บทที่ 6 การปฏิรูปการเกษตร
ถัดจากคลังหลวงคือจวนของฉู่หยางจวิน หลังจากสยงอู่เหลียงตรวจตราคลังสินค้าเสร็จสิ้น ก็กลับมายังจวนของตนเอง
จวนแห่งนี้เรียบง่ายอย่างยิ่ง ไม่ใกล้เคียงกับภาพลักษณ์ของจวนขุนนางในละครที่สยงอู่เหลียงเคยเห็นเลยแม้แต่น้อย มันไม่มีศาลาหรือหอคอย อีกทั้งยังไม่มีูเาจำลอง เป็เพียงเรือนหลังเล็กที่เรียบง่าย มีลานกว้างสำหรับจอดรถม้า และมีกอไผ่ปลูกไว้ประปรายตามมุมต่าง ๆ นอกเหนือจากพื้นที่กว้างขวางแล้ว ก็ไม่มีจุดใดที่น่าชื่นชมเลย
จงหัวพาสยงอู่เหลียงเดินวนรอบหนึ่ง สยงอู่เหลียงจดจำจวนแห่งนี้ได้เกือบทั้งหมด จากนั้นทุกคนจึงเข้าไปในห้องหนังสือ ซึ่งบนผนังมีแผนที่ขนาดใหญ่ของแคว้นฉู่แขวนอยู่ ดูจากวัสดุแล้วน่าจะเป็หนังแกะ
ส่วนบนผนังอีกด้านหนึ่งมีธงแคว้นฉู่สีเหลืองสว่างแขวนอยู่ และบนชั้นหนังสือด้านข้างมีม้วนไม้ไผ่วางเรียงรายเป็แถว นอกเหนือจากนี้ภายในห้องก็ไม่มีสิ่งของฟุ่มเฟือยอื่นใด
คุณชายหมี่เหลียงเดาะลิ้น มิน่าเล่า ภายใต้ภาษีที่สูงถึงหนึ่งในสิบสี่ สยงเวยถึงยังได้รับความยอมรับและความรักจากราษฎรในเขตศักดินา
ในฐานะขุนนางสำคัญของแคว้นฉู่และเป็ขุนนางเชื้อพระวงศ์ที่ฉู่หวางไว้วางใจที่สุด ห้องหนังสือกลับเรียบง่ายเช่นนี้ ไม่มีเครื่องเขินประดับประดาให้ดูหรูหราฟุ่มเฟือยเลย
หัวหน้าทหารเกราะที่คุ้มกันสยงอู่เหลียงมาตลอดทางประสานมือคารวะแล้วกล่าวว่า "ท่านจวินโหวเดินทางถึงดินแดนศักดินาอย่างปลอดภัยแล้ว พวกผู้น้อยต้องขอตัวลาก่อนขอรับ"
สยงอู่เหลียงลุกขึ้นและประสานมือตอบอย่างสุภาพว่า "ลำบากพวกเ้ามาตลอดทางแล้ว อยู่ทานอาหารก่อนค่อยไปเถิด"
"มิกล้ารับการต้อนรับจากท่านจวินโหวขอรับ พวกผู้น้อยต้องรีบกลับไปยังอิ่งโตวเพื่อรายงานผลต่อไท่จื่อ"
เมื่อได้ยินดังนั้น สยงอู่เหลียงจึงขอบคุณรัชทายาทหมี่เหิงในใจอีกครั้ง จากนั้นจึงเดินไปส่งทหารเกราะองครักษ์ทั้งห้าสิบนายออกนอกประตูจวนด้วยตนเอง แล้วกลับมาที่ห้องหนังสือ ซึ่งตอนนี้ในห้องเหลือเพียงจงหัวและผู้ติดตามคนสนิทอีกสามสิบห้าคน
"จัดที่นั่ง" สยงอู่เหลียงกวักมือเรียก
"ขอบคุณนายท่าน" ทุกคนไม่เกรงใจและรีบนั่งลงตามตำแหน่ง
ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่มีความจำเป็ต้องเกรงใจ เพราะตามกฎของยุครณรัฐ ลูกหลานของพวกเขาจะกลายเป็ผู้ติดตามของสายเืฉู่หยางจวินตลอดไป คนสนิทเช่นนี้เปรียบได้กับพี่น้องต่างแซ่ เป็ผู้จงรักภักดีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข และมีเกียรติยศผูกพันกันอย่างแท้จริง
สยงอู่เหลียงเรียบเรียงคำพูดแล้วค่อย ๆ กล่าวว่า "บัดนี้ข้าได้รับสืบทอดบรรดาศักดิ์จากบิดาและกลับมายังดินแดนศักดินาแล้ว ข้าจะต้องรวบรวมกำลังพลอีกครั้งเพื่อฟื้นฟูฐานะอันรุ่งโรจน์ที่บรรดาศักดิ์ฉู่หยางจวินควรจะมี"
"ขอนายท่านโปรดชี้แนะ!" ทุกคนฮึกเหิมขึ้นมาทันที!
พวกเขาไม่กลัวนายท่านคนใหม่จะสร้างความวุ่นวาย แต่กลัวเขาจะนิ่งเฉยไม่ทำอะไร การสร้างความวุ่นวายแสดงว่า้าทำงานจริง ต่อให้เป็การลองผิดลองถูกก็ยังดีกว่าการนอนอืดอยู่ในจวนไปวัน ๆ โดยไม่มีอะไรทำ
คำว่าฉู่หยางจวินครั้งหนึ่งเคยเป็ตัวแทนของขุนนางเชื้อพระวงศ์ที่ทรงอิทธิพลและโดดเด่นที่สุดในแคว้นฉู่ ในอดีตการเป็ผู้ติดตามคนสนิทของฉู่หยางจวิน ต่อให้เป็ขุนนางชั้นสูงของแคว้นฉู่ก็ยังต้องให้เกียรติชายฉกรรจ์ที่นั่งอยู่ที่นี่ถึงสามส่วน
ไม่นึกเลยว่าหลังจากาตานหยางระหว่างฉินและฉู่ สายเืของฉู่หยางจวินจะตกต่ำถึงเพียงนี้! มีใครในสถานที่แห่งนี้บ้างที่ไม่้าฟื้นฟูเกียรติยศและทวงคืนความยิ่งใหญ่ในวันวาน?
"หาก้าฟื้นฟูชื่อเสียง ต้องเดินทั้งสองทาง นั่นคือทางภายนอกและทางภายใน" สยงอู่เหลียงวิเคราะห์
"ภายนอกต้องล้างอายและแก้แค้นชาวฉิน ส่วนภายในต้องพัฒนาความเป็อยู่ของราษฎรและส่งเสริมการผลิต การพูดถึงการแก้แค้นแคว้นฉินไม่ใช่เพียงเพื่อความสะใจชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่ต้องมีกำลังทรัพย์และกำลังทหารที่เพียงพอเป็แรงสนับสนุน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วต้องเริ่มจากการพัฒนาความเป็อยู่ของราษฎรก่อน"
จงหัวและคนอื่น ๆ มองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น คุณชายน้อยผู้นี้พูดจามีหลักการ ดูเหมือนจะมีฝีมืออยู่บ้าง!
เหล่าผู้ติดตามลุกขึ้นยืนพร้อมกันและกล่าวอย่างกระตือรือร้นว่า "ขอนายท่านโปรดประกาศว่าต้องพัฒนาความเป็อยู่ของราษฎรอย่างไร พวกข้าน้อยจะทุ่มเททำตามอย่างเต็มกำลังขอรับ"
"ดี!" เมื่อเห็นทุกคนกระตือรือร้น สยงอู่เหลียงก็รู้สึกยินดี "คำสั่งแรกของหมี่เหลียงผู้นี้ คือการสร้างส้วมสาธารณะจำนวนมาก! นับจากนี้เป็ต้นไป ทุกคนในดินแดนศักดินาห้ามขับถ่ายตามใจชอบ ต้องไปขับถ่ายในส้วมสาธารณะเท่านั้น!"
"น้อมรับคำสั่ง... ห๊ะ?" จงหัวถึงกับอึ้ง!
นี่มันคำสั่งบ้าบออะไรกัน? ั้แ่สมัยสามาาห้าจักรพรรดิ มีผู้ปกครองคนไหนลงมายุ่งเื่การขับถ่ายด้วยหรือ? ต่อให้เป็เจี๋ยหรือโจ้ว*[1] ก็คงไม่ก้าวก่ายเื่นี้ขนาดนี้กระมัง! มันเหลวไหลเกินไปแล้ว!
จงหัวรีบเอ่ยทัดทาน "คุณชาย... คำสั่งเช่นนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนั้แ่โบราณ... เกรงว่าราษฎรจะเกิดความไม่พอใจอย่างมาก ขอนายท่านโปรดถอนคำสั่งเถิดขอรับ!"
สยงอู่เหลียงถอนหายใจ
แผนการส้วมสาธารณะนี้คือก้าวแรกของการปฏิรูปเทคนิคการเกษตรในแผนของเขา สยงอู่เหลียง้าใช้สิ่งปฏิกูลและฟางข้าวมาหมักเป็ปุ๋ยคอก! เมื่อถึงเวลานำมาใช้คู่กับเครื่องมือเกษตรแบบใหม่ที่เขาปรับปรุง ผลผลิตต่อไร่จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวอย่างแน่นอน
หลังมองเหล่าผู้ติดตามผู้ซื่อสัตย์ที่กำลังตกตะลึง สยงอู่เหลียงจึงต้องค่อย ๆ ชักจูงว่า
"ทุกท่าน การรวบรวมสิ่งโสโครกเหล่านี้มาจัดการในที่เดียว ย่อมดีกว่าการปล่อยให้ไหลนองไปทั่วใช่หรือไม่? ก่อนหน้านี้เมื่อคนเ่าั้ใช้โถขับถ่ายเสร็จ ก็ทิ้งสิ่งโสโครกไปตามใจชอบ การทำให้ถนนสกปรกและเหม็นนั้นยังเป็เื่เล็ก แต่หากมีคนไร้ศีลธรรมทิ้งลงในแม่น้ำ มิเป็การปนเปื้อนน้ำดื่มหรือ?"
ทุกคนหน้าถอดสี นับั้แ่โบราณมาทุกคนต่างจัดการกับสิ่งสกปรกเ่าั้เช่นนี้ทั้งสิ้น พวกเขาไม่เคยคิดอย่างละเอียดเลยว่าสิ่งปฏิกูลที่ถูกทิ้งเ่าั้สุดท้ายแล้วไปอยู่ที่ใด...
ฉะนั้นเมื่อได้ฟังที่สยงอู่เหลียงพูด ทุกคนกลับรู้สึกว่าการสร้างส้วมสาธารณะนี้จำเป็ต้องทำอย่างยิ่ง! และต้องรีบดำเนินการโดยเร็ว!
อีกอย่างนี่คือคำสั่งแรกของนายท่านคนใหม่ ต่อให้คำสั่งนี้จะเหลวไหลเพียงใด ก็ต้องยอมบีบจมูกทำเพื่อให้เกียรติสยงอู่เหลียง ทุกคนมองหน้ากันแล้วประสานมือตอบว่า "น้อมรับคำสั่งนายท่านขอรับ"
เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่มีข้อโต้แย้งแล้ว สยงอู่เหลียงก็โบกมืออย่างสง่าผ่าเผย
"คำสั่งที่สองของหมี่เหลียง ภาษีเกษตรปีนี้ให้ลดลงเหลือหนึ่งในสิบส่วน! นอกจากนี้นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ที่ดินที่เกษตรกรบุกเบิกขึ้นมาใหม่จะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งหมดเป็เวลาสามปี!"
ทุกคนใอย่างยิ่ง! หนึ่งในสิบ? ต่อให้ไม่นับส่วนหนึ่งที่ฉู่หยางจวินเก็บไว้เอง เพียงแค่ภาษีที่ต้องส่งเข้าคลังหลวงก็เป็สามในสิบแล้ว!
หากเก็บภาษีเพียงหนึ่งในสิบ แล้วเงินและเสบียงที่ดินแดนศักดินาต้องส่งเข้าคลังหลวงจะทำอย่างไร? เมื่อครู่ทุกคนเห็นแล้วว่าคลังสินค้าของอำเภอฉู่หยางว่างเปล่าจนหนูยังต้องอดตาย!
ท่านจวินโหวน้อยผู้นี้สมองเลอะเลือนไปแล้วหรือ?
จงหัวกัดฟันตั้งคำถาม "นายท่าน หากเก็บภาษีเพียงหนึ่งในสิบจริง ๆ เช่นนั้นปีนี้ฉู่หยางจะรวบรวมเงินและเสบียงส่งคลังหลวงไม่ครบแน่ ถึงตอนนั้นหากฝ่าาทรงลงอาญาจะทำอย่างไรขอรับ?"
สยงอู่เหลียงยิ้มบาง ๆ "ทุกท่านโปรดอย่ากังวล ต่อหน้าฝ่าาข้ายังมีหน้ามีตาพอสมควร สำหรับการค้างชำระเพียงเล็กน้อย ฝ่าาจะไม่ทรงลงอาญาข้าหรอก"
าตานหยางระหว่างฉินและฉู่ เดิมเป็เพราะฉู่หวยหวางกริ้วโกรธจึงสั่งเคลื่อนทัพ เป็การรบที่ไร้หัวนอนปลายเท้า ส่งผลให้กองทัพฉู่พ่ายแพ้อย่างยับเยิน และฉู่หยางจวินรุ่นก่อนอย่างสยงเวยต้องสิ้นชีพในสนามรบ
แม้ฉู่หวางจะไม่เอ่ยออกมา แต่สยงอู่เหลียงทราบว่าฉู่หวางมีความรู้สึกผิดลึก ๆ ต่อตนเองเสมอ ประกอบกับตนเองเป็ที่โปรดปรานของฉู่หวาง และยังมีรัชทายาทที่สามารถช่วยพูดให้ได้ ต่อให้ค้างภาษีหนึ่งปีจริง ๆ ฉู่หวางก็คงไม่ลงโทษตนเพราะเื่นี้
ยิ่งไปกว่านั้น สยงอู่เหลียงมั่นใจว่าในปีนี้จะทำให้มูลค่าผลผลิตทางการเกษตรในดินแดนศักดินาพุ่งสูงขึ้น! เชื่อว่าภาษีหนึ่งในสิบก็จะเทียบเท่ากับสี่ในสิบของปีก่อน ๆ!
เหตุผลที่สยงอู่เหลียง้าลดภาษี ก็เพื่อกระตุ้นความกระตือรือร้นในการผลิตของเกษตรกร! ส่งเสริมให้เกษตรกรบุกเบิกที่ดินใหม่และทุ่มเททำนา!
หากปีนี้การบุกเบิกที่ดินได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน สยงอู่เหลียงถึงกับคิดจะคงอัตราภาษีหนึ่งในสิบนี้ไว้ตลอดไป เพราะขอเพียงเวลาพัฒนาไม่กี่ปี สยงอู่เหลียงก็ไม่จำเป็ต้องใช้เส้นสายเพื่อชดเชยภาษีที่ส่งมอบอีกต่อไป
ในฐานะผู้ทะลุมิติมา สยงอู่เหลียงทราบดีว่าความร่ำรวยไม่ได้มาจากการขูดรีดเงินอันน้อยนิดจากเกษตรกร เมื่อระบบอุตสาหกรรมของฉู่หยางถูกสร้างขึ้น ก็จะสามารถสร้างมูลค่าผลผลิตที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงได้อย่างง่ายดาย! การที่มูลค่ารวมของผลผลิตจะเพิ่มขึ้นสิบเท่าไม่ใช่เื่เกินจริงเลย!
เมื่อเห็นว่าสยงอู่เหลียงตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ทุกคนจึงประสานมือรับคำ เดิมคิดว่าหลังจากคุณชายหมี่เหลียงเห็นคลังสินค้าที่ว่างเปล่าจะต้องเพิ่มการจัดเก็บภาษีในปีนี้แน่ แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะทำในสิ่งตรงกันข้าม ไม่เพียงไม่เพิ่มภาษีแต่กลับลดภาษีขนานใหญ่ โดยเก็บภาษีเกษตรเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น
หากสยงอู่เหลียงสามารถจัดการเื่ต่อหน้าฝ่าาได้จริง ๆ การลดภาษีจะเป็เื่ดีอย่างยิ่งสำหรับดินแดนศักดินา หลังจากาตานหยาง ฉู่หยางก็สูญเสียกำลังหลักไปมาก เป็่เวลาที่้าการพักฟื้นและฟื้นฟู การที่มีปีที่ภาษีต่ำเช่นนี้เกษตรกรจะมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นมาก...
เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่มีข้อโต้แย้งแล้ว สยงอู่เหลียงจึงโบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนแยกย้าย จงหัวประสานมือคำนับและกำลังจะขอตัวลา แต่กลับถูกสยงอู่เหลียงรั้งไว้
"ในเมืองฉู่หยางมีช่างฝีมือหรือไม่? ช่วยหาคนที่หัวไวมาให้ข้าสักสองสามคน ข้ามีของที่้าให้ช่างช่วยสร้างให้"
[1] เจี๋ยหรือโจ้ว เป็การเรียกรวมกษัตริย์ทรราชสองคนในประวัติศาสตร์จีน ได้แก่ เซี่ยเจี๋ย (กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์เซี่ย) และซางโจ้วหวาง (กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ซาง)