บทที่ 19
ผนึกพลังเทพ
คำตอบของจิ่วเหรินนั้นทำเอาหัวใจของซือเหยียนสั่นพลิ้วไปเล็กน้อย ไม่คิดว่านางจะเป็เทพที่พูดจาโกหกคำโตได้โดยไม่นึกละอาย ทว่าแววตาของนางนั้นนิ่งสงบ ราวกับว่านางกำลังพูดความจริงต่อหน้าทุกคนที่อยู่ในนี้
“สิ้นคิด! น่าผิดหวังเสียจริง!”
ผู้เฒ่าที่นั่งเรียงลำดับขั้นอยู่นั้นพูดขึ้นมา ซือเหยียนขบกรามแน่นอย่างคนใกล้หมดความอดทน ทว่าจิ่วเหรินนั้นกลับตอบโต้ด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
“ข้าว่าคนที่สิ้นคิดไม่ใช่ข้าหรอก เขาเป็ปีศาจก็จริง หากแต่ก็ดูแลข้าที่เป็ภรรยาอย่างดี เขานั้นไม่เคยคิดชั่วช้าทำร้ายผู้ใด”
“ฮะฮะฮ่า!”
เสียงหัวเราะครืนอย่างขบขันเมื่อฟังนางกล่าวจบ บนบัลลังก์ทองนี้ควรมีประมุขที่ใจดีและมีเมตตา หาใช่พวกใจแคบที่เอาแต่ยกยอเทพ แต่กลับคิดดูแคลนปีศาจที่ก็ไม่ได้ชั่วไปเสียทั้งหมด
“ข้านั่งอยู่นี่ยังได้กลิ่นพลังที่ชั่วช้าสกปรกจากเขา ส่วนเ้าอย่างโอหังเกินไปนัก ถ้าไม่ใช่ผนึกเทพที่อยู่ในกายเ้าแล้ว ข้าคงไม่คิดเก็บเ้าทั้งสองให้เป็ภัยต่อเผ่าของเรา!”
“ผนึกเทพ? อ๋อ..” จิ่วเหรินยกยิ้มมุมปากพลางคิดอะไรดีๆขึ้นมาได้ “คนที่ผนึกพลังเทพให้แก่ข้า เขานั้นทั้งรักและเอ็นดูสามีของข้ายิ่งนัก”
“ไม่จริง! เป็ไปไม่ได้!”
“เช่นนั้นเขาจะช่วยผนึกพลังเทพให้ข้าไปทำไมกันเล่า! ข้าบอกว่าอยากเป็แค่เซียนธรรมดา มีชีวิตอบอุ่นเรียบง่ายกับสามี เขาก็รีบช่วยข้าให้สมปรารถนาทันที”
จิ่วเหรินโกหกคำโตหมายจะสั่งสอนคนพวกนี้ แน่นอนว่าผู้เฒ่าทั้งหลายนั้นเริ่มสั่นคลอน เอนเอียงเชื่อในคำพูดของนาง ส่วนคนที่อยู่สูงสุดนั้นกลับถลึงตาให้นาง ที่กล้าอวดอ้างตนโดยไม่สนว่าสิ่งที่กระทำอยู่นั้นสมควรหรือไม่
“ท่านวิหคเทพน่ะหรือ? เ้าบอกว่าท่านวิหคเทพที่คุ้มครองเผ่าของเรา ญาติดีกับสามีของจเ้าที่เป็ปีศาจ บอกคความจริงข้ามาอย่าได้คิดโกหก!”
“ว..วิหคเทพหรือ?”
“ผนึกที่ปิดพลังเทพของเ้าไว้นั้น มาจากพลังจิตของท่านวิหคเทพ” บุรุษวิหคตอบกลับเสียงเบา
ซือเหยียนคิดว่าจิ่วเหรินนั้นมีความลับซุกซ่อนเอาไว้มากมาย สตรีผู้นี้นั้นเป็ใครมาจากไหนกันแน่ อีกทั้งนางยังซ่อนตัวตนจากการเป็เทพ และเขาคิดว่าที่จิ่วเหรินมายังดินแดนนี้ได้ ก็คงเป็เพราะผนึกพลังที่อยู่ในตัวนางนำทางมา
“วิหคเทพเป็สหายของท่านปู่ข้าเอง”
“ปู่? ปู่ของเ้าอย่างนั้นเรอะ!?”
“เสิ่นซ่างฉือ”
เพียงจิ่วเหรินเอ่ยนามนี้ออกมา ชายที่อยู่สูงสุดของบัลลังก์ก็ผุดลุกยืนในทันที เขาเดินลงมาอย่างเร่งรีบก่อนจะคว้าใบหน้าที่ละหม้ายคล้ายกับบางคนให้เงยขึ้น
“เ้าบอกว่าเ้าเป็หลานของเสิ่นซ่างฉือ”
จิ่วเหรินพยักหน้าของตนเอง ส่วนซือเหยียนที่คุกเข่าอยู่นั้นกลับคิดว่าเขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
“ท่านอย่าเชื่อวาจานาง อาจเป็กลลวงก็ได้”
“พลังของท่านวิหคเทพอยู่ในกายของนาง! นี่ก็ชี้ชัดแล้วว่านางไม่โป้ปด เื่ที่นางมายังดินแดนของเราก็อาจเป็ความประสงค์ของท่านเทพวิหค”
“แต่สามีของนาง..”
ผู้เฒ่าคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงเบา พวกเขามีพลังลมปราณที่บริสุทธิ์ ทว่าตอนนี้ทั้งโถงนั้นกลับเต็มไปด้วยพลังปีศาจที่แผ่ออกมาจากกายของเขา พลังนั้นสามารถถล่มทุกสิ่งให้พินาศได้ในคราวเดียว
จิ่วเหรินเห็นสายตาทุกคนที่มองมายังซือเหยียน สายตานั้นทำให้นางรู้สึกเ็ปเกินทน หากไม่ใช่เพราะสิ่งที่นางทำลงไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซือเหยียนก็คงไม่ต้องเป็เช่นนี้
“พาข้ากับเขาออกไปจากที่นี่”
“ไม่ได้!”
“หมายความอย่างไร?” ซือเหยียนขมวดคิ้วเมื่อประมุขเผ่าฝูถูนั้นปฏิเสธทันควัน
“เ้าทั้งสองต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงเวลา มิเช่นนั้นประตูจะไม่เปิด”
“เวลาหรือ? เวลาอะไรกัน”
ประมุขเผ่าฝูถูจึงเล่าเื่ที่ควรรู้ให้จิ่วเหรินได้ฟัง
“ในทุกหนึ่งร้อยปีประตูของดินแดนจะเปิดเพียงหนึ่งครั้ง และหากจะออกไปที่นี่ได้ก็ต้องรอเท่านั้น”
“ระ..ร้อยปี! ข้ารอขนาดนั้นไม่ไหวหรอก สหายของข้า อาจารย์ข้า ทุกคนล้วนแต่รอคอยข้าอยู่”
“ใจเย็นก่อนเถิด ร้อยปีของที่นี่เทียบเท่าสามเดือนของข้างนอกเท่านั้น”
“สามเดือนก็นานเกินไป”
คราวนี้ซือเหยียนโพล่งขึ้นมาบ้างอย่างเหลืออด เขาต้องอดทนมากมายกับสายตาที่มองมา อีกทั้งชีวิตเขานั้นมีภาระที่ต้องกลับไปดูแล ป่านนี้ชิงมู่และเผ่าปีศาจคงวุ่นวายที่เขาหายตัวมา
“หึหึ! แล้วอย่างไรเล่า! ข้ามิใช่ผู้เปิดประตูได้สักหน่อย”
“เอ่อ.. เช่นนั้นก็ย่อมได้ สามเดือนข้าจะไปจากที่นี่ในทันที”
“เ้า!”
จิ่วเหรินรีบคล้องแขนประมุขเผ่าปีศาจ พลางลูบอกของเขาให้สงบอารมณ์ และส่งสายตาเป็คำพูดว่าไม่มีทางเลือกแล้วขอให้อดทน ซือเหยียนจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“ในฐานะที่เ้าเป็หลานของเสิ่นซ่างฉือ ข้าจะจัดให้เ้าพักอยู่ปีกซ้ายของวิหาร”
“ไม่เป็อะไรเลย ข้าอยู่ข้างนอกก็ได้”
“ไม่ได้! มันดูิ่เกียรติของท่านวิหคเทพ เ้าควรอยู่ด้านในเพื่อความปลอดภัยของสามีเ้า”
เพียงเท่านั้นจิ่วเหรินก็ต้องสงบปากสงบคำ นึกในใจว่าเพื่อความปลอดภัยของคนที่นี่เสียมากกว่า อีกอย่างนางก็ไม่รู้ว่าจะควบคุมซือเหยียนไว้ได้อีกนานเท่าไร
ห้องพักของทั้งสองไม่ใหญ่มากนัก ขนาดกำลังพพอดีสำหรับคู่สามีภรรยา เมื่อเห็นว่าต้องนอนเตียงเดียวกัน ห้องเดียวกัน ใบหน้านางก็เห่อร้อนขึ้นมาจนทำตัวไม่ถูก
“เอาล่ะ พักผ่อนตามสบาย หากมีสิ่งใด้าก็บอกพวกบ่างด้านนอกได้”
ประมุขเผ่าฝูถูกล่าวจบก็เดินจากไป ซือเหยียนจึงสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของจิ่วเหริน พลางสอดสายตามองรอบห้องและส่งเสียงอยู่ในลำคอ
“พอใจเ้าหรือยัง? ข้าคงอดทนรอสามเดือนไม่ไหว ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องไป”
“ซือเหยียน..”
“อย่าหวังว่าครั้งนี้ข้าจะฟังเ้า เห็นหรือยังว่ามันวุ่นวายขนาดไหน?” เขาเอ่ยกับนางเสียงเรียบ แววตาเ็าเฉยเมยนั้นบ่งบอกว่ารำคาญทุกสิ่งอย่าง
“แต่หากท่านไม่พบผู้รู้ เราก็อาจต้องวนอยู่ในป่าตลอดไป สามเดือนกว่าประตูจะเปิด”
“เ้าเชื่อพวกเขารึ?”
“...”
“ข้าไม่อาจเชื่อใจผู้ใดได้จิ่วเหริน ข้าเป็ปีศาจที่อยู่คนละเส้นทางกับเ้า”
“กับข้าก็ไม่เชื่อหรือ?”
“สุดท้ายเราสองลงเอยเช่นไร เ้ามองอนาคตไม่ออกเลยอย่างนั้นหรือจิ่วเหริน” ซือเหยียนตอบกลับได้อย่างน่าเ็ป ก็จริงอย่างที่เขาว่าทุกอย่าง มันก็เป็เพราะนางที่ทำให้ลงเอยแบบนี้ ซือเหยียนต้องพลัดพรากไปคนละเส้นทาง เหลือเพียงนางที่พยายามแก้ไขให้กลับคืนดังเดิม
ประมุขเผ่าฝูถูกลับมายังห้องโถงที่มีเสียงจอแจพูดคุย ทุกสายตาจับจ้องมายังเขาและค่อยเงียบเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจ เมื่อเขาก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ทองสูงสุดนั้น ก็เคาะไม้เท้าคู่กายจนดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
“ท่านยอมให้ปีศาจนั้นอยู่ในวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา”
“...”
“แม้นางจะละหม้ายคล้ายท่านจิ่วหรูเฟิ่งอยู่บ้าง แต่นั่นก็อาจเป็เพียงความบังเอิญ”
ผู้เฒ่าต่างก็แย้งในสิ่งที่ตนครุ่นคิด ในขณะที่ประมุขเผ่าฝูถูนั้นทีสีหน้าเคร่งเครียดหวั่นวิตก ชะตาของเผ่าโบราณนั้นขึ้นอยู่กับวิหคสีชาด หากจิ่วเหรินคือทายาทของจิ่วหรูเฟิ่งจริง แบบนั้นมันก็พอมีทางออกสำหรับเื่ที่ชวนกังวล
“ข้าไม่คิดว่านางคือวิหคสีชาด พลังของนางก็เป็เพียงเทพทั่วไป”
บุรุษวิหคเอ่ยตามััของตน
“ในคราที่จันทราเต็มดวงอีกครั้ง เวหาเปิด นพเคราะห์ทั้งเก้าเรียงตัวกัน จะต้องเกิดพิธีวิวาห์ขึ้น”
“จริงด้วย!”
นานมากแล้วที่พันธะสัญญาระหว่างเผ่าฝูถูและ์เก้าชั้นฟ้าได้ถูกกำหนดไว้ วิหคสีชาดต้องแต่งงานกับเซิ่นหลางจวิ้นประมุขแดน์ แน่นอนว่าพันธะนั้นถูกเลื่อนแล้วเลื่อนอีก เมื่อวิหคสีชาดออกจากเผ่าฝูถูไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย
“แน่ใจหรือท่านประมุข นางแต่งงานแล้ว เืของนางถูกเจือปนด้วยความสกปรกของปีศาจ”
“แต่ข้าว่านางกับปีศาจผู้นั้นแปลกนัก” บุรุษวิหคเอ่ยขึ้นบ้าง
“อย่างไร?”
“ดูเหมือนว่านางจะรักปีศาจมากมาย ทว่าข้าน่ะเห็นแววตาของเขา เยือกเย็น ไม่มีแม้ความรู้สึก”
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด