง
“ ท่านหาซื้อให้ข้าได้งั้นหรือเ้าคะ ” นางถามออกมาด้วยดวงตาที่เป็ประกายแห่งความหวัง
เถ้าแก่หวงครีมที่มุมปากยิ้มแล้วพยักหน้าขึ้นลง “ ได้~ ได้~ ข้าหาซื้อให้เ้าได้ ”
“ ท่านจะหาซื้อได้จากที่ใดกันในเมื่อเมืองนี้ร้านตำรา?? ”
“ เอ๋!! ยัยหนูจูเ้าเนี่ยน่าจะขี้สงสัยเกินเด็กไปแล้ว ” เถ้าแก่หวงกล่าวมาพร้อมกับยื่นหน้าของตนเองลงไปใกล้ๆกับเด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้า เถ้าแก่หวงสงสัยยิ่งนักเลยเด็กคนนี้เป็ผู้ใดกันแน่เหตุใดถึงมีความคิดอ่านแตกต่างจากผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด
“ ก็ข้าอยากรู้นี่เ้าคะ~ ” นางทำใบหน้ามุ่ยอีกครั้ง
“ เอ้าๆ ข้าบอกเ้าก็ได้ ข้ามีพ่อค้าที่เป็เพื่อนเดินทางไปหลายๆเมืองอยู่ ข้าสามารถฝากเขาซื้อตำราที่เ้า้ามาได้ ”
เมื่อได้ไขข้อสงสัยที่อยู่ภายในใจเด็กน้อยก็กลับมาทำหน้าทำตาที่เต็มไปด้วยความหวังอีกครั้ง
“ อย่างนี้นี่เอง!! เพราะฉะนั้นข้าก็ต้องรบกวนท่านด้วยนะเ้าคะ!!! ”
“ ยัยหนูผู้นี้เปลี่ยนอารมณ์เร็วยิ่งนัก.. ” เถ้าแก่หวงที่อยู่ด้านหน้าถึงกับรอบกระซิบกับซากกับตนเอง
หลังจากนั้นจูเฟยก็ได้ทำการเขียนรายชื่อหนังสือที่นางอยากจะได้ให้กับเถ้าแก่หวงเอาไว้ โดยเถ้าแก่หวงก็บอกกำชับนางเอาไว้ก่อนแล้วว่าการจะได้หนังสือมานั้นมันต้องใช้เวลาสักพักนึงกว่าพ่อค้าคนสนิทของเขาจะเดินทางกลับมาที่เมืองอู่หนานอีกครั้ง
มันเป็เื่ที่น่าเสียดายที่นางไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรกับเื่ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้แล้วแต่ว่านางก็เลือกที่จะกลับไปแล้วเพราะปลูกต้นพฤกษาน้ำรวมไปถึงต้นหญ้าเลื้อยคลานของนางต่อ ทั้ง 2 มันยังคงทำกำไรให้นางได้อย่างต่อเนื่องและก็ดีเป็อย่างมาก
ยิ่งเป็ต้นพฤกษาน้ำนางไม่ต้องขุดหลุมพวนดินเลยด้วยซ้ำแค่หว่านมันลงไปบริเวณดินที่มีผิวน้ำปกคลุมอยู่เพียงแค่นั้นมันก็สามารถเติบโตได้รวดเร็วแล้ว ไม่ต้องดูแลแต่เื่ให้ผลผลิตงดงามแต่ว่าปัญหาก็คือเ้าพวกหมู่มวลมัจฉาที่ชอบมาแย่งผลผลิตของนางไป
หลังจากซื้อไม้สมุนไพรกับเถ้าแก่หวงเสร็จเรียบร้อยแล้วจูเฟยเดินกลับไปที่ร้านของท่านปู่จ้าว นางพึ่งออกมาจากร้านสักพักแต่นี่ก็กลับไปอีกแล้ว การที่จะกลับไปในครั้งนี้เพราะว่าอยากจะไปบอกเกี่ยวกับเื่สมุนไพรหยางอี้ที่มันไม่สามารถหาเมล็ดมาเพาะปลูกได้
การค้าขายสมุนไพรหยางอี้มันเองก็คงจะต้องจบลงด้วยเช่นกัน
เดินกลับไปถึงร้านของท่านปู่จ้าว จูเฟยก็ไปแจ้งเื่ราวเกี่ยวกับปัญหาที่นางได้พบเจอมาทั้งหมดให้กับท่านปู่จ้าวได้ฟัง ซึ่งอีกฝ่ายก็เข้าใจดีเพราะว่าตอนนี้ข่าวเื่โรคระบาดที่เมืองหลวงมันก็เริ่มแพร่กระจายไปให้เศรษฐีหลายคนได้ล่วงรู้จนพวกเขานั้นหาซื้อเมล็ดสมุนไพรหยางอี้ไปจนหมด
การค้าขายและการทำธุรกิจของเมล็ดสมุนไพรหยางอี้มันเองก็จบลงด้วยเช่นกัน
หลังจากที่ทำเื่ทุกอย่างและสะสางทุกอย่างภายในเมืองอู่หนานเสร็จเรียบร้อยทั้งหมดแล้วจูเฟยเองก็ได้เดินทางกลับไปที่บ้านของท่านยายหวังในตอนก่อนจะถึงเที่ยงวัน
นางเดินทางกลับมาก่อนท่านแม่และท่านยายของนาง จูเฟยเลยลงแรงทำการหว่านเมล็ดต้นพฤกษาน้ำให้มากกว่าเดิม ตอนนี้นางไม่จำเป็ต้องไปดูแลสมุนไพรหยางอี้แล้วนางเลยได้เวลามาจดจ่อกับสมุนไพรทั้งสองชนิด ที่นางตั้งใจจะปลูกเอาไว้ในตอนแรกและตั้งใจนำพวกมันมาทำเป็กำไรหลัก
กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จมันก็เป็เวลาประมาณเที่ยงวันพอดี จูเฟยเดินออกไปด้านนอกนางชะเง้อหน้ามองตอนนี้ก็ยังไม่เห็นท่านแม่และท่านยายหวังเดินทางกลับมาเลย ปกติในเวลา่นี้พวกนางน่าจะเดินทางกลับมาแล้วแต่เหตุใดตอนนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงา
เด็กน้อยที่ยืนอยู่ก็ถึงกับขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัย เมื่อครู่นางก็ไม่ได้เดินย้อนกลับไปดูแผงผักของท่านยายหวังว่าเป็เช่นไรบ้าง
จูเฟยนั่งรออยู่ที่โต๊ะหน้าบ้านอยู่สักพักนึง ดวงตาของนางก็ปรายทางไปเห็นท่านยายและท่านแม่ของนางที่แบกข้าวของกลับมา
จูเฟยวิ่งตรงเข้าไปหาท่านแม่และท่านยายของนาง เมื่อเข้าไปใกล้ๆเท้าทั้งสองข้างก็หยุดลงตรงหน้าของทั้งสอง ดวงตากลมโตของเด็กน้อยด้านหน้ามองท่านแม่ของนางและท่านยายหวังที่ดูแสดงใบหน้าไม่สู้ดีนัก
ดวงตาทั้งสองข้างต่ำตกลงด้วยความเศร้าหมอง จูเฟยลองดูรอบร่างกายของนางผักก็ไม่มีเหลือกลับมาก็ไม่น่าจะใช่เหตุผลที่ผักขายไม่หมดแล้วเหตุใดท่านแม่และท่านยายหวังของนางถึงแสดงใบหน้าเช่นนั้น
“ ท่านแม่ ท่านยายหวังเ้าคะ เป็อันใดกันงั้นรึเ้าคะ ” เด็กน้อยที่ยืนอยู่ด้านหน้าร้องถามด้วยความฉงน
จบตอน