เมื่อกี่เ้าเรียก ข้า ผู้นี้ว่ายังไงนะ ............
เห้ยๆๆๆๆ หมาพูดได้ยังไงวะ ฮาๆๆ ฮาๆๆ......!
มีอะไรหน้าขำกัน เ้าผีหน้ากาก.. เมื่อมาม่อน
ถูกเรียกว่าเ้าผีหน้ากาก เขาจึงโมโหและ เรียกเคียววิณญาณดำ ออกมา ภาพที่หน้าหวาดกลัวก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของ มนุษย์หมาป่าทมิฬ ภาพชายคนหนึ่งสวมหน้ากากขาว ปิดบังใบหน้า กับเคียวที่มีออร่าสีดำๆเหมือนมีหมอกดำจางๆปกคลุมอยู่ ทำให้มนุษย์หมาป่าทมิฬ มองแล้วขนมันก็ลุกขึ้นมา
อาวุธชิ้นนั้นไม่ควรมีอยู่ ในโลกใบนี้..เ้าเป็ใครกัน......!
เ้า คิดว่าข้าเป็ใครละ...! ถ้าเ้าตอบถูก ข้าจะปล่อยเ้าไปแต่ถ้าตอบผิด
เ้าต้องมาเป็สัตว์เลี้ยงของข้า ตกลงไหม........เ้าหมาตูบ.........!
จากนั้น มนุษย์หมาป่าทมิฬ ก็ไม่ได้ตอบแต่เลือกที่จะ พุ่งเข้าใส่มาม่อนทันทีจากนั้นทั้งสองก็เริ่มต่อสู้กัน อย่างรุนแรง
ด้านคนทั้งหกที่แอบดูอยู่ ต่างก็โดนลูกหลงไปตามๆกัน ........2ชายชราคุยกัน
ทำไมถึงได้มีคนที่แข็งแกร่งขนาดทำให้ สัตว์เวทย์ในตำนาน หยุดลงได้ พวกเ้าไม่คิดว่ามันแปลกๆบ้างหรืออย่างไร.......?
เมื่อคนอีกสี่คนได้ยินดังนั้นจึงพร้อมใจกันตอบ ....แปลกสิ....
ั้แ่แรกที่พวกเราวิ่งหนีกันอยู่ เ้าหน้ากากนั้นก็เข้ามาถาม้าให้เขาช่วยไหม แล้วยังออร่าสีดำนั้นอีก นี้แค่ออร่ายังบดบังดวงตะวันบนท้องฟ้าได้ขนาดนี้
พลังของเขาคงไม่สามารถจัดระดับความแข็งแกร่งได้หลอกมั้ง
เขาเป็ใครกัน ทำไมถึงได้หน้ากลัวถึงเพียงนี้ถ้าพวกเราไม่มาเจอเขา ป่านนี้คงได้ ตายกันหมดแล้วมั้ง หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น......
กลับมาที่การต่อสู้ ของทั้งคู่ #$%^&*
มนุษย์หมาป่าทมิฬได้เป็ฝ่ายบุกโจมตีอยู่ข้างเดียว แต่ที่หน้าแปลกใจคือ มันโจมตีเท่าไรก็ไม่สามารถโจมตีโดน ชายสวมหน้าเลยสักครั้งเดียว มันจึงใช้ความสามารถทั้งหมดที่มี เข้าจู่โจม มาม่อน มันหวังว่าจะฆ่ามาม่อนให้ได้โดยเร็วเพราะมาม่อนดูถูกมัน เป็แค่หมาตูบหลังจากต่อสู้กันอย่างดุเดือด มนุษย์หมาป่าทมิฬ ก็เริ่มที่จะอ่อนเเรงลง ทำให้มาม่อนพูดขึ้นว่า...เห้ยๆยอมมาเป็สัตว์อัญเชิญมันก็ไม่หน้าอายหลอกมั้ง เ้าหมาตูบ.....!ในเมื่อได้ยินสิ่งที่มาม่อน พูด เ้ามนุษย์หมาป่าทมิฬก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟพร้อมกับ เตรียมตัวพุ่งเข้าใส่มาม่อนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มาม่อนไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเพียงแค่ยกมือขึ้นเหนือเคียววิณญาณ และเคียวก็ได้ขยับเข้าโจมตี มนุษย์หมาป่าทมิฬ เองทำให้กลุ่มคนที่แอบดูเกิดความใจนมึน งง ถึงสิ่งที่ชายสวมหน้ากาก แสดงออกมา เพราะมันคือ เวทย์ที่ท่านมหาจอมเวทย์ใช้นั้นเอง ซึ่งมันมีเขียนบันทึกเอาไว้ในตำรา ที่เมืองแห่งสายน้ำนั้นเอง ในบันทึก เขียนว่า พูดใดที่เรียนเวทย์จิตนึกคิดสำเร็จ จะสามารถควบคุม อาวุธที่มีจิตวิณญาณได้แค่คิดออกมาเท่านั้น แต่นี้ผ่านมา4000ปียังไม่มีใครคนใดสามารถฝึกสำเร็จ แต่ภาพชายสวมหน้ากาก ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานี้ กลับใช้เวทย์นั้นเหมือนเป็เวทย์ของตัวเอง หรือ เขาคือท่านมหาจอมเวทย์ผู้นั้น ......... เป็ไปไม่ได้หลอกมั้ง 4000ปีแล้วนะที่ท่านได้จากโลกนี้ไปน่ะ .......
แล้วพวกเ้าคิดว่าชายผู้นี้คือใครกันละ...???
พวกคนทั้งหกได้แต่ มึน งง กับเื่ราวมากมายที่เกิดขึ้น พวกเขาต่างพูดและคิดกันไปต่างๆนาๆ จนการต่อสู้ผ่านไปสักพัก พวกเขาก็กลับมาให้ความสนใจการต่อสู้เบื้องหน้าต่อ.....
เ้ามนุษย์หมาป่าทมิฬ เอ่ย เ้าจะมาเป็ สัตว์อัญเชิญของข้า ผู้เป็าาในโลกเบื้องล่างได้หรือไม่ มาม่อนเบื่อที่จะสู้ต่อ เข้าจึงส่งจิตไปบอกมนุษย์หมาป่าทมิฬ
และการต่อสู้อันดุเดือดก็ หยุดฉะงัก ...........!
เมืุ่์หมาป่าทมิฬ ได้ยินเสียงที่อยู่ในหัวมันจึงทำอะไรไม่ถูก าาโลกเบื้องล่าง ท่าน...คือ ยมทูต ...หรือ...........! ใช่ หรือว่าข้ายังไม่เหมาะสมที่จะสามารถให้เ้ามาอยู่ใต้อำนาจของข้าได้ ........ฮาๆๆ ฮาๆๆ..... จากนั้นเสียงหัวเราะที่หน้าขนลุกก็ดังขึ้นมา สัตว์ในบริเวณนั้น เกิดความกลัวเ้าของเสียงหัวเราะ พวกมันต่างหนีหายไปหมดไม่เหลือสัตว์อะไรเลย ในป่าบริเวณนั้น กลุ่มพวกคนทั้งหกตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกสัตว์ แต่พวกเขาก้าวขาออกไปไม่ได้ เพราะจู่ๆๆๆก็มี...
หมอกสีดำได้ปกคลุมป่าบริเวณนี้ทั้งหมด จึงไม่สามารถมองเห็น ทางที่จะหนีไปได้เลย.......!
ทำไม ท่านไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้ละ มนุษย์หมาป่าทมิฬ คุกเขาลงทันที เพราะสิ่งที่มันทำ มันสามารถ ตายแล้วตายอีกเป็สิบๆรอบยังได้เลย ถ้าท่านเอาจริง
ข้าพร้อมทำสัญญาครับท่านย ...... ม ทูต ..เรียกข้าว่ามาม่อน ก็ได้เพราะถ้าเ้ายอมเป็สัตว์อัญเชิญของข้า พวกเราก็เหมือนเพื่อนกันแลัว ได้ กรร! กรร! กรร! ................
เหมือนตกลงกันได้แล้ว มนุษย์หมาป่าทมิฬก็ยอมทำสัญญา เพื่อเป็สัตว์เวทย์อัญเชิญของมาม่อนได้ในที่สุด เขาก็ทำให้ สัตว์เวทย์ในตำนานได้ มาเป็ของเขาจนได้ มาม่อนจึงให้ มนุษย์หมาป่าทมิฬ เข้าไปอยู่ในมิติ และขณะนั้นเองพวก กลุ่มคนเห็น สัตว์เวทย์ในตำนานหายไปแล้ว พวกเขาจึงรีบออกมาหามาม่อน เพื่อจะได้สอบถามเื่ความเป็มาของเขา ทำไมถึงได้เก่งกาจขนาดนี้ ถึงจะไม่รู้ว่าสัตว์เวทย์ในตำนานหายไปไหนก็เถอะ .....
อ่าวพวกเ้ายังอยู่ดีกันอีกหรือ ข้านึกว่าพวกเ้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ฮาๆๆๆ หยุดพูดเลยตอนเ้าสู้กับไอปีศาจในนิทานนั้นรู้ไหม ข้าเกือบตายแล้ว ดีนะที่ผู้อวุโสช่วยไว้ทันไม่งั้น ข้าคงเป็ผีเฝ้าป่าที่นี้ไปละ ผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวขึ้นพร้อมกับ ทำหน้าทำตาโมโหมาม่อนเอาเป็ว่าข้า ขอโทษแหละกันที่ไม่ได้ระวังจนเกือบจะไปฆ่าเ้า .........เ้าคือ.....! เ้าหญิง
เมื่อมาม่อนสั่งเกตุเห็นตราประจำราชวงค์ เขาก็เกิดจำได้ว่าตรานั้นมาจากเมืองที่เขาเคยอยู่ตอนยังเป็ มนุษย์ เมืองแสงอาทิตย์ นั้นเอง
มาม่อนคิดที่จะกลับไปเยี่ยมเมืองที่เขาเคยอาศัยอยู่สักหน่อย เลย ถามพวกคนทั้งหกว่า
พวกเ้าจะไปที่ใดกันงั้นหลอ พอดีข้าจะไปเมืองขององค์หญิงปายฟ้า พอดีนะ ........!
อ่าวท่าน ทางเดียวกันเลย ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
แต่เ้าหญิงปายฟ้า ก็ยัง งง กับการกระทำขอฝเขาที่เหมือนจะรู้ว่าตัวนางเป็เ้าหญิงแต่กลับนิ่งเฉยเสียอย่างนั้น เป็คนอื่นๆคง
ใจลอยออกไปไกลแสนไกลแล้ว พอนึกขึ้นได้ว่าตัวนางเองพิ่งวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาหยกๆสภาพนางถึงไม่ได้ ดึงดูดชายใดเลย นางก็อายจนหน้าแดงเเล้วรีบ เดินไปอยู่ข้างหลังผู้อวุโสคนหนึ่ง .................!
จบตอนที่ 7 ขอบคุณที่ติดตามนะคับทุกท่าน
พรุ่งนี้ถ้างานไม่เร่ง จะจัดตอนใหม่ให้เร็วๆคับ