เช้าวันต่อมา ซูซินยังคงทำหน้าที่สอนดนตรีให้หลี่เหมยในสวนดอกไม้เช่นเคย แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอาบร่างของนางให้ดูเปล่งปลั่งสดใสเป็พิเศษ ใบหน้าของนางมีเืฝาด ดวงตาเป็ประกายระยิบระยับ ซึ่งเป็ผลพวงมาจากค่ำคืนอันเร่าร้อนและบทรักริมพุ่มไม้เมื่อวานนี้
ขณะที่ซูซินกำลังสาธิตการวางนิ้วบนเครื่องดนตรีให้หลี่เหมยดูอยู่นั้น เสียงหวานใสของฮูหยินหลี่ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "โอ้... ซูซิน ดูเ้ามีความสุขและสดใสขึ้นมากเลยนะ่นี้"
ซูซินหันไปมองฮูหยินหลี่ที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น นางรีบลุกขึ้นถวายความเคารพ "คารวะฮูหยินเ้าค่ะ"
ฮูหยินหลี่ยิ้มกว้าง พลางกวาดสายตามองซูซินั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า "ไม่ต้องมากพิธีหรอกซูซิน ข้าแค่แวะมาดูการสอนของเ้าเท่านั้นเอง" นางเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น มองดูการเรียนการสอนด้วยความสนใจ "เหมยเอ๋อร์เรียนดนตรีได้ดีขึ้นมากเลยนะ เ้าสอนเก่งจริงๆ"
"ขอบพระคุณเ้าค่ะ" ซูซินตอบด้วยความเขินอาย "คุณหนูเป็เด็กที่ฉลาดและตั้งใจเรียนมาก ข้าแค่ช่วยให้นางเล่นได้ดีขึ้นเท่านั้นเอง"
ฮูหยินหลี่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย แล้วจึงเดินไปนั่งลงข้างๆ หลี่เหมยด้วยความเอ็นดู "ลูกสาวของแม่เก่งมากเลยนะ วันนี้เล่นได้ไพเราะขึ้นกว่าเมื่อวานอีก" นางลูบหัวนางอย่างรัก ก่อนจะหันมาสนทนากับซูซินต่อ "ซูซิน ข้าอยากถามเื่การเรียนของลูกหน่อย เหมยเอ๋อร์มีความก้าวหน้าในการเรียนดนตรีอย่างไรบ้าง?"
"คุณหนูมีความก้าวหน้าดีมากเพคะ" ซูซินตอบด้วยความจริงใจ "นางเรียนรู้ได้เร็ว และมีความอดทนในการฝึกฝน ข้าเชื่อว่าไม่ช้าคุณหนูจะเล่นได้คล่องแคล่วมากขึ้น"
ฮูหยินหลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ "ดีมาก แล้วเื่ที่พักของเ้าล่ะ ห้องที่เราจัดให้สามารถนอนหลับได้สบายหรือไม่? เตียงนอนนุ่มพอหรือเปล่า? หมอนหนุนสบายไหม?"
ซูซินรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงห้องนอนของนาง ที่ตอนนี้กลายเป็สังเวียนรักของนางกับใต้เท้าหลี่ไปแล้ว นางคิดในใจว่าควรจะเพิ่มเทียนหอมอีกสักหลายเล่ม หรือจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็ผ้าไหมที่นุ่มนวลกว่านี้ เพื่อให้บรรยากาศเร่าร้อนมากขึ้น "ห้องพักสบายดีเพคะ ฮูหยินเ้า ข้านอนหลับได้สนิทมาก" นางตอบด้วยเสียงที่พยายามจะให้ฟังดูเป็ปกติ แต่ในใจกลับคิดถึงคืนที่ผ่านมาที่นางไม่ได้นอนหลับเลย แต่ใช้เวลาทั้งคืนกับการบำเรอรักกับใต้เท้าหลี่
"แล้วเื่การปรับตัวเข้ากับชีวิตในตระกูลหลี่ล่ะ?" ฮูหยินหลี่ถามต่อด้วยความห่วงใย "เ้าคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่นี่แล้วหรือยัง? มีอะไรที่ไม่สะดวกหรือ้าความช่วยเหลือไหม?"
"ข้าปรับตัวได้ดีเพคะ" ซูซินตอบพลางคิดในใจว่านางปรับตัวได้ดีเกินไปด้วยซ้ำ โดยเฉพาะการปรับตัวเข้ากับใต้เท้าหลี่ "ทุกคนในจวนใจดีมาก ข้ารู้สึกเหมือนได้บ้านใหม่เลยเพคะ"
"ดีแล้ว" ฮูหยินหลี่ยิ้มอย่างอบอุ่น "แล้วเื่อาหารการกินล่ะ มีอาหารอะไรที่เ้าชอบพิเศษที่ต้องให้ครัวเตรียมให้หรือไม่? หรือมีอะไรที่เ้าทานไม่ได้บ้าง?"
ซูซินรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดในใจอย่างเขินอายว่า ตอนนี้นางดื่มกินน้ำรักของใต้เท้าหลี่บ่อยมาก จนลืมรสอาหารอื่นไปแล้ว รสชาติของน้ำรักใต้เท้าที่เค็มนิดๆ หวานนิดๆ และเข้มข้นที่ทำให้นางติดใจไปแล้ว "ข้า... ข้าทานได้ทุกอย่างเพคะ ไม่มีอะไรที่ทานไม่ได้" นางตอบด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "อาหารที่ครัวทำอร่อยมากเพคะ"
ฮูหยินหลี่สังเกตเห็นความเขินอายของซูซิน จึงเปลี่ยนเื่ไปชมเื่อื่น "อ้อ แล้วชุดที่เ้าใส่วันนี้สวยมากเลยนะ สีและลวดลายเข้ากับผิวพรรณของเ้าได้ดีมาก ดูสดใสและมีชีวิตชีวา"
ซูซินมองลงไปที่ชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนที่นางเลือกใส่ในวันนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วนางเลือกใส่เพื่อให้ใต้เท้าหลี่ได้เห็นและชมนาง นางหวังว่าเขาจะชอบสีนี้ที่ทำให้ผิวของนางดูขาวใสขึ้น "ขอบพระคุณเพคะ ฮูหยินเ้า ข้า... ข้าแค่อยากแต่งตัวให้เหมาะสมกับการสอนเท่านั้นเอง" นางตอบด้วยความเขินอาย แต่ในใจกลับคิดว่าหวังว่าใต้เท้าหลี่จะชอบและอยากจะปลดเสื้อผ้าชุดนี้ออกจากร่างกายของนางในคืนนี้
"เ้าเลือกได้ดีมาก" ฮูหยินหลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู "สีฟ้าอ่อนนี้ทำให้เ้าดูอ่อนเยาว์และสดใส แล้วลวดลายดอกไม้เล็กๆ ก็น่ารักดี เหมาะกับการสอนดนตรีในสวนแบบนี้"
นางหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า "ดูท่าคนรักของเ้าคงจะดูแลเ้าเป็อย่างดีสินะ ถึงได้ทำให้เ้าดูมีชีวิตชีวาขึ้นได้ถึงเพียงนี้"
คำพูดของฮูหยินหลี่ทำให้ใบหน้าของซูซินแดงก่ำขึ้นมาทันที นางก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ภาพของใต้เท้าหลี่และบทรักเร่าร้อนที่ผ่านมาผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกผิดเล็กน้อยแล่นเข้ามาในใจเมื่อนางคิดถึงความเมตตาของฮูหยินหลี่ที่มีต่อนางมาโดยตลอด
ในจังหวะนั้นเอง ใต้เท้าหลี่ก็เดินเข้ามาในสวนพอดี เขายืนฟังคำพูดของภรรยาด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ฮูหยินพูดถูกแล้ว ซูซินดูมีความสุขขึ้นมากจริงๆ" เขาหันไปสบตากับซูซินแวบหนึ่ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์และเร่าร้อน "ดูแล้วคนรักของนางคงจะรักนางมาก และดูแลนางเป็อย่างดีจริงๆ นางถึงได้ดูมีความสุขและทำให้สวนของเราเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งรักเช่นนี้"
คำพูดของใต้เท้าหลี่ทำให้ซูซินยิ่งเขินอายหนักขึ้นไปอีก นางนึกถึงบทรักริมพุ่มไม้เมื่อวานนี้ที่ใต้เท้าหลี่ใช้กลิ่นกระตุ้นกำหนัดให้นางลุ่มหลงเขาจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่วร่างจนนางต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์
ฮูหยินหลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู "เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าเห็นซูซินมีความสุข ข้าก็พลอยมีความสุขไปด้วย" นางหันไปมองหลี่เหมยที่กำลังตั้งใจฝึกดนตรี "เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะซูซิน เหมยเอ๋อร์ เ้าก็ต้องตั้งใจเรียนนะ"
เมื่อฮูหยินหลี่จากไปแล้ว ใต้เท้าหลี่ก็เดินเข้ามาใกล้ซูซิน เขาโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหูของนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "สวนของข้าเร่าร้อนพอหรือไม่ซูซิน หรือเ้าอยากจะลองที่ไหนอีก ข้ายินดีตามใจเ้าทุกที่"
คำพูดของใต้เท้าหลี่ทำให้ซูซินสะท้านเฮือก ลมหายใจอุ่นของเขาเป่ารดใบหูจนนางรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่าง ใบหน้าของนางแดงก่ำจนถึงใบหู นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างรวดเร็ว แววตาของนางเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปิดบังได้ แม้จะพยายามจะเก็บอาการ แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองต่อเสียงและลมหายใจของเขาอย่างไม่อาจควบคุม
จินตนาการถึงบทรักแบบต่างๆ ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างปิดไม่มิด นางนึกภาพตัวเองกับใต้เท้าหลี่ในห้องนอนของเขา บนเตียงใหญ่ที่มีผ้าไหมปูรองนุ่มนวล ที่ซึ่งเขาจะได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของนางออกอย่างช้าๆ ลูบไล้ไปตามเส้นโค้งของร่างกายด้วยมือที่อบอุ่น ความคิดถึงมือใหญ่ของเขาที่จะเลื่อนไปตามผิวเนียนของนาง บีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มจนนางครางเสียงหวาน ทำให้ร่างกายของนางสั่นเครือด้วยความปรารถนา
นางนึกถึงบนโต๊ะหนังสือในห้องทำงานของเขา ที่ซึ่งเขาจะอุ้มนางขึ้นนั่งบนโต๊ะ แผ่ขาของนางออกและยืนอยู่ระหว่างขา ก่อนจะค่อยๆ สอดท่อนเนื้อใหญ่โตเข้าไปในร่องรักที่ฉ่ำเยิ้มรอเขาอยู่ ความคิดถึงความรู้สึกเมื่อเขาผลักเข้าไปลึกๆ บนโต๊ะที่แข็ง ขณะที่หนังสือและเอกสารกระจัดกระจายไปทั่ว ทำให้นางรู้สึกเสียวซ่านจนสั่นเครือ ความเสี่ยงที่อาจจะมีคนเข้ามาเห็นทำให้ความตื่นเต้นยิ่งเพิ่มมากขึ้น
แม้แต่ในห้องครัว นางก็นึกภาพได้ ที่ซึ่งเขาจะดึงนางเข้ามากอดจากด้านหลังขณะที่นางกำลังเตรียมอาหาร มือของเขาจะเลื่อนขึ้นไปบีบเคล้นทรวงอกของนางผ่านเนื้อผ้า ก่อนจะหันนางมาหาเขาและยกนางขึ้นนั่งบนโต๊ะครัว ท่ามกลางกลิ่นหอมของอาหารที่กำลังปรุง เขาจะสอดท่อนเนื้อร้อนผ่าวเข้าไปในร่องรักของนางอย่างเร่าร้อน ความเสี่ยงที่อาจจะมีคนเดินเข้ามาเห็นทำให้ความตื่นเต้นยิ่งเพิ่มมากขึ้น
นางคิดถึงในห้องอาบน้ำ ที่ซึ่งน้ำอุ่นจะไหลลงมาตามร่างกายของทั้งคู่ เขาจะกดนางเข้าไปชิดผนัง ผลักท่อนเนื้อใหญ่โตเข้าไปในร่องรักที่ลื่นไหลด้วยน้ำและความฉ่ำเยิ้ม เสียงน้ำที่ไหลจะกลบเสียงครางของนาง ขณะที่เขากระแทกเข้าไปอย่างแรงและลึก
หรือแม้แต่ในสวนดอกไม้แห่งนี้ ท่ามกลางกลิ่นหอมของบุปผา เขาจะดึงนางไปซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ใหญ่ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของนางออกจนเปลือยเปล่า ก่อนจะสอดท่อนเนื้อร้อนผ่าวเข้าไปในร่องรักที่กระหายเขา ความเสี่ยงที่คุณหนูหรือคนอื่นอาจจะเดินมาเห็นทำให้ความตื่นเต้นพุ่งสูงขึ้นไปอีก
นางรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังลุกเป็ไฟด้วยความ้าที่รุนแรง ร่องรักเริ่มฉ่ำเยิ้มมากขึ้น หัวนมแข็งตัวจนเ็ปใต้เนื้อผ้า ความร้อนแล่นพล่านไปทั่วร่างจนนางต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงครางเล็ดลอดออกมา
"ใต้เท้า..." นางกระซิบเสียงแ่เบาจนแทบจะไม่ได้ยิน "ข้า... ข้าคิดถึงท่าน... คิดถึงความรู้สึกเมื่อท่านััข้า... คิดถึงความใหญ่โตของท่านที่เติมเต็มข้า..."
ใต้เท้าหลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของนาง เขารู้ดีว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ แววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและใบหน้าที่แดงก่ำบอกเขาได้ทุกอย่าง เขายื่นมือมาลูบไล้แก้มเนียนเบาๆ ปลายนิ้วของเขาลื่นไถลไปตามแนวขากรรไกร ทำให้ซูซินสะท้านเฮือกเล็กน้อย
"ข้ารู้ว่าเ้าคิดอะไรอยู่..." เขากระซิบข้างหูนาง "ข้าเห็นจากแววตาของเ้า... เห็นจากวิธีที่เ้าสั่นเครือเมื่อข้าแค่ััเ้าเบาๆ... เ้า้าข้า... ้าให้ข้าััเ้าที่นี่... ตอนนี้... แม้จะมีคุณหนูอยู่ใกล้ๆ..."
มือของเขาเลื่อนลงมาลูบไล้ตามแนวลำคอ ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่หลุมคอจนซูซินหอบหายใจถี่รัว ความััเล็กน้อยนั้นทำให้ไฟปรารถนาในร่างกายของนางลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง
ซูซินพยักหน้าเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุมตัวเอง ความปรารถนาในใจรุนแรงจนเหนือกว่าเหตุผล นาง้าเขามาก ้าให้เขาัันาง ้าความเต็มที่สมบูรณ์ที่เพียงเขาเท่านั้นที่จะให้ได้
"แต่ข้าจะต้องรอ..." เขาพูดต่อด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "รอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม... รอจนกว่าข้าจะได้เ้าอย่างเต็มที่... ได้ทำทุกอย่างที่ข้า้ากับเ้า..."
เขาผละมือออกจากแก้มของนางอย่างช้าๆ ทิ้งให้ซูซินยืนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวาน แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนอย่างรุนแรง นางรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังร้องขอความััของเขา ร้องขอความเต็มที่สมบูรณ์ที่เพียงเขาเท่านั้นที่จะให้ได้
ใต้เท้าหลี่เดินไปยืนข้างๆ คุณหนู ทำเป็ดูการฝึกเล่นดนตรีอย่างเป็ปกติ แต่สายตาของเขายังคงแอบมองซูซินอยู่เป็ระยะ เขาเห็นวิธีที่นางพยายามเก็บอาการ เห็นวิธีที่นางกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นอารมณ์ และเขาก็รู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งที่เขาสามารถทำให้นางรู้สึกเช่นนั้นได้ด้วยเพียงคำพูดและการััเล็กน้อย
"หลี่เหมย วันนี้เ้าเล่นได้ดีมากเลย" ใต้เท้าหลี่ชมลูกสาวด้วยเสียงอ่อนโยน "พ่อภูมิใจในตัวลูกมาก"
คุณหนูยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ "ขอบคุณค่ะ ท่านพ่อ หนูพยายามฝึกให้เก่งที่สุดเลย อาจารย์ซูซินสอนดีมากค่ะ"
ซูซินยิ้มอย่างเขินอาย "คุณหนูเก่งมากเพคะ ข้าแค่ช่วยให้คุณหนูเล่นได้ดีขึ้นเท่านั้นเอง"
ขณะที่พูด นางรู้สึกถึงสายตาของใต้เท้าหลี่ที่จับจ้องมาที่นาง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะปกปิด นางรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เพราะนางเองก็คิดสิ่งเดียวกัน
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ในสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางเพศที่ซ่อนเร้น ซูซินพยายามทำหน้าที่สอนดนตรีอย่างเต็มที่ แต่ความรู้สึกที่ใต้เท้าหลี่อยู่ใกล้ๆ ทำให้นางแทบจะไม่อาจสมาธิได้ ทุกครั้งที่เขาเดินผ่านไปมา กลิ่นกายของเขาจะลอยมาถึงนาง ทำให้ความทรงจำของคืนที่ผ่านมาผุดขึ้นมาอีกครั้ง
นางนึกถึงวิธีที่เขาจูบนาง วิธีที่ลิ้นของเขาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนาง วิธีที่เขาดูดขบเม็ดทับทิมจนนางครางเสียงหวาน และวิธีที่ท่อนเนื้อใหญ่โตของเขาแทรกเข้าไปในร่องรักจนนางกรีดร้องด้วยความเสียวซ่าน
ความคิดเ่าั้ทำให้ร่างกายของนางตอบสนองอย่างไม่อาจควบคุม ร่องรักเริ่มฉ่ำเยิ้ม หัวนมแข็งตัวใต้เนื้อผ้า และความร้อนแล่นพล่านไปทั่วร่าง นางต้องกัดริมฝีปากแน่นและพยายามมุ่งสมาธิไปที่การสอนเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นอาการของนาง
สิ้นเสียง ใต้เท้าหลี่ก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ซูซินยืนนิ่งอยู่กลางสวน หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นระคนปรารถนา นางรู้ดีว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น และนางก็พร้อมที่จะมอบกายและใจให้กับเขาอย่างเต็มที่ ความคิดถึงความใหญ่โตของเขาที่จะเติมเต็มนางอีกครั้งทำให้นางรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่าง
นางยืนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวาน แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนอย่างรุนแรง นางรู้ว่าตัวเองได้ตกหลุมรักใต้เท้าหลี่อย่างหมดหัวใจแล้ว และไม่มีทางกลับ คืนนี้จะเป็คืนที่นางจะได้เป็ของเขาอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง