พายุฝนภายนอกเริ่มโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาไม้เนื้อแข็งของโรงเตี๊ยมสนธยาดังสนั่นหวั่นไหวประดุจเสียงกลองรบ บรรยากาศภายในโถงล่างตกอยู่ในความเงียบงันที่บีบคั้น แสงจากโคมไฟกระดาษสีแดงส่องระยิบระยับสะท้อนกับคมดาบอาญาสิทธิ์ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้
สตรีผู้มาใหม่นั่งเหยียดหลังตรงประดุจหอกเหล็กที่ปักลงบนพื้นดิน นางคือ "แม่นางฉิน" หรือ ฉินเยี่ยน หัวหน้ามือปราบหญิงผู้เลื่องชื่อในความตงฉินและไร้ความปรานีต่ออาชญากรทุกประเภท ชื่อเสียงของนางดังไปทั่วยุทธภพในฐานะผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้อาชญากรคนใดหลุดพ้นจากกฎหมาย แม้แต่ขุนนางชั้นสูงหรือจอมยุทธผู้มีอิทธิพลก็ไม่สามารถหลบหนีจากดาบยุติธรรมของนางได้
ใบหน้าของนางเรียบเฉยประดุจรูปสลักหินอ่อนที่ไร้ความรู้สึก ทุกระเบียบนิ้วของชุดเครื่องแบบสีม่วงเข้มถูกจัดวางอย่างประณีตไม่มีที่ติ กระดุมทองคำแต่ละเม็ดเรียงตัวเป็นแถวตรงไม่เอียงแม้แต่น้อย ผ้าคาดเอวสีทองปักลายมังกรผูกแน่นพอดี ทว่าสายตาคมกริบดุจราชสีห์ของนางกลับไม่เคยหยุดนิ่ง นางกวาดมองสำรวจไปทั่วทุกมุมของโรงเตี๊ยมด้วยความระแวดระวังขั้นสูงสุด
สัญชาตญาณมือปราบที่ฝึกฝนมานับสิบปีเตือนนางว่า สถานที่แห่งนี้คือ "แดนสนธยา" ที่แท้จริง การที่โรงเตี๊ยมไม้เก่าๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้เขตเมืองมารอันตรายแต่ยังสามารถดำเนินกิจการได้อย่างปกติสุข ย่อมหมายความว่าคนภายในร้านและลูกค้าที่นั่งอยู่ต้องไม่ใช่คนธรรมดา ประสบการณ์การสืบสวนที่ยาวนานสอนนางว่า สถานที่ที่ดูปกติเกินไปในบริเวณอันตรายมักจะซ่อนความลับที่มืดมิดที่สุด
ฉินเยี่ยนลอบมอง เถ้าแก่ร่างอ้วนท้วม ที่กำลังเช็ดเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางเฉื่อยชา แต่นางสัมผัสได้ถึงปราณคุ้มครองกายที่แผ่ออกมาอย่างเบาบางแต่หนาแน่น เป็นปราณของผู้ที่มีวรยุทธระดับสูงแต่แกล้งทำเป็นคนธรรมดา ขณะที่ในครัว เสียงสับเนื้อของ เถ้าแก่ร่างผอม ยังคงดังเป็นจังหวะที่หนักแน่นเกินกว่าจะเป็นเพียงพ่อครัวธรรมดา แรงที่ใช้ในการสับและจังหวะที่แม่นยำบ่งบอกถึงฝีมือการต่อสู้ที่เชี่ยวชาญ
แม้แต่ เสี่ยวเอ้อหญิง ที่ส่งยิ้มหวานมาให้นางนั้น ฉินเยี่ยนก็สังเกตเห็นคราบผงสีขาวละเอียดที่ซ่อนอยู่ใต้เล็บ ซึ่งนางเดาได้ทันทีว่าเป็นยาพิษร้ายแรง การเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนี้ดูอ่อนช้อยแต่มีความแม่นยำที่บ่งบอกถึงการฝึกฝนด้านยาพิษและการลอบสังหาร นี่ไม่ใช่โรงเตี๊ยมธรรมดา แต่เป็นรังของผู้ที่มีความสามารถพิเศษทั้งสิ้น
นางกำด้ามดาบแน่นขึ้นเล็กน้อย เป้าหมายของนางในครั้งนี้คือการตามหาอาชญากรข้ามแดนที่หลบหนีมายังตะเข็บชายแดน ทว่าความลึกลับของโรงเตี๊ยมแห่งนี้กลับทำให้ความสนใจของนางเริ่มเบี่ยงเบน นางรู้สึกได้ถึง "สายตา" คู่หนึ่งที่จับจ้องนางอยู่ตลอดเวลา เป็นสายตาที่ดูนอบน้อมแต่กลับทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัวอย่างน่าประหลาด ความรู้สึกนี้แปลกใหม่และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้นางเริ่มสงสัยในตัวเองเป็นครั้งแรก
"น้ำชาร้อนๆ มาแล้วขอรับท่านมือปราบ" อาหลาง เดินเข้ามาพร้อมถาดไม้ในมือ ใบหน้าของเขายิ้มแย้มซื่อสัตย์ราวกับคนรับใช้ผู้โง่เขลา เขาค่อยๆ วางจอกชาลงบนโต๊ะด้วยกิริยาที่พินอบพิเทาที่สุด ท่าทางของเขาดูไร้เดียงสาและเต็มไปด้วยความเคารพต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ฉินเยี่ยนสังเกตเห็นรายละเอียดของชายหนุ่มคนนี้อย่างละเอียด ใบหน้าที่ดูซื่อสัตย์ ดวงตาที่ใสสะอาด และการเคลื่อนไหวที่ดูเรียบง่าย แต่บางอย่างในตัวเขาทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ อาจเป็นเพราะความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเขาอยู่ใกล้ หรืออาจเป็นเพราะสัญชาตญาณของนักสืบที่บอกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ในจังหวะที่อาหลางโน้มตัวลงรินน้ำชา เขาแอบสอดมือเข้าไปในอกเสื้อ สัมผัสกับ ศิลาเนตรมาร วัตถุวิเศษสีดำสนิทที่เขากลั่นกรองพลังจากสามพี่น้องตระกูลหวังมาจนเต็มเปี่ยม ศิลานี้อบอุ่นและสั่นระริกเบาๆ เหมือนหัวใจที่เต้นด้วยความตื่นเต้น เขารวบรวมสมาธิเพียงเสี่ยววินาที ส่งกระแสจิตผ่านศิลาเพื่อส่องทะลุเข้าไปในดวงใจของมือปราบสาวผู้เคร่งขรึมคนนี้
ทันใดนั้น ภาพนิมิตในจิตของอาหลางก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตัวเลข "ค่าราคะ" ของฉินเยี่ยนพุ่งพรวดขึ้นมาแสดงผลเป็นตัวเลขสีแดงฉานที่ 75 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับสตรีที่ดูเคร่งครัดในศีลธรรมเช่นนี้ ตัวเลขนี้สูงกว่าหวังฉีที่มีค่าราคะอยู่ที่ 65 และใกล้เคียงกับหวังลู่ที่มีค่าราคะสูงถึง 80 ทว่าสิ่งที่ทำให้ศิลาเนตรมารสั่นไหวหนักกว่าเดิมคือ "คำอธิบายลับ" ที่ปรากฏขึ้นตามมา
'ฉินเยี่ยน: ภายใต้หน้ากากแห่งกฎหมาย นางมีความลับที่สั่นสะเทือนอารมณ์... นางไม่ได้หลงใหลเพียงแค่กามารมณ์ธรรมดา แต่นางชอบความตื่นเต้นในที่แจ้ง โหยหาการถูกประจานความลามก และความเสียวซ่านจะเพิ่มขึ้นทวีคูณเมื่อมีความเสี่ยงว่าจะถูกผู้อื่นพบเห็นในสภาพที่แปดเปื้อน นางมีจินตนาการที่วิปริตเกี่ยวกับการถูกครอบงำต่อหน้าฝูงชน และความอัปยศนั้นกลับทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่สุด'
อาหลางลอบเลียริมฝีปากเบาๆ ด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด ใครจะเชื่อว่ามือปราบสาวผู้ผดุงความยุติธรรมทุกระเบียบนิ้ว จะมีจิตใจที่วิปริตและโหยหาความอัปยศท่ามกลางสายตาผู้คนเช่นนี้ ยิ่งนางทำตัวแข็งกร้าวและระวังตัวมากเท่าไหร่ นั่นยิ่งแปลว่าแรงขับเคลื่อนเบื้องลึกของนางกำลังอัดอั้นจนใกล้จะระเบิด การที่นางยึดมั่นในกฎหมายและศีลธรรมอย่างเข้มงวดนั้น อาจเป็นเพราะนางกำลังต่อสู้กับความปรารถนาที่มืดมิดในตัวเอง
ข้อมูลเพิ่มเติมจากศิลาเนตรมารยังคงไหลเวียนเข้ามาในจิตใจของอาหลางอย่างต่อเนื่อง เขาเห็นภาพความทรงจำลึกๆ ของฉินเยี่ยนที่นางพยายามปกปิดไว้อย่างแน่นหนา ภาพของนางในวัยรุ่นที่แอบมองดูคู่รักที่กำลังเสพสุขกันในสวนหลังบ้าน ความรู้สึกตื่นเต้นและอายอนาจที่นางไม่เข้าใจในตอนนั้น และการที่นางต้องวิ่งกลับเข้าห้องไปปลดปล่อยความต้องการที่พุ่งพล่านด้วยตัวเอง
ภาพความทรงจำอีกภาพหนึ่งที่ทำให้อาหลางยิ้มเย็นชาคือ เหตุการณ์เมื่อฉินเยี่ยนอายุ 22 ปี ขณะที่นางกำลังสืบสวนคดีในโรงแรมแห่งหนึ่ง นางได้ยินเสียงครวญครางจากห้องข้างๆ และแทนที่จะเดินหนีหรือไม่สนใจ นางกลับแอบฟังอยู่นานจนเสร็จสิ้น ความรู้สึกผิดและความตื่นเต้นที่ปนกันทำให้นางต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะสงบใจได้
"ช่างน่าสนใจยิ่งนัก" อาหลางคิดในใจขณะที่ยังคงรักษาสีหน้าที่ซื่อสัตย์ไว้ "นางคิดว่าการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดจะกดทับความปรารถนาเหล่านั้นได้ แต่ความจริงแล้วมันกลับทำให้ไฟในใจนางลุกโชนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ"
ศิลาเนตรมารส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาอีก นางมีนิสัยชอบอาบน้ำในสระน้ำธรรมชาติที่ห่างไกลผู้คน โดยเฉพาะในเวลาที่มีความเสี่ยงว่าจะมีคนเดินผ่านมาเห็น นางจะรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา แม้ว่านางจะต้องรีบขึ้นจากน้ำและแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่ใจลึกๆ นางกลับหวังว่าจะมีใครสักคนมาเห็นนางในสภาพเปลือยกาย
อาหลางถอยออกมาจากโต๊ะอย่างสงบ พลางแสร้งทำเป็นจัดเก้าอี้รอบๆ ตัวนาง เขาเคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้ความตั้งใจที่แท้จริงของเขาเผยออกมา "คืนนี้พายุแรงนัก ท่านมือปราบคงต้องพักที่นี่สักคืน... ข้าจะจัดห้องพักที่ 'มองเห็นโถงล่างได้ชัดเจนที่สุด' ให้ท่านนะขอรับ เผื่อว่าท่านต้องการเฝ้าระวังอาชญากรจากมุมสูง"
คำว่า "มองเห็นได้ชัดเจน" ที่อาหลางเน้นเสียงพิเศษนั้น ไม่ได้เป็นการบังเอิญ เขารู้จากศิลาเนตรมารว่า ฉินเยี่ยนมีความปรารถนาลับที่อยากให้คนอื่นมองเห็นนางในสภาพที่ไม่เหมาะสม การที่เขาเสนอห้องที่ "มองเห็นได้ชัดเจน" จะกระตุ้นจินตนาการที่มืดมิดของนางโดยไม่รู้ตัว
ฉินเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อได้ยินคำเหล่านั้นทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ "เจ้าช่างรู้ใจงานของข้าดีนัก" นางเอ่ยด้วยเสียงเรียบ พยายามปกปิดความปั่นป่วนในใจ ทว่าดวงตาของนางกลับวูบไหวเมื่อได้ยินคำว่า "มองเห็นได้ชัดเจน" ภาพในจินตนาการที่นางไม่ต้องการให้เกิดขึ้นเริ่มแว่บผ่านใจ
อาหลางสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในสีหน้าของฉินเยี่ยน การที่นางกลืนน้ำลายเบาๆ การที่นางขยับตัวนั่งไม่สบาย และการที่นางพยายามหลีกสายตาจากเขา ทุกอย่างเหล่านี้บ่งบอกว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความปรารถนาเริ่มงอกแล้ว
อาหลางยิ้มในใจ แผนการของเขาเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างแยบยล เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ร่ายมนตร์ใส่ให้นางสยบเหมือนที่เขาทำกับสามพี่น้องตระกูลหวัง แต่เขาต้องการสร้าง "สถานการณ์" ที่บีบคั้นให้นางต้องเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาเอง เขาจะใช้ "น้ำหอมเสน่ห์มาร" ที่แอบประพรมไว้ตามผ้าม่านในห้องพัก ร่วมกับความสามารถในการอ่านใจเพื่อกระตุ้นจุดอ่อนลึกๆ ของนาง
น้ำหอมเสน่ห์มารนี้ไม่ใช่ยาพิษธรรมดา แต่เป็นสารสกัดจากดอกไม้มารที่ปลูกด้วยน้ำตาของผู้หญิงที่ถูกทรมาน มันจะค่อยๆ ทำลายกำแพงแห่งเหตุผลและปลดปล่อยความปรารถนาที่ถูกกดทับมานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีความปรารถนาลับที่รุนแรง
"ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้... ทุกคนมี 'กฎ' ของตัวเองขอรับท่านมือปราบ" อาหลางกระซิบแผ่วเบาขณะที่เดินผ่านหลังนางไป เสียงของเขาเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่กลับทำให้ฉินเยี่ยนรู้สึกเหมือนมีใครกระซิบใส่หู "แต่กฎของข้า... คือการทำให้ทุกคนได้เป็นในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็นจริงๆ"
คำพูดเหล่านี้เข้าไปกระทบจิตใต้สำนึกของฉินเยี่ยนอย่างแรง นางเริ่มคิดถึงสิ่งที่นางปรารถนาจริงๆ แต่ไม่เคยกล้าทำ ความต้องการที่ถูกกดทับด้วยหน้าที่และศีลธรรมเริ่มขยับตัวในใจ เหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้นานจนเริ่มกระสับกระส่าย
ฉินเยี่ยนสะดุ้งเล็กน้อย ความร้อนรุ่มที่กึ่งกลางกายเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ความรู้สึกนี้คล้ายกับตอนที่นางแอบดูคู่รักในสวนเมื่อหลายปีก่อน แต่รุนแรงกว่าหลายเท่า นางเริ่มรู้สึกว่าเครื่องแบบที่รัดกุมนี้เริ่มอึดอัดจนอยากจะฉีกมันออก และความคิดที่ว่าถ้าเธอทำเช่นนั้นต่อหน้าฝูงชนที่กำลังดื่มกินอยู่เบื้องล่าง กลับทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด
นางพยายามสั่นหัวเพื่อขจัดความคิดเหล่านั้นออกไป แต่ยิ่งพยายามยิ่งทำให้ภาพในจินตนาการชัดเจนขึ้น นางเห็นตัวเองที่ถูกมองด้วยสายตาตะกละตะกลาม เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอัปยศ และความรู้สึกนั้นกลับทำให้นางรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว
อาหลางมองดูเงาหลังของนางด้วยสายตาของพรานป่าที่เห็นเหยื่อติดกับ เขาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในกระแสพลังของนาง ความปั่นป่วนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และการที่นางเริ่มสูญเสียการควบคุมตัวเอง เขารู้ว่าเวลาได้มาถึงแล้วที่จะเริ่มขั้นตอนต่อไป
เขาเดินไปยังมุมมืดของโรงเตี๊ยม ที่ซึ่งเขาเตรียมอุปกรณ์พิเศษไว้ล่วงหน้า เขาหยิบ "กระจกเงาแห่งความจริง" ออกมา กระจกบานเล็กที่มีพลังพิเศษในการสะท้อนความปรารถนาที่ลึกที่สุดของผู้ที่มองเข้าไป เขาวางกระจกไว้ในตำแหน่งที่ฉินเยี่ยนจะมองเห็นได้โดยบังเอิญ
"ท่านมือปราบ" เขาเรียกด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ "ข้าจัดห้องพักให้ท่านเรียบร้อยแล้ว หากท่านต้องการจะขึ้นไปดูก่อน..."
ฉินเยี่ยนพยักหน้าอย่างไม่มั่นใจ นางรู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียการควบคุม แต่ก็ไม่สามารถต่อต้านแรงดึงดูดลึกลับที่ดึงนางไปสู่สิ่งที่นางกลัวและปรารถนาในเวลาเดียวกัน นางลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยขาที่สั่นเล็กน้อย
ขณะที่นางเดินผ่านกระจกเงาแห่งความจริง นางเหลือบมองเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจ และสิ่งที่นางเห็นทำให้นางต้องหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ในกระจกนั้น นางไม่ได้เห็นภาพของมือปราบผู้เคร่งครัด แต่เห็นภาพของผู้หญิงที่เปลือยกายและถูกมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ใบหน้าในกระจกเต็มไปด้วยความอัปยศแต่ก็เต็มไปด้วยความสุขอย่างประหลาด
นางรีบหันหน้าหนีจากกระจก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิด แต่ภาพที่เห็นกลับติดตาไปไม่หาย นางรู้ว่านั่นคือสิ่งที่นางปรารถนาจริงๆ แต่ไม่เคยกล้ายอมรับ
อาหลางเดินตามหลังนางขึ้นบันไดไปยังห้องพักชั้นบน เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในท่าทางของนาง การเดินที่ไม่มั่นคง การหายใจที่หอบ และการที่นางพยายามปกปิดความปั่นป่วนในใจ
"ห้องนี้เป็นห้องที่ดีที่สุดในโรงเตี๊ยมขอรับ" เขาเปิดประตูห้องพักที่เขาเตรียมไว้พิเศษ ห้องนี้ตกแต่งด้วยผ้าม่านสีขาวที่ถูกประพรมด้วยน้ำหอมเสน่ห์มาร หน้าต่างใหญ่ที่มองเห็นโถงล่างได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญที่สุดคือ "กระจกใสทางเดียว" ที่ติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่คนในโถงล่างสามารถมองขึ้นมาเห็นได้หากมีแสงไฟ
ฉินเยี่ยนเดินเข้าไปในห้องด้วยความลังเล กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศทำให้นางรู้สึกมึนงง ความร้อนในกายเริ่มแผ่ขยายไปทั่วร่าง นางมองออกไปทางหน้าต่างและเห็นผู้คนที่นั่งดื่มกินอยู่เบื้องล่าง ความคิดที่ว่าพวกเขาอาจมองขึ้นมาเห็นนางได้ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นและกลัวปนกัน
"หากท่านต้องการอะไร เพียงแค่เรียกข้าได้เลยขอรับ" อาหลางกล่าวก่อนจะถอยออกจากห้อง แต่เขาไม่ได้ปิดประตูให้สนิท ทิ้งช่องเล็กๆ ไว้เพื่อให้เสียงจากภายในห้องดังออกไปได้
เมื่ออยู่คนเดียวในห้อง ฉินเยี่ยนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง เครื่องแบบที่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ บัดนี้กลับรู้สึกเหมือนกรงขังที่อึดอัด นางเริ่มคลายกระดุมเสื้อทีละเม็ด ด้วยมือที่สั่นเทา
ขณะเดียวกัน อาหลางยืนอยู่ข้างนอกห้อง ใช้ศิลาเนตรมารเฝ้าดูทุกการเคลื่อนไหวของนาง เขาเห็นการต่อสู้ภายในใจของนาง ระหว่างเหตุผลกับความปรารถนา ระหว่างหน้าที่กับตัณหา และเขารู้ว่าในไม่ช้า ความปรารถนาจะเป็นฝ่ายชนะ
คืนนี้ กฎหมายของกรมอาญาจะต้องพ่ายแพ้ต่อ "กฎ" ของอาหลางอย่างย่อยยับ และน้ำตาแห่งความอับยศของมือปราบสาวคนนี้ จะเป็นหยาดน้ำทิพย์ที่หวานล้ำที่สุดในโหลแก้ววิเศษของเขา การเก็บเกี่ยวครั้งนี้จะไม่เพียงแต่ให้พลังมารที่บริสุทธิ์ แต่จะเป็นการพิสูจน์ว่าแม้แต่ผู้ที่ยึดมั่นในความยุติธรรมมากที่สุด ก็ยังมีความมืดมิดซ่อนอยู่ในใจที่รอคอยการปลดปล่อย
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นข้างนอก เหมือนกับเสียงปรบมือของเทพเจ้าแห่งความมืดมิดที่กำลังชื่นชมการแสดงที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น