เย่ชิงชิงโกรธจัดจนแทบคลั่งเมื่อไม่อาจปิดปากคนเหล่านี้ได้ ก็ต้องใช้กำลังแล้วนางหยิบไม้มาอันหนึ่งยัดใส่มือเย่จื้อเฟิงส่วนนางเองก็แบกไม้กวาดแกว่งไปมาพุ่งเข้าใส่
ทันใดนั้นก็มีเสียง‘เป๊าะ’ ดังสนั่น ห้ามการกระทำของเย่ชิงชิงไว้
เมื่อมองตามเสียงไปก็เห็นเย่จื้อเฟิงถือท่อนไม้ครึ่งท่อนสีหน้าเคร่งขรึม“ถ้าใครยังกล้าพูดอีกคำเดียว ก็อย่าหาว่าข้ามือหนักแล้วกัน”
ทุกคนตะลึงงันเสียงเมื่อครู่คือเสียงที่เขาหักท่อนไม้ และเขาก็พูดประโยคยาวๆที่ปกติขนาดนี้ออกมาได้?
เย่จื้อเฟิงเดินไปข้างหน้าสองก้าวเผชิญหน้ากับสายตาที่ลังเลสงสัยของพวกเขา สายตานั้นจ้องมองตรงไปยังพวกเขาเ่าั้“ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเ้า กลับไปซะ!”
“หึ!” เห็นดวงตาของเขาสว่างใส ไม่มีความรู้สึกใดๆของคนโง่เสียอย่างนั้น!
นางซูเงยหน้าขึ้นดวงตาแดงก่ำ มองเขาด้วยความไม่เชื่อ “จื้อเฟิง...”
เย่จื้อเฟิงหันกลับมาสบกับสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังที่ยังคงลังเลไม่แน่ใจของนางเขาเดินเข้าไปกอดมารดาไว้ “ท่านแม่ ไม่เป็ไรแล้วขอรับ”
ฝูงชนฮือฮาขึ้นในทันที!ฟังจากความหมายของคำพูดหรือว่า...เย่จื้อเฟิงผู้นี้...หายโง่แล้ว?
ได้ยินว่าเขาเป็คนปัญญาอ่อนจากการเป็ไข้เมื่อยังเด็กเื่แบบนี้ไม่ใช่เื่แปลกประหลาดอะไรใน่สองปีที่ผ่านมาก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นนี่เป็ครั้งแรกที่ได้ยินว่าหายเองได้!หรือจะเป็เพราะบรรพบุรุษของพวกเขามีบุญบารมีอันสูงส่งกันแน่?
ตอนนั้นเองคนขายเนื้อสกุลหูก็รีบร้อนมาถึง ต่อว่าป้าซิ่วเสียยับเยิน!
ยายป้าปากร้ายคนนี้อยากจะให้เขาตายหรืออย่างไร!ไม่เพียงแต่จู้จี้จุกจิก ขี้ระแวง แถมยังชอบสร้างเื่จากความว่างเปล่าอีก!
คนขายเนื้อสกุลหูรีบกล่าวขอโทษนางซูมาแต่ไกลเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาจึงไม่ได้พูดอะไรมากนัก เขาดึงป้าซิ่วกลับไปทันทีส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือก็พากันกลับบ้านใครบ้านมันภายใต้การจ้องมองของเย่จื้อเฟิง
ในห้องนางซูกอดเย่จื้อเฟิงร้องไห้สะอึกสะอื้น มีทั้งความน้อยใจ ความซาบซึ้งและส่วนใหญ่คือความสุขจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
นางกล้าเพียงแค่แอบคิดในความฝันว่าสักวันหนึ่งบุตรชายจะกลับมาเป็ปกติ สามารถเป็ที่พึ่งให้นางได้...
บัดนี้ความฝันของนางกลับกลายเป็ความจริงแล้ว
เย่ชิงชิงเองก็มีความสุขเช่นกันนางคาดเดาว่าคงเป็เพราะน้ำจากบ่อน้ำวิเศษที่บำรุงร่างกายมาตลอดใน่นี้รวมกับแรงกระตุ้นทางอารมณ์ในวันนี้ ทำให้สมองของเย่จื้อเฟิงกลับมาทำงานได้ปกติ!
เย่จื้อเฟิงคอยปลอบประโลมนางซูอย่างอดทนจนกระทั่งนางหลับใหลไปอย่างสงบ จึงแอบถอยออกมา
จากการทำล่าช่วนและส่งของมาหลายวันความเหนื่อยล้าทางกายและอารมณ์ที่ขึ้นลง ทำให้นางซูหลับลึก
ในอีกห้องหนึ่งเย่จื้อเฟิงถอนหายใจเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ยังดีที่มีน้องสาวอยู่ด้วยไม่เช่นนั้นพวกเราไม่รู้ว่าจะอยู่ในสภาพเช่นไร”
เย่ชิงชิงมองเขาด้วยดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น“ตอนนี้ท่านพี่รู้สึกอย่างไรบ้าง? เื่ราวในอดีตยังจำได้ไหม?”
“อืม...รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย” เย่จื้อเฟิงกุมหน้าผากครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “เื่ราวในอดีตก็พอจะจำได้คร่าวๆ”
“นี่ก็ถือว่าเป็เคราะห์ดีในเคราะห์ร้ายใช่หรือไม่?”
เย่ชิงชิงถอนหายใจโล่งอกด้วยสถานการณ์เมื่อครู่นางก็ไม่มีทางหยุดถ้อยคำนินทาเ่าั้ได้จริงๆหากพูดด้วยเหตุผล พวกเขาก็หาว่านางเด็กเกินไป ไม่สนใจเลยหากเข้าไปสู้ก็ไม่ต่างอะไรกับแมลงวันกระพือปีกสู้ต้นไม้ใหญ่
“มีข้าอยู่ตรงนี้ ย่อมไม่ยอมให้พวกเขาทำร้ายท่านแม่เป็อันขาด!” เย่จื้อเฟิงกำหมัดแล้วกล่าวว่า “น้องสาวเ้ามีวิธีใดบ้างหรือไม่?”
ในหมู่บ้านเล็กๆอย่างหมู่บ้านเถียนซิน อย่าได้หวังว่าจะเกิดเื่ เหมือนดัง‘ข่าวลือย่อมสงบลงด้วยปัญญาของบัณฑิต’
เย่ชิงชิงคิดอยู่ตลอดทั้งคืนนางจำเป็ต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง จึงออกไปพร้อมเย่จื้อเฟิง นำแผนการดีๆไปคุยที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน
อวี๋ต้ากุ้ยเป็ชายชราเงียบขรึมเขาชอบดื่มเหล้าเล็กน้อย เย่ชิงชิงจึงมักจะเอาล่าช่วนไปให้เขาเสมอเพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็คนให้ยืมข้าวและให้ที่พักพิง เป็บุญคุณที่ยิ่งใหญ่!
นางหลี่ยังคงแต่งกายเรียบร้อยยิ้มแย้มใจดี เมื่อได้ยินจุดประสงค์ของพวกเขา นางก็หุบยิ้มลงสีหน้าดูจริงจังขึ้นมา
“คุณย่าหลี่ พวกเราไม่มีทางเลือกจริงๆเื่นี้คงต้องรบกวนท่านช่วยออกหน้าด้วยเ้าค่ะ” เย่ชิงชิงกะพริบตา
“เ้าต้องลำบากแล้วนะเด็กน้อย” นางหลี่ถอนหายใจนางในวัยนี้ก็ถือว่าเคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย คำพูดของคนสามารถฆ่าคนได้จริง ๆหากจะบอกว่าไม่น่ากลัวก็คงไม่ใช่
เย่ชิงชิงมีแผนอยู่ในใจผู้ใหญ่บ้านและคนอื่นๆ ก็เต็มใจให้ความร่วมมือนางขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่าแล้วรีบไปยังบ้านป้าเจียงเพราะเื่นี้ยัง้าคนช่วยเหลือ
ลานตากข้าวในหมู่บ้านมีพื้นที่กว้างขวางไม่ว่าจะเป็งานศพหรืองานมงคลก็จัดที่นี่ทั้งสิ้นในยามบ่ายอวี๋ต้ากุ้ยยกโต๊ะมาวางสองสามตัว ก็มีคนแอบสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
ตามมาด้วยการเรียกคนหนุ่มสองคนไปวิ่งธุระแจ้งให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านทราบว่าจะมีการประชุมในตอนบ่ายอวี๋ต้ากุ้ยตีฆ้องเรียกประชุม เมื่อเขาออกหน้าย่อมไม่มีใครไม่มาผู้คนก็ทยอยมาถึงจนครบ
ทุกคนรวมตัวกันเป็กลุ่มๆสามถึงห้าคน พูดคุยหัวเราะคิกคัก คาดเดากันว่าผู้ใหญ่บ้านมีคำสั่งอะไร
เมื่อนางซูป้าเจียง และเย่จื้อเฟิงสามคนเดินออกมาพร้อมกับหม้อดินผู้คนก็เงียบลงอย่างแปลกประหลาด จากนั้นก็ถูกกลิ่นอาหารหอมๆ ดึงดูดความสนใจ
“นั่นอะไรกัน?” บางคนยื่นคอออกมามองหม้อดินเ่าั้
อวี๋ต้ากุ้ยสั่งให้คนช่วยยกเข้ามาผ่านไปสองรอบมีหม้อดินทั้งหมดสิบเอ็ดใบ วางเรียงอย่างเป็ระเบียบบนโต๊ะ
มองจากระยะไกลก็จะเห็นไม้เสียบโผล่ออกมาจากในหม้อหลายคนก็คาดเดาได้ทันทีว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกับนางซู
และเป็ไปตามคาดอวี๋ต้ากุ้ยกระแอมไอแล้วกล่าวเสียงดังว่า “ทุกคนเงียบหน่อย”
เสียงกระซิบกระซาบเงียบลงทุกคนต่างมองไปยังผู้ใหญ่บ้าน