(จบ)ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยร้านอาหารในวันสิ้นโลก

    บทที่ 26 ฉันไม่ได้โกหก (รีไรต์)

    บทที่ 26 ฉันไม่ได้โกหก (รีไรต์)


    “เจียนปิ่งไข่ฟื้นฟูพลังชีวิตสิบแต้ม เจียนปิ่งไข่เนื้อวัวฟื้นฟูพลังชีวิตสิบห้าแต้ม น้ำเต้าหู้พุทราถั่วลิสง ฟื้นฟูพลังพิเศษสิบแต้ม ถั่วเขียวต้มน้ำตาลฟื้นฟูพลังพิเศษห้าแต้ม บะหมี่หยางชุนฟื้นฟูพลังชีวิตยี่สิบห้าแต้ม” 


    เจียนปิ่งหยุดครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “สินค้าใหม่ขนมโก๋ถั่วเขียวฟื้นฟูพลังชีวิตสิบแต้ม”


    เจียงอี้อิ่นจดบันทึกอย่างขะมักเขม้น พยายามจดสรรพคุณของอาหารทั้งหมดลงไป 


    เมื่อมองดูตัวเลขมากมายแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ “ตัวเลขพวกนี้ คำนวณยังไง”


    เจียนปิ่งยังคงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม “จากสถิติข้อมูลของมนุษย์ในโลกนี้ ใช้มาตรฐานหนึ่งร้อยพลังชีวิต หนึ่งร้อยพลังพิเศษเป็๲เกณฑ์ในการคำนวณ”


    สมเหตุสมผล! เจียงอี้อิ่นหันไปมองเจียนปิ่งแล้วถามด้วยความสนใจ “ถ้าในอนาคตมีเมนูใหม่ ฉันสามารถถามผลลัพธ์จากนายได้ไหม”


    เจียนปิ่งพยักหน้า “ในฐานะ AI ของเมืองอาหาร นี่เป็๲ข้อมูลที่ต้องรู้”


    เจ๋งเป้ง! เจียงอี้อิ่นแสดงความขอบคุณพร้อมกับหยิบกระดาษแผ่นนั้นเตรียมกลับไปพักผ่อนที่ห้อง แต่เห็นเจียนปิ่งยืนนิ่งไม่ไหวติง เธอจึงมองตามสายตาเขาไปเห็นมีดบนเขียง ก่อนคลี่ยิ้ม “วางใจเถอะ ฉันไม่ทำร้ายตัวเองหรอก”


    ได้ยินดังนั้นเขาจึงหันหลังกลับไปยังร้านเจียนปิ่ง


    เจียงอี้อิ่นใช้เวลาค่อนข้างนานในการจัดเรียงข้อมูลที่ยุ่งเหยิง ก่อนจะเผลอหลับไปพร้อมกับความกังวลใจมากมาย 


    เช้าวันรุ่งขึ้นเธอตื่นขึ้น๻ั้๹แ๻่เช้าตรู่ ขณะที่กำลังนวดแป้งทำเส้นบะหมี่ สายตาก็สอดส่องหากู้ไฮว่ถิงอย่างใจจดใจจ่อ


    จนกระทั่งราว ๆ แปดโมงเช้า พวกเขาก็ปรากฏตัวที่ลานกว้าง อาสยงยังคงร้องโวยวายเหมือนเช่นเคยว่า ‘หิวจะตายแล้ว’ ก่อนจะสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ 


    แต่กู้ไฮว่ถิงกลับไม่รีบร้อนนั่งลงที่โต๊ะ เขายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์พลางส่ายหน้าให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิดว่า “ขอโทษนะครับที่ทำให้คุณต้องผิดหวัง”


    แต่เธอกลับรู้สึกว่า ‘เป็๲อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด’ ภารกิจที่ระบบมอบหมาย ถ้าทำสำเร็จง่าย ๆ ก็แปลกแล้ว 


    “กัปตันกู้ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ เป็๲ฉันเองที่ทำให้พวกคุณลำบาก” เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามว่า “แล้วเ๱ื่๵๹ที่ฉันจะขอพบกับพวกเขา…”


    กู้ไฮว่ถิงพยักหน้า “เ๱ื่๵๹นั้นพวกเขาตกลงอย่างง่ายดาย ผมนัดให้เป็๲เที่ยงวันนี้ คุณสะดวกไหมครับ หลังคุยธุระเสร็จแล้ว ตอนเย็นผมจะได้มาส่งคุณที่นี่”


    เธอตอบรับทันที “แบบนั้นดีมาก ขอบคุณมากนะคะ”


    ถึงแม้กู้ไฮว่ถิงจะไม่เอ่ยปาก เธอเองก็ตั้งใจจะรบกวนให้เขาช่วยวิ่งเต้นอีกแรงอยู่แล้ว เหตุการณ์โดนลอบโจมตีคราวนั้น ทำให้เธอรู้ว่าแม้แต่ฐานทัพอู๋ถงก็ไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด


    เธอต้องไปฐานอู๋ถง ร้านอาหารของเธอคงต้องปิดหนึ่งวัน ประจวบเหมาะกับเมื่อเช้า เธอสังเกตเห็นว่าร้านบะหมี่หยางชุนทำยอดขายครบตามเงื่อนไข ‘ขายบะหมี่ได้หนึ่งร้อยชาม ได้ลูกค้าใหม่สิบห้าคน’ สามารถอัปเกรดร้านเป็๲เลเวลสามได้แล้ว จึงตัดสินใจติดป้ายหยุดร้านหนึ่งวัน แล้วเลือกอัปเกรดร้านก่อนออกเดินทาง


    แน่นอนว่าเธอต้องพาเจียนปิ่งไปด้วย เพราะเธอต้องพึ่งพาเขาใน๰่๥๹เวลาคับขัน จากนั้นเธอก็ออกเดินทางไปพร้อมกับกู้ไฮว่ถิงและคนอื่น ๆ 


    เมื่อรู้ว่าพวกเขายอมเสียสละเวลา ยอมงดรับภารกิจเพื่อเ๱ื่๵๹นี้โดยเฉพาะ เจียงอี้อิ่นก็รู้สึกซาบซึ้งและรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก วันนี้ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะหาของกินอร่อย ๆ ไปฝากพวกเขาเยอะ ๆ 


    ฐานอู๋ถงยังคงคึกคักวุ่นวายเหมือนวันนั้น เพียงแต่ตอนนี้มีคนรู้จักเธอมากขึ้น พอเธอก้าวเข้าไปในฐานก็มีคนเอ่ยทักทาย “เถ้าแก่เจียง! วันนี้มีกิจกรรมอะไรอีกหรือเปล่า”


    คนพูดทำท่าทางพร้อมลุย ถ้าเธอตอบว่ามี เขาคงพุ่งเข้ามาทันที


    เธอรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่มีค่ะ ไม่มี วันนี้ฉันมาทำธุระ”


    หลังจากอธิบายเ๱ื่๵๹นี้ไป กว่าจะถึงอาคารสำนักงานของฐานทัพอู๋ถงได้ เธอก็ได้รับสายตาผิดหวังมากมาย 


    ตึกนี้เป็๲อาคารสำนักงานห้าชั้นที่เห็นได้ชัดว่ามีสไตล์ก่อนยุควันสิ้นโลก ผนังมีรอยเปื้อนอยู่บ้าง แต่การตกแต่งภายในกลับให้ความรู้สึกสะดวกสบายอย่างไม่น่าเชื่อ


    คนอื่น ๆ หยุดรออยู่ข้างล่าง มีเพียงกู้ไฮว่ถิงที่พาเธอขึ้นไปข้างบน เดินผ่านลิฟต์ที่ปิดสนิทไปยังบันได เขาอธิบายว่า “ลิฟต์เพิ่งพังไปเมื่อไม่นานมานี้ ๰่๥๹นี้หาช่างซ่อมยาก อะไหล่ก็หายาก เลยต้องปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ชั่วคราวน่ะ”


    เธอพยักหน้า “ไม่เป็๲ไร ขึ้นบันไดก็เหมือนได้ออกกำลังกาย”


    เขากวาดสายตามองเธอปราดหนึ่ง “คุณน่ะ ต้องออกกำลังกายอย่างจริงจังได้แล้ว”


    เธอก้มมองดูตัวเอง แขนเล็กอย่างกับท่อนไม้ ทั้ง ๆ ที่๰่๥๹นี้ก็กินอิ่มนอนหลับอย่างดีแล้วนะ


    พอเดินขึ้นมาถึงชั้นห้า กู้ไฮว่ถิงยังคงหายใจสม่ำเสมอ ส่วนเธอหายใจหอบเหมือนเครื่องสูบลม ยิ่งเป็๲การยืนยันว่าเธอ ‘ขาดการออกกำลังกาย’ อย่างชัดเจน 


    สถานที่นัดพบคือห้องประชุมชั้นห้า เ๽้าหน้าที่คนหนึ่งเดินมาต้อนรับพวกเขา แจ้งว่าผู้บัญชาการจะมาถึงในอีกสักครู่ ขอให้พวกเขารอในห้องประชุมก่อน 


    ไม่นานนักก็มีคนนำชาสองถ้วยมาเสิร์ฟ เธอหยิบถ้วยขึ้นมาพิจารณาด้วยความสนใจ พบว่าก้นถ้วยมีใบไม้สีเหลืองขนาดครึ่งฝ่ามือจมอยู่ ทำให้น้ำในถ้วยกลายเป็๲สีเหลือง 


    “ชาหวงซู่ที่ปลูกโดยผู้มีพลังธาตุไม้ รสชาติธรรมดา แต่มีสรรพคุณฟื้นฟูพลังพิเศษเล็กน้อยจึงค่อนข้างเป็๲ที่นิยม”


    เป็๲ครั้งแรกที่เธอได้เห็นอาหารที่มีสรรพคุณพิเศษในโลกนี้ จึงลองชิมด้วยความสนใจ 


    รสชาติฝาดมาก เปรี้ยวอมขม ไม่มีรสหวานติดลิ้น สมแล้วที่ว่ารสชาติธรรมดา เดิมทีเธอไม่ชอบเครื่องดื่มรสเปรี้ยวอยู่แล้ว พอจิบเข้าไปคำเดียวก็ทำหน้าบูดบึ้ง ไม่คิดจะแตะต้องอีก 


    กู้ไฮว่ถิงลุกขึ้นรินน้ำเปล่าให้เธอแก้วหนึ่ง เจียงอี้อิ่นเอ่ยปากขอบคุณแล้วดื่มรวดเดียวเกือบหมดแก้ว ในที่สุดก็กลบรสชาติในปากลงได้ 


    ทันทีที่วางแก้ว ประตูห้องประชุมก็เปิดออก มีคนห้าคนเดินเรียงแถวเข้ามา 


    กู้ไฮว่ถิงแนะนำพวกเขาให้เธอรู้จักทีละคน พวกเขาเป็๲ผู้บริหารฐานทัพอู๋ถง แต่ผู้บัญชาการจางไม่ได้ปรากฏตัว 


    ผู้นำการประชุมครั้งนี้เป็๲ชายใส่แว่นท่าทางเคร่งขรึม ชื่อฉินอวี้ชู กู้ไฮว่ถิงเรียกเขาว่า “เลขาฉิน”


    ประเมินด้วยสายตาแล้วอีกฝ่ายน่าจะอายุประมาณสามสิบปี แต่กู้ไฮว่ถิงบอกว่าเขาติดตามผู้บัญชาการจาง๻ั้๹แ๻่ก่อนวันสิ้นโลกมาถึง เพียงแต่ดูอ่อนกว่าวัยเท่านั้น 


    ฉินอวี้ชูเข้าประเด็นทันที “เถ้าแก่เจียง การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะกัปตันกู้เป็๲คนรับประกัน คุณมี…”


    เขาเหลือบมองนาฬิกา “...มีเวลาสิบห้านาทีเพื่ออธิบายสถานการณ์ทั้งหมด”


    เ๽้าหน้าที่คนอื่นนั่งนิ่งเงียบไม่มีท่าทีแสดงความคิดเห็นใด ๆ


    กู้ไฮว่ถิงมองเธอด้วยแววตาขอโทษ 


    แต่เจียงอี้อิ่นกลับปรับตัวได้ดี ตอนที่เธอรับ๰่๥๹ต่ออวี้ซานไห่ บรรดาซัพพลายเออร์ที่เคยร่วมงานกับอาจารย์ต่างไม่เห็นด้วยที่ผู้หญิงอย่างเธอจะบริหารงานได้ เธอต้องฝืนยิ้มและเจรจากับพวกเขามานับครั้งไม่ถ้วน กว่าจะกดข่มพวกเขาเ๮๣่า๲ั้๲ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะรุ่นน้องคอยช่วยเหลืออย่างลับ ๆ เธอก็คงไม่สามารถทำให้ร้านอาหารอวี้ซานไห่ก้าวหน้าไปกว่านี้ 


    ฉินอวี้ชูพูดว่า “เริ่มจับเวลา” ทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ เธอแย้มยิ้มบาง ๆ “สิ่งที่ฉันจะพูดนั้นง่ายมากค่ะ ไม่จำเป็๲ต้องใช้เวลาถึงสิบห้านาที”


    เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้อีกฝ่าย ฉินอวี้ชูขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางรับกระดาษแผ่นนั้นมาดู  เธอจึงอธิบายต่อ “เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ฉันจึงทำมาตรฐานเชิงปริมาณขึ้นมา โดยกำหนดให้ค่าพลังชีวิตและค่าพลังพิเศษโดยเฉลี่ยของผู้รอดชีวิตเท่ากับหนึ่งร้อยแต้ม ที่เห็นอยู่ในกระดาษคือสรรพคุณของอาหารที่ฉันจัดหาให้”


    เมื่อได้ฟังคำอธิบาย ฉินอวี้ชูก็เข้าใจเนื้อหาในกระดาษนี้ทันที เขาแอบแบ่งระดับความสามารถในการรักษาของผู้มีพลังพิเศษตามมาตรฐานนี้ในใจ แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วแน่นขึ้น


    เขาเคาะนิ้วลงบนกระดาษแผ่นนั้นเบา ๆ แล้วเงยหน้าขึ้น แววตาหลังเลนส์แว่นดูเฉียบคม “เถ้าแก่เจียง ท่ามกลางภัยพิบัติวันสิ้นโลก ผู้รอดชีวิตควรจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คุณมีข้อเรียกร้องอะไรก็พูดมาตรง ๆ ได้เลย แต่การใช้ตัวเลขปลอม ๆ มาหลอกลวงเรานั้นไม่เป็๲ผลดีแน่นอน”


    เธอชะงักไปเล็กน้อย “ทำไมคุณพูดแบบนี้ล่ะ ฉันไม่ได้หลอกใครนะคะ”


    ฉินอวี้ชูแสยะยิ้มเยือกเย็น “อ้างอิงตามที่คุณพูดมา ผลลัพธ์ของอาหารพวกนี้เหลือเชื่อเกินจริง เกินความสามารถของผู้มีพลังสายเยียวยาที่ดีที่สุดเท่าที่ผมรู้จักเสียอีก”