ก๊อก...... ก๊อก...... ก๊อก......
เสียงเคาะประตูห้องทำงานของคณพศดังขึ้น เรียกให้คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ที่กำลังอยู่ในพะวงห้วงความคิดของตัวเอง กลับมาคืนมาอยู่ ณ ปัจจุบันตามเดิม ซึ่งหลังจากที่คณพศรับประทานอาหารกลางวันกับดมิสาจนอิ่มกันแล้ว เขาก็แยกตัวเองเข้ามาอยู่ในห้องทำงาน เพื่อมาคิดถึงเื่ว่าจะทำยังไงต่อไปจากนี้ดี แต่จนแล้วจนรอดก็ยังคิดไม่ออกสักที
“เข้ามา!!!!”
คณพศร้องอนุญาต ให้คนที่มาเคาะประตูห้องทำงานเข้ามาภายในห้อง นวลศรีจึงเปิดประตูห้องทำงาน เดินเข้ามาภายใน ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างดีอกดีใจ
“คุณพศคะคุณพศ คุณดลตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วค่ะ”
นวลศรีแจ้งแก่ผู้เป็เ้านาย อย่างกระตือรือร้น และดีใจที่เห็นเ้านายอีกคนตื่นจากการหลับใหลเป็เวลานาน คณพศได้ยินอย่างนั้น ก็รีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวขายาวๆ ออกจากห้องทำงาน ตรงไปยังห้องนอนของคณดลอย่างไม่รอช้า
“นายดล กว่าจะตื่นขึ้นมาได้นะ แกทำพี่ใจหายมากเลยรู้ไหม!!”
คณพศเห็นน้องชายที่กำลังมองตามสุกัญญา ที่กำลังตรวจวัดโน่นนี่นั้นอย่างสนใจ จึงรู้แน่ว่าน้องชายตื่นจากการหลับใหลแล้วจริงๆ จึงได้กล่าวแซวแบบขำๆ พร้อมกับเดินเข้ามายืนอยู่ใกล้ๆ เตียงนอน
“พี่พศ ผมนอนนานขนาดนั้นเลยเหรอครับ!!??”
คณดลถามอย่างงงๆ เพราะรู้สึกว่าการประมวลผล ทางด้านความทรงจำยังไม่ค่อยกลับเข้าที่เข้าทางสักเท่าไร ยังรู้สึกมึนๆ งงๆ เบลอๆ จำได้บ้างไม่ได้บ้าง
“ใช่นายนอนนานมาก จะเป็เดือนแล้วเนี้ย!! ดีแล้วที่นายตื่นขึ้นมา ่นี้ก็รักษาตัวให้หายดี และทำตัวเองให้แข็งแรง จะได้มาคอยช่วยแบ่งเบางานพี่บ้าง พี่ทำอยู่คนเดียวมาเหนื่อยแล้ว”
คณพศพูดไปอย่างงั้นแหละ เพราะถึงยังไงเสียเขาก็บริหารงานเป็เพียงคนเดียวได้อยู่แล้ว เพราะเขาได้วางระบบงานแต่ละบริษัทจนเข้าที่เข้าทางอย่างเป็ระบบระเบียบหมดแล้ว
“แน่นอนครับผมก็อยากหายไวๆ จะได้แบ่งเบาภาระพี่ เอ่อ!! พี่พศครับ ทำไมสามาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ??”
คณดลถามเข้าประเด็นที่ตนเองสงสัย เพราะพอคณดลลืมตาขึ้นมา ก็เห็นดมิสานั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยแล้ว จึงแปลกใจเอามากๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ถามไถ่อะไร พยาบาลก็เข้ามาตรวจอาการซะก่อน จึงได้เก็บคำถามมาถามเอากับคณพศนี่แหละ
“......”
คณพศนิ่งเงียบมองหน้าน้องชายอยู่ชั่วขณะหนึ่ง อย่างตัดสินใจว่าจะพูดตอนนี้ดีหรือไม่พูดดี
“คุณสุขอผมคุยกับนายดลเป็การส่วนตัวสักครู่นะ”
คณพศคิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็บอกคณดลไปเลยก็แล้วกัน ดังนั้นเขาจึงหันไปบอกสุกัญญา เพื่อให้พยาบาลสาวออกจากห้องนั้นไป สุกัญญาจึงเดินออกไปอย่างเงียบๆ พร้อมทั้งได้ปิดประตูให้ด้วย
“ฉันให้คนจับสามาที่นี่ เพื่อแก้แค้นที่เธอทำให้นายเป็อย่างนี้”
คณพศพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกหรืออารมณ์ใดๆ ให้คนที่อยู่ภายในห้องได้รับรู้ว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไง คณดลนั้นใไม่ใช่น้อยที่ได้ยินอย่างนั้น ส่วนดมิสาก็เม้มปากเข้าหากันแน่น และนิ่งฟังคณดลว่าจะพูดบอกแก่พี่ชายของเขายังไง
“พี่พศ สาไม่ได้เป็คนทำให้ผมเป็อย่างนี้นะครับ พี่จะทำอย่างนี้กับสาไม่ได้ สาไม่ได้ผิดอะไรเลย ผมเองต่างหากที่ผิด”
คณดลมองหน้ามองใบหน้าสวยหวานซึ้งของดมิสา ก่อนจะมาหยุดนิ่งมองหน้าคณพศ แล้วพูดถึงความจริงที่ทำให้ตนเองเป็อย่างที่เป็อยู่นี้
“ฉันรู้แล้วว่าสาไม่ผิด และฉันก็รู้เื่หมดทุกอย่างแล้ว”
คณพศยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แปลกใจ ไม่ตื่นเต้นไปกับคำพูดของคณดล ที่พูดความจริงออกมา
“พะ พี่รู้อย่างนั้นเหรอ!!....”
คณดลเบิกตากว้าง ใกับสิ่งที่คณพศบอกว่ารู้เื่หมดทุกอย่าง ซึ่งคณดลไม่รู้ว่านั้นยังหมายความรวมถึง บางสิ่งบางอย่างที่เขาได้ปิดบังซ่อนเล้น เอาไว้เป็เวลานานแล้วด้วยหรือเปล่า
“คุณรู้แล้วอย่างนั้นหรือคะ แล้วทำไมคุณไม่บอกว่าคุณรู้??”
ดมิสาก็เบิกตากว้าง ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้ามายืนใกล้ๆ กับคณพศ จ้องหน้าเขาเอาจริงเอาจัง พร้อมกับรอคำตอบจากคณพศ อยากรู้ว่าเขาจะพูดว่ายังไง
๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐