เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 7 เบื้องหลังเรื่องราว



    “ปราชญ์มารบริสุทธิ์เป็นใครกันแน่?” เจียงเยี่ยนถาม
    เจียงฮูหยินถอนใจคราหนึ่ง จากนั้นจึงเล่าออกมา“ราวสามสิบกว่าปีก่อนที่หมู่บ้านเซียวเอี้ยวแห่งมณฑลเหอหนาน มีทารกผู้หนึ่งถือกำเนิดขึ้น วันนั้นฟ้าดินวิปโยค ฟ้าร้องคำรามลั่น เสียงอัสนีบาตกระแทกใส่แก้วหู แม้แต่แผ่นดินก็สั่นไหว เกิดลมพายุพัดใส่หมู่บ้านจนเศษกระเบื้องหลังคาปลิวกระจาย การถือกำเนิดของทารกในวันที่ฟ้าดินวิปริตเช่นนี้ ทำให้เป็นที่ร่ำลือไปทั่วหมู่บ้าน หมอดูหลายคนในหมู่บ้านนั้นต่างทำนายทายทัก ทารกนั้นจะทำภัยพิบัติมาสู่หมู่บ้านเซียวเอี้ยว (สำราญ)”
    “ทารกคนนั้นคือปราชญ์มารบริสุทธิ์?” เจียงเยี่ยนถาม
    “ใช่’ เจียงฮูหยินตอบ
    เจียงฮูหยินเล่าต่อ “ปราชญ์มารบริสุทธิ์เป็นลูกของอดีตประมุขพรรคสรรพสิ่งซึ่งเป็นพรรคมารซึ่งล่มสลายไป ตอนนั้นพรรคสรรพสิ่งถูกฝ่ายธัมมะทำลายสิ้นซาก ประมุขพรรคมารคนสุดท้ายลู่เตี่ยน เร้นกายในยุทธจักร หลบซ่อนตัวอยู่ที่หมู่บ้านเซียวเอี้ยว แต่การถือกำเนิดของทารกในวันวิปโยคกลายเป็นข่าวลือไปทั่วมณฑลเหอหนาน สุดท้ายประมุขยุทธจักรในตอนนั้นนามเชี่ยงเทียนทราบเข้าว่าลู่เตี่ยนยังมีชีวิตอยู่จึงนำยอดฝีมือฝ่ายธัมมะสามสิบคนบุกเข้าไปยังหมู่บ้านเซียวเอี้ยว”
    เจียงเยี่ยนอดถามแทรกไม่ได้ “ลู่เตี่ยนเร้นกายจากยุทธจักรแล้ว เหตุใดยังต้องไปตามเล่าเขาอีก?”
    เจียงฮูหยินกล่าวว่า“ตัดบัวอย่าให้เหลือราก ตัดไม้อย่าให้เหลือโคน”
    “โหดเหี้ยมนัก” เจียงเยี่ยนบอก
    เจียงเหลียวรีบตำหนิ“ลูกเยี่ยน เจ้ายังเล็กยังไม่เข้าใจเรื่องราว พรรคเทพดับสูญในอดีตสังหารผู้คนทั้งจอมยุทธผู้กล้าและชาวบ้านผู้บริสุทธิ์นับพันคน ผู้คนต่างเคียดแค้นชิงชัง”
    เจียงฮูหยินเล่าต่อ“ลู่เตี่ยนนำสาวกพรรคมารที่เหลือเข้าต่อสู้กับผู้กล้าฝ่ายธัมมะ ทั้งสองฝ่ายต่างบาดเจ็บล้มตาย การต่อสู้อันดุเดือดของพรรคสรรพสิ่งและฝ่ายธัมมะ เป็นเหตุให้หมู่บ้านเซียวเอี้ยวล่มสลาย เพลิงอัคคีเผาผลาญล้างหมู่บ้านจนราบคาบ ผู้คนหลายร้อยต้องล้มตาย”
    “จอมยุทธฝ่ายธัมมะหลายคนรู้สึกสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาเร้นกายออกจากยุทธจักร บ้างไปบวชเป็นหลวงจีนเส้าหลิน บ้างขึ้นเขาบู๊ตึ๊งเป็นนักพรต หลายคนซึ่งยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันต่างก็เป็นยอดฝีมือที่เลื่องชื่อทั้งสิ้น”
    “สุดท้ายลู่เตี่ยนถูกเซี่ยงเทียนตัดศีรษะ แต่ภรรยาของลู่เตี่ยนนำเด็กทารกนั้นหนีไปได้ จากนั้นก็หายสาบสูญไป”
    “จวบจนกระทั่งเมื่อสิบหกปีก่อน มีคนผู้หนึ่งฉายาปราชญ์มารบริสุทธิ์อาละวาดไปทั่วยุทธจักร คนผู้นี้ค่อยๆ สังหารเหล่าจอมยุทธที่พัวพันกับศึกหมู่บ้านเซียวเอี้ยวไปหลายคน พลังฝีมือคนผู้นี้โหดเหี้ยมอำมหิต สุดท้ายปราชญ์มารบริสุทธิ์บุกไปที่บ้านเซี่ยงเทียนอดีตประมุขยุทธจักร”
    “เซี่ยงเทียนเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่สำนึกผิดกับการกระทำที่ทำให้หมู่บ้านเซียวเอี้ยวล่มสลาย เขาจึงถอนตัวเร้นกายแทบมิได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในยุทธจักรอีก”
    “ตอนนั้นภรรยาเซี่ยงเทียนกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด เซี่ยงเทียนดีใจยิ่งที่จะได้บุตรในยามชรา แต่หารู้ไม่นั่นกลับเป็นทุกขลาภ”
    “เมื่อปราชญ์มารบริสุทธิ์บุกมา มันต่อสู้กับเซี่ยงเทียนหลายร้อยกระบวนท่า เซี่ยงเทียนมีฝีมือสูงกว่าจึงทำร้ายปราชญ์มารบริสุทธิ์บาดเจ็บ เซี่ยงเทียนในตอนนั้นไม่ต้องการฆ่าคนอีก จึงละเว้นชีวิตปราชญ์มารบริสุทธิ์”
    “ระหว่างที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด พลันมีเสียงทารกร้องจ้า เซี่ยงเทียนเสียสมาธิเล็กน้อย พริบตานั้นเขาถูกปราชญ์มารบริสุทธิ์สังหาร”
    “ปราชญ์มารบริสุทธิ์คล้ายคนคลุ้มคลั่ง มันไล่ตามหาเสียงของทารกเพื่อหมายกำจัดทิ้ง เขาทำร้ายคนในบ้านสกุลเซี่ยงไปไม่น้อย”
    “ภรรยาของเซี่ยงเทียนในเวลานั้นเพิ่งให้กำเนิดทารก นางร่างกายอ่อนแอไม่สามารถหนีได้ นางจึงฝากเด็กทารกนั้นไว้กับสาวใช้คนสนิท เร่งให้สาวใช้คนสนิทรีบนำทารกหลบหนีปราชญ์มารบริสุทธิ์”
    “สาวใช้นางนั้นแม้มีวิทยายุทธติดตัวมาบ้าง แต่การเป็นสตรีออกเดินทางพร้อมกับทารกย่อมยากลำบากยิ่ง โชคยังดีระหว่างเดินทางโดยไร้จุดหมาย สาวใช้นางนั้นได้พบกับจอมยุทธผู้หนึ่งช่วยเหลือ สุดท้ายทั้งสองแต่งงานเป็นสามีภรรยากัน”

    เจียงฮูหยินกับเจียงเหลียวมองหน้ากัน ทั้งสองต่างมีความในใจหนักอึ้ง เจียงเยี่ยนรีบถาม“ท่านแม่ แล้วทารกผู้นั้นเล่า?”
    เจียงฮูหยินลูบไล้ใบหน้าของเจียงเยี่ยน“ตอนนี้อยู่ในที่ปลอดภัย”
    เจียงเยี่ยนอดกล่าวไม่ได้ “ทารกผู้นั้นน่าสงสารจริงๆ หากเขายังอยู่ ตอนนี้มีอายุเท่าๆ กับข้า หากข้าได้พบ ข้ายินดีจะเป็นเพื่อนเขา”
    ดวงตาเจียงฮูหยินปรากฏประกายน้ำตาขึ้น เจียงเยี่ยนรีบถาม “ท่านแม่เป็นอะไร?”
    เจียงฮูหยินรีบยกแขนเสื้อเช็ดดวงตา“ไม่มีอะไร แม่พอเล่าเรื่องอันเศร้าสร้อยนี้ขึ้นก็อดหู่ไม่ได้”
    เจียงเยี่ยนถามขึ้นอีก “แล้วบ้านของเราเกี่ยวข้องอันใดกับปราชญ์มารบริสุทธิ์?”
    เจียงเหลียวรีบกล่าวว่า“ความจริงไม่เกี่ยวข้อง แต่พ่อได้ข่าวจากสหายชาวยุทธจักรมาว่าปราชญ์มารบริสุทธิ์จะบุกมาจึงเรียกสหายชาวยุทธจักรมาช่วยเหลือ”
    “แล้วเหตุใดเขาต้องบุกมา?” เจียงเยี่ยนถาม
    เจียงเหลียวกล่าวว่า “สิบกว่าปีมานี้ ปราชญ์มารบริสุทธิ์สังหารผู้คนนับไม่ถ้วน กระทำตามอำเภอใจ ไม่มีผู้ใดเข้าใจความคิดเขาได้”
    เจียงเยี่ยนรีบบอก “หากปราชญ์มารบริสุทธิ์มาจริง มันต้องพ่ายแพ้แน่”
    “เหตุใดเจ้ากล่าวเช่นนี้?” เจียงเหลียวถาม
    “ข้าจะช่วยท่านพ่อต่อสู้กับมันเอง” เจียงเยี่ยนตอบพร้อมรอยยิ้มอันน่ารัก
    เจียงเหลียวพยักหน้าจับไหล่เจียงเยี่ยนผู้เป็นบุตร
    ที่จริงในใจเจียงเยี่ยนนึกถึงไป๋เหวินโจวผู้เป็นอาจารย์ หากไป๋เหวินโจวฟื้นฟูลมปราณสำเร็จร่วมมือกับบิดามารดามัน ต้องเอาชนะปราชญ์มารบริสุทธิ์ได้แน่
    เจียงเยี่ยนพลันฉุกคิดได้จึงถาม“เหตุใดคนผู้นี้ถึงฉายาปราชญ์มารบริสุทธิ์”
    เจียงเหลียวตอบ “คนผู้นี้มีวิชาความรู้สูงส่งประดุจขุนเขา ครอบคลุมทุกสรรพสิ่งราวกับท้องฟ้านับเป็นจอมปราชญ์แห่งยุค แต่นิสัยโหดเหี้ยมอำมหิตจนผู้คนเรียกว่ามาร”
    “แล้วคำว่าบริสุทธิ์เล่า?”
    เจียงเหลียวส่ายหน้า “พ่อก็ไม่รู้”
    เจียงเยี่ยนกล่าวอย่างครุ่นคิด“งั้นก็แปลก คนๆ นี้ โหดเหี้ยมอำมหิต ถูกขนานนามว่าเป็นมาร ฉายาจะมีคำว่าบริสุทธิ์ได้ยังไง? ใครเป็นคนตั้งให้เขา?”
    เจียงเหลียวกล่าวว่า “ฉายาปราชญ์มาบริสุทธิ์ ชาวยุทธจักรกล่าวถึงมาเป็นสิบปีแล้ว แต่มีน้อยคนที่รู้ว่าคำว่าบริสุทธิ์คืออะไร”
    เจียงเยี่ยนกล่าว “หมายถึงเขายัง…ไม่เคยเสียพรหมจรรย์”
    “อาจจะ..” เจียงเหลียวช้อนตาครุ่นคิด
    “เหลวไหลทั้งพ่อลูก!” มารดาเจียงเยี่ยนตำหนิขึ้น
    ทั้งสองได้แต่รีบหุบปากลง
    เจียงเหลียวพลันฉุกคิดได้รีบกล่าว“อาเยี่ยน นับตั้งแต่นี้ห้ามเจ้าออกจากบ้านโดยพละการ หากขัดขืนพ่อต้องลงโทษเจ้าสถานหนัก”
    “แต่ว่า..”
    “ไม่มีแต่ใดๆ ทั้งสิ้น” เจียงเหลียวกล่าวเฉียบขาด
    เจียงเยี่ยนรู้สึกลำบากใจอย่างยิ่ง พรุ่งนี้เขาจะนำอาหารไปให้อาจารย์ไป๋เหวินโจวซึ่งบาดเจ็บ นึกไม่ถึงกลับมีเรื่องของปราชญ์มารบริสุทธิ์แทรกขึ้นมา ทำให้เขาออกจากบ้านไม่ได้
    เจียงเยี่ยนล้มตัวลงนอนบนที่นอนอันอ่อนนุ่ม ปราชญ์มารบริสุทธิ์เป็นผู้ใดกันแน่ หวนนึกถึงปราชญ์มารบริสุทธิ์ฝีมือสูงส่งฆ่าคนไม่เลือก อดทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยมิได้

    เช้าวันต่อมา เจียงเยี่ยนรีบตื่นเช้าอาบน้ำแต่งกาย เข้าห้องหนังสือ มันสั่งให้เสี่ยวหนิงสาวใช้อายุสิบแปดปีนำน้ำชาและอาหารแห้งไปให้
    เมื่อเสี่ยวหนิงนำอาหารมาให้ เจียงเยี่ยนจึงสั่ง
    “เสี่ยวหนิง ข้าจะอ่านหนังสืออยู่ที่นี่ อย่าให้ผู้ใดเข้ามารบกวน”
    เสี่ยวหนิงยืนนิ่ง เจียงเยี่ยนถามว่า
    “เจ้าเป็นอะไร?”
    “ข้าแปลกใจที่วันนี้ท่านเข้าห้องหนังสือ”
    “ข้าจะขยันบ้างไม่ได้หรือ? ” เจียงเยี่ยนกล่าวอย่างขุ่นเคืองเล็กน้อย
    เสี่ยวหนิงแลบลิ้นให้ จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป

    หลังจากเสี่ยวหนิงปิดประตูห้อง เจียงเยี่ยนก็ลงกลอนประตูทันที เขาพลันยิ้มเล็กน้อย จากนั้นเทอาหารแห้งพวกขนมใส่ห่อกระดาษที่เตรียมไว้ จากนั้นเปิดหน้าตากระโดดออกไป
    “เจ้าจะไปไหน?” เสียงบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้น
    เจียงเหลียวบิดาของเขานั่นเอง
    “ข้า..ข้า” เจียงเยี่ยนกล่าวต่อไม่ออก
    “พ่อบอกเจ้าแล้ว ศัตรูอาจบุกมาทุกเมื่อ หากเจ้าออกไปข้างนอกถูกศัตรูจับเข้าก็ย่ำแย่แล้ว”
    เจียงเหลียวกล่าวเสียงดุดัน “รีบกลับเข้าห้องไปอ่านหนังสือ หากไม่เช่นนั้นพ่อจะจับเจ้าเข้าห้องเก็บฟืน”
    เจียงเยี่ยนพยักหน้าอย่างเบื่อหน่าย ขณะจะเดินเข้าห้องหนังสือพลันมีคนใช้รีบวิ่งมา
    “นายท่าน มีแขกขอเข้าพบ!”
    เจียงเหลียวมีสีหน้าเคร่งเครียดรีบถาม
    “ผู้ใด? มีลักษณะอย่างไร?”
    “ข้าไม่ทราบ เขาบอกว่ารู้จักกับนายท่าน เขาแต่งกายใส่ชุดขาว”
    เจียงเยี่ยนตาโต หรือว่าอาจารย์ของเขามาแล้ว!!
    จบตอนที่ 6บุรุษชุดขาวมาแล้ว คนๆ นี้ใช่ไป๋เหวินโจวหรือไม่ เรื่องราวค่อยๆ เข้มข้นขึ้น จะเกิดอะไรขึ้นโปรดติดตามตอนต่อไป!