- 14 -
จิตมารชักนำ
เบื้องหน้าคือป่ามรณะ เสียงเรียกของดาบอัคนีปีศาจยังคงชัดเจน ซัวเหิงกำลังรอให้เ้านายไปหา
หลังจากเชื่อมจิติญญาด้วยกันแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่ป๋อเหวินต้องเกรงกลัวอีก
ใครก็บอกว่าป๋อเหวินเป็จอมมารชั่วร้าย ยังไม่ทันรู้ความก็ครองดาบอัคนีปีศาจได้ อาวุธศักดิ์สิทธิ์กลายเป็ทาสผู้นอบน้อม มันถวายชีวิตและดวงิญญาภักดีต่อป๋อเหวิน
‘สมกับเป็ลูกชายท่านป๋อเถาซ่ง’
‘เขาคือความยิ่งใหญ่ของเผ่ามาร อัจฉริยะในรอบหมื่นปี’
และนั่นทำให้ป๋อเหวินบ้าดีเดือดกล้าถล่ม์ ทั้งที่เขาเติบโตและถูกเลี้ยงดูโดยเง็กเซียนฮ่องเต้
“ข้ามาแล้วซัวเหิง ข้ามารับเ้าไปลิ้มรสของา”
ขึ้นชื่อว่าป่ามรณะ ก็ตามอย่างชื่อของมันเลย เพียงแก่ก้าวข้ามเข้าไป ก็จะพบเจอบททดสอบมากมายที่น่าหวาดกลัว หากไม่ผ่านบททดสอบก็ต้องกลายเป็อาหารของป่า
“ป๋อเหวิน!”
เสียงใสที่คุ้นเคยเรียกอยู่ด้านหลัง เมื่อหันไปก็พบว่าเป็เทพหนุ่มตัวขาวเพ่ยอิง
“เ้า!! เ้ามาได้อย่างไร?”
“ท่านไม่เห็นช่วยเรา ท่านไม่ตามหาเราด้วยซ้ำ ท่านไม่อยากเป็สหายกับเราขนาดนั้นเลยหรือ”
จิตใจที่เคยแน่นหนักของป๋อเหวินเริ่มไม่มั่นคง เขาสาวเท้าไปหาคนตรงหน้า แววตาที่เคยโกรธเคืองอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด บททดสอบของป่ามรณะคือการเล่นกับจิตใจ
“เพ่ยอิง....”
“ฮ่าฮ่า! ช่างเถอะป๋อเหวิน ตัวท่านมันก็ไม่ต่างจากปีศาจ”
“อ..อะไรนะ”
“เราตายไปแล้ว สมใจของท่านหรือยัง! ไม่เห็นเราแล้ว ท่านกลับสุขสบายดี” เพ่ยอิงที่เคยอ่อนโยนกลับแข็งกร้าว พูดจาหาญกล้าใส่หน้าจอมมาร
“นี่เ้ากล้า…!”
“มารชั้นต่ำอย่างท่าน ป๋อเหวิน เพ่ยอิงเกลียดท่าน เขาจะไม่มีวันให้อภัยท่าน!!!”
ความเ็ปบีบรัดศีรษะของป๋อเหวิน ดวงตาแดงก่ำเริ่มพร่าเลือน เพ่ยอิงแสยะยิ้มให้กับเขา ช่างเป็รอยยิ้มที่บาดลึกไปถึงหัวใจ
“นายท่าน!”
“ซัวเหิง....”
“มันไม่จริง! ทุกอย่างเบื้องหน้าของนายท่านไม่ใช่เื่จริง!”
เพียงเท่านั้นป๋อเหวินก็ได้สติกลับคืน ทุกอย่างนิ่งสงบไร้เงาของเพ่ยอิง รอบกายของเขายังคงเป็ป่าทึบ ดาบอัคนีปีศาจอยู่ในถ้ำของป่าแห่งนี้
บททดสอบของป่ามรณะร้ายกาจ หากเมื่อครู่ไม่ได้ซัวเหิงช่วยเตือนสติ ป่านนี้เขาคงกลายเป็อาหารชั้นยอดของป่า หากว่าเื่ที่เจอเป็เื่จริง เขาเองก็คงเสียใจที่เพ่ยอิงพูดว่าเกลียดเขา
ยิ่งใกล้ถ้ำผนึกดาบอัคนีปีศาจเท่าไร ป๋อเหวินก็ยิ่งัักับิญญาร้ายได้มากเท่านั้น อดีตที่ผ่านมาเนิ่นนาน ดาบเล่มนี้คร่าสรรพชีวิตมาไม่ถ้วน เดิมทีมันมีไว้ทำลายทุกสิ่ง ิญญาทั้งหลายยังอาฆาตแค้นดาบเล่มนี้ พวกมันจ้องทำลายทุกคนที่ได้
ป๋อเหวินเคยพยายามตามหาที่มาของดาบอัคนีปีศาจ พบว่าเมื่อครั้งกำเนิด์และปรภพ ผู้สร้างได้มอบพลังปกป้องไว้กับศาสตราวุธสองชิ้น
ดาบอัคนีปีศาจ และ กระบี่สาดแสงธารา เปรียบดุจน้ำกับไฟ ดุจพี่น้องร่วมปกป้อง
ปรภพจะได้ดาบอัคนีปีศาจ ส่วน์ก็รับเอากระบี่สาดแสงธาราไป ผู้สร้างหวังให้สองภพสามัคคีรักใคร่ ทว่ากลับไม่เป็ไปอย่างที่หวังเอาไว้ ปรภพมัวเมากับกิเลส ส่วน์ก็มองว่าปรภพนั้นต่ำต้อย เป็มารร้ายที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยว
สองภพแก่งแย่งศาสตราวุธอย่างบ้าคลั่ง ในครั้งนั้นดาบอัคนีปีศาจและกระบี่สาดแสงธาราผนึกตัวเองแ่า ไม่ยอมให้ผู้ใดได้มันไป
รอยแตกร้าวของเทพกับมารมีมากขึ้นเรื่อย จนกระทั่งต้องสร้างโลกมนุษย์ขึ้นมา เพื่อขวางการวิวาทของสองภพ มนุษย์เปรียบเหมือนตัวแทนของเทพและมาร พวกเขาสามารถดีและเลวได้ในตัวเอง พวกเขาทำให้สองภพต้องหยุดหาเื่ และหันกลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง
‘แรกเริ่มเป็ใครหรือ ที่ได้ครองดาบอัคนีปีศาจเล่มนี้ ’
‘นายท่าน ’
‘หือ?’
ป๋อเหวินเป็เพียงเด็กที่อยากรู้ และเขาไม่รู้ว่า ‘นายท่าน’ ที่ซัวเหิงเอ่ยขึ้นมา เป็คำตอบหรือเป็การเรียกให้หยุดถาม ั้แ่นั้นป๋อเหวินก็ไม่เคยอยากรู้อีกเลย
เสียงหวีดร้องดังโหยหวนไปทั่ว ชวนแสบแก้วหู ดวงิญญามากมายพวงพุ่งอยู่หน้าปากถ้ำ พวกมันรอคอยป๋อเหวิน เ้าของดาบอัคนีปีศาจเล่นนี้อยู่
“วี๊ดดดด! เอาชีวิต....กร๊าซซซซ เราคืนมา...”
“เอาชีวิตของข้าคืนมา!”
“เ้าต้องชดใช้!!!”
ควันสีดำโอบล้อมร่างของจอมมารป๋อเหวิน พวกมันพูดแทรกพร้อมกับเสียงกรีดร้อง สภาพจิตใจของเขาที่สั่นคลอนมาั้แ่ต้น ก็เริ่มไม่มั่นคงเมื่อเจอกับิญญาร้าย
“ป๋อเหวิน เ้าทำให้ผู้อื่นตาย”
“ต้องชดใช้”
“แลกชีวิตกับข้า เอาชีวิตของพวกเราคืนมา!!!”
“อ๊ากกก! อั่ก….อ๊ากกกก!!”
ป๋อเหวินเอามือปิดหูตัวเอง คุกเข่าลงกับพื้น เืสีแดงสดทะลักออกจากปาก ภายในของเขากลับมาเ็ปอีกครั้ง ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยน้ำตา
“พ..พวกเ้า! มีสิทธิ์ อึก..มะ มีสิทธิ์อะไรมากล่าวโทษข้า!”
“กรี๊ดดดด! เอาชีวิตข้ามา เพ่ยอิงเกลียดท่าน! เอาชีวิตของข้ามา!!!”
“อ๊ากกกกกก!”
เืสีแดงแปรเปลี่ยนเป็สีดำ มันไหลออกมาตามมุมปาก ป๋อเหวินทรุดตัวลงไปนอนกับพื้น ความเ็ปแล่นไปถึงศีรษะของเขา หยาดน้ำตามากมายพรั่งพรูออกมา
“ท่านเจ็บหรือป๋อเหวิน”
“พะ เพ่ยอิง!”
“ตอนเราะโลงไปเพื่อท่าน เราเจ็บกว่านี้ เจ็บเหมือนโดนแยกร่าง”
“ขะ ข้าขอโทษ เพ่ยอิง ข้า –”
“นายท่าน! มันไม่ใช่เื่จริง อย่าให้ิญญาร้ายพวกนี้หลอกท่าน”
ป๋อเหวินยกฝ่ามือลูบใบหน้าที่เขาคุ้นเคย ก่อนจะเปลี่ยนมาบีบลำคอของิญญาตนนั้นแทน
“อั่ก!”
“ข้าเป็จอมมาร ข้าเป็นายของดาบอัคนีปีศาจ พวกเ้ากล้าหลอกลวงข้า”
“กรี๊ดดดด!”
“เพ่ยอิงไม่มีวันเกลียดข้า เขาไม่มีวัน! เกลียดข้า!”
ร่างของิญญาตรงหน้าสลายเป็ผุยผง ควันดำแตกกระจายไปคนละทาง ร่างกายของป๋อเหวินในตอนนี้ร้อนราวกับอยู่ในขุมนรก เส้นสีทองตามร่างกายของเขาเปล่งแสง คงเป็ซัวเหิงที่กำลังปกป้องเ้านายของตัวเอง
เ้าของั์ตาแดงก่ำ เดินเข้าไปภายในถ้ำของป่ามรณะ ดาบอัคนีปีศาจเปล่งแสงสว่างต้อนรับการมาของผู้เป็นาย ิญญาดาบซัวเหิงปรากฏขึ้นตรงหน้า ิญญาดาบผู้ภักดีต่อเ้านายเสมอมา เพียงแค่ป๋อเหวินเอื้อมมือไปัั ดาบอัคนีปีศาจก็ลอยขึ้นจากผนึก
“นายท่านขอรับ”
“กลับกันเถอะซัวเหิง ข้ากับเ้ายังมีเื่ที่ต้องทำอีกมากมาย”
“เกิดสิ่งใดกับอี้เฉิง ข้าเห็นเขาร้องไห้”
ป๋อเหวินแววตาวูบไหวเบนหน้ามองไปทางอื่น นั่นยิ่งทำให้ซัวเหิงรู้สึกสงสัย นายท่านกับเทพ์ผิดใจกันหรือ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ
“ไปกันเถอะ”
ซัวเหิงพยักหน้าตอบรับ เขาเป็ิญญาดาบที่แข็งแกร่ง ร่างนี้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะอ่อนแอลง
ตลาดในเมืองไห่ฉือ ดินแดนที่เรียกว่าโลกมนุษย์ ที่แห่งนี้มีทั้งเซียน ปีศาจ และมนุษย์อยู่ร่วมกัน
เพ่ยอิงวางกระบุงที่แบกอยู่บนหลัง ฟังจากศิษย์พี่โจวซวงเล่า บางครั้งชาวบ้านก็เกิดโรคประหลาด รักษาอย่างไรก็ไม่หายขาด ท่านอาจารย์เป๋ยซานหลิงเกิดจิตเมตตา ก็พาศิษย์ในสำนักไปเก็บสมุนไพรลงมาขาย หรือไม่ก็มียาปรุงมาขายด้วยในบางครั้ง
อย่างที่ศิษย์พี่โจวซวงว่า เพียงไม่นานสมุนไพรก็ขายหมด ส่วนมากจะเป็ลูกค้าประจำ และมีคหบดีเศรษฐีที่เคยหายจากโรค มาเหมาไปเก็บเอาไว้
“ศิษย์พี่โจว”
“หือ?”
“เราไปเดินเล่นได้ไหม อันนั้นน่าสนใจจัง” เพ่ยอิงมองไปทางร้านขายถังหูลู่ ผลไม้เคลือบน้ำตาลของโปรดเด็กเล็ก เพราะหน้าร้านออไปด้วยเด็กน้อยหลายสิบคน โจวซวงแม้ไม่อยากขัดคำสั่งของอาจารย์ ที่กำชับให้เขารีบพาเพ่ยอิงกลับสำนักทันทีที่ขายหมด
“อาเพ่ย คือ....”
“แค่ซื้อถังหูลู่คงไม่เป็ไรหรอกศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราจะรออยู่ตรงนี้”
ศิษย์น้องอีกคนกล่าวขึ้นมา โจวซวงทำได้เพียงพยักหน้า และกำชับให้ทุกคนรออยู่ที่นี่อย่าไปไหน
เพ่ยอิงยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ดวงตาเป็ประกายยามเห็นขนมในมือ ก่อนที่ร่างของเขาจะโดนชนเข้าอย่างจัง จนล้มลงก้นกระแทกพื้น
“โอ้ย!”
“อาเพ่ย! เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ขออภัย พอดีข้าใจลอยไปหน่อย เลยไม่ได้มองทาง” เด็กหนุ่มชุดดำตรงหน้าพูด สองสายตาเผลอสบเข้าหากัน เพ่ยอิงมองเห็นเปลวเพลิงในดวงตาคู่นั้น
“เ้า....”
“อาเพ่ย กลับเดี๋ยวนี้!”
เมื่อเห็นสองคนยืนอึ้งราวกับว่ารู้จักกัน โจวซวงก็ต้องเรียกสติให้เพ่ยอิงรีบกลับสำนัก เด็กหนุ่มชุดดำยังคงจับต้นแขนของเพ่ยอิงเอาไว้
“ท่าน...ทะ ท่าน คือว่า..”
“เราไม่โกรธเ้าหรอก แต่ว่าเราต้องไปแล้ว”
เพ่ยอิงในหมวกสานใบใหญ่ มีผ้าคลุมหน้าเห็นเพียงดวงตา แต่เขาก็จำได้ไม่เคยลืมกับแววตาคู่นี้
ั์ตาฟ้าคราม เ้าของกระบี่สาดแสงธารา!
ป๋อเหวินพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมเมืองไห่ฉือ เขาสั่งซัวเหิงให้ออกไปหาอะไรมากิน ส่วนตัวเขาในตอนนี้เอาแต่กระดกสุราจากไหไม่พัก มันล้างความรู้สึกบางอย่างไม่ได้ และมันก็ไม่ได้ช่วยให้ลืมภาพที่เราไม่อยากจำ
“เพ่ยอิง....”
มีเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนส่งมา เขารู้ว่ามันเป็ภาพจำที่จิตของเขาสร้าง
“เ้าเกลียดข้าหรือ? เ้าคงเกลียดข้ามากเลยใช่ไหม”
เทพตัวขาวส่ายหน้าไปมา สองมือเอื้อมมาคว้าไหเหล้าออกจากมือของป๋อเหวิน
“ขอโทษเพ่ยอิง”
“ป๋อเหวิน เป็ตัวของตัวเองบ้างสิ ท่านทำให้เราไปอย่างไม่สบายใจ”
“หึ!” จอมมารหนุ่มหัวเราะอยู่ในลำคอ เพ่ยอิงตรงหน้าดูเหมือนจะไม่เข้าใจ “เป็ตัวของข้า หมายถึงฆ่ามันทุกตัวที่ทำเ้าตาย ฆ่าล้างบางพวกชั่วที่ทำให้ชีวิตของข้าเป็แบบนี้”
“นี่ท่าน!”
“กลับมาหาข้าสิเพ่ยอิง เพียงเ้ากลับมาข้าจะละวางทุกสิ่ง”
ซัวเหิงที่ยืนฟังอยู่หน้าห้องก็ใในสิ่งที่ได้ยิน หมายความว่าอย่างไรที่ป๋อเหวินกล่าวออกมา หากฟังไม่ผิด เ้านายเขาบอกว่าเทพ์ตายแล้วงั้นหรือ?
จะเป็ไปได้อย่างไร ที่เมื่อครู่เขาพบเจอคนหน้าเหมือน ซัวเหิงปิดปากของตัวเองเอาไว้ อย่างไรเขาต้องตามสืบเื่นี้ให้แน่ชัด