เทพธิดาตัวน้อยจูจู : ใช้พลังขจัดเคราะห์เสริมโชค!

    บทที่ 32 ท่านลุงที่กินขนมตายแล้ว!

    บทที่ 32 ท่านลุงที่กินขนมตายแล้ว!


    ไท่ซานเย่นึกเป็นห่วง เดินเข้ามาถาม “เจ้าหก ไม่มีเรื่องอะไรใช่ไหม?”


    “ไม่มีอะไรหรอก พี่สามไม่ต้องห่วง แค่เจ้าสามก่อเรื่องเล็กน้อย ข้าก็เลยช่วยเก็บกวาดให้มันเท่านั้น” ไท่ลิ่วเย่ตอบเลี่ยง ๆ ไท่ซานเย่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ


    บ้านไหนไม่มีลูกชายก่อเรื่องบ้างล่ะ บ้านไหนผู้เป็นบิดาไม่ต้องตามเช็ดตามล้างบ้าง เรื่องแบบนี้ก็เป็นธรรมดา


    ไท่ซานเย่ชี้ไปที่ไท่จี้เย่อีก ยังมีท่าทีสะใจนิด ๆ “ระวังบิดาเจ้าเฆี่ยนเสียล่ะ!”


    ไท่จี้เย่ยิ้มไม่ออก ได้แต่เดินหัวตกคอตกเข้าบ้านไป


    เมื่อเหลือแต่คนในครอบครัว ไท่ลิ่วเย่จึงพูดขึ้น


    “ข้ารู้ดีว่าพวกนั้นคือคนที่เคยทำร้ายเจ้า และเป็นพวกที่จงใจล่อให้เจ้าเล่นพนัน กู้เงิน”


    “ท่านพ่อ! แล้วทำไมท่านยังต้อนรับพวกมันดีขนาดนั้น ต่อให้ไม่เอาคืนอย่างน้อยก็ไม่ควรประจบพวกมันสิ!” ไท่จี้เย่อดไม่ได้ ส่วนคนอื่น ๆ แม้ไม่พูดอะไรแต่สีหน้าก็คิดไม่ต่างกัน


    ไท่ลิ่วเย่เคาะกล้องยาสูบเบา ๆ ที่ขอบเตียง แล้วสอนลูกหลานด้วยเสียงต่ำ “พวกเจ้าจะไปรู้อะไร คนพวกนั้นเป็นนักเลง ไม่มีบ้าน ไม่มีอาชีพ ไม่มีอะไรต้องห่วง หากปะทะกันซึ่ง ๆ หน้า คนที่เสียเปรียบจะเป็นพวกเรา วันนี้ซัดพวกมันสักรอบเพื่อความสะใจ แต่ต่อไปเมื่อคนอื่น ๆ กลับหมู่บ้าน เหลือเจ้าอยู่คนเดียว พวกมันก็มารังควานอีกไม่จบไม่สิ้น กลายเป็นศัตรูกันในที่สุด”


    “ยิ่งไปกว่านั้น คนพวกนี้มักถูกคนอื่นหวาดกลัวและดูถูก แต่หากมีใครปฏิบัติกับพวกมันอย่างจริงใจเหมือนคนทั่วไป พวกมันกลับจะไม่รังแกอีก”


    ไท่จี้เย่ฟังแล้วก็เห็นด้วย สีหน้าดีขึ้นมาก


    ไท่ลิ่วเย่อุ้มจูจูขึ้น ชั่งน้ำหนักก้อนแป้งน้อยแล้วก็ยิ่งไม่พอใจบุตรชาย “เจ้าน่ะยังรู้เรื่องไม่เท่าจูจูด้วยซ้ำ ขนมไม่กี่ชิ้นของจูจูทำให้พวกมันยอมหมดใจเลยทีเดียว!”


    จากนั้นเขาลดเสียงลงอีก “อีกอย่าง พวกมันล่อเจ้าเล่นพนัน ลอบทำร้ายเจ้า ไม่ใช่เพราะอยากทำเอง แต่มีคนจ้างมา”


    “ท่านพ่อ จริงหรือ? มีคนอยู่เบื้องหลังหรือ? ข้าก็ว่าแล้ว ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องกับพวกมันแท้ ๆ แต่ทำไมถึงมาเล่นงานข้า!”


    ไท่จี้เย่ตื่นเต้นรีบถามต่อ “คนที่อยู่เบื้องหลังคือใคร?”


    “ชายแซ่หลี่คนนั้นเป็นลูกของทหารที่ตายในสนามรบ พอรู้ว่าข้าเป็นทหารปลดประจำการเหมือนกันก็เกิดสำนึก บอกความจริงมาเล็กน้อย มีคนให้เงินพวกมันสิบตำลึงล่อเจ้าให้เป็นหนี้พนัน ยิ่งมากยิ่งดี”


    “พวกมันไม่ได้เห็นหน้า รู้แค่ว่าคนนั้นตัวไม่สูง เสื้อผ้าสกปรก เสียงแหบ”


    ไท่จี้เย่กับบรรดาพี่ ๆ มองหน้ากันอย่างหมดหวัง


    คนแบบนี้ในเมืองมีเกลื่อน ไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นใคร


    ท่านผู้เฒ่าปลอบ “อย่าไปคิดมาก ทำหน้าที่ของตัวเองไป ข้ามีแผน ครั้งสองครั้งไม่สำเร็จ แต่ถ้าเกิดบ่อยเข้ายังไงก็ต้องโผล่หางออกมา”


    เรื่องมาถึงขั้นนี้ก็ทำได้แค่นั้น


    ทุกคนกินข้าวเย็นแล้วจุดตะเกียงทำงานต่อ จนถึงยามสามถึงได้พัก เช้าตรู่วันถัดมา ทุกคนกินข้าวแล้วก็แยกย้าย คนที่ไปเจาะน้ำแข็งก็ออกนอกเมือง คนแกะสลักก็จับมีดต่อ


    ไท่จี้เย่คำนวณว่าของที่ว่าการอำเภอครบแล้ว จึงจัดการให้รถเข็นไปส่ง โดยมีหยางลี่ฮวาช่วยตรวจนับด้วยกลัวจะตกหล่นไป ไท่หย่งลู่กับไท่หย่งเยว่สงสัยใคร่รู้ อยากเห็นที่ว่าการอำเภอ จึงวิ่งมาล้อมรอบอาสามขอไปเปิดหูเปิดตาด้วย


    ไท่จี้เย่ยังไม่แต่งงาน ปกติเขารักหลานเหมือนลูกอยู่แล้วจึงรีบรับปากทันที ทำให้เด็กทั้งสองดีใจกระโดดโลดเต้นไปทั่วลานบ้าน


    ท่านผู้เฒ่าอุ้มหลานสาวที่ห่อตัวเป็นก้อนสำลีไว้ หัวเราะดุ ๆ “เด็กดื้อพวกนี้ ช่างเอะอะจริง ๆ ยังดีที่จูจูของปู่เรียบร้อยที่สุด”


    พูดจบเขาก็ขยับหมวกหนังกระต่ายให้หลาน แต่กลับเห็นเด็กน้อยซึมลงจึงรีบลูบศีรษะดู โชคดีที่ไม่ร้อน


    "จูจู เหตุใดถึงไม่มีความสุขเล่า เป็นเพราะพวกพี่ชายขโมยขนมของเจ้าหรือเปล่า?”


    ท่านปู่แหย่หลานสาวตัวน้อย หวังให้นางพูดออกมาสักสองสามประโยค แต่น่าเสียดาย ก้อนแป้งตัวน้อยยังคงเซื่องซึม กอดคอผู้เป็นปู่แน่นโดยไม่พูดอะไร


    ชายชราเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจ กลัวว่าเด็กน้อยจะไม่สบายตรงไหน โชคดีที่ก้อนแป้งตัวน้อยซุกอยู่ข้างหูของเขา และในที่สุดก็เอ่ยปากพูด "ท่านปู่ ท่านลุงที่กินขนม…จะตายแล้ว"


    ท่านผู้เฒ่านิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ไม่อาจตอบสนองได้ ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงชายหนุ่มสามคนเมื่อคืน สีหน้าเปลี่ยนไปทันที


    "จูจู ที่เจ้าพูดถึงคือลุงสามคนที่มากินข้าวที่บ้านเราเมื่อคืน แล้วกินน่องไก่กับเจ้าใช่ไหม?"


    "อืม ๆ !" เด็กน้อยพยักหน้า ดวงตากลมโตมีความสับสนและหวาดกลัวเล็กน้อย


    "ท่านปู่ คนพวกนั้นมีสีดำ ๆ บนหัวด้วย พวกเขากำลังจะตาย จะไม่ได้เจอท่านพ่อ ท่านแม่ และปู่ของพวกเขาอีกแล้ว..."


    หัวใจของชายชราเต้นรัวเหมือนกลอง เขารีบมองรอบ ๆ ตรวจสอบดูว่าไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย ก่อนจะอุ้มหลานสาวเข้าไปในบ้าน พร้อมถามด้วยเสียงเบา ๆ เพื่อให้เข้าใจชัดเจน


    "จูจู เจ้าสามารถมองเห็นสีดำ ๆ เหนือศีรษะคนอื่น และนั่นหมายความว่าพวกเขากำลังจะตายใช่ไหม?"


    จูจูพยักหน้า ใบหน้าอวบอูมเล็ก ๆ ของนางเต็มไปด้วยความจริงจัง "จูจูเห็น…ของท่านปู่ดำ เปลี่ยนเป็นเทา แล้วเป็นขาว ของท่านพ่อก็เคยดำ..."


    จูจูตัวน้อยความอดทน พูดถึงทุกคนในบ้านครบทุกคน


    ไท่ลิ่วเย่พยายามวิเคราะห์ครู่หนึ่ง พอมองไปที่หลานสาวอีกครั้ง สายตานั้นไม่ได้มีแค่ความรักเอ็นดูเท่านั้น แต่ยังมีความรู้สึกขอบคุณด้วย


    ตามที่หลานสาวบอก ทุกคนในบ้านเริ่มต้นมีศีรษะเป็นสีดำ แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเพราะเหตุการณ์ดี ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านทีละเรื่อง ๆ


    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะหลานสาวฟื้นจากอาการเซื่องซึมแล้ว...พูดได้ว่า หลานสาวนี่เองที่ช่วยเหลือทั้งครอบครัว!


    เขากอดหลานสาวแน่น อยากจะพูดบางอย่างแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน พอดีในช่วงเวลานั้น ประตูรั้วก็ถูกเคาะอย่างแรงจนคนในบ้านต่างตกใจ ไท่จี้จงรีบไปเปิดประตู ไม่คาดคิดว่าจะมีเจ้าหน้าที่ทางการสามสี่คนเดินเข้ามา


    มีคนรีบไปหาท่านผู้เฒ่าทันที เขาจึงส่งตัวหลานสาวให้ลูกสะใภ้ก่อนจะออกไป


    "ใต้เท้าแวะผ่านมาหรือ? เชิญเข้าบ้านมาทำร่างกายให้อบอุ่นสักหน่อยเถิด"


    ท่านผู้เฒ่าตระกูลไท่เชื้อเชิญแขก ไท่จี้เย่ก็ยิ้มพูดว่า "ใช่แล้ว พวกเรากำลังจะส่งโคมน้ำแข็งไปที่ว่าการอำเภอแล้ว แต่พวกท่านมาถึงก่อน"


    เจ้าหน้าที่กวาดตามองรอบลานบ้าน เห็นทุกคนทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เศษน้ำแข็งเต็มพื้น สีหน้าพวกเขาก็ดีขึ้นเล็กน้อย


    เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้าถามว่า "เมื่อคืนหลังฟ้ามืดกับเช้าวันนี้พวกเจ้าอยู่ในบ้านตลอดไม่ได้ออกไปไหนใช่ไหม?"


    หลายคนฟังแล้วรู้สึกสงสัย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องถูกสอบสวนเรื่องการเคลื่อนไหวด้วย


    ในที่สุดท่านผู้เฒ่าไท่ก็ตอบว่า "ใช่แล้ว พวกเราได้รับหน้าที่ให้แกะสลักโคมน้ำแข็งให้กับที่ว่าการ ก็เลยยุ่งอยู่ตลอด ไม่มีเวลาว่างออกไปเดินเพ่นพ่านที่ไหน"


    "ลูกชายคนโตของข้าพาคนไปตัดน้ำแข็งที่แม่น้ำ อีกไม่นานก็จะกลับมา เวลาเข้าออกเมืองก็มีทหารเฝ้าประตูเมืองเห็นตลอด..."


    หัวหน้าเจ้าหน้าที่พยักหน้า แล้วถามต่อว่า "เมื่อคืนพวกเจ้าเลี้ยงเหล้าพวกนักเลงสามคนใช่หรือไม่?"


    "ใช่แล้ว" ชายชราชี้ไปที่ไท่จี้เย่ และพูดว่า "ลูกชายคนเล็กของข้าคลุกคลีอยู่ในเมือง รู้จักคนอยู่บ้าง เมื่อคืนสามคนนั้นผ่านมา พวกเรากำลังจะกินอาหารเย็นพอดี ก็เลยเลี้ยงเหล้าพวกเขาสักหน่อย"


    พูดจบ เขาถามด้วยสีหน้างุนงง "เรื่องนี้... ไม่ผิดกฎหมายใช่ไหม? หรือว่าสามคนนั้นก่อเรื่องขึ้นมา? พวกเราเป็นคนสุจริต ไม่ได้เกี่ยวข้องแน่นอน!"


    เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้าโบกมือ "ไม่ต้องเดาไปเรื่อย สามคนนั้นตายแล้ว! ตายอยู่ที่หลังโรงพนัน โดนแทงหลายแผล เลือดนองเต็มพื้น"


    ทุกคนที่ได้ยินต่างสูดหายใจเฮือกด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว



    คล้ายกับเรื่องเทพธิดาตัวน้อยจูจู : ใช้พลังขจัดเคราะห์เสริมโชค! ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730