บทที่ 6 เข้าเมืองหาคนซื้อ
เมื่อได้ยินบทสนทนาของสวี่ฟู่กุ้ยกับจางชุนฮวา สวี่ิเยว่จึงเดินเข้าไปปลอบใจ "ปู่ ปู่ต้องเข้มแข็งนะคะ รอวันสุขสบายอุ้มหลานในอนาคต หมอเขาก็บอกฉันแล้วว่าโรคนี้รักษาหายได้"
"โรคนี้ต้องบำรุงเยอะ ๆ กินเยอะ ๆ นะคะ รอฉันขายเห็ดได้แล้ว ฉันจะไปซื้อยามาให้ปู่"
"ดี ๆ ปู่จะต้องรักษาตัวให้หาย รออุ้มหลานของิเยว่ ปู่รู้ว่าิเยว่เก่งที่สุด" สวี่ฟู่กุ้ยพูดจบก็ปาดน้ำตา หยิบชามข้าวขึ้นมากินปลาต่อ
เห็นสวี่ฟู่กุ้ยกินอย่างเอร็ดอร่อย แม่ลูกจึงเบาใจลง หันไปกินข้าวของตนเองบ้าง
พอเข้ามาในห้อง สวี่ิเยว่ก็เห็นสวี่เฉินซิงนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างเตียง มือถือตะเกียบ ตาจ้องมองปลาในชามไม่วางตา
ตระกูลสวี่สั่งสอนลูก ๆ ได้ดี แม้ว่าสวี่เฉินซิงจะหิวขนาดไหนก็ไม่ได้แอบกินก่อน รอให้จางชุนฮวากับสวี่ิเยว่มากินข้าวพร้อมกัน
จางชุนฮวามองลูกชายตัวน้อยที่ทำท่าทางอยากกินแล้วก็หัวเราะออกมา "กินเลยลูก แม่เก็บไว้ให้แล้ว"
พูดจบก็คีบเนื้อปลาใส่ชามให้สวี่เฉินซิง พร้อมทั้งกำชับว่า "กินช้า ๆ ระวังก้างด้วย" ส่วนตัวเองนั้นคีบแต่หัวปลากินช้า ๆ
สวี่ิเยว่ที่เห็นภาพตรงหน้าก็รู้สึกสงสารจางชุนฮวายิ่งนัก ชีวิตแบบนี้ช่างลำบาก ในบ้านพอมีอะไรดี ๆ ก็ต้องให้คนแก่กับเด็กกินก่อนเสมอ
สวี่ิเยว่คีบเนื้อปลาชิ้นโตใส่ชามของจางชุนฮวา "แม่กินเนื้อปลาเถอะ อย่าทำเหมือนเสียดายเลย ปลาในแม่น้ำมีเยอะแยะ ถ้าอยากกิน ฉันกับพี่ชายจะลงไปจับมาให้"
ทันใดนั้นดวงตาของจางชุนฮวาก็พร่าเลือน เธอจึงก้มหน้าลงกินเนื้อปลาในชาม
ปลาแม่น้ำสดจริง ๆ มื้อนี้นับเป็มื้อที่สวี่ิเยว่พึงพอใจที่สุดนับั้แ่เธอมาถึงที่นี่
หลังกินอาหารเช้าเสร็จ สวี่ิเยว่ก็เข้านอน ฝนตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้เส้นทางในูเาไม่สามารถเดิน การเก็บเห็ดจึงต้องรอให้ดินแห้งกว่านี้ในวันพรุ่งนี้เสียก่อน
เมื่อฟ้าสางสวี่อวี้เฉิงก็รีบเดินทางไปถึงตัวเมือง
สวี่อวี้ฉินอาศัยอยู่ในย่านบ้านพักคนงานโรงงานเหล็ก
เมิ่งเหว่ยเชาเป็ช่างเทคนิคของโรงงานเหล็ก บริษัทจึงจัดสรรที่พักมีห้องสอง ห้องครัวหนึ่งห้อง และห้องโถงเล็ก ๆ อีกห้องหนึ่ง แต่ว่าผนังห้องนั้นค่อนข้างบาง
เพื่อนำปลาไปให้น้องสาว สวี่อวี้เฉิงไม่อยากรบกวนเพื่อนบ้านจึงตั้งใจจะรีบไปที่บ้านน้องสาวยามที่เพื่อนบ้านยังไม่ตื่น
เมื่อเดินไปถึงบ้านของสวี่อวี้ฉิน สวี่อวี้เฉิงก็เหงื่อไหลท่วมตัวจากความเหน็ดเหนื่อย
เสียงเคาะประตูดังขึ้น สวี่อวี้ฉินลุกขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงีย แล้วเดินไปเปิดประตู "ใครคะ?"
“อวี้ฉิน พี่เอง”
ได้ยินเสียงพี่ชาย สวี่อวี้ฉินก็รีบเปิดประตู
เพียงเปิดประตูออกก็เห็นพี่ชายของตนมีเหงื่อท่วมหัว ดูเหนื่อยล้าเป็อย่างมาก
ทำเอาสวี่อวี้ฉินใจนเสียงสั่น “พี่ใหญ่ หรือว่าพ่อ...”
“พ่อไม่เป็ไร เข้าไปคุยในบ้านกัน”
ขณะนั้นเมิ่งเหว่ยเชาก็ตื่นขึ้นมาพอดี "พี่ใหญ่มาแล้ว"
"อืม" สวี่อวี้เฉิงตอบรับ ก่อนจะปลดตะกร้าลง
สวี่อวี้ฉินมองตะกร้าอย่างสนใจ ก่อนจะร้องด้วยความประหลาดใจ "พี่ใหญ่ เก็บเห็ดกับเห็ดหูหนูได้เยอะขนาดนี้เชียว"
"เซี่ยงหยางกับิเยว่เข้าไปเก็บมาเมื่อวาน ฝากพี่มาให้พวกเธอลองชิมดู อวี้ฉินไปเอาอ่างใบใหญ่ ๆ มาหน่อยสิ"
"ได้เลยค่ะ" สวี่อวี้ฉินตอบรับ ก่อนจะเดินไปหยิบอ่างใบโตสองใบจากในครัว
ตอนนี้ สวี่อวี้เฉิงเทเห็ดที่อยู่ในตะกร้าลงจนหมด เหลือเพียงปลาไม่กี่ตัวอยู่ในตะกร้า
พอเห็นว่าอ่างไม้มาแล้ว สวี่อวี้เฉิงก็เทปลาทั้งหมดลงในอ่างทันที
สวี่อวี้ฉินเห็นปลามากมายขนาดนี้ นึกว่าเป็ปลาที่หมู่บ้านแบ่งให้ จึงเอ่ยปากบ่นอย่างไม่ค่อยพอใจว่า "พี่ใหญ่ ปลาที่หมู่บ้านแบ่งให้พวกพี่เก็บไว้กินเองเถอะ ส่งมาให้ฉันทำไม เด็ก ๆ กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต พี่ไม่เห็นเหรอว่าิเยว่ผอมแห้งแค่ไหนแล้ว"
สวี่อวี้เฉิงยิ้มแห้ง ๆ แล้วพูดว่า "ไม่ใช่ปลาที่หมู่บ้านแบ่งให้หรอก เมื่อคืนฝนตกหนักทั้งคืน ชาวบ้านไม่มีใครออกมา ิเยว่กับเซี่ยงหยางแอบไปหาปลาที่ริมแม่น้ำกันมา"
"พวกเธอกินเถอะ ไม่ต้องกังวลหรอก หาได้เยอะเลยละ พี่ออกมาจากหมู่บ้านั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง กลัวว่าจะมีคนเห็นเข้าน่ะ"
“พี่คะ อันตรายเกินไปแล้วนะ คราวหลังอย่าให้ิเยว่กับเซี่ยงหยางทำแบบนี้อีกเลย” สวี่อวี้ฉินพูดด้วยน้ำเสียงเป็กังวลหลังจากฟังสวี่อวี้เฉิงเล่าจบ
ทันใดนั้นคุณยายเมิ่งก็เดินออกมาจากห้องนอน ท่าทางของคุณยายยังคงดูจริงจังและเ็าเช่นเคย เธอหันไปพูดกับสวี่อวี้ฉินว่า “ในเมื่อพี่ชายเธอเอามาให้แล้ว เธอก็อย่าบ่นมากเลย”
“ส่วนปลาน่ะ เธอก็แอบกินในบ้านนี่แหละ ถ้ามีใครถามขึ้นมา ก็ให้บอกไปว่าฉันไปซื้อมาจากตลาด เข้าใจไหม”
สวี่อวี้ฉินเป็คนที่ค่อนข้างเกรงใจแม่สามีมาตลอด คุณยายเมิ่งเป็คนจิตใจดี ไม่เคยหาเื่ลูกสะใภ้ แต่ด้วยบุคลิกเฉพาะตัวของเธอ ทำให้คนรู้สึกเกรงขามทุกครั้งที่เข้าใกล้
“ค่ะแม่ ฉันเข้าใจแล้ว”
หลังจากกำชับเสร็จ คุณยายเมิ่งก็กล่าวขอบคุณ “อวี้เฉิง ตื่นเช้าเอาของมาให้พวกเรา ลำบากเธอแล้ว กินข้าวเช้าก่อนค่อยกลับไปเถอะ”
“ข้าวเช้าผมไม่กินแล้วครับ คุณป้า คนในหมู่บ้านไม่มีใครรู้ว่าผมออกมา ผมต้องรีบกลับไป เดี๋ยวต้องไปทำงานอีก”
พอได้ยินสวี่อวี้เฉิงพูดแบบนั้น คุณยายเมิ่งก็ไม่ได้รั้งตัวไว้ หันหลังเข้าไปในครัว หยิบกระดาษไขมาห่อขนมปังธัญพืชสี่ลูกยื่นให้สวี่อวี้เฉิง
“อวี้เฉิง เอาไปกินระหว่างทางนะ เดินทางเหนื่อย ๆ อย่าปล่อยให้ท้องว่าง เดินทางปลอดภัยนะ”
จริง ๆ แล้วสวี่อวี้เฉิงไม่อยากรับไว้ แต่คุณยายเมิ่งพูดแบบนั้นแล้ว เขาก็ไม่อาจปฏิเสธน้ำใจ เลยจำใจรับไว้
"ขอบคุณครับ" สวี่อวี้เฉิงพูดจบแล้วก็สะพายตะกร้าขึ้นหลังกล่าวลาจากไป
ขนมปังธัญพืชที่คุณยายเมิ่งให้มา ตลอดทางกลับบ้านสวี่อวี้เฉิงไม่กล้ากิน ตั้งใจจะเอากลับไปให้พ่อและลูก ๆ กินที่บ้าน
เมื่อคืนฝนตกหนัก คงเข้าไปในูเาไม่ได้แน่ พี่น้องทั้งสามจึงพักผ่อนอยู่บ้านหนึ่งวันเต็ม ๆ
วันรุ่งขึ้น ฟ้ายังไม่สาง พี่น้องทั้งสามก็สะพายตะกร้าแอบเข้าไปในูเาอีกครั้ง
วันนี้ทั้งวัน พี่น้องทั้งสามเก็บเห็ดและเห็ดหูหนูจากูเาได้ไม่น้อยเลย
ตอนนี้ตระกูลสวี่มีเห็ดหูหนูและเห็ดตากเต็มพื้น โชคดีที่ตระกูลสวี่อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านใกลู้เา ปกติชาวบ้านต่างรังเกียจตระกูลสวี่ว่าเป็คนอัปมงคล กลัวว่าถ้าติดต่อกับตระกูลสวี่จะพลอยโชคร้ายไปด้วย
ทั้งหมู่บ้านหยวนเป่ามีแค่ป้าพ่าง เพื่อนบ้านที่สนิทกับตระกูลสวี่ บ้านเดิมของป้าพ่างและบ้านเดิมของจางชุนฮวาอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ทั้งสองสนิทกันมาั้แ่ก่อนแต่งงาน
ป้าพ่างเป็คนใจกว้าง สามีแซ่หนิวเป็นักบัญชีของหมู่บ้าน พี่ชายของสามีทำงานที่สถานีตำรวจในอำเภอ ลูกชายเพิ่งเข้ากองทัพเมื่อปีที่แล้ว ในหมู่บ้านหยวนเป่าถือเป็คนที่ไม่มีใครกล้ายุ่ง
พี่น้องทั้งสามเก็บเห็ดและเห็ดหูหนูติดต่อกันสองวัน เห็นว่าที่บ้านมีเห็ดและเห็ดหูหนูกองไม่น้อยแล้ว สวี่ิเยว่จึงวางแผนว่าพรุ่งนี้จะแบกเห็ดและเห็ดหูหนูสดไปขายที่ตัวอำเภอกับสวี่เซี่ยงหยาง
ส่วนเห็ดแห้งและเห็ดหูหนูแห้งที่ตากไว้ สามารถรอไว้ขาย่หิมะตกอีกสักระยะ ตอนที่ไม่มีผักสดอะไร พอจะขายได้ราคาดี
วันรุ่งขึ้น ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่าง พี่น้องทั้งสองก็แบกตะกร้าเข้าเมืองไปแล้ว
พี่น้องสองคนออกมาจากบ้านแต่เช้าตรู่ บนถนนใหญ่ในเมืองยังไม่มีผู้คนพลุกพล่าน
สวี่ิเยว่คิดจะหาที่พักก่อน จึงกินหมั่นโถวที่เตรียมมาจากบ้าน
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ผู้คนบนท้องถนนก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเห็นผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างรีบร้อน สวี่เซี่ยงหยางก็รู้สึกเคว้งคว้างขึ้นมา "ิเยว่ เราจะขายเห็ดที่เราเอามายังไงดี"
สวี่ิเยว่แย้มยิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าวว่า "ฉันมีแผนการอันแยบยล รอให้ทุกคนเริ่มทำงานก่อนเถอะ"