ตกดึกเมื่อน้องๆนอนหลับไปแล้ว เฟิ่งเทียนเปิดระบบเพื่อรับภารกิจที่ 2
“เสี่ยวเป่า เปิดภารกิจที่ 2 ได้เลย”
[ ภารกิจที่ 2 โฮสต์ต้องตามหาและช่วยเหลือครอบครัวหมาป่าเหมันต์ สัตว์อสูรที่ถูกขับออกจากฝูง]
“อะไรนะ? หมาป่าเหมันต์ สัตว์อสูร ในโลกนี้มันมีด้วยเหรอไม่ใช่ว่ามิตินี้เป็โลกธรรมดาหรอกเหร๊อ?”
เฟิ่งเทียนตกอกใ นี่มันจะโลกแฟนตาซีไปไหน เขามาเกิดในโลกจีนโบราณ แถมยังแฟนตาซีอีกเหรอเนี่ย
[โฮสต์ควรศึกษาประวัติศาสตร์และความเป็มาของแคว้นเยว่ได้ในร้านขายตำราในช่องมิติ ซึ่งโฮสต์ได้กดรับรางวัลไปแล้ว เพราะโลกใบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้]
“ธรรมดาโลกไม่จำสินะ ข้าเพิ่งมาอยู่ที่นี่แค่เดือนเดียว ใครจะไปทันศึกษาเล่า อีกอย่างข้าเพิ่งเปิดกล่องสุ่มได้เมื่อคืนนี้นะ แล้วภารกิจช่วยเหลือครอบครัวหม่าป่าอสูรเนี่ยต้องไปช่วยตอนไหนยังไงกันแน่" เฟิ่งเทียนถามด้วยความสงสัย
[ภารกิจจะเริ่มในคืนพระจันทร์เต็มดวง ครอบครัวหมาป่าจะมีกำลังหนีออกมาจากป่าอสูรเหมันต์ โฮสต์ต้องเดินเข้าไปในป่าในทิศเหนือเพื่อค้นหาและช่วยเหลือครอบครัวหมาป่า และพากลับเข้ามาดูแล ภารกิจจะเริ่มภายใน 15 วัน หากภารกิจสำเร็จโฮสต์สามารถเปิดกล่องสุ่มได้เมื่อครบกำหนด]
“ทำภารกิจไม่สำเร็จไม่จ่ายเงินเดือนให้สินะ อีกอย่าง อีก 15 วันนี่หิมะก็คงจะตก เ้าจะให้ข้าฝ่าหิมะเข้าป่าตอนกลางคืนเนี่ยนะ จะโหดไปมั้ยเนี่ย ข้าอายุ12เองนะ? เฮ้อ!!!เสี่ยวเป่าข้าขอตำราประวัติความเป็มาของแคว้นเยว่มาอ่านหน่อยซิ ”
[ตามที่โฮสต์้า]
ตำราประวัติศาสตร์แคว้นเยว่ปรากฏในอากาศ เฟิ่งเทียนนั่งศึกษาไปด้วยความตื่นเต้น สรุปได้ว่าโลกนี้นอกจะมีการใช้ชีวิตแบบปกติแล้ว ยังมีโลกของสัตว์อสูร พืชอสูร และมีพวกใช้วิชากำลังภายในอีกด้วย เหมือนกับหลุดมาในโลกนวนิยายเหมือนสาวๆในคลาสของชาติก่อนที่ชอบเอามาเล่ารีวิวนิยายให้กันฟังไม่ผิดเพี้ยนกันซักนิดเดียว
“นี่เสี่ยวเป่า ถามจริง ข้าตายมาเกิดใหม่ในโลกมิติคู่ขนาน หรือโลกนวนิยายกันแน่เนี่ย?”
[โฮสต์ถูกคัดเลือกเข้ามาในมิติโลกคู่ขนานแน่นอน ระบบขอยืนยัน]
“เฮ้อ!! ยืนยันก็ยืนยัน อย่างนี้อีก 15 วันข้าต้องออกไปตามหาครอบครัวหมาป่า มันเห็นข้ามันไม่กัดข้าตายเลยเหร๊อ?”
[เมื่อหมาป่าหมดแรงหนี โฮสต์สามารถเข้าไปช่วยเหลือและนำมาเลี้ยงดูได้]
“แสดงว่ามันคงาเ็ ไม่อย่างนั้นก็หมดแรงวิ่งสินะ ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องเตรียมตัวให้พร้อม เอาหล่ะนี่ก็ดึกมากแล้ว นอนดีกว่า ฝันดีนะเสี่ยวเป่า ฮ้าว!!” เฟิ่งเทียนปิดระบบพร้อมดับแสงไฟนอนกอดน้องแฝดในยามราตรี
รุ่งเช้าแสงแดดแยงตาให้เฟิ่งเทียนลืมตาตื่น วันนี้เขาตื่นสายไปกว่าทุกวัน แถมยังฝันเป็ตุเป็ตะเื่ช่วยเหลือครอบครัวหมาป่า เฟิ่งหลง เฟิ่งจิน ตื่นมาเห็นพี่ชายยังหลับอยู่ก็เลยลงจากเตียงออกจากห้องมาเงียบ ๆ ปล่อยให้พี่ชายได้พักผ่อนบ้าง ทั้งสองจึงทำธุระส่วนตัวจากนั้นจึงพากันไปยังโรงเรือนหลังบ้านเพื่อไปให้อาหารไก่ และรดน้ำแปลงผัก
“อรุณสวัสดิ์เฟิ่งหลง เฟิ่งจิน ตื่นเช้าไม่เรียกพี่ใหญ่เลยนะ”
“อรุณสวัสดิ์ขอรับพี่ใหญ่ พวกข้าเห็นพี่ใหญ่ยังนอนอยู่ก็เลยไม่ปลุกขอรับ” เฟิ่งหลง
“ใช่ขอรับ อีกอย่างวันนี้พวกเราตื่นเช้าเพราะอยากมาดูไก่ขอรับ” เฟิ่งจิน
“อืม ตื่นมาเลี้ยงไก่นี่เอง เอาหล่ะเดี๋ยวพี่ใหญ่จะเข้าครัว วันนี้พวกน้องอยากกินอะไรหล่ะ”
“พวกข้าขอบะหมี่เหมือนตอนนั้นได้ไหมขอรับ” เฟิ่งจิน แฝดน้องถามด้วยตาเป็ประกาย
“ได้สิ ถ้าอย่างนั้นเราไปเก็บคงซินช่าย(ผักบุ้ง) ที่ริมธารกันเถอะ”
สามคนพี่น้องพากันหิ้วตะกร้าไปตัดยอดคงซินช่าย อีกอย่างวันนี้เฟิ่งเทียนจะตัดเอาเครือคงซินช่ายมาปักชำในกระบอกไม้ไผ่ เพราะหากหิมะตกผักเหล่านี้ก็จะเข็งตายเนื่องจากแม่น้ำลำธารจะกลายเป็น้ำแข็ง
มื้อเช้าวันนี้นอกจากพี่น้องบ้านหวังจะได้ลิ้มชิมรสบะหมี่กลิ่นหอม เฟิ่งเทียนยังเพิ่มข้าวหุง และผัดคงซินช่ายไฟแดง ให้น้อง ๆ ได้เติมลงพุงน้อย ๆ ที่เริ่มยื่นออกมา เพราะจะกินแค่บะหมี่ก็กลัวจะหิวเร็ว หากอาหารเหลือยังสามารถกินต่อในมื้อเที่ยงได้อีก
ในขณะที่ทั้งสามนั่งกินข้าวอยู่นั้น หิมะสายเล็กเริ่มตกโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า สามพี่น้องบ้านหวังต่างมองหิมะแล้วหันมามองกันด้วยรอยยิ้ม เนื่องจากปีนี้พวกเขามีพร้อมไม่ต้องหวาดกลัวกับฤดูหนาวดั่งเช่นในปีที่ผ่านมาอีกต่อไป
*********************