ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินีแห่งวงการความงาม [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 55 เหมินเค่อ


            ลู่สือคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของเวินซี เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงเขาก็ถอนหายใจโล่งอก แต่ยังคงคิดแค้นในใจ มือที่ตีเวินเยียนก็ยิ่งหนักขึ้นอีก

            “อ๊า... คุณชายซูช่วยข้าด้วย คุณชายซู...” เวินเยียนกรีดร้องขอความช่วยเหลือ

            คนรับใช้พากันคว้ามือของลู่สือไว้ แต่เท้าของเขายังขยับได้ จึงเตะไปที่ร่างของเวินเยียน

            “ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่” เวินเยียนตะโกน

            “ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปเช่นกัน” ลู่สือมองด้วยสายตาดุร้าย เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีซ้ำลงไปที่ร่างของนางอีกครา

            เวินซีแกล้งทำเป็นเข้าไปขวาง แต่จริงๆ คอยกันคนรับใช้ออกไปไม่น้อย นางแสยะยิ้มมองดูเวินเยียนที่ล้มลงกับพื้นอย่างน่าสมเพช

            เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เวินเยียนคงจะโกรธจนทานอันใดไม่ลงไปอีกหลายวันแน่

            “คุณชายซู” ฮูหยินใหญ่เวินมองดูกลุ่มคนรับใช้ที่อยู่ท่ามกลางความโกลาหลก็รีบไปขอความช่วยเหลือจากหลานเยว่เฉิง

            หลานเยว่เฉิงวางถ้วยชาในมือลง ลุกขึ้นเดินไปช้าๆ

            “ออกไปให้พ้น” ฮูหยินใหญ่เวินแผดเสียง

            คนรับใช้ทุกคนพลันหยุดการเคลื่อนไหว แล้วรีบยืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ที่สองฝั่ง

            “คุณชายซู คุณชายซู ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ เขาบ้าไปแล้ว ท่านช่วยข้าด้วยนะเจ้าคะ”

            เวินเยียนมองเห็นความหวังจึงเอ่ยปากออกมา

            ลู่สือเห็นหลานเยว่เฉิงเดินมาก็กัดฟัน แรงของเขาหนักขึ้นอีก ในตอนที่เขายกมือขึ้นสูงและเตรียมที่จะตีนาง หลานเยว่เฉิงก็จับข้อมือของเขาไว้

            หลานเยว่เฉิงมองมาอย่างเย็นชา พลันใช้กริชแทงเข้าไปในร่างของเขาอย่างรวดเร็ว

            ลู่สือล้มลงไปกับพื้นและสิ้นใจทันที

            เวินเยียนลุกขึ้นจากพื้นด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ข้างหลังหลานเยว่เฉิง

            “คุณชายซู” นางเอ่ยอย่างแผ่วเบา

            “เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถิด” หลานเยว่เฉิงอุ้มนางขึ้นมา ทิ้งกริชลงบนพื้น

            ทั้งสองเดินผ่านเวินซี ในขณะที่เวินซีเบนหน้าออกเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมา “ในเมื่อท่านพี่มาถึงแล้ว ข้าก็ขอตัว”

            “ไปเถิด” เวินอวิ๋นโปมองร่างของลู่สือก็กลืนน้ำลาย พลันรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่อึมครึม จากนั้นก็รีบโบกมือให้พากันออกไป

            ไม่มีผู้ใดสงสัยอีกเลยว่าศพที่อยู่บนพื้นเป็นโจวอวี่ชางหรือไม่

            เวินซีหันหลังเดินออกไป เมื่อก้าวผ่านประตูจวนตระกูลเวินไปแล้ว นางถึงได้ถอนหายใจโล่งอก

            โชคดีที่ไม่มีอันตรายใดๆ

            ตอนที่นางกลับมาถึงร้านเครื่องหอม โจวอวี่ชางก็ตื่นขึ้นมาแล้ว เขาถูกจ้าวต้านมัดไว้บนเตียง

            เวินซีดื่มน้ำไปแก้วหนึ่ง คิดจะไปแก้มัดให้เขา แต่ก็ถูกจ้าวต้านห้ามไว้

            “เขาจะไปที่ตระกูลเวินเพื่อช่วยลู่สือ” จ้าวต้านเหลือบมองโจวอวี่ชาง

            หากโจวอวี่ชางมิได้รับมือยากจริงๆ จ้าวต้านก็คงไม่มัดเขาไว้

            “น้อง แล้วลู่สือล่ะ? เขามิได้ออกไปกับเจ้าหรือ เหตุใดเจ้าถึงกลับมาผู้เดียว” เมื่อเห็นเวินซีกลับมาคนเดียว โจวอวี่ชางก็กระวนกระวายใจและอารมณ์พลุ่งพล่าน

            “ลู่สือตายแล้ว” เวินซีพูดเสียงนิ่ง

            “ตายแล้ว? เกิดอันใดขึ้น?”

            “ตอนที่เขารับผิดแทนท่านว่าตนเองเป็นคนที่แอบฟัง เช่นนี้ก็ไม่มีทางอยู่รอดได้แล้วล่ะเจ้าค่ะ”

            “เช่นนั้น... ร่างของเขาอยู่ที่ใด?”

            “น่าจะถูกตระกูลเวินจัดการร่วมกับศพนั้นไปแล้วเจ้าค่ะ”

            “มิได้ ข้าต้องคิดหาวิธีนำลู่สือออกมา ตอนที่มารดาของเขาฝากเขาไว้กับข้า ข้าได้รับปากนางแล้วว่าจะดูแลเขาให้ดี”

            โจวอวี่ชางพยายามลุกขึ้นนั่ง “เวินซี ช่วยพี่อีกสักคราเถิด ข้าขอร้อง”

            การตายของลู่สือสะเทือนใจเขาเป็นอย่างยิ่ง เขาเสียใจจนเสียสติไปแล้ว

            “หากท่านออกไป ลู่สือก็จะตายเปล่า เขาทำเพื่อไม่ให้มีผู้ใดรู้เรื่องการตายของท่าน เขาถูกหลานเยว่เฉิงแทงตาย หากคิดจะแก้แค้น ก็ต้องใช้ชีวิตตอนนี้ให้ดีก่อน”

            เวินซีเห็นว่าเขาเงียบลงจึงเดินไปแก้มัดให้ “ยามนี้ท่านควรจะบอกข้าได้แล้วว่าเหตุใดเวินอี๋เหนียงถึงได้ขอร้องให้ท่านเข้าเมืองหลวงไป”

            “ตอนนั้นเวินอี๋เหนียงถูกฮูหยินผู้เฒ่าเวินเล่นงานอย่างหนัก นางบอกข้าว่าหากนางไป ฮูหยินผู้เฒ่าเวินกับฮูหยินใหญ่จะต้องหาวิธีฆ่านางให้ตายระหว่างทางแน่ นางออกจากตระกูลเวินมิได้”

            “ข้าพูดโน้มน้าวให้เวินอี๋เหนียงส่งเจ้าไป แต่ตอนนั้นเวินอี๋เหนียงเห็นว่าเจ้ายังเด็กนัก ปกป้องตนเองมิได้ จึงฝากความหวังไว้ที่ข้า”

            “ข้าเป็นคนตระกูลเวิน ได้รับความโปรดปรานจากฮูหยินผู้เฒ่า หากส่งข้าไป คนในตระกูลเวินจะไม่ต่อต้าน อีกอย่างตอนนั้นฮูหยินใหญ่เวินก็ไม่สนคำคนอื่น นางคิดจะให้เวินเยียนไป มีเพียงข้าเท่านั้นที่หยุดนางได้”

            “นางคุกเข่าขอร้องข้า ข้าทำอันใดมิได้นอกจากต้องตกลง เดิมทีข้าอยากจะพาเจ้าออกไปด้วย แต่ก็ถูกฮูหยินผู้เฒ่าห้ามไว้”

            เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ในร่างของเวินซีก็เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธแค้นของเจ้าของร่างเดิม จ้าวต้านเห็นว่านางดูผิดปกติไป จึงดึงมือของนางมากุมไว้

            “ไม่เป็นไรนะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว”

            เสียงปลอบโยนที่แสนไพเราะดังขึ้น เวินซีเม้มริมฝีปาก ก้มหน้าลงแล้วพยักหน้า

            “ช่วงนี้ท่านพี่ต้องลำบาก พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพให้ดี น้องขอตัวก่อน”

            เวินซีช่วยพยุงโจวอวี่ชางให้กลับลงไปนอน จากนั้นก็ออกไปกับจ้าวต้าน ในขณะเดียวกันก็มีจดหมายเชิญไปงานศพของตระกูลเวินส่งมา

            เวินซีรับมันมาจากคนรับใช้พลางยิ้มเยาะ หลังจากที่คนรับใช้ออกไป นางก็โยนมันลงบนโต๊ะ

            ตระกูลเวินช่างทำได้สมจริงเหลือเกิน ไม่เพียงแต่จัดงานศพ แต่ยังเชิญนางอีกด้วย

            “ตระกูลเวินนี่กับคนตายก็ยังไม่เว้น” จ้าวต้านยิ้มอย่างดูแคลนพลางพลิกดูจดหมายเชิญ

            ผู้คนที่ถูกเชิญไปงาน คิดว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพื่อนๆ ของโจวอวี่ชางที่มาจากเมืองหลวง การเชิญไปงานศพนั้นเป็นเรื่องหลอก แท้จริงแล้วคิดจะหาเส้นสายต่างหาก

            “ไม่ไปล่ะ”

            หากนางไปก็ต้องไปดูการแสดงของคนตระกูลเวิน สู้ให้นางเตรียมตัวเรื่องการแข่งขันทำเครื่องหอมเสียจะดีกว่า

            “อื้ม” จ้าวต้านโยนจดหมายเชิญออกไปที่อื่น

            เมื่อเห็นว่าเวินซีกำลังจะทดสอบเครื่องหอม เขาจึงช่วยนำส่วนประกอบทุกอย่างมาวางบนโต๊ะ แล้วนั่งเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆ

            “หากไม่มีเรื่องอันใดก็ไปเล่นกับพวกยียีเถิด”

            เวินซีเอ่ยขึ้น เพราะสายตาของเขาเอาแต่จับจ้องมา ทำให้นางรู้สึกอึดอัด

            “ได้” จ้าวต้านตอบเช่นนั้น แต่ตนเองก็ถอยออกไปเพียงไม่กี่ก้าว

            เมื่อสัมผัสได้ว่าสายตาของเขามิได้เร่าร้อนเท่าเมื่อครู่ เวินซีจึงปล่อยเขาไป

            ไม่นานนักกลิ่นของเครื่องหอมก็อบอวลไปทั่วทั้งห้อง เวินซีใจจดใจจ่อ ลองใช้เครื่องหอมต่างๆ ทาลงบนหลังมือ

            บางคราก็ขมวดคิ้ว บางทีก็ยิ้มมีความสุข หรือไม่ก็นิ่งเงียบ

            การแสดงออกเล็กๆ น้อยๆ ของนางทำให้ในใจของจ้าวต้านมีความสุขมาก

            เวินซีทำเครื่องหอมจนถึงค่ำ เขาก็นั่งมองจนค่ำ

            เมื่อได้เครื่องหอมที่พึงพอใจแล้ว เวินซีก็บิดขี้เกียจด้วยความเหนื่อยล้า จ้าวต้านจึงนำชาร้อนถ้วยหนึ่งมาวางไว้ตรงหน้า

            “พักผ่อนได้แล้ว เรื่องการแข่งขันน่ะ หากเจ้าอยากจะชนะ ข้าทำให้เจ้าชนะได้”

            “เพราะเหตุใดกัน?” เวินซีถือถ้วยน้ำชา

            “พวกเขารับคำสั่งข้า”

            “มิต้องหรอก ข้าจะทำให้เวินเยียนแพ้ด้วยตนเอง”

            นางอยากจะรู้จริงๆ ว่าเวินเยียนจะใช้สูตรเครื่องหอมของเวินอี๋เหนียงไปอีกสักเท่าไร ของบางอย่างแม้จะขโมยไปนานเท่าใด แต่ก็มิอาจทำให้เป็นของตนเองได้

            “ได้ เช่นนั้นก็กลับไปพักผ่อนก่อนเถิด วันพรุ่งค่อยทำใหม่”

            หลายวันมานี้เวินซีมัวแต่ยุ่งอยู่ตลอด จ้าวต้านกลัวว่านางจะเหนื่อยเกินไปจึงเป่าเทียนจนดับเสียแล้ว นางยังไม่ทันจะตอบอะไรเลย

            ภายในความมืดมิด เวินซีกลอกตาใส่เขาพลันเดินกลับห้องไปด้วยกัน

            “คุณหนูเวินซี นายท่านขอรับ!”

            ภายในห้อง จ้าวซานที่รออยู่นานแล้วรีบเข้าไปหาพวกเขาอย่างกระตือรือร้น เขาประสานมือพลันคุกเข่าลงข้างหนึ่ง

            “มีอันใด?” เมื่อจ้าวต้านได้เห็น ลมหายใจของเขาก็พลันเยือกเย็น

            “นายท่าน เราได้รับการติดต่อจากองค์ชายใหญ่มาแล้วขอรับ สถานการณ์ในเมืองหลวงยามนี้ยังทรงตัวอยู่ องค์ชายใหญ่ส่งหนังสือมาว่าจะให้คนแอบมารับนายท่านกลับเมืองหลวง ได้ส่งเหมินเค่อ [1] มาช่วยนายท่านอีกแรงแล้วขอรับ”

            “เหมินเค่อผู้ใดกัน?”

            “ต้วนจิงเย่ขอรับ ยามนี้เขาอยู่ระหว่างทางแล้วขอรับ”

            เมื่อได้ยินชื่อนั้น แววตาของจ้าวต้านก็เผยความครุ่นคิดมากขึ้น “ออกไปได้แล้ว”

            “ขอรับ” จ้าวซานม้วนตัวออกไปทางหน้าต่าง

            ความเหนื่อยล้าของเวินซีหายไปในทันใด นางขมวดคิ้วมองจ้าวต้าน “ต้วนจิงเย่คือผู้ใด?”

            ลำพังหลานเยว่เฉิงผู้เดียวก็ยากที่จะรับมือแล้ว เวลานี้ยังมีคนที่ไม่รู้ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรูเพิ่มขึ้นมาอีก...

            

            เชิงอรรถ

            [1] เหมินเค่อ 门客 หมายถึง ปัญญาชนผู้ที่ถูกขุนนางเลี้ยงไว้เป็นที่ปรึกษา


    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินีแห่งวงการความงาม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371