2.
“อุ๊ย!...ขอโทษค่ะท่านประธาน”
เ้าของร่างสูงยิ้มอบอุ่นส่งมาให้เป็การรับคำขอโทษจากหญิงสาวตรงหน้า
“ผมจะไม่ยกโทษให้ก็ตรงที่คุณเรียกผมว่าท่านประธานเนี่ยแหละครับ”
“ก็...” เธอกำลังจะพูดว่าก็เขาคือประธานบริษัท คนอื่นๆ เรียกเขาอย่างนี้กันทั้งนั้นผิดตรงไหนถ้าเธอจะเรียกเขาว่าท่านประธานเหมือนคนอื่นๆก็พอดีท่านประธานหนุ่มชิงพูดขึ้นมาก่อนราวเข้าไปนั่งอยู่กลางใจของเธอ
“เรียกผมว่าณุสิครับผมชอบให้คุณเรียกอย่างนี้มากกว่า”
“แต่ว่า...”
“หรือคุณรังเกียจที่จะเรียกชื่อผมอย่างนั้นหรือครับ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะคือท่านประธานอย่าเข้าใจผิด”
“ถ้าอย่างนั้นก็เรียกผมว่าคุณณุโอเคนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ”แม้ไม่อยากเรียกแบบสนิทสนมเช่นนี้เลยแต่ก็ไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไร
“ขอบคุณครับ”
“อุ๊ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะที่ซุ่มซ่ามวิ่งมาชนคุณ”
“ไปกินข้าวกับผมสิครับแล้วผมจะยกโทษให้”
วิษณุตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง
“ไปกินข้าวที่คุณต้องเลี้ยงอุ๊ด้วยเนี่ยนะคะแล้วก็ยกโทษให้” อุมาพรตอบอีกฝ่ายกลับไปด้วยอารมณ์เดียวกันขณะเดินออกมาจากที่ทำงานพร้อมกัน
“ไหนว่าไม่รังเกียจที่จะเรียกชื่อผมไงครับทำไมยังเรียกแค่คุณ...คุณ...อยู่ล่ะครับ”
“ขอโทษค่ะ”
“ค่ะคุณณุสิครับผมอยากได้ยินคุณอุ๊เรียกผมอย่างนี้มากกว่า”คนยังไม่ถูกเรียกชื่อเอ่ยท้วงขึ้นมาอีกอยากให้ หญิงสาวเรียกชื่อเขาให้จงได้
“ค่ะ...คุณณุ”
“สำหรับคุณอุ๊แล้วผมเต็มใจมากครับอย่างที่ผมเคยบอกว่าผมอยากมีโอกาสเป็คนเลี้ยงข้าวคุณอุ๊ไปตลอดชีวิตเลยมากกว่าวันนี้ก็ยังยืนยันคำเดิมนะครับ”
คนพูดมองเ้าของร่างโปร่งระหงยิ้มๆ
อุมาพรเองก็ไม่รู้จะทำอะไรได้มากไปกว่าการยิ้มตอบกลับเขาไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนักด้วยเข้าใจในความหมายของประโยคคำพูดนั้นของผู้บริหารหนุ่มเป็อย่างดีวิษณุพยายามหาโอกาสสนิทสนมกับเธออยู่ตลอดเวลาเธอรู้ เขาไม่ผิดหรอกและเธอเองก็ไม่ผิดเช่นกันที่ไม่ได้ให้ความสนใจเขาไปในเชิงชู้สาวทุกครั้งที่ต้องทักทายพูดจากันเธอมักเว้นระยะห่างด้วยการระวังคำพูดให้เป็เพียงการตอบถามกันอย่างคนเป็เ้านายกับลูกน้องเท่านั้นเขาเองก็ดีให้เกียรติ ไม่บุ่มบ่ามทำการใดที่เป็การหักหาญน้ำใจเธออุมาพรยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งวิษณุเคยพูดประโยคนี้
‘ผมมีความรักและความหวังดีจริงใจต่อคุณ และผมยังมีเวลาให้คุณอีกตลอดชีวิตผมจะรอวันที่คุณสามารถเปิดรับให้ผมเข้าไปเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณได้นะครับคุณอุ๊”
วิษณุส่งยิ้มอบอุ่นให้ผู้หญิงที่กำลังเดินเคียงข้างกายด้วยว่าเขาพอรู้มาบ้างถึงเื่ราวความเป็มาของหญิงสาวจากปากของริรินเขาเองทั้งเข้าใจเห็นใจเธออยู่มาก เขารู้ว่าเธอนั้นต้องเ็ปมากขนาดไหนกับความรักครั้งแรกจึงไม่แปลกหากอุมาพรเลือกที่จะปิดตายหัวใจของตัวเองเธออาจยังกลัวที่จะเ็ปอีกครั้งหากเธอเผลอเปิดใจคบใครเร็วไปอุมาพรก็คงไม่ต่างอะไรกับหญิงสาวจำนวนมากที่เคยผิดหวังในเื่ของความรักพวกเธอเ่าั้จึงสร้างเกราะป้องกันให้หัวใจของตัวเองด้วยการพยายามไม่กระทำการใดๆที่เสี่ยงต่อความผิดหวังอีกเป็ครั้งที่สองหรือครั้งที่สามดังนั้นหากเขามั่นคงและจริงใจต่อหญิงสาวคนนี้มันจึงไม่มีทางเลือกอื่นที่จะดีไปกว่าการให้เวลาเธอต่อให้ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเขาก็ยินดีรอเธอเสมอ
“เื่นั้น...คือ...อุ๊...เอ่อ...”
“ไม่เอาสิครับอย่าทำหน้าลำบากใจขนาดนั้น คุณอุ๊ก็รู้ว่าผมมีเวลาให้คุณตลอดชีวิต”
“อุ๊ไม่อยากให้คุณณุเอาเวลาที่เหลือทั้งชีวิตมารอผู้หญิงที่ไม่มีค่าคู่ควรคือ...เื่ของอุ๊คุณณุก็ทราบนี่คะว่าอุ๊เองไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะสมกับคุณเลยไม่ว่าจะด้วยสถานะทางสังคมหรืออะไรๆก็แล้วแต่ อุ๊ไม่คู่ควรด้วยประการทั้งปวง”
“ถ้าอะไรๆที่คุณอุ๊ว่าไม่คู่ควรนอกเหนือไปจากฐานะทางสังคมนี่ผมไม่แคร์แล้วผมก็อยากให้คุณอุ๊รับรู้เอาไว้นะครับว่าไอ้เยื่อบางๆนั่น (เยื่อพรหมจรรย์)มันไม่ได้สำคัญกับชีวิตผมมากขนาดเอามาตัดสินว่าผู้หญิงคนนั้นเป็คนดีหรือไม่ดีหรอกนะครับหากคุณกังวลเื่นี้อยู่ผมอยากให้คุณเลิกคิดถึงมันเถอะนะครับ ถ้าคุณให้โอกาสผมจะใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมชอบคุณที่ตัวตนของคุณผมไม่ได้ชอบคุณเพราะไอ้เยื่อบางๆ นั่น”
“.....................”
................................................
นักอ่านที่รักสามารถอุดหนุนหนังสือรูปเล่มได้ที่ ข้อความแชทเฟซบุ๊ก ธเนศวร นามปากกา หรือ แชทเพจธเนศวร ไรเตอร์
อุดหนุนผลงานในรูปแบบอีบุ๊กได้ที่เว็ป MEBMARKET.COM จากนั้นพิมพ์ค้นหาด้วยชื่อนิยาย หรือชื่อนักเขียนนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
