ผมคิดตามคำพูดของแม่ สักพัก ก่อนพูดออกไปว่า..
" เข้าใจแล้วครับ " พร้อมพยักหน้า
" เข้าใจก็ดีแล้ว ทีนี้ลองตอบสิ ว่าจะทำยังไงต่อ? "
" ใน่เวลา ที่เขามีคนของเขาอยู่ ผมจะไม่เข้าไปยุ่งในเื่ของเขา จะดูแลอยู่ห่างๆ ไม่เข้าไปใกล้ จะปฏิบัติกับเขา เหมือนเพื่อนปกติคนหนึ่ง"
ผมหายใจเข้า พร้อมหลับตาลง แล้วพูดต่อ
" แต่!! ถ้าหากวันไหน เขาเลิกกันแล้ว ผมอยากจะขอโอกาสอีกสักครั้ง โอกาสที่ให้ผมได้ลองรักเขาอีกสักครั้ง "
" ยังไม่ยอมอีกหรอ? ยังจะรอให้เขาเลิกอีก " แม่พูดด้วยน้ำเสียง เบื่อหน่าย
" ช่างเถอะ!! ถ้าอยากลองดูจริงๆ ก็ลองดูก็ได้ " แม่พูดเสริม
ใน่เวลาที่เราทำงานด้วยกัน ผมพยายามรักษาระยะห่างมากขึ้น ถ้านั่งทำงานด้วยกันข้างๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ใน บางครั้งที่ใกล้กันเกินไป เช่น บางครั้ง ที่เขาจะโน้มตัวมา ดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของผม ในบางจังหวะหน้าเราใกล้กันมาก (ใกล้จนแทบจะหอมแก้มกันได้) ผมก็พยายามเอนตัวออก หรือ เวลาที่เราคุยกัน ถ้อยคำที่เราใช้ในการพูดกัน ถ้าเปรียบเทียบดูแล้วก็จะน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก…
และผมเองก็เชื่อว่า… ตัวเขาน่าจะรู้สึกได้ ถึงสิ่งที่ ไม่เหมือนเมื่อก่อน! แต่จะทำยังไงได้ เพราะขอบข่ายของคำว่า "เพื่อน" ของผมเป็ประมาณนี้!! และอีกอย่างก็ทำ เพื่อเป็การห้ามใจตัวเองด้วย!!
ไม่นานเราก็เริ่มห่างกันเรื่อยๆ จากที่นั่งข้างๆ กันทุกวัน กลายเป็วันเว้นวัน แล้วก็ห่างออกไปเรื่อยๆ ..
จนมีวันหนึ่ง.. ไม่รู้จงใจ หรือ เจตนาให้ผมได้ยินด้วยหรือเปล่า? เขาคุยกับหัวหน้างานตามปกติ ก็เป็การคุยเล่นกันทั่วไป เพราะเขาเป็คนที่อัธยาศัยดีอยู่แล้ว แล้วจู่ๆ หัวหน้างานก็ถามเขา ทั้งๆ ที่ตรงนั้นมีผมนั่งอยู่ด้วย เนื้อหาของคำพูดประมาณว่า…
" พี่ขอถามตรงๆ ตอบพี่ตามความจริงนะ เรามีแฟนไหม? "
เขารีบตอบกลับทันที "ไม่มี!! พี่ ถ้ามีหนูก็ต้องตอบว่ามีสิ หนูจะโกหกทำ หนูไม ไม่มีจริงๆ!! "
ผมที่ได้ฟังอยู่ตรงนั้นรู้สึกสับสนเป็อย่างมาก นี่สรุปเขามีแฟน หรือ ไม่มีแฟนกันแน่ คำพูดจากทั้งสองเหตุการณ์ ผมก็ได้ยินกับหูตัวเองทั้งหมด แต่คำพูดของเขานั้นกลับไม่เหมือนกัน ทำไมกันนะ?
ผม้าหาข้อมูลเพิ่มเติม จึงเริ่มค้นข้อมูลจาก Facebook ของเขา ผมเข้าไปส่องและเช็คดูทุกรูปภาพของเขา เข้าไปเช็คที่ Comment และคนที่กดไลค์เขา ว่ามีใครน่าจะเกี่ยวข้องกับเขาบ้าง ผมไล่เช็คดูโปรไฟล์ของผู้ชายทุกคน ที่กดหัวใจให้เธอใน Facebook ซึ่งส่วนใหญ่บุคคลที่กดหัวใจให้รูปภาพของเธอ ต่างเป็ข้าราชการ ทหาร และ ตำรวจ
เขาชอบคนในเครื่องแบบอย่างนั้นหรอ?
ผมค้นย้อนกลับไปถึง 5 ปีที่แล้ว และแล้วผมก็ได้ไปเจอความรักครั้งก่อนของเขา ผมไล่เช็คั้แ่ตอนไปเที่ยวด้วยกัน เช็คอินสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน จนถึงโพสต์หนึ่ง ที่ดูเหมือนมันจะเป็การสิ้นสุดความสัมพันธ์…
นั่นก็คือโพสต์ของฝ่ายชายที่พยายามตามง้อฝ่ายหญิง ในโพสต์หน้าวอลล์ของเธอ ผู้ชายคนนั้นโคตรง้อหน้าวอล์อยู่ หลายโพสต์ แต่ฝ่ายหญิงไม่ได้ตอบกลับ!!
ผมเลื่อนโพสต์กลับมาที่หน้าปัจจุบัน และเช็คดูข้อมูล ล่าสุด ดูว่าพวกเขายังติดต่อกันอยู่หรือไม่?
ผมไล่เช็คคนที่กดไลค์เธอ และ Comment ของเธอ ในปัจจุบัน!!
แต่ก็ไม่พบบัญชี Facebook ของชายคนนั้น มามีปฏิสัมพันธ์อะไรกับ Facebook ของเธอเลย…
ผมเริ่มเข้าไปเช็คโปรไฟล์ของผู้ชายคนดังกล่าวอีกครั้ง โพสต์ล่าสุดของเขาคือ… โพสต์ครบรอบ 1 ปีกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ซึ่งผู้หญิง คนใหม่ของเขา ก็รูปร่างหน้าตาสวยมาก แถมมีความเซ็กซี่นิดๆ ทำผมสีทองออกส้มนิดๆ ใส่ชุดนักศึกษาถ่ายรูปเซลฟี่คู่กัน พร้อม ข้อความอวยพรวันครบรอบ
นั่นจึงได้ข้อสรุปว่า หลังจากจบกัน 5 ปี พวกเขาไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันต่อ ต่างคนต่างแยก ไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง..
จากข้อความทั้งหมดที่ผมได้รับรู้ นั้นทำให้ผมเริ่มจะมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง งั้นเราควรเดินหน้าต่อได้
และแล้วก็มาถึงวันที่เธอจะต้องหยุดยาว…
" พรุ่งนี้ ฉันจะหยุดยาวแล้วนะ ฝากเคลียร์งานให้ด้วยล่ะ "
" ได้สิ!! ไปเถอะ เื่งานเดี๋ยวฉันจัดการเอง "
" ขอบคุณนะ "
ในวันที่เธอไม่อยู่ ผมนั่งทำงานอยู่คนเดียว ในมือ ผมถือโทรศัพท์ เพื่อติดตามดูทุกสถานที่ ที่เขาได้ไป
ไปไหว้พระที่จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน และ วันรุ่งขึ้นก็ไปอีกจังหวัดหนึ่ง
จากภาพบน Facebook ของเขา ก็จะเป็ภาพของเขานั่งอยู่คนเดียว แต่เป็ภาพ ที่ไม่ได้ถ่ายเอง เป็อีกบุคคลหนึ่งถ่ายให้
ซึ่งส่วนนี้ผมไม่ได้ติดใจอะไร เพราะผมทราบอยู่แล้วว่าเขาไปกัน 3 คน
มีตัวเขา น้องชายเขา และ น้องสะใภ้ สาเหตุที่ผมทราบนั่นก็เพราะผม มีFacebook ของพวกเขาทั้ง 3 คนอยู่แล้ว สถานที่ในการถ่ายภาพแต่ละที่คือที่เดียวกัน และก่อนหน้า เขาก็เคยพูดให้ฟังแล้วว่าจะไปกัน 3 คน
ทุกภาพบน Facebook ที่เขาลง ต่างก็จะมีแคปชั่นที่บอกว่าตัวเขานั้นโสด อาทิ…
**อยู่คนเดียวมันอ้างว้าง มีเธอนั่งข้างๆ ก็คงดี**
**เกิดมาอาภัพ หน้าตาน่ารัก แต่ไม่มีแฟน**
และมีอื่นๆ มากมาย ที่เหมือนเป็การโปรโมทตัวเองว่า..ฉันโสด
และนั่นก็เป็ความสุขเล็กๆ ของผม " อยากมีโอกาสได้ใช้คำว่าแฟนกับเขาจัง " ผมได้แต่คิดพร้อมกับอมยิ้ม
" อยากมีโอกาสจัง ฉันรักเธอนะ อยากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเธอจัง อยากอยู่ด้วยกันตลอดไปจนแก่เฒ่า ฉันจะรักแค่เธอคนเดียว ไม่เปลี่ยนใจไปมีคนอื่นแน่นอน อยากมีโอกาสนั้นจัง… "
ผมได้แต่พูดในใจ พร้อมสายตาที่จ้องมองไปบนภาพของเขาบน Facebook เพราะคำพวกนี้ ถ้าให้พูดไปจริงๆ ส่วนตัวยังมองว่า เร็วเกินไปที่จะพูดคำพูดนี้!!
ความสัมพันธ์ของพวกเราต้องค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไป คำเหล่านี้ค่อยบอกเธอทีหลัง
วันเวลาผ่านไปหลายวัน จนกระทั่งเธอกลับมา…
"เป็ไงบ้าง? ไปเที่ยวตั้งหลายวัน สนุกไหม? " ผมถาม
เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น…
"สนุกสิเธอ!! เธอๆๆ เห็นรูปน้องชายกับน้องสะใภ้ฉันแล้วใช่ป่ะ"
" ออ! เห็นแล้ว ทำไมหรอ? "
" หมั่นไส้ มัน "
" ห่ะ!! เธอไปหมั่นไส้เขา เื่อะไร? "
" เธอดูรูปมันดิ ฉันนึกว่ามันถ่าย พรีเวดดิ้ง "
" เอ๊า!! ก็เขารักกันไง " ผมหัวเราะ
" ก็รู้หรอกว่ารักกันน่ะ แต่ ฉันไปด้วยนะ ทำอย่างกับว่าไปกัน2คน แล้วฉันล่ะ!! ฉันไปคนเดียวนะ ไม่กลัวว่าฉันจะอิจฉาบ้างหรือยังไง?
ผมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไปว่า...
" เอาน่า…ไม่ต้องอิจฉาหรอก เดี๋ยวเธอก็มีเอง!! "
" ให้มันจริงเถอะ!! " เธอตอบ