บทที่ 16 พูดแทนเธอ
หลีเกอนึกถึงคำพูดที่หลัวหลานตำหนิเธอเื่ที่ไม่มีลูกมาตลอด ซ้ำฟู่
อวิ๋นจือยังมานอกใจเธออีก เธอจึงตัดสินใจทำใบตรวจครรภ์ปลอมเพื่อที่จะหักหน้าฟู่อวิ๋นจือในวันนี้
ใครจะรู้ว่าฟู่ซางจะเชิญฟู่ซือเหยียน แล้วเขาก็มาจริง ๆ ด้วย!
เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน ในห้องน้ำหลังจากการประชุมจบแล้ว เธอยังยืนยันกับฟู่ซือเหยียนว่าไม่ได้ท้อง แต่ตอนนี้กลับมีใบตรวจครรภ์โผล่มา เขาคิดว่าเธออาจจะกำลังยั่วเขาอยู่ก็ได้
ซวยจริง ๆ!
หลัวหลานยิ้มและพยักหน้า “ใช่แล้ว ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าเธอท้องเหมือนกัน ข่าวดีสองเด้งเลยนะ! คนที่นั่งข้าง ๆ คุณนี่แหละลูกสะใภ้ของฉัน ชื่อหลีเกอ”
เมื่อเห็นหลีเกอก้มหน้าเหมือนนกกระทา*[1] หลัวหลานจึงหยิกและกระซิบด่าเธอ “เธอตาบอดเหรอ? ไม่รู้จักมารยาทเลยหรือไง? นี่คือคุณอาของอวิ๋นจือนะ ยังไม่รีบทักทายอีก!”
หลีเกอรู้สึกเจ็บที่โดนแม่สามีหยิก จึงจำใจเงยหน้าขึ้น
เมื่อเธอได้สบตากับสายตาที่เ็าของฟู่ซือเหยียน หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นทันที แต่ก็ยังคงทักทายอย่างใจเย็น “ได้ยินชื่อเสียงของคุณอามานาน วันนี้ได้พบกันเป็ครั้งแรกรู้สึกเป็เกียรติมากค่ะ”
ฟู่ซือเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แต่ผมกลับรู้สึกคุ้นเคยเหมือนรู้จักกับหลานสะใภ้มาก่อนเลยนะ”
“ไม่แปลกที่คุณอาจะรู้สึกแบบนั้น เพราะฉันเองก็ทำงานอยู่ที่บริษัทฟู่เหมือนกันค่ะ” หลีเกอมีไหวพริบดีมากแล้วหันไปยิ้มให้ฟู่ซือเหยียน เล็กน้อย “ฉันเห็นคุณอาครั้งแรกก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนกัน”
หลีเกอกลัวว่าฟู่ซือเหยียนจะทำให้แผนที่เธอวางไว้พัง จึงคิดอยากจะขอเปลี่ยนที่นั่งกับฟู่อวิ๋นจือ แต่เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากฟู่ซือเหยียนก็พูดขึ้นมาก่อน
“ไม่ต้องเกร็งกันขนาดนั้น เราทุกคนเป็ครอบครัวเดียวกัน กินข้าวกันเถอะ”
หญิงสาวจึงล้มเลิกความคิดที่จะเปลี่ยนที่นั่งไป
ทุกคนในตระกูลฟู่ต่างรู้ดีว่าฟู่ซือเหยียนไม่ชอบให้ใครมารบกวนตอนกินข้าว จึงไม่ได้พยายามทำความรู้จักกันในตอนนี้
โต๊ะอื่น ๆ ส่งเสียงดังจอแจ มีเพียงโต๊ะของพวกเขาที่เงียบมาก
"หลีเกอ หาที่คุยกันหน่อยนะ" จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของฟู่ซือเหยียนดังขึ้นข้าง ๆ หู พร้อมกับลมหายใจอุ่น ๆ ที่พัดผ่านแก้มของเธอ
จากนั้นโปรเจคเตอร์ที่เดิมทีกำลังฉายรูปเด็กทารกอายุครบเดือนก็กะพริบไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะมีเสียงที่ฟังแล้วทำให้หน้าแดงหัวใจเต้นแรงดังออกมาจากลำโพงที่ติดอยู่ตามผนังรอบห้องจัดเลี้ยง
ทุกคนพากันหันไปมองที่จอ มันเป็ฉากสำหรับผู้ใหญ่ แม้ว่าในวิดีโอจะเซนเซอร์ทั้งผู้ชายผู้หญิงและส่วนสำคัญไว้แล้ว แต่ก็ยังถือว่าหวือหวามาก
บรรยากาศงานเลี้ยงก็วุ่นวายขึ้นมาทันที ทุกคนต่างพากันชี้ไปที่ชายหญิงในจอ
สีหน้าของฟู่อวิ๋นจือซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด หลัวหลานก็วางลงเสียงดังปัง!
“นี่มันอะไรกัน! ทำไมถึงมีอะไรแบบนี้บนโปรเจคเตอร์ได้!”
“ยังไม่รีบปิดอีก ไม่สงสารเด็กเลยหรือไง!”
ฟู่ซือเหยียนหันไปดูวิดีโอสักพักก็หันมามองหลีเกอที่กำลังทำหน้าเก้อเขินอยู่ ริมฝีปากบางของเขาก็ยกยิ้มขึ้นมา
ที่เขามางานเลี้ยงน่าเบื่อนี่ก็เพราะมีเื่จะคุยกับหลีเกอ เพราะไม่อยากเสียเวลาจึงทักเธอไปแบบนั้น ไม่คิดว่าจะทำให้เธอใเสียได้
สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้เตรียมมาช่างเกินความคาดหมายของเขาจริง ๆ
โหดร้ายชะมัด
เจียวม่านหนิงใจนตะเกียบหล่นลงบนโต๊ะ สีหน้าไม่ค่อยดีนัก เธอจำได้แม่นว่าผู้หญิงในวิดีโอคือตัวเธอเอง จึงเตะเท้าฟู่อวิ๋นจือที่ใต้โต๊ะอย่างแรง
ฟู่อวิ๋นจือได้สติก็จ้องหลีเกอตาเขม็ง เหมือนอยากจะฆ่าผู้หญิงคนนี้ให้ตายไปซะ!
“หลานชาย สีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ” ฟู่ซือเหยียนชำเลืองมองไปที่ฟู่อวิ๋นจือแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ “หรือว่าผู้ชายในวิดีโอจะเป็นาย?”
“เอ๊ะ…เอ่อ… ไม่ใช่ครับ เป็ไปไม่ได้แน่นอน” ฟู่อวิ๋นจือฝืนยิ้มพลางเช็ดเหงื่อไปด้วย “ผมแค่รู้สึกว่าคนที่โพสต์วิดีโอนี้ใจร้ายมาก วันนี้เป็งานฉลองครบรอบหนึ่งเดือนของเด็กหลานเราแท้ ๆ”
หลีเกอหัวเราะเยาะอยู่ในใจ
‘ยังมีคนใจร้ายมากกว่าคุณอีกเหรอ ? วางแผนกับชู้รักเพื่อหาคนมาข่มขืนภรรยาตัวเอง เพื่อจะได้หย่าโดยไม่ต้องแบ่งทรัพย์สินด้วย!’
“แต่ฉันรู้สึกคุ้น ๆ หน้าคนในวีดิโอมากเลยนะ แต่ก็ดีแล้วล่ะที่ไม่ใช่นายน่ะ” ฟู่ซือเหยียนพูดพลางใช้ตะเกียบคีบอาหารไปด้วย “เพราะผู้หญิงคนนี้ดูไม่เหมือนภรรยาของนายเลย ถ้าเป็นายจริง ๆ ก็คงจะแย่มาก เพราะนี่เท่ากับว่านายกำลังนอกใจภรรยาตัวเอง”
ฟู่อวิ๋นจือหัวเราะแห้ง ๆ ไม่กล้าพูดอะไร
ไม่นานก็มีคนปิดโปรเจคเตอร์ ทุกคนก็กิน ๆ ดื่ม ๆ กันต่อ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลีเกอแอบชำเลืองมองไปที่ฟู่ซือเหยียน
เธอไม่คิดเลยว่าฟู่ซือเหยียนจะพูดแทนเธอ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?
[1] ก้มหน้าเหมือนนกกระทา หมายถึงคนที่มีลักษณะคล้ายกับนกกระทา ซึ่งมักจะก้มหน้าและดูขี้ขลาดหรือหวาดกลัว